ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 58 ส่งน้องไปสำนักศึกษา
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 58 ส่งน้องไปสำนักศึกษา
บทที่ 58 ส่งน้องไปสำนักศึกษา
ซ่งชิงตงเป็นคนแรกที่เริ่มออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ท่านพี่ข้าเคยเรียนหนังสือมาแล้ว พออ่านออกเขียนได้อยู่บ้าง อีกทั้งข้าก็ไม่ได้สนใจเรื่องเรียนหนังสือนัก ข้าอยากจะไปขายของกับท่านมากกว่า ได้หรือไม่ขอรับ”
ท่านพี่ของเขาจะทำงานทั้งหมดนั่นด้วยตัวเดียวได้อย่างไรกัน
ในความทรงจำที่มีอยู่ในร่างนี้ ซ่งชิงหลัน ซ่งชิงซี และซ่งชิงเป่ย ได้เรียนหนังสือเพียงหนึ่งปีก็ต้องหยุดไป นางจึงมองไปที่พวกเขาแล้วเอ่ยถามต่อ “ชิงซี ชิงเป่ย แล้วพวกเจ้าเล่า”
ซ่งชิงซีกัดฟันและออกปากเผยความปรารถนาในใจออกมาตามตรง “ท่านพี่ ข้าอยากเรียนหนังสือขอรับ”
นางหันไปมองน้องคนเล็กบ้าง “ชิงเป่ย แล้วเจ้าเล่า”
ซ่งชิงเป่ยกะพริบตาปริบ ๆ แล้วเอ่ยตอบ “ข้าแล้วแต่ท่านพี่ขอรับ”
“ท่านพี่มองว่าการเรียนหนังสือเป็นลู่ทางที่จะพลิกชะตาของเด็กยากจนอย่างเรา ยิ่งรู้หนังสือมากเท่าไร ยิ่งได้อ่านมากขึ้นเท่าไร ความรู้ก็เพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นข้าคิดว่าเจ้าก็ควรไปเรียนด้วย”
จากนั้นซ่งชิงหนานก็เริ่มเสนอความคิดเห็นบ้าง “ท่านพี่ ข้าไม่ได้อยากเรียนหนังสือ แต่อยากไปที่โรงฝึก เพื่อฝึกการต่อสู้ ต่อไปข้าอยากเป็นทหาร”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วอย่างลังเล “ชิงหนาน เจ้าคิดอย่างถี่ถ้วนดีแล้วใช่หรือไม่”
ในบรรดาน้องชายทั้งสี่ของนาง ชิงหนานเป็นคนที่เรียนมาน้อยที่สุด นางจึงหวังว่าเขาจะอยากเรียนหนังสือเพิ่มเติม
หากแต่ซ่งชิงหนานกลับพยักหน้ารับอย่างแน่วแน่ “ข้าคิดมาดีแล้วขอรับท่านพี่”
ความฝันของซ่งชิงหนานคือการได้เป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เข้าสู่กองทัพ เป็นผู้นำทัพไปสังหารศัตรู ปกป้องบ้านเมือง และทำให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นได้
ซ่งชิงหลันเคารพการตัดสินใจของน้องชายทุกคน เพราะถึงอย่างไร คนที่เลือกเส้นทางชีวิตของพวกเขาก็เป็นตัวพวกเขาเอง ซึ่งนางจะไม่เข้าไปก้าวก่าย
“เอาเถิด ข้าจะตามใจพวกเจ้าทุกคน ตั้งแต่วันพรุ่ง ชิงตงไปทำงานกับข้า ชิงซีกับชิงเป่ย พวกเจ้าไปสำนักศึกษา ส่วนชิงหนานข้าจะไปถามเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าสนใจก่อน ว่าจะส่งเจ้าไปที่โรงฝึกดี ๆ สักแห่งในเมืองได้อย่างไร”
น้องชายทั้งสี่รับคำพร้อมกัน “ขอรับ ขอบคุณท่านพี่มาก ดีเหลือเกินที่พวกเรามีท่านเป็นพี่ใหญ่”
ถึงอย่างนั้นซ่งชิงซีผู้อ่อนโยนก็อดถามขึ้นมาไม่ได้เพราะความเป็นห่วง “ท่านพี่ แล้วถ้าพวกเราไปเรียนหนังสือ ผู้ใดจะช่วยงานที่ร้านกันขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ต่อไปพวกเจ้าทั้งสองก็คอยช่วยงานที่ร้านในตอนเช้า พอสาย ๆ ก็ไปเรียนหนังสือ หากเป็นเช่นนี้จะหนักเกินไปหรือไม่ พวกเจ้าไหวหรือเปล่า”
ซ่งชิงซีส่ายหน้า “ไหวสิขอรับ”
