ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 73 เช่าร้านติดถนนในย่านการค้าที่พลุกพล่าน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 73 เช่าร้านติดถนนในย่านการค้าที่พลุกพล่าน
บทที่ 73 เช่าร้านติดถนนในย่านการค้าที่พลุกพล่าน
วันต่อมา
หลังจากที่ซ่งชิงหลันจัดการป้อนนมแพะให้ลูกน้อยทั้งสองแล้ว นางก็ตามน้องชายออกไปช่วยงานที่ร้าน
ทันทีที่ไปถึงก็พบว่าหลี่ซิ่วซิ่วกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน
เจ้าของร้านสาวมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม นางมองคนไม่ผิดจริง ๆ
หลี่ซิ่วซิ่วส่งเงินทอนถึงมือชายชราที่เป็นลูกค้า พร้อมเอ่ยเตือนเสียงหวาน “ท่านตา นี่เจียนปิ่งของท่าน อย่าลืมเงินทอน ถือดี ๆ นะเจ้าคะ เดินระวัง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ”
เมื่อลูกค้าจากไป สาวน้อยก็หันมาทางซ่งชิงหลันที่เดินเข้ามาในร้านเพื่อทักทายอย่างยิ้มแย้ม “พี่ชิงหลัน ท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มตอบ “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยหรือไม่?”
หลี่ซิ่วซิ่วส่ายหน้า “ไม่เหนื่อยเลยเจ้าค่ะ พี่ชิงตงเหนื่อยกว่าข้าเสียอีก”
ว่าพลางชำเลืองมองไปทางซ่งชิงตงที่เป็นคนทำเจียนปิ่ง
ซ่งชิงหลันเริ่มสวมผ้ากันเปื้อนแล้วตรงเข้าไปช่วยน้องชายทำอาหาร
ทั้งสองช่วยกันทำเจียนปิ่ง รวดเร็วกว่าเดิมมาก เพียงไม่นานแถวของลูกค้าที่รออยู่ก็เริ่มสั้นลง
เมื่อลูกค้าได้อาหารก็ทยอยแยกย้ายกันไป
ซ่งชิงตงเป็นคนทำเจียนปิ่งชิ้นสุดท้ายและส่งให้หลี่ซิ่วซิ่ว พร้อมเอ่ย “วันนี้เจ้ามาแต่เช้า ได้กินข้าวหรือยัง เอานี่ไปกินเถิด”
ได้ยินเช่นนั้นสาวน้อยก็ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ พี่ชิงตง”
ซ่งชิงหลันหยิบเอามันเทศเผาร้อน ๆ หอมฉุยออกมาจากเตา เพื่อให้หลี่ซิ่วซิ่วได้กินเช่นกัน “ต่อไป เจ้าต้องกินข้าวเช้าก่อนทำงานด้วย เอานี่ไป รีบกินเข้า เสร็จแล้วเราจะได้ไปดูร้านใหม่กัน”
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ พี่ชิงหลัน พวกท่านดีกับข้าจริง ๆ”
ความซาบซึ้งท่วมท้นอยู่ในอกของหลี่ซิ่วซิ่ว ที่ผ่านมานางมักถูกเจ้าของร้านหมิงซิ่วฟางเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ เมื่อได้มาพบเจ้านายที่ใจดีเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกปราบปลื้มในใจมาก
จากนั้น ซ่งชิงหลันก็เดินเข้าไปกระซิบกระซาบกับซ่งชิงตง “ซิ่วซิ่วทำงานเป็นอย่างไรบ้าง”
น้องชายพยักหน้า “นางไม่เพียงขยันทำงาน แต่ยังยิ้มแย้ม พูดจาฉะฉานกับลูกค้าด้วยขอรับ”
