Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 315 ท่านอาจารย์ อยู่หรือไม่?

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 315 ท่านอาจารย์ อยู่หรือไม่?
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 315 ท่านอาจารย์ อยู่หรือไม่?

………………..

ฉินเหยานั่งตัวตรง ชี้ไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ส่งสัญญาณให้อาวั่งนั่งลงแล้วค่อยๆ พูด

อันที่จริงความเข้าใจที่นางมีต่อกงเหลียงเหลียวนั้นตื้นเขินยิ่งนัก เป็นเพียงชื่อเสียงต่างๆ ที่หลิวจี้และติงซื่อกล่าวถึง ยกยอปอปั้นเสียจนเลิศลอย ทั้งยังมีสถานะเป็นมหาบัณฑิตจึงคาดเดาว่าน่าจะเป็นผู้มีความสำคัญคนหนึ่ง

อีกทั้งยังมีศิษย์อัจฉริยะเช่นฉีเซียนกวน ด้านความรู้ย่อมไม่ด้อยเป็นแน่

ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของอาวั่ง ฉินเหยาพลันใจหายวาบ “คนผู้นี้มีปัญหาอันใดหรือ”

อาวั่งเอ่ยถาม “ฮูหยินทราบหรือไม่ว่าเหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้”

ฉินเหยาเดิมทีคิดจะกล่าวว่า เขาลาออกจากราชการแล้วมิใช่หรือ ก็เพียงเกษียณหาที่พักผ่อนยามบั้นปลายชีวิตเท่านั้นเอง

ทว่าเมื่ออาวั่งมีปฏิกิริยาเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายดายเพียงนั้น นางจึงส่ายหน้าตอบ “ข้าไม่รู้”

อาวั่งกล่าว “คนผู้นี้ถูกขับออกจากเมืองหลวงเนื่องจากยื่นฎีกากล่าวโทษฮองเฮา”

ฉินเหยาเลิกคิ้วขึ้น เป็นฮองเฮาอีกแล้ว ดูท่าสถานการณ์ในราชสำนักยามนี้จะละเอียดอ่อนยิ่งนัก

“เหตุผลในการกล่าวโทษคือวังหลังใช้อำนาจบาตรใหญ่ สร้างความปั่นป่วนแก่ราชสำนัก อีกทั้งยังไปกล่าวจาบจ้วงฮ่องเต้ที่โรงเตี๊ยมว่าทรงหวาดกลัวภรรยา ไม่ได้เรื่อง”

กงเหลียงเหลียวผู้นี้ ช่างโอหังยิ่งนัก ฉินเหยาจิ๊ปากสองครา เอ่ยถามอาวั่งว่ายังมีเรื่องใดที่น่าตื่นตะลึงกว่านี้อีกหรือไม่ นางอยากฟัง!

แล้วก็มีจริงๆ

“เมื่อสองปีก่อน ฝ่าบาททรงเรียกประชุมเหล่าขุนนางเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการถอดถอนองค์รัชทายาท มีพระประสงค์จะแต่งตั้งองค์หญิงใหญ่ขึ้นเป็นรัชทายาทหญิง กงเหลียงเหลียวจึงนำสานุศิษย์สามร้อยคนไปคุกเข่าอยู่หน้าพระตำหนักเป็นเวลาสามวันสามคืนเพื่อคัดค้านอย่างสุดกำลัง ถึงขั้นเอาชีวิตเข้าขวาง หลังจากนั้นเรื่องการถอดถอนองค์รัชทายาทจึงเงียบหายไป”

“หลังจากนั้นอีกสองเดือน กงเหลียงเหลียวก็ประสบอุบัติเหตุตกจากโรงเตี๊ยม จำต้องตัดขาทั้งสองข้างเพื่อรักษาชีวิตไว้”

“ดังนั้น…” อาวั่งเผยสีหน้ากังวลออกมาอย่างหาได้ยาก เอ่ยถามอย่างจริงจัง “ฮูหยินยังคิดจะผูกมิตรกับคนผู้นี้อยู่อีกหรือขอรับ”

ฉินเหยายกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นจิบเพื่อสงบสติอารมณ์ ขาทั้งสองข้างของกงเหลียงเหลียวผู้นี้ เก้าส่วนเป็นไปได้ว่าถูกองค์หญิงใหญ่ทำให้พิการ

แต่ทว่า เขาก็ยังคงเป็นมหาบัณฑิต!