ซ่งชิงเป่ยตอบบ้าง “ข้าไม่กลัวงานหนักขอรับ”
ซ่งชิงซีเม้มปาก “ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็จะไปทำงานแทนการจ่ายค่าเรียนไม่ได้ ท่านพี่ก็จะต้องเสียเงินค่าเรียนให้พวกเรา”
ซ่งชิงหลันโบกมือไปมา “นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เเจ้าอย่ากังวลไป ตั้งใจเรียนเป็นพอ ท่านพี่ของพวกเจ้าจะเป็นคนหาเงินมาส่งน้อง ๆ เรียนเอง”
“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราก็ตัดสินใจเรื่องอนาคตกันได้แล้ว พวกเจ้าแยกย้ายกันเข้านอนเถิด วันพรุ่งยังต้องตื่นแต่เช้า”
“ขอรับท่านพี่”
คืนนี้เป็นคืนที่พวกเขาตื่นเต้นกันมาก เพราะรู้สึกราวกับว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ชีวิตของตนกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปราวกับพลิกชะตาจริง ๆ
…
ซ่งชิงตงพาซ่งชิงหนานไปที่ร้านด้วยกันก่อน เพื่อเตรียมของสำหรับขายเจียนปิ่ง ส่วนซ่งชิงหลันก็พาน้องชายทั้งสองไปที่สำนักศึกษาเพื่อพบกับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์ที่สำนักศึกษาเป็นคนที่แม้มองเพียงปราดเดียว ก็สามารถรู้สึกถึงความเป็นปัญญาชนได้ ชื่อของท่านคือหลี่ฮ่วนจือ ท่าทางของท่านดูเป็นคนทรงภูมิ มีความรอบรู้อย่างมาก
เขาเคยสอนหนังสือให้ซ่งชิงซี จึงรู้ดีถึงความสามารถของเด็กคนนี้ และเสียดายอย่างมาก ยามที่รู้ว่าเด็กชายจะไม่ได้มาสำนักศึกษาอีกต่อไป
ซ่งชิงซีดูมีความสุขเสมอเมื่อได้มาเรียน เป็นเรื่องที่ท่านอาจารย์จำได้ดี
ซ่งชิงหลันจ่ายค่าเล่าเรียนเทอมนี้สำหรับน้องชายทั้งสองเรียบร้อย และกล่าวทักทายอาจารย์หลี่
“ท่านอาจารย์หลี่ นี่น้องชายทั้งสองของข้า หวังว่าท่านจะช่วยชี้แนะเรื่องการเรียนให้พวกเขาต่อไปด้วยเจ้าค่ะ พวกเขาจะตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อรับความรู้จากท่าน”
หลี่ฮ่วนจือโบกมือไปมาพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ใช่เรื่องหนักหนาถึงเพียงนั้นหรอก ชิงซีมีความสามารถในการเรียนรู้ เขาเป็นเด็กเก่งที่หาตัวจับยาก ข้าเชื่อว่าจะกลายเป็นบัณฑิตที่ดีในอนาคต”
“แม้แต่ชิงเป่ยเองก็เป็นเด็กฉลาด ถึงจะวอกแวกไปบ้าง แต่ถ้าสามารถตั้งสมาธิเพื่อจดจ่อกับการเรียนได้ ก็จะเรียนได้ดี”
ซ่งชิงหลันทำความเคารพอาจารย์หลี่ “ฝากด้วยนะเจ้าคะท่านอาจารย์หลี่ เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน”
“เอาล่ะแม่นางซ่ง เชิญเจ้าเถิด”
หลังจากออกมาจากสำนักศึกษา ซ่งชิงหลันยังไม่ได้กลับไปที่ร้านอาหารเช้าในทันที แต่ยังไปที่อื่นต่อเพื่อถามเกี่ยวกับโรงฝึกการต่อสู้ในเมือง
โรงฝึกนั้นแตกต่างจากสำนักศึกษา เพราะสำนักศึกษาที่สอนหนังสือจะได้รับเงินสนับสนุนจากราชสำนัก
หากแต่โรงฝึกจะเป็นสำนักที่แยกตัวออกมาเอง ถ้าต้องการเรียนวิชาก็จำเป็นต้องจ่ายค่าเรียนราคาสูง
ซ่งชิงหลันตระเวนไปโรงฝึกเจ็ดแปดแห่งติดต่อกัน หากแต่ยังไม่พบที่ใดที่น่าสนใจ
แต่ในที่สุดนางก็ได้พบโรงฝึกที่น่าสนใจ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของตนไม่น้อย
ซ่งชิงหลันยืนอยู่ที่ทางเข้าโรงฝึกจิงอู่ ตัวอักษร ‘อู่’ ขนาดใหญ่เขียนลงบนประตูสีน้ำตาลเข้มนั่นทำให้นางรู้สึกถึงบรรยากาศของวิชาการต่อสู้ที่ส่งมาได้
นับว่าเป็นความประทับใจแรกที่ดีมาก
หลังจากเดินหามาหลายที่ในที่สุดก็พบสถานที่ที่น่าสนใจ หญิงสาวจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วรีบก้าวไปข้างหน้า
ก่อนที่นางจะไปที่ทางเข้า คนเฝ้าประตูในเครื่องแบบสีขาวที่ยืนอยู่สองข้างก็ห้ามนางเอาไว้ “เจ้าเป็นผู้ใด ที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ผู้ใดก็ตามจะเข้าออกได้ตามใจ”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วตอบว่า “พี่ชายทั้งสอง น้องชายของข้าต้องการเรียนการต่อสู้ ข้าจึงมาที่นี่เพื่อถามเกี่ยวกับการเรียนให้เขา”
คนเฝ้าประตูคนหนึ่งยิ้มแล้วตอบว่า “แม่นาง มีเด็กมากมายต้องการจะมาเรียนที่โรงฝึกจิงอู่ของเรา แต่ท่านอาจารย์ไม่รับผู้ใดเป็นศิษย์ง่าย ๆ”
ซ่งชิงหลันเม้มริมฝีปากแล้วถามต่อ “ข้าต้องมีเงินเท่าไรถึงจะส่งน้องชายมาเรียนที่นี่ได้”
คนเฝ้าประตูอีกคนดูจะมีน้ำใจ เขาตอบเบา ๆ ว่า “แม่นาง มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินหรอก หากแต่ที่นี่ต่างจากโรงฝึกอื่น ๆ เราไม่ได้ขาดแคลนเงิน”
“หากน้องชายเจ้าต้องการเรียน ก็ลองให้เขามาทดสอบด้วยตัวเอง จะได้รู้ว่ามีแววเพียงใด หากทดสอบผ่านก็จะได้เข้ามาเรียนกับท่านอาจารย์”
หลังจากได้ยินเช่นนั้นซ่งชิงหลันก็ลอบชื่นชมโรงฝึกแห่งนี้อยู่ในใจ
นางไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการทดสอบอย่างจริงจังสำหรับโรงฝึกศิลปะการต่อสู้เช่นนี้
นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นโรงฝึกที่มุ่งเน้นเรื่องฝีมือการต่อสู้มากเพียงใด
หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วตอบพวกเขาว่า “เอาเถิด ข้าเข้าใจแล้ว ต้องขอบคุณพี่ชายทั้งสองมาก”
ซ่งชิงหลันกำลังจะหันหลังกลับ ทว่ากลับได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียกเอาไว้ก่อน “แม่นางซ่ง?”
นางเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อพบว่าชายร่างสูงตรงหน้าตนเองเป็นใครก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “ท่านพี่อู่?”
ซ่งชิงหลันมักจะคุ้นเคยกับอู่ต้าหย่งในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ หากแต่เมื่อได้เห็นเขาแต่งตัวสบาย ๆ เช่นนี้ ก็ไม่คาดคิดว่าบุรุษตรงหน้าจะดูอ่อนโยนจนแทบจำไม่ได้
ชายหนุ่มเริ่มเอ่ยถามขึ้น “เจ้ามาทำอันใดที่นี่”
ซ่งชิงหลันก็ถามขึ้น “ท่านมาทำอันใดที่นี่”
ทั้งสองถามขึ้นพร้อมกันซ้ำยังหัวเราะออกมาแทบจะเป็นเสียงเดียวกันอีกด้วย
ในตอนนั้นคนเฝ้าประตูทั้งสองก็ออกมาด้านหน้า ทำความเคารพอู่ต้าหย่งอย่างนอบน้อม แล้วพูดขึ้นมาว่า “ท่านอาจารย์ ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ”
“ท่านอาจารย์?” ซ่งชิงหลันกะพริบตาปริบ ๆ มองเขาอย่างไม่คาดคิด “ท่านพี่อู่ ท่านคืออาจารย์ของพวกเขาอย่างนั้นหรือเจ้าคะ อย่างนี้ท่านก็คงเป็น…”
อู่ต้าหย่งยิ้ม “ใช่ ข้าเป็นคนของโรงฝึกจิงอู่”