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะเริ่มหยอกล้อ “แล้วที่เจ้าสังเกตว่านางยังไม่ได้กินข้าว แสดงว่าเจ้าคงชอบพอนางไม่น้อย”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นน้องชายก็มีท่าทีลุกลี้ลุกลน หน้าแดงหูแดงขึ้นมาเสียอย่างนั้น “ท่านพี่ นี่ท่านพูดอันใดกันขอรับ”
ฝ่ายพี่เพียงยิ้ม “ไม่ได้คิดอันใด เจ้านั่นแหละคิดอันใดอยู่”
ในตอนนั้น เสียงทุ้มก็ดังขึ้นจากบริเวณหน้าร้าน “แม่นางซ่ง ข้าขอเจียนปิ่งกับมันเผาอย่างละสองนะ”
ซ่งชิงหลันพบว่าคนที่มามีเพียงหวังจู้เท่านั้น
“เจ้าค่ะ ข้าจะทำให้ประเดี๋ยวนี้เลย”
หญิงสาวตักแป้งเต็มกระบวย แล้วเกลี่ยลงบนกระทะ ใส่ส่วนผสมต่าง ๆ ตามด้วยน้ำปรุงรสสูตรพิเศษ ทำทุกอย่างเป็นขั้นตอนอย่างคล่องแคล่ว
ไม่นานนักเจียนปิ่งม้วนสองชิ้นก็พร้อมแล้ว
หลี่ซิ่วซิ่วเองก็เข้ามาช่วยงานอย่างคล่องแคล่วเช่นกัน สาวน้อยรีบไปที่เตาเหล็ก เอามันเผาออกมาสองหัว ส่งให้หวังจู้พร้อมกับซ่งชิงหลันที่ส่งเจียนปิ่งให้เขา
ตอนนั้นเองที่เจ้าหน้าที่หนุ่มค้นพบว่าที่ร้านมีคนแปลกหน้าเพิ่มมาหนึ่งคน
ดวงตาของหวังจู้พลันเปล่งประกายเมื่อได้พบกับความน่ารักของสาวน้อยหลี่ซิ่วซิ่ว จึงอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ “แม่นางซ่ง เจ้ามีผู้ช่วยน่ารักเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน นางเป็นญาติของเจ้าหรือ?”
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม “นางชื่อหลี่ซิ่วซิ่ว ข้าเพิ่งจ้างนางมาช่วยงานเมื่อวานนี้ ซิ่วซิ่ว พี่ชายท่านนี้คือพี่หวังจู้ เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลประตูเมือง”
เมื่อสาวน้อยได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าหน้าที่ ก็ตกใจขึ้นมาเล็กน้อย “คารวะนายท่านหวังเจ้าค่ะ”
หวังจู้รีบโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “อย่าสุภาพขนาดนั้นเลย เรียกข้าว่าพี่หวังเถิด”
ซ่งชิงหลันมองไปรอบ ๆ อย่าสงสัยแล้วถามหวังจู้ “วันนี้ท่านไม่ได้มากับท่านพี่อู่หรือเจ้าคะ?”
“ท่านหัวหน้าไม่ค่อยสบายน่ะสิ วันนี้เขาเลยพักอยู่ที่บ้าน” หวังจู้ยังคงหัวเราะแล้วพูดติดตลก “เจ้ากับท่านหัวหน้านี่โชคไม่ดีเอาเสียเลย สองสามวันมานี้เขาเอาแต่มองหาเจ้า หากแต่แม่นางซ่งก็ไม่มา พอวันนี้แม่นางซ่งมาแล้ว ท่านหัวหน้าก็กลับป่วย”
คำพูดของหวังจู้สามารถทำให้คนฟังเข้าใจไปได้หลายทางถึงความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าของเขากับแม่นางซ่ง
ถึงอย่างนั้นซ่งชิงหลันก็เพียงยิ้มอย่างเคอะเขิน ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป
ตอนนั้นเองที่เจ้าหน้าที่หนุ่มเริ่มคิดขึ้นได้ว่าตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว จึงเริ่มเขินอายขึ้นมาบ้าง
โชคดีที่ซ่งชิงตงช่วยเอาไว้ “หมายถึงท่านพี่อู่อยากกินเจียนปิ่งฝีมือท่านพี่สินะขอรับ”
หวังจู้หาทางลงให้ตัวเองได้ในทันที “ใช่ ๆ นั่นแหละที่ข้าหมายถึง เอาเถิด ข้าไม่กวนเวลาทำมาหากินของพวกเจ้าแล้ว ขอตัวกลับไปที่ประตูเมืองก่อนดีกว่า”
หลังจากที่เขาจากไป ลูกค้าที่รออยู่ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซ่งชิงหลันกับหลี่ซิ่วซิ่วจึงออกจากร้านเจียนปิ่ง เพื่อหาที่เปิดร้านขายเสื้อด้วยกัน
ซ่งชิงหลันบังคับลาลากเกวียนไปตามถนน โดยมีสาวน้อยเป็นผู้โดยสาร
ระหว่างที่บังคับลา หลี่ซิ่วซิ่วก็ถามขึ้น “พี่ชิงหลัน ท่านคิดไว้ว่าอยากเปิดร้านที่ใดเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันตอบด้วยรอยยิ้มโดยที่ยังจดจ่ออยู่กับการควบคุมทิศทาง “ถนนหย่งติ้งน่ะ”
เจ้าของร้านสาวยกยิ้มขี้เล่นแล้วเอ่ยชวน “เราไปที่นั่นกันเถิด”
หลี่ซิ่วซิ่วปิดปากด้วยความตกใจ อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอย่างลังเล “พี่ชิงหลัน ท่านแน่ใจแล้วหรือเจ้าคะ? ค่าเช่าที่ย่านนั้นสูงมากเลยนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมีแผน “แม้ค่าเช่าจะสูงเพียงใด แต่ก็มีลูกค้าเยอะ”
จากนั้นไม่นานหญิงสาวทั้งสองก็มาถึงถนนหย่งติ้ง
ถนนหย่งติ้งเป็นย่านที่มีชีวิตชีวา มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดในเมืองหลวง
สองฟากฝั่งถนนเต็มไปด้วยร้านหลากหลาย สินค้าที่วางเรียงรายให้เลือกซื้อล้วนแต่เป็นของชั้นดีดูตระการตา
ทันทีที่มาถึง นางก็อดคิดถึงคำว่า ‘สวรรค์แห่งการซื้อ’ ไม่ได้
ซ่งชิงหลันหัวเราะกับตัวเองแล้วพูดขึ้นมา “ทำเลดีมากจริง ๆ”
หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้าตาม “ไม่ว่าจะอยากซื้อสิ่งใดก็หาได้จากที่นี่ทั้งหมด ช่างสะดวกสบายยิ่งนัก”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว “สะดวกสำหรับแม่ค้าอย่างเราด้วย ไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ใดให้เช่าบ้าง”
สองสาวมองไปรอบ ๆ ถนนหย่งติ้ง ที่นี่มีร้านทำเลดี ๆ ไม่น้อย หากแต่ราคาค่าเช่าก็สูงลิบ และพวกนางยังเลือกที่ตั้งของร้านใหม่ไม่ได้เสียที
ระหว่างที่กำลังคิดว่าจะกลับไปก่อนอยู่นั้นเอง พวกนางก็ได้พบกับร้านโล่ง ๆ ร้านหนึ่งที่หัวมุมถนน
เมื่อเห็น ดวงตาของซ่งชิงหลันก็เป็นประกายขึ้นมา นางรีบสาวเท้าตรงไปที่นั่นทันที
ทำเลของร้านไม่ได้ดีเลิศอะไรนัก อีกทั้งคนก็ไม่ได้เยอะมาก พื้นที่ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ไม่ง่ายที่จะจัดวางของขายให้สวยงาม เพราะอย่างนั้นร้านนี้จึงไม่สามารถหาคนมาเช่าได้
และถึงมีคนมาเช่า ก็มักจะปิดตัวลงหลังจากเริ่มเปิดภายในหนึ่งหรือสองเดือน
ซ่งชิงหลันและหลี่ซิ่วซิ่วยืนอยู่หน้าร้านสักครู่ก็มีชายชราท่าทางใจดีเดินออกมาเอ่ยทักทาย “แม่นางทั้งสอง มาที่นี่เพราะอยากเช่าร้านใช่หรือไม่?”