ฉินเหยาจิบชาอีกอึกหนึ่ง วางถ้วยชาที่ว่างเปล่าลงแล้วเงยหน้ามองอาวั่ง “คราวนี้ที่เจ้าไปส่งจดหมายที่ตระกูลฉี พบเห็นสายลับหรือไส้ศึกใดๆ บ้างหรือไม่”

อาวั่งส่ายหน้า “เรื่องนั้นกลับมิได้พบเห็น”

“เช่นนั้นก็ไม่ต้องร้อนรนแล้ว” ฉินเหยาถอนหายใจด้วยความโล่งอก

การไม่มีสายลับและไส้ศึกอยู่รอบกายกงเหลียงเหลียว แสดงว่ากงเหลียงเหลียวมิอาจก่อคลื่นพายุใดๆ ได้อีกแล้ว

ประกอบกับบัดนี้ขาทั้งสองข้างพิการ อายุอานามก็มากแล้ว เกรงว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ยิ่งไม่เป็นภัยคุกคามใดๆ ต่อเหล่าผู้สูงศักดิ์ในราชสำนัก

แต่จะว่าไปแล้ว ท่านเสนาบดีฉีก็ใจกล้านัก ในสถานการณ์เช่นนี้ ยังส่งเหลนชายไปเป็นศิษย์ของกงเหลียงเหลียว หรือว่าเขาก็เป็นฝ่ายคัดค้านด้วย?

ฉินเหยายักไหล่เบาๆ จะเป็นเช่นไรก็ช่างเถิด นางไม่ได้เข้าไปพัวพันกับศึกชิงอำนาจในราชสำนักอยู่แล้ว พวกนางมีเป้าหมายเล็กๆ เพียงอย่างเดียวคือลดแรงงานเกณฑ์และภาษีอากร

ดังนั้น ขาใหญ่ๆ ของเฒ่ากงเหลียงเหลียวผู้นี้ยังคงต้องเกาะต่อไป

ไม่สิ ต้องเป็นเกาะแขน ขาของตาเฒ่าผู้นั้นถูกตัวเขาเองทำลายไปแล้ว

อาวั่งสังเกตอย่างละเอียด เมื่อเห็นสีหน้าของฉินเหยาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ก็รู้แล้วว่าคำตอบของนางคืออะไรจึงมิได้กล่าวอันใดอีก ลุกขึ้นเดินไปยังหลังเขาเพื่อให้อาหารมื้อดึกแก่ม้า

ฉินเหยามองแผ่นหลังของอาวั่งที่เดินจากไปพลางครุ่นคิดว่าจะบอกความลับเหล่านี้แก่หลิวจี้ดีหรือไม่

“ช่างเถิด” หากให้เขารู้จริงๆ คงต้องอธิบายอะไรอีกมาก เช่นเหตุใดอาวั่งจึงรู้เรื่องเหล่านี้ “อย่าบอกเลยดีกว่า”

ป้องกันไม่ให้ถึงเวลานั้น หลิวจี้เผลอหลุดปากต่อหน้ามหาบัณฑิตแล้วจะกลายเป็นการล่วงเกินคนผู้นั้นไป

อีกทั้ง เรื่องบางเรื่อง การไม่รู้กลับจะบริสุทธิ์ใจยิ่งกว่า

ตกลงตามนี้ ฉินเหยาตัดสินใจไม่บอกข้อมูลเหล่านี้แก่หลิวจี้ ยื่นมือหมายจะจิบชาอีกคำ กลับพบว่าถ้วยชาว่างเปล่าแล้วจึงตบมือสองครา แล้วไปนอนเสียเลย

