ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด - บทที่ 482 ความกรุณา
ไม่มีใครกล้าตอบรับ
“คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องเล่นเกมกับพวกคุณแล้ว เมื่อกี้ทุกคนเพลิดเพลินกันอยู่ใช่ไหม? พวกคุณตั้งกฎทุกอย่างเอง แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ผมจะตั้งกฎเองบ้างแล้ว”
คำชักชวนนี้ช่างน่าพิศวงอย่างยิ่ง
“ก่อนอื่นเลย ผมขอแนะนำกฎของเกมนี้ก่อน เกมชื่อว่า ‘ความกรุณา’ อย่างที่ทุกคนรู้กันดี ความกรุณาก็คือการมีน้ำใจต่อผู้อื่น คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา”
“แต่ในเกมนี้ ความกรุณาคือการมอบโอกาสให้ผู้อื่นมีชีวิตอยู่ต่อไป”
[โอ้แม่เจ้า ฉันมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาแล้ว]
[เล่นเกมบ้าอะไรกัน นี่มันเหมือนจุดเริ่มต้นของนิยายสยองขวัญชัด ๆ]
[อย่าพูดอีกเลย ฉันกลัวแล้ว!]
“ผมอยู่ในป่าคนเดียวมานาน มันน่าเบื่อมาก ผมชอบเล่นเกม แต่ที่นี่ไม่มีใคร ผมเลยต้องเล่นกับสัตว์เล็ก ๆ”
“ผมชอบเล่นเกมอย่างหนึ่ง ผมจะต้อนพวกมันมาอยู่รวมกัน แล้วดูพวกมันฆ่ากันเอง ตัวสุดท้ายที่รอดชีวิต จะเป็นผู้ชนะในเกม แล้วผมจะให้รางวัลมันด้วยการอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อไป”
ผู้ชมทั้งหลายเข้าใจแล้ว
[คุณเรียกสิ่งนี้ว่าเกมเหรอ? เป็นคุณที่ป่วยหรือผมกันแน่]
[นายทำบ้าอะไรตรงนี้ ฝึกเล่นไสยศาสตร์งั้นเหรอ?]
[ไม่น่าแปลกใจที่พวกสัตว์ต่าง ๆ ฟังคำสั่งเขา ที่แท้ก็เพราะพวกมันกลัวเขานั่นแหละ โอ้พระเจ้า]
[โหดร้ายจริง ๆ นี่ยังเป็นคนอยู่รึเปล่าเนี่ย]
[โอ้โฮ อย่าบอกนะว่า ตอนนี้นายกำลังจะเล่นเกมแบบนี้กับคนอื่นอีก]
…
ความคิดเห็นของผู้ชมนั้นแม่นยำมาก
“แต่สัตว์ทั้งหลายก็ยังคงเป็นเพียงสัตว์ การที่ผู้แข็งแกร่งเอาเปรียบผู้อ่อนแอคือสัญชาตญาณของพวกมัน เพื่อให้มีชีวิตรอด ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือพี่น้อง พวกมันสามารถทอดทิ้งได้ทั้งหมด ดูไปนาน ๆ ก็เบื่อ”
ขงชิวถอนหายใจ
“แต่ตอนนี้ ในที่สุดผมก็ได้พบกับพวกคุณแล้ว ดังนั้น พวกเรามาเล่นเกมด้วยกันเถอะ”
[กรี๊ด ๆ ๆ ไอ้บ้า ใครจะไปอยากเล่นเกมกับแกเล่า!]
[ช่วยด้วย! อย่าบอกฉันนะว่าจุดประสงค์ที่เขาพาคนมาที่นี่ก็เพื่อเรื่องนี้!]
[แย่มากเลย มีใครมาช่วยหน่อยได้ไหม คนจากหน่วยสืบสวนพิเศษล่ะ!]
ผู้ชมทุกคนต่างรู้สึกกลัว แล้วจะไม่ให้คนที่ถูกมัดกลัวได้อย่างไร
เจียงฉือซิงนับว่าเป็นคนที่ค่อนข้างใจเย็นในกลุ่ม แต่ตอนนี้เขาก็ปิดบังความหวาดกลัวไม่มิดแล้ว
เขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “คุณต้องการจะทำอะไรกันแน่?”
ขงชิว “ผมบอกแล้วไม่ใช่หรือ ก็เล่นเกมไง”
เขายิ้มอย่างไร้เดียงสา แต่คำพูดนั้นช่างโหดร้ายเหลือเกิน
“ลองมาดูกันว่า พวกคุณทั้งหมดนี่ จะมีใครอยู่รอดจนถึงตอนสุดท้ายกันบ้าง?”
