ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 75 เมื่อไรที่ถึงคราวของเรา อำนาจต่อรองก็จะมาอยู่ในกำมือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 75 เมื่อไรที่ถึงคราวของเรา อำนาจต่อรองก็จะมาอยู่ในกำมือ
บทที่ 75 เมื่อไรที่ถึงคราวของเรา อำนาจต่อรองก็จะมาอยู่ในกำมือ
ส่งชิงหลันยิ้มเย็น “ข้าเอง”
“ว่าอย่างไรนะ?” จางจูจูมองด้วยความตกใจ “เจ้า? จ้างนางไปช่วยขายเจียนปิ่งที่ร้านอย่างนั้นหรือ ฮ่า ๆ… จริงสิ นังเด็กนี่คงจะทำงานเย็บผ้าต่อไปไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนไปเป็นลูกจ้างร้านอาหารแทนสินะ”
“เพชรอยู่ที่ใดก็ย่อมเป็นเพชร งานปักที่นางทำยอดเยี่ยมมาก ต่อให้นางไม่ได้อยู่ในร้านของท่านแล้ว ฝีมือก็ยังดีอยู่วันยังค่ำ”
เมื่อพูดเช่นนั้นซ่งชิงหลันก็เอ่ยต่ออย่างติดตลก “กลับกัน ท่านที่แม้แต่ช่างปักฝีมือดีอย่างซิ่วซิ่วก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้ เกรงว่าต่อไปแม้แต่ร้านหมิงซิ่วฟางเองก็อาจตกต่ำลงก็เป็นได้นะเจ้าคะ”
เมื่อจางจูจูได้ยินคำสบประมาทเช่นนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ นางชี้หน้าซ่งชิงหลันแล้วเดินตรงเข้ามาอย่างหาเรื่อง “พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
ไม่ทันที่จางจูจูจะได้ตอบโต้ นางก็สะดุดชายชุดตัวเองล้มคว่ำลงกับพื้นเสียก่อน
“ฮ่า ๆ”
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับความขบขันตรงหน้า
แม้แต่หลี่ซิ่วซิ่วก็แอบยิ้มขำแล้วพูดอย่างแผ่วเบา “ข้าเตือนท่านแล้วอย่างไรเล่า ว่าการออกแบบของท่านมันมีปัญหา แต่ท่านก็ไม่ฟังข้า ถึงได้ใส่เสื้อผ้าแล้วสะดุดล้มเช่นนี้”
“หนอย นังสองตัวนี้ กล้าดีอย่างไรมาหัวเราะเยาะข้า” เจ้าของร้านร่างท้วมเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยว รีบชี้หน้าหลี่ซิ่วซิ่วแล้วตะคอกเสียงดัง “เจ้าคิดว่าตัวเองดีเด่มาจากที่ใดกัน ตอนที่ข้าเริ่มทำเสื้อผ้า เจ้ายังไม่รู้ภาษาเสียด้วยซ้ำ กล้ามาสั่งสอนข้าอย่างนั้นหรือ หึ”
ระหว่างนั้นเองเฝิงเหรินเจี้ยนเจ้าของร้านผ้าหรูอี้ได้ยินเสียงเอะอะด้านนอกเข้าจึงรีบวิ่งออกมาดูที่หน้าร้าน พอได้เห็นว่าจางจูจูล้มอยู่ที่พื้นก็ตกใจมาก
“พี่จาง! ท่านเป็นอันใดไป ก่อนออกจากร้านยังดี ๆ อยู่เลย เหตุใดถึงได้ล้มอยู่ที่พื้นเล่า”
เฝิงเหรินเจี้ยนรีบก้าวเข้ามาช่วยพยุงนางขึ้นจากพื้นหลังกล่าวจบ
“หึ ก็เพราะนังสองคนนี้น่ะสิ” จางจูจูชี้ไปที่ซ่งชิงหลันและหลี่ซิ่วซิ่วด้วยความโกรธ
และรีบเอ่ยกับเฝิงเหรินเจี้ยนคล้ายกับการเตือนปนขู่ “เจ้าของร้านเฝิง ข้าบอกไว้เลยนะ อย่าได้คิดทำการค้ากับนังสองคนนี้ หากเจ้าไม่ฟังคำข้า หลังจากนี้อย่าหวังว่าหมิงซิ่วฟางจะซื้อผ้าจากเจ้าอีก”
พูดจบสตรีร่างท้วมก็ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า แล้วเดินตรงไปที่เกี้ยวของตัวเองเพื่อกลับไป
เฝิงเหรินเจี้ยนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่านางกลับไปแล้ว เพราะจางจูจูเป็นลูกค้ารายใหญ่ของร้านนี้
จากนั้นนางจึงหันหน้ามาทางหญิงสาวทั้งสองที่ยืนอยู่ พร้อมถามด้วยรอยยิ้ม “แม่นางทั้งสอง ท่านมาที่นี่เพื่อซื้อผ้าร้านเราหรือไม่? เชิญเข้ามาข้างในก่อนเถิด”
เฝิงเหรินเจี้ยนมีรอยยิ้มการค้า และเริ่มแสดงท่าทางเป็นมิตรต่อคนที่ดูจะเป็นลูกค้าใหม่ของตนเองโดยพลัน
ผ้าที่ขายในร้านหรูอี้นั้นไม่เลวเลยจริง ๆ
ซ่งชิงหลันและหลี่ซิ่วซิ่วดูผ้าทั้งหมดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเริ่มเลือกผ้าที่ต้องการจะซื้อจากร้านทั้งหมดออกมา
และได้จ่ายเงินมัดจำไว้จำนวนหนึ่งก่อนที่จะจากไป
เมื่อลูกค้าใหม่ทั้งสองจากไป พนักงานในร้านจึงหันมาถามเจ้าของร้านของตัวเองด้วยความสงสัย “เจ้านาย ท่านจะค้าขายกับพวกนางจริงหรือ ไม่กลัวว่าแม่นางจางจะเลิกซื้อผ้าของร้านเราหรือเจ้าคะ”
เฝิงเหรินเจี้ยนถ่มน้ำลายอย่างรังเกียจ “ไม่มาก็ดี สตรีนางนั้นทั้งขี้เหนียวทั้งเจ้าเล่ห์ เราช่วยเหลือนางมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน มาตอนนี้ร้านนางโด่งดังใหญ่โต แต่กลับเอาแต่ต่อราคา กดราคาของร้านเราอยู่เสมอ น่าโมโหเสียจริง”
ระหว่างที่พูดเช่นนั้น เจ้าของร้านเฝิงก็จิบน้ำชาหอมกรุ่นแล้วระบายยิ้ม “เราเปิดร้านก็เพื่อขายของ จะมีเหตุผลใดให้ต้องปฏิเสธเงินที่เดินมาหาเราถึงหน้าร้านเช่นนี้ ผ้าที่ขายให้แม่นางซ่งก็ราคาดีมาก ค้าขายกับนางมีแต่จะได้กำไรงาม”
พนักงานร้านรีบเข้ามารินชาเพิ่มให้นางแล้วเอ่ยอย่างประจบ “เจ้านายของข้าทั้งฉลาดและคิดได้รอบด้านมากเลยเจ้าค่ะ”
….
ระหว่างทางกลับ ซ่งชิงหลันเห็นใบหน้ายุ่งเหยิงของหลี่ซิ่วซิ่วที่นั่งอยู่ข้างกัน จึงได้เริ่มถามขึ้น “ซิ่วซิ่ว เจ้าเป็นอันใดไป มีเรื่องอะไรในใจหรือ?”
หลี่ซิ่วซิ่วเม้มริมฝีปาก และในที่สุดก็ถอนหายใจแล้วพูดออกมา “พี่ชิงหลัน ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องค้าขายนัก แต่ข้ารู้สึกว่าราคาผ้าที่ได้จากร้านหรูอี้มันสูงเกินไปหน่อย”
“ข้ารู้” ซ่งชิงหลันตอบอย่างใจเย็น
“ท่านว่าอย่างไรนะ… ท่านรู้หรือเจ้าคะ? แล้วเหตุใดถึง…” หลี่ซิ่วซิ่วมีท่าทีประหลาดใจ ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “พี่ชิงหลัน ท่านรู้เช่นนี้แล้ว เหตุใดถึงยังตัดสินใจจะซื้อผ้าของนางเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ในตอนนี้เราเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มีบารมีมากพอที่จะต่อรองอันใดได้ แต่เมื่อไรที่ถึงคราวของเรา อำนาจต่อรองก็จะมาอยู่ในกำมือ”
“โอ้” หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้าตามอย่างใช้ความคิด แม้นางจะเข้าใจเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
เมื่อได้เห็นท่าทางไร้เดียงสาของสาวน้อย ซ่งชิงหลันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างเอ็นดู
จากนั้นจึงเริ่มอธิบายต่อ “เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ไป เราต้องรีบเปิดร้าน ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับราคานี้ไปก่อน เพราะร้านเสื้อของเราเพิ่งจะเปิดใหม่ แต่หลังจากนี้จะต้องเป็นฝ่ายร้านผ้าที่ต้องมาขอให้เราซื้อผ้าจากพวกเขา”
อยู่ ๆ หลี่ซิ่วซิ่วก็พูดขึ้นอย่างจริงจัง “พี่ชิงหลัน ข้าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ร้านของท่านต้องประสบความสำเร็จในอนาคตแน่เจ้าค่ะ”
“จะว่าไปแล้ว…” ซ่งชิงหลันเปลี่ยนเรื่อง “ข้าลืมถามเจ้าเรื่องนี้ไปเลย เหตุใดจางจูจูถึงได้จงเกลียดจงชังเจ้าถึงเพียงนั้นได้ พวกเจ้ามีความแค้นใดต่อกันมาก่อนหรือไม่”
หลี่ซิ่วซิ่วส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มแล้วตอบ “เป็นเพราะนางต้องการประหยัดค่างานปัก อยากให้เราใช้ด้ายให้น้อยที่สุด แต่ต้องการงานที่แสดงฝีมืออย่างประณีต แน่นอนว่างานที่ดีก็ต้องมีการลงทุนกับอุปกรณ์ ข้าจึงไม่ฟังที่นางพูด ทำให้นางไม่พอใจมากจนไล่ข้าออก”
ซ่งชิงหลันยิ้มเย็น “ดูเหมือนว่าความตระหนี่และไม่รู้จักมองการณ์ไกลของนางจะทำให้ธุรกิจจบสิ้นลงได้”
หลังจากนั้นเจ้าของร้านสาวก็เอ่ยกับลูกน้อง “เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้น ทำงานกับข้า เจ้าสามารถใช้ทักษะของเจ้าได้เต็มที่”
“ว่าแต่ พี่ชิงหลัน ตอนนี้ท่านคิดชื่อร้านเสื้อของเราหรือยังเจ้าคะ?”
“อืม…” ซ่งชิงหลันคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ให้ชื่อว่าร้านชิงเยว่ก็แล้วกัน”
ทั้งสองหัวเราะอย่างพอใจ และไม่นานก็กลับถึงบ้าน
ลูกน้อยทั้งสองไม่ได้เจอกับมารดาของพวกเขาเลยทั้งวัน เมื่อเห็นว่านางกลับมาก็พากันพูดอ้อแอ้ ยื่นมือขอให้นางอุ้มโดยพลัน
ซ่งชิงหลันหอมแก้มนิ่มของหนูน้อยทั้งสอง เรียกเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของสองแฝดทันที
ท่านย่าเห็นเช่นนั้นก็ส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “ชิงเฉินและชิงเยว่เริ่มรู้จักอ้อนให้แม่หอมแล้วหรือนี่”
ซ่งชิงหลันหันมองท่านย่าในทันที แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านย่าเจ้าคะ ท่านดูแลเด็ก ๆ อย่างดีทุกวัน เพราะเช่นนั้นพวกเขาต้องคุ้นเคยกับท่านเจ้าค่ะ”
“ย่าก็แค่อยากให้เจ้าสบายใจ เวลาต้องออกไปทำงานข้างนอก”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ข้าวางใจท่านเสมอ ทุกอย่างราบรื่นเป็นสุขเพราะท่านย่าด้วยเจ้าค่ะ”
ตอนนั้นเอง เสียงของซ่งชิงเป่ยดังมาจากในครัว “ท่านย่า ท่านพี่ มากินมื้อเย็นกันเถิดขอรับ”