ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 72 ข้าอยากทำ
บทที่ 72 ข้าอยากทำ
ตกกลางคืน ซ่งชิงหลันก็เริ่มคำนวณเงินทั้งหมดภายในห้องของนาง
หลังจากที่ทำร้านเจียนปิ่งมาสักพัก ยามนี้นางมีเงินเก็บสามสิบถึงสี่สิบตำลึงแล้ว
หญิงสาวเริ่มวางแผนในใจ เงินพวกนี้น่าจะเพียงพอสำหรับทำร้านตัดเสื้อได้
ในช่วงวันที่ผ่านมา หญิงสาวตระเวนดูร้านเสื้อผ้าในย่านเดียวกันกับร้านหมิงซิ่วฟาง และร้านเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ริมถนนอื่น ๆ ก็พบว่าส่วนใหญ่เสื้อผ้าพวกนั้นจะดูคล้ายคลึงกัน ไม่ได้มีสิ่งใดแปลกใหม่
เสื้อคลุมรูปแบบใหม่ที่นางเย็บให้น้องชายก็ดูจะได้รับความสนใจจากผู้คน
นั่นทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะสามารถขายเสื้อผ้ารูปแบบอื่น ๆ นอกจากแบบที่ไปสำรวจมาได้
ซ่งชิงหลันเอาแต่นอนคิดเรื่องนี้อยู่จนรุ่งสาง
เช้าต่อมา ซ่งชิงหลันยังอยู่ที่บ้าน เย็บหมวกหัวเสือน่ารัก ๆ ให้ซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่
มันเป็นหมวกที่เข้ากันกับเสื้อกันหนาวบุนวมนิ่ม ๆ อีกทั้งยังช่วยป้องกันเด็กน้อยทั้งสองจากความหนาวและยังดูน่ารักเหมือนตุ๊กตา
เมื่อสวมมันให้ลูกน้อยแล้ว แม้แต่ท่านย่าเองก็อดที่จะชมพวกเขาขึ้นมาเสียไม่ได้ “เฉินเฉินเยว่เยว่ของทวด ใส่ชุดนี้แล้วน่ารักเสียจริง”
ซ่งชิงหลันมองตุ๊กตาตัวน้อยทั้งสองอย่างไม่อาจละสายตาไปได้เพราะความน่ารักน่าเอ็นดู
หลังมื้อกลางวันผ่านไป นางก็ไปที่ร้านเจียนปิ่ง เพื่อช่วยซ่งชิงตงขายของ
ทันทีที่มาถึงร้านนางก็เอากระดาษสีแดงที่เตรียมไว้มาติดหน้าทางเข้า
ซ่งชิงตงออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นและถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “รีบสมัครคนเพิ่มหรือขอรับ ท่านพี่ ที่ผ่านมาเราก็ทำกันเองได้นะขอรับ เหตุใดจึงต้องหาคนมาเพิ่มด้วย”
คนเป็นพี่ยิ้มตอบ “ร้านของเราขายดีขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งชิงซีกับชิงเป่ยก็ต้องเรียนหนังสือ เจ้าทำงานยุ่งทั้งวันจะเหนื่อยเกินไป ข้าเลยจะหาคนมาช่วยเจ้า”
น้องชายขมวดคิ้ว “ท่านพี่ หากจ้างคนก็ต้องใช้เงินอีก ถึงจะเหนื่อยแต่ข้ายังทำคนเดียวไหว จัดการทุกอย่างได้สบายมากขอรับ”
“ชิงตง จริง ๆ แล้วข้ามีแผนอื่นอยู่อีก…”
ก่อนที่นางจะได้เล่า สองพี่น้องก็ได้ยินเสียงอ่อนหวานดังขึ้นจากด้านหลัง “ขอโทษนะเจ้าคะ ที่นี่กำลังรับคนเพิ่มหรือไม่?”
เจ้าของร้านสาวหันไปตามต้นเสียง และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าคนที่มาใหม่เป็นใคร “น้องสาว”
หลี่ซิ่วซิ่วเองก็จำซ่งชิงหลันได้ นางจึงยิ้มอย่างเขินอาย แล้วถามต่อด้วยเสียงแผ่วเบา “ท่านยังหาคนเพิ่มอยู่หรือไม่เจ้าคะ?”
ก่อนที่ซ่งชิงหลันจะหาเสียงของตัวเองเจอ ซ่งชิงตงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “พวกเราหาคนเพิ่มอยู่จริง ๆ แต่ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่เหมาะกับงานนี้”
ซ่งชิงหลันกระซิบกับน้องชาย “ชิงตง..”
ซ่งชิงตงเป็นคนตรงไปตรงมา มักจะบอกไปตามความรู้สึกของเขาอยู่เสมอ “ท่านพี่ ในเมื่อเราต้องจ้างคนมาช่วยงาน เราก็ต้องหาคนที่ทำงานหนัก ๆ ไหว ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เช่นนี้ไม่น่าจะช่วยยกของได้หรอกขอรับ”
จู่ ๆ ซ่งชิงหลันก็ยิ้มขึ้นมาอย่างแฝงความหมายบางอย่าง “แต่ข้าชอบฝีเข็มของเจ้ามาก”
พูดจบซ่งชิงหลันก็เริ่มถามหลี่ซิ่วซิ่ว “หมิงซิ่วฟางให้เงินค่าจ้างเจ้าเท่าไร”
“เดือนละหนึ่งตำลึงเจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่วตอบเบา ๆ และเริ่มอธิบายอย่างกระวนกระวาย “ข้าทำงานหนักได้นะเจ้าคะ ลำบากเพียงใดก็ทนไหว จะสั่งให้ข้าทำอันใด ข้าทำได้หมด ให้เงินแค่ห้าร้อยเหรียญก็พอแล้ว”
นางรู้อยู่แล้วว่าค่าจ้างร้านอาหาร ไม่มีทางเทียบกับค่าปักผ้าในร้านเสื้อผ้าได้
เป็นปกติที่ลูกจ้างตามบ้านขุนนางจะได้เงินเดือนไม่กี่ร้อย และยิ่งเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ เช่นนี้ค่าจ้างก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก
หากแต่นางไม่คาดว่าซ่งชิงหลันจะเสนอให้นางมากถึงเพียงนั้น “ข้าจะจ้างเจ้า เดือนละสองตำลึง”
หลี่ซิ่วซิ่วถามอย่างประหลาดใจ “สองตำลึงหรือเจ้าคะ?”
นี่นางหูฝาดไปหรือเปล่านะ
ซ่งชิงตงเองก็ตกใจเรื่องนี้ไม่แพ้กัน “สองตำลึงต่อเดือนเชียวหรือขอรับ”
ท่านพี่ของเขากำลังเล่นตลกอะไรอยู่หรือเปล่า
ซ่งชิงตงขมวดคิ้ว รีบดึงท่านพี่ออกมาอย่างรวดเร็วแล้วกระซิบถามนางขึ้น “ท่านพี่ ท่านหมายความว่าอย่างไร สองตำลึงไม่มากไปหรือขอรับ”
ซ่งชิงหลันกลับไม่มีท่าทีลังเล นางหันกลับไปทางหลี่ซิ่วซิ่ว และตอบคำถามของทั้งคู่ “เจ้าได้ยินถูกแล้ว ข้าจะจ้างเจ้าสองตำลึง แต่ไม่ใช่งานร้านอาหารนี่ นั่นเป็นค่าจ้างสำหรับงานปักผ้าต่างหาก”
หลี่ซิ่วซิ่วกะพริบตาปริบ ๆ “ปักผ้าหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงตงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาในทันที “ท่านพี่ แผนอื่นที่ท่านว่าก็คือ…”
สาวคนเก่งยิ้ม “ใช่ ข้าจะทำร้านเสื้อผ้า”
หลังเอ่ยไปเช่นนั้น ซ่งชิงหลันก็มองไปทางหลี่ซิ่วซิ่วอีกครั้ง “เจ้าว่าอย่างไร อยากทำงานกับเราหรือไม่?”
สาวน้อยรีบพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “เจ้าค่ะ ข้าอยากทำ”
สาวน้อยคนนี้รักงานเย็บปักที่สุดในชีวิต แต่กลับถูกเจ้าของร้านเสื้อผ้าชื่อดังไล่ออกจากงาน นั่นทำให้ไม่มีร้านเสื้อร้านใดในเมืองอยากจ้างไปทำงานด้วยอีก
หลี่ซิ่วซิ่วจำต้องดิ้นรนหางานอื่นในการเลี้ยงปากท้อง
แต่ด้วยโชคชะตาหรือความบังเอิญ สาวน้อยก็ได้กลับมาทำสิ่งที่ชอบอีกครั้ง
เจ้านายคนใหม่ยิ้มอย่างยินดี “เยี่ยมไปเลย เจ้าเริ่มงานได้ทันที เช้าวันพรุ่งเรามาคุยรายละเอียดเรื่องนี้กัน”
“ประเดี๋ยวนะขอรับท่านพี่” ซ่งชิงตงเอ่ยอย่างตื่นเต้นจากด้านหลัง “เหตุใดจู่ ๆ ท่านก็อยากจะเปิดร้านเสื้อขึ้นมา ข้าไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยขอรับ”
เขาเพียงกังวลว่าท่านพี่จะด่วนตัดสินใจเกินไป
ซ่งชิงหลันเข้าใจความกังวลใจของน้องชายจึงได้อธิบายเพิ่ม “ข้าวางแผนจะเปิดร้านเสื้อผ้านี้ไม่ใช่เพราะอยู่ ๆ ก็อยากทำหรอก ข้าไปสำรวจดูร้านอื่น ๆ มาหลายแห่งก่อนหน้านี้ และไตร่ตรองดูแล้วว่าเรามีโอกาสทำเงินได้หากเปิดร้าน”
เมื่อคนน้องได้ยินท่านพี่ว่าเช่นนั้น ก็รู้สึกโล่งใจและพยักหน้าตาม “ขอรับ อย่างนั้นก็ย่อมได้ ข้าเชื่อท่าน”
ซ่งชิงหลันหันกลับมาทางสาวน้อย “จริงสิ ข้ายังไม่รู้ชื่อเจ้าเลย”
“ข้าหลี่ซิ่วซิ่วเจ้าค่ะ”
“เป็นชื่อที่น่ารักมาก ข้าซ่งชิงหลัน เจ้าเรียกข้าว่าพี่ชิงหลันได้ นี่น้องชายข้าซ่งชิงตง”
หลี่ซิ่วซิ่วเรียกชื่อทั้งคู่ขึ้นมาทีละคน “พี่ชิงหลัน พี่ชิงตง”
ซ่งชิงหลันจับมือเล็ก ๆ ของนางแล้วพูดต่อ “ร้านเสื้อของข้ายังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ เช้าวันพรุ่งเจ้ามาที่นี่ มาช่วยเก็บเงินกับคุมเตาไปก่อน รอลูกค้าร้านอาหารน้อยลงช่วงสาย เจ้าค่อยออกไปดูร้านที่จะเช่าใหม่ด้วยกันกับข้า”
หลี่ซิ่วซิ่วรีบพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ วันพรุ่งข้าจะรีบมา”
ระหว่างอาหารเย็น ซิ่งชิงหลันก็เล่าให้ทุกคนในบ้านฟังถึงแผนการเปิดร้านเสื้อของนาง
คนที่ดูกระตือรือร้นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นซ่งชิงเป่ย
เด็กชายวางตะเกียบลงแล้วรีบพูดอย่างตื่นเต้น “ท่านพี่ หากท่านเปิดร้านเมื่อไร ข้าจะรีบบอกเพื่อน ๆ ให้ไปอุดหนุนเลยขอรับ พวกเขาต้องชอบมากแน่ ๆ”
ที่สำนักศึกษา แม้ว่าซ่งชิงเป่ยจะไม่ได้โดดเด่นเรื่องการเรียนมากนัก แต่เขาเป็นคนที่มีเพื่อนมากมาย
แม่เฒ่าซ่งมีท่าทางกังวลใจ “หลันหลัน ทำร้านเสื้อผ้าต้องใช้เงินไม่น้อย ทั้งยังต้องจ้างช่างตัดเย็บสักสองสามคน ต้องเสียเงินก่อนในช่วงเริ่มทำร้านโดยที่ยังขายของไม่ได้ ย่าว่ามันเสี่ยง เจ้าอย่าทำเลยจะดีกว่า”
หญิงชรามักจะกังวลเรื่องความมั่นคง ไม่อยากให้พวกเขาต้องเจอกับความเสี่ยง
ซ่งชิงหลันรีบปลอบให้นางสบายใจขึ้น “ท่านย่าไม่ต้องห่วง ข้ามีแผนทุกอย่างหมดแล้วเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงซียังช่วยสนับสนุนอีกคน “หากต้องการให้บ้านเรารุ่งเรืองขึ้นอีก ก็ต้องคิดการใหญ่และวางแผนอย่างรอบคอบ การเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ จะช่วยเลี้ยงครอบครัวเราให้มีอยู่มีกินก็จริง แต่หากอยากไปสู่ความร่ำรวยมั่งคั่ง ก็ต้องวางแผนการที่จะเติบโตให้มากขึ้น ท่านพี่ ข้าว่าท่านทำถูกแล้วขอรับ”
ซ่งชิงหลันได้ฟังก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างชอบใจ “ชิงซี หลังจากกลับไปเรียนหนังสือ ความคิดความอ่านของเจ้าก็เติบโตขึ้นมาก ไม่เสียแรงที่ตั้งใจอย่างหนัก เจ้าคงได้อันใดจากการเรียนมามากจริง ๆ”