ทุกคนรู้สึกเหมือนใจจมดิ่งลงไปพร้อมกัน
สิ่งที่ต้องมาถึงก็มาถึงจนได้
เจียงฉือซิง “คุณพาเราออกมาตรงนี้ ก็เพื่อจุดประสงค์นี้งั้นเหรอ?”
ขงชิวคิดสักครู่แล้วตอบว่า “ก็ประมาณนั้นแหละ”
เจียงฉือซิงเริ่มพูดติดอ่าง “คุณอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ หนิงหนิงจะตามมาหาเราเร็ว ๆ นี้แล้ว เธอเก่งมากนะ”
คนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย แม้แต่เจียงเจินตอนนี้ก็ไม่สนใจเรื่องอื่นแล้ว เธอพยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง
“หนิงหนิง? เก่ง?”
ขงชิวเหมือนได้ฟังเรื่องตลกบางอย่าง
เขาแสดงท่าทางดูถูกอย่างมาก “เธอยังเอาตัวไม่รอดเลย ให้เธอดูแลตัวเองให้ดีก่อนค่อยว่ากันเถอะ”
[โอ้โฮ นี่หมายความว่ายังไง?]
[หนิงหนิงเป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?]
[ตั้งแต่เมื่อสักครู่ ทางนั้นก็ขาดการติดต่อไป ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง]
[ฉันไม่เชื่อหรอก หนิงหนิงเก่งขนาดนั้นเชียวนะ]
เจียงฉือซิง “คุณอย่าพูดเหลวไหล หนิงหนิงเก่งมากนะ”
ขงชิว “ผมพูดเหลวไหลหรือไม่ พวกคุณน่าจะรู้ดี ถ้าเธอเก่งขนาดนั้นจริง ทำไมถึงตอนนี้ยังไม่มาช่วยพวกคุณล่ะ ยอมแพ้ซะเถอะ”
เขาแค่นเสียงเย็นชา
“ไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในป่านี้ชัดเจนไปกว่าผมหรอก”
เจียงฉือซิงหน้าซีดเผือดขาวราวกับกระดาษ
เขารู้ดีว่าหนิงหนิงถึงแม้จะดูเย็นชาเฉยเมยจากภายนอก แต่เมื่อเกี่ยวกับเรื่องชีวิตคน เธอไม่เคยเอาความแค้นส่วนตัวมาเกี่ยวข้องเลย
ถ้าเธอสามารถมาช่วยพวกเขาได้ เธอคงมาตั้งนานแล้ว
สิ่งที่ขงชิวพูดในตอนนี้ เพียงแค่ยืนยันสิ่งที่เขาสงสัยอยู่ในใจ
หนิงหนิงไม่ได้มา แน่นอนว่าเธอต้องเจอปัญหาบางอย่างแล้ว
เจียงฉือซิงรู้สึกสิ้นหวังอยู่บ้าง แม้แต่หนิงหนิงยังไม่สามารถจัดการได้ แล้วขงชิวคนนี้จะเก่งกาจแค่ไหน
สายตาของขงชิวกวาดมองไปที่ใบหน้าของทุกคนทีละคน และเขาก็ได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวตามที่ต้องการ
เขาปรบมือและยิ้ม “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ผมขอประกาศให้เกมเริ่มต้นขึ้นเลยแล้วกัน”
ดอกไม้สีแดงที่บานอยู่ข้างกายของพวกเขา พร้อมใจกันส่ายไปมาอย่างตื่นเต้น
ทำให้คนที่มองเห็นรู้สึกขนหัวลุก
ขงชิวพูดอย่างไม่รีบร้อน “ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ผมคือผู้ออกโจทย์ของเกมนี้ ส่วนวิธีการตอบ ขึ้นอยู่กับตัวเลือกของพวกคุณเอง”
เขาเอียงศีรษะ ยิ้มมองกลุ่มคนที่ตกใจจนพูดไม่ออก “ใครอยากเป็นคนแรกที่เข้าร่วมเกมนี้ล่ะ?”
เขาชี้นิ้วไปเรื่อย ๆ แล้วก็หยุดลงที่ตัวเจียงเจิน
“งั้นก็เลือกคุณแล้วกัน เพื่อนรักของผม อย่างไรเกมนี้ก็ต้องเล่นกับคุณแน่นอน”
เจียงเจินแทบจะเป็นลมไปเสียตรงนั้น
เธออยากกลับไปในอดีตและตบตัวเองที่พยายามเข้าไปสนิทสนมกับขงชิวอย่างจงใจ
ขงชิว “ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอก กติกาเกมง่ายมาก คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมนี่นา ผมย่อมเปิดช่องทางพิเศษให้คุณอยู่แล้ว”
เจียงเจินแทบจะร้องไห้ “กติกาเกมคืออะไรกัน?”
ขงชิวมองเธอ แล้วเหลือบมองเหลียงชิงฮวนที่อยู่ข้าง ๆ เธอ เขายิ้มและพูดว่า “ง่ายมาก ตอนนี้ผมจะให้ทางเลือกกับคุณ ระหว่างคุณกับเธอคนนี้ มีชีวิตรอดได้แค่คนเดียว คุณจะเลือกยังไง?”
คำว่า ‘เธอคนนี้’ หมายถึงเหลียงชิงฮวนอย่างชัดเจน
เหลียงชิงฮวนตกใจ “คุณหมายความว่าอะไร มันเกี่ยวอะไรกับฉํน?”
ขงชิวอารมณ์ดีมาก “ผมบอกแล้วไง การดูสัตว์สู้กันมันไม่สนุก แน่นอนว่าต้องดูคนสู้กันสิ”
ทุกคนเข้าใจแล้ว สิ่งที่เขาต้องการดูคือการต่อสู้ระหว่างคนกับคน นี่เองคือความหมายที่แท้จริง
ขงชิว “พวกคุณดูเหมือนจะเป็นเพื่อนที่ดีมาก งั้นคุณจะเลือกยังไงล่ะ คุณมีเวลาคิด 5 นาที”
ดอกฮิกันบานะสีแดงพันร่างของเจียงเจินและเหลียงชิงฮวนอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนร้องกรี๊ดออกมาพร้อมกัน
[คนประสาท นี่ไม่ใช่ตั้งใจเหรอ?]
[เจินเจินกับชิงฮวนเป็นเพื่อนรักกันนะ ขงชิวชัดเจนว่าต้องการให้พวกเธอทั้งสองฆ่ากันเอง]
[ช่างน่าชิงชังจริง ๆ เขาอยากเห็นคนที่สนิทกันกลายเป็นศัตรูกันไม่ใช่เหรอ ช่างเป็นคนเลวร้ายจริง ๆ]
[แต่เจินเจินอาจจะทำให้เขาผิดหวังนะ เธอมีชื่อเสียงในเรื่องความใจดี นักแสดงหลายคนที่เคยร่วมงานกับเจินเจินต่างพูดว่าเจินเจินมีนิสัยดีมาก มีท่าทีดีต่อทีมงานในกองถ่ายทุกคน ไม่ว่าจะมีชื่อเสียงหรือไม่ เธอก็ปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเทียมกัน แม้แต่มดตัวเดียวเธอยังไม่อยากเหยียบให้ตาย แล้วจะนับประสาอะไรกับเหลียงชิงฮวนที่เป็นเพื่อนรักของเธอได้]
[เจินเจินจะต้องยอมสละโอกาสที่จะมีชีวิตให้กับชิงฮวนอย่างแน่นอน]
[ใช่แล้ว ถ้าเป็นแบบนั้น เจินเจินก็จะตกอยู่ในอันตราย]
[จริง ๆ แล้วฉันหวังว่าเจินเจินจะเห็นแก่ตัวมากกว่านี้ ถึงยังไงขงชิวก็ไม่ได้พูดเล่นนะ]
[ฮือ ๆ ๆ เจินเจินจะทำยังไงล่ะ ไม่เคยเกลียดใครขนาดนี้มาก่อนเลย ทำไมถึงได้ใจดีขนาดนี้]
[สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ทำไมถึงทำกับคนใจดีแบบนี้เสมอ]
…
ในขณะที่แฟนคลับบนหน้าจอกำลังเกือบร้องไห้ด้วยความร้อนใจ เจียงเจินก็พูดอย่างใจร้อนว่า “ฉันเลือกตัวเอง!”
เหลียงชิงฮวนเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ “เจียงเจิน เธอพูดอะไรน่ะ!”
เจียงเจินพูดซ้ำอีกครั้ง “ฉันเลือกให้ตัวเองมีชีวิตอยู่”
ขงชิวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “คุณแน่ใจหรือ? ตอนนี้คุณใช้เวลาคิดยังไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ”
เจียงเจินพยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ไม่ต้องคิดหรอก ฉันเลือกตัวเองแน่นอน”
เธอพูดอย่างหนักแน่น ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ในคอมเมนต์ มีข้อความแสดงความสงสารบางส่วนที่ยังไม่ทันได้เลื่อนผ่านไปอย่างสมบูรณ์
[…]
[เอ่อ…]
[นี่เหรอที่พวกคุณบอกว่า แม้แต่มดตัวเดียวก็ไม่กล้าเหยียบให้ตายเหรอ?]