เพียงแต่เมื่อดื่มชาแก่ก่อนนอนเข้าไป กลับเป็นยิ่งนอนก็ยิ่งตาสว่าง ฉินเหยาแทบคลั่ง พลิกตัวไปมาจนถึงยามสามจึงค่อยพอมีเค้าความง่วงมาเยือนบ้าง

โชคดีที่อาวั่งกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้เด็กๆ และส่งพวกเขาไปสำนักศึกษาจึงสามารถนอนตื่นสายได้บ้าง

แต่ความต้องการเพียงเล็กน้อยนี้กลับมิอาจเป็นจริงได้

ฉินเหยาถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงร้องเรียกอย่างร้อนรนของหลิวจี้ “เมียจ๋า! เมียจ๋า!”

เดิมทีนางไม่มีอารมณ์หงุดหงิดเมื่อตื่นนอน แต่ก็ถูกเสียงรบกวนจนมีอารมณ์ขึ้นมา ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เปิดประตูห้อง “พรึ่บ” ออกไป ทำเอาหลิวจี้ที่ยืนอยู่หน้าประตูในสภาพมอมแมมตกใจจนถอยกรูดไปไกลห้าเมตร!

“เจ้าไม่ได้อยู่ที่สถานศึกษารึ? เพิ่งไปได้ไม่ถึงสองวัน เหตุใดจึงกลับมาอีกแล้ว?” ฉินเหยาเอ่ยถามอย่างเย็นชา สายตาพินิจพิเคราะห์มองหลิวจี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ ดูไม่เหมือนไปก่อเรื่องมา

หลิวจี้ตบหน้าอกเบาๆ เพื่อให้หัวใจดวงน้อยที่ตื่นตระหนกสงบลง ครั้นเมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบอธิบายว่า

“มีเรื่องด่วนเล็กน้อยต้องบอกกับเมียจ๋า ดังนั้นข้าจึงลากลับมาแต่เช้า พอส่งข่าวเสร็จประเดี๋ยวก็จะกลับไปสำนักศึกษา ไม่ทำให้เสียการเรียนเป็นแน่”

พูดจบ เมื่อเห็นสีหน้าถมึงทึงของฉินเหยาอ่อนลงบ้างแล้วจึงกล้าเดินเข้าไปกล่าว “เมียจ๋า ต้องไปเกณฑ์แรงงานอีกแล้ว”

“ใต้เท้านายอำเภอเพิ่งออกประกาศออกมาเมื่อเช้านี้ ให้ซ่อมแซมกำแพงเมือง สั่งให้ทุกพื้นที่เกณฑ์แรงงานไปเป็นเวลาสองเดือน”

ฉินเหยาหรี่ตาลง เช่นนั้นแล้ว ที่เจ้าอุตส่าห์รีบร้อนกลับมาแต่เช้าตรู่ ก็เพื่อเรื่องนี้รึ?

หลิวจี้เบิกตากว้าง เรื่องนี้ยังไม่เพียงพอให้เขารีบร้อนกลับมาอีกหรือ

ความทุกข์ยากจากการขนส่งเสบียงเมื่อปีกลายยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ บัดนี้หลิวจี้จึงเป็นดั่งนกที่ตื่นธนู เพียงได้ยินข่าวคราวเรื่องการเกณฑ์แรงงานแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ยังตัวสั่นระริก

“เมียจ๋า ครั้งนี้เจ้าคงไม่ส่งข้าไปเกณฑ์แรงงานอีกใช่หรือไม่” หลิวจี้กลืนน้ำลาย ลองหยั่งเชิงถามดู

ฉินเหยาหาวครั้งหนึ่งแล้วบิดขี้เกียจอีกครา ