ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 59 ท่านไม่ต้องช่วยเราถึงเพียงนี้ก็ได้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 59 ท่านไม่ต้องช่วยเราถึงเพียงนี้ก็ได้
บทที่ 59 ท่านไม่ต้องช่วยเราถึงเพียงนี้ก็ได้
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “บังเอิญถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
โลกกลมเกินไปเสียแล้ว
ด้านอู่ต้าหย่งเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
วันนี้เป็นวันพักผ่อนของเขา หลังออกเวรก็กำลังคิดอยู่ว่าจะไม่ได้พบแม่นางซ่งเสียแล้ว ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอนางที่โรงฝึกแบบนี้ได้
เจ้าหน้าที่หนุ่มเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว “แล้วเจ้าเล่า ยังไม่ได้บอกข้าเลยว่ามาทำอันใดที่นี่”
หญิงสาวยิ้มก่อนเอ่ยตอบ “อันที่จริง ข้ามาในวันนี้เพื่อดูโรงฝึกให้น้องชายเจ้าค่ะ ชิงหนานน้องของข้าอยากจะเรียนรู้เรื่องการต่อสู้ ข้าได้ยินมาว่าโรงฝึกจิงอู่เป็นที่ที่น่าสนใจ จึงได้มาดูก่อน”
“แต่พี่ชายคนนั้นบอกข้าแล้วว่าท่านอาจารย์จะไม่ยอมรับผู้ใดเป็นศิษย์ง่าย ๆ เพราะอย่างนั้นแล้ว…”
ระหว่างที่เล่าซ่งชิงหลันก็พยักพเยิดไปทางชายทั้งสอง
ได้ยินเช่นนั้นอู่ต้าหย่งก็มองไปทางคนเฝ้าประตูทั้งสองแล้วถามขึ้นว่า “วันนี้ศิษย์พี่ใหญ่อยู่หรือไม่”
ทันทีที่ได้ยินคำถามนั้นจากอู่ต้าหย่ง พวกเขาก็รีบเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว “อยู่ขอรับ”
ท่านอาจารย์จึงออกคำสั่ง “พวกเจ้าสองคนไปบอกท่านว่า ข้าจะพาคนเข้าไปหา ให้รอพบก่อน”
“ขอรับ” หลังจากรับคำแล้วทั้งสองก็หันหลังกลับ เดินเข้าไปด้านในโรงฝึกโดยพลัน
หญิงสาวที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ก็เริ่มจะเดาเจตนาของเจ้าหน้าที่หนุ่มผู้นี้ได้
“ท่านพี่อู่ ท่านทำอันใดกันเจ้าคะ”
อู่ต้าหย่งเอ่ยตอบ “ไปบ้านเจ้ากันเถิด แล้วไปพาน้องชายของเจ้ามาพบศิษย์พี่ใหญ่ของข้า”
ซ่งชิงหลันมีท่าทีลังเลเล็กน้อย “ท่านพี่อู่ จริง ๆ แล้ว ท่านไม่ต้องช่วยเราถึงเพียงนี้ก็ได้…”
นางเชื่อมั่นว่าซ่งชิงหนานเองก็มีฝีมือไม่น้อย เขาน่าจะสามารถเข้าเรียนที่นี่ได้ด้วยความสามารถที่มี
หากแต่อู่ต้าหย่งเอ่ยขัดเสียก่อน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าแต่ละวันมีคนมาสมัครเข้าที่นี่มากเพียงใด”
“หากน้องชายเจ้าอยากเข้าที่นี่แล้วทำตามวิธีที่สองคนนั้นบอกจริง ๆ แม้จะผ่านไปสิบวันก็อาจจะยังไม่ได้เข้าพบศิษย์พี่ใหญ่ของข้าเลยก็เป็นได้ เจ้าไม่ต้องการให้น้องชายเข้าเรียนเร็วหรอกหรือ”
ซ่งชิงหลันรู้ดีว่าที่เขาพูดล้วนเป็นความจริงทุกประการ
เพื่อน้องชายแล้ว เมื่อโอกาสสำหรับเขามาอยู่ตรงหน้าแบบนี้ นางจึงไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้ “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ท่านพี่อู่”
ระหว่างที่ทั้งสองจะออกไปพร้อมกัน ก็ปรากฏรถม้าคันหนึ่งมาจอดเทียบที่ประตูของโรงฝึกจิงอู่เข้าเสียก่อน
มีเด็กสาวนางหนึ่งกระโดดลงมาจากรถคันนั้น
นางเป็นเด็กสาวที่ยังไม่โตเป็นสาวเต็มวัย อายุราวสิบเอ็ด สิบสองปี รูปร่างหน้าตางดงามราวกับภูตผู้ซุกซน ดวงตากลมใสมีเสน่ห์น่ามองอย่างยิ่ง
ทันทีที่นางเห็นอู่ต้าหย่ง นัยน์ตาคู่สวยก็พลันเปล่งประกายแวววับขึ้นมา ขาเล็กทั้งสองรีบกระโจนเข้ามาที่ด้านข้างของชายหนุ่มและควงแขนของเขาอย่างสนิทสนม
เด็กสาวเอ่ยอย่างมีความสุข “พี่ต้าหย่ง ท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อใดกันเจ้าคะ เหตุใดจึงไม่รีบเข้าไปข้างในเเล่า”
อู่ต้าหย่งมีท่าทางเขินอาย เขามองซ่งชิงหลันอย่างประหม่า เพราะกลัวว่าจะทำให้แม่นางซ่งเข้าใจผิด
เขารีบดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของร่างเล็กโดยพลัน “เชียนเชียน ข้าขอยืมรถม้าของเจ้าได้หรือไม่”
กล่าวจบ เขาก็ดึงซ่งชิงหลันขึ้นมาบนรถโดยไม่ได้รีรอให้อู่เชียนเชียนรับคำแต่อย่างใด
ทันทีที่ทั้งคู่ขึ้นมาบนรถม้า อู่ต้าหย่งก็รีบอธิบายโดยพลัน “แม่นางซ่ง เจ้าอย่าเข้าใจผิดไป เชียนเชียนเป็นลูกสาวของศิษย์พี่ใหญ่”
เด็กคนนั้นไม่ยอมเรียกเขาว่าท่านอาจารย์มาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว เมื่อนางยืนยันว่าจะเรียกเขาเป็นพี่ ชายหนุ่มก็จนใจจะเปลี่ยนใจเด็กน้อยได้
ซ่งชิงหลันทำเพียงยิ้มแต่ไม่ได้พูดอันใดต่อ อย่างไรเสีย นางก็ไม่ได้สนใจเรื่องส่วนตัวของคนอื่นอยู่แล้ว
ระหว่างนั้นเองเสียงของคนขับรถม้าก็ดังขึ้นมา “นายท่านอู่ ท่านจะไปที่ใดขอรับ”
เป็นซ่งชิงหลันที่ตอบอย่างรวดเร็ว “ไปร้านอาหารเช้าตระกูลซ่งที่ประตูเมืองเจ้าค่ะ”
เมื่อรถม้ามาจอดถึงที่ ซ่งชิงหลันก็รีบลงไปด้านล่าง ไม่ทันจะได้อธิบายอะไร นางก็พาซ่งชิงหนานเข้าไปในรถม้าทันที
ระหว่างทางไปที่โรงฝึกจิงอู่ ซ่งชิงหลันก็ใช้โอกาสนั้นในการรอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ กับน้องชายตนเองทั้งหมด
เมื่อได้ฟังท่านพี่เล่าจบ น้องสามของนางก็ส่งสายตาเป็นประกายด้วยความชื่นชมไปยังอู่ต้าหย่ง
“ท่านพี่อู่ เช่นนี้ท่านก็เป็นหนึ่งในศิษย์ของโรงฝึกจิงอู่อย่างนั้นหรือขอรับ สุดยอดมาก ท่านต้องเก่งมากแน่ หากข้าได้ฝึกที่โรงฝึกนี้ ท่านก็จะเป็นท่านอาจารย์ของข้า!”
ตั้งแต่ยังเด็กแล้วที่ชิงหนานปรารถนาจะเป็นยอดฝีมือ ต่อกรกับศัตรู เพื่อปกป้องบ้านเมือง และยามนี้ความใฝ่ฝันนั้นเริ่มเห็นลู่ทางที่จะเดินไปถึง นั่นทำให้เด็กหนุ่มตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ยามได้มองใบหน้าที่เปี่ยมสุขของน้องชาย พี่สาวอย่างซ่งชิงหลันเองก็เกิดความสุขในใจตามไปด้วย แต่นางก็อยากจะให้เขาเผื่อใจหากต้องพลาดหวังไปบ้าง จึงได้เอ่ยเตือนเสียงเบา “ชิงหนาน ยังเร็วไปสำหรับเจ้าที่จะเรียกผู้ใดว่าอาจารย์ ที่โรงฝึกจิงอู่เข้มงวดเรื่องการคัดเลือกคนมาก เจ้าต้องแสดงความสามารถให้เต็มที่”
ซ่งชิงหนานพยักหน้ารับ “ท่านพี่ ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะทำเต็มที่ขอรับ”
เขาจะต้องแสดงให้ทุกคนเห็นถึงความตั้งใจนี้ให้ได้
ในไม่ช้าทั้งสามก็มาถึงที่โรงฝึกจิงอู่
คราวนี้เจ้าหน้าที่ที่ประตูไม่ได้ขัดขวางนางแต่อย่างใด หากแต่เปลี่ยนเป็นการนำทางด้วยความนอบน้อมแทน
เมื่อเข้าไปถึงโรงฝึกด้านใน พวกเขาก็พบกับอุปกรณ์สำหรับใช้ต่อสู้หลายชนิดจัดเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บุรุษคนหนึ่งที่ท่าทางจะเป็นศิษย์อาวุโส กำลังนำศิษย์รุ่นเยาว์ฝึกซ้อมการต่อสู้อยู่ บรรยากาศเหล่านี้ทำให้ซ่งชิงหนานอดมองด้วยความตื่นเต้นปนอิจฉาไม่ได้
คนเฝ้าประตูนำทางพวกเขาไปรอบ ๆ ลานหน้าโรงฝึกไปจนถึงลานด้านหลัง
จนได้พบกับชายในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินซึ่งกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่ศาลาในลานด้านหลัง บุรุษผู้นี้คืออู่ต้าก่าน เจ้าสำนักของโรงฝึกจิงอู่
ทันทีที่อู่ต้าก่านเห็นว่าอู่ต้าหย่งมาถึง เขาก็ลุกขึ้นเดินออกมาจากศาลาทันที “ศิษย์น้อง ข้าได้ยินว่าเจ้าจะพาคนมาหา ก็เลยชงชาโปรดของเจ้าไว้รอ ตอนนี้กำลังได้ที่พอดี เจ้ามาชิมสิ”
“ศิษย์พี่ใหญ่ ไม่เห็นต้องลำบากท่านเลยขอรับ” อู่ต้าหย่งรั้งตัวอีกฝ่ายให้กลับมานั่ง “วันนี้ข้าพาคนมาหาท่าน”
ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่หนุ่มก็ดึงตัวซ่งชิงหนานเข้ามาข้างหน้าแล้วแนะนำ “นี่ชิงหนาน น้องชายคนนี้ต้องการมาเรียนรู้วิชาต่อสู้กับเราที่โรงฝึก ข้าจึงอยากให้ท่านลอง…”
อู่ต้าก่านตบไหล่เขาเบา ๆ “เอาน่าศิษย์น้อง คนที่เจ้าพามาต้องใช้ได้อยู่แล้ว”
ระหว่างที่กล่าวเช่นนั้นสายตาของเจ้าสำนักก็หันมาทางซ่งชิงหนานแล้วยกยิ้ม “เจ้าชื่ออันใดเล่า”
ซ่งชิงหนานตอบอย่างเคร่งขรึม “ข้าซ่งชิงหนานขอรับ”
อู่ต้าหย่งถามต่อ “อายุเท่าไร”
“ปีนี้สิบสองขอรับ”
ซ่งชิงหนานดูผอมและตัวไม่ใหญ่มาก เขาจึงคาดหวังว่าอายุจะน้อยกว่านี้
อู่ต้าก่านขมวดคิ้ว “สิบสองปีนี้อย่างนั้นหรือ เริ่มตอนอายุเท่านี้น่าจะช้าเกินไปเสียหน่อย”
ท่าทางของซ่งชิงหนานดูประหม่าขึ้นมา “ถึงข้าจะอายุเกินแล้ว แต่ข้าจะตั้งใจฝึกอย่างหนักขอรับ โปรดท่านให้โอกาสข้าด้วยขอรับ”
หัวใจของซ่งชิงหลันก็พลันกระตุกวูบเมื่อเห็นเช่นนั้น
อู่ต้าหย่งจึงช่วยพูดให้ว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ จำที่ท่านปรมาจารย์เคยกล่าวไว้ได้หรือไม่ ว่าการต่อสู้ไม่ควรถูกจำกัดด้วยอายุ”
ดังที่โบราณกล่าวไว้ว่าความพยายามสามารถชดเชยคืนวันแห่งความอ่อนแอลงได้
ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจหลักของการต่อสู้ที่แข็งแกร่งก็คือความเพียรพยายาม ต้องอาศัยความอดทนต่อความยากลำบากและผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปให้ได้ สิ่งสำคัญคือต้องมีจิตใจมุ่งมั่นในการเรียนรู้ หากไม่ได้มีใจใฝ่ไปทางนี้ ก็ไม่อาจอดทนฝึกฝนได้นานเช่นกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นความรู้ด้านการต่อสู้หลายแขนงก็จะไม่สามารถบรรลุได้
ดวงตาของซ่งชิงหนานพลันเปล่งประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น หากเขาได้โอกาสนี้ เขาจะตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่แน่
อู่ต้าก่านมองศิษย์น้องของตนด้วยรอยยิ้มแล้วพูดติดตลก “ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าได้เป็นศิษย์คนโปรดของท่านพ่อ แม้แต่การพูดการจาก็เหมือนกับท่านพ่อไม่มีผิดเพี้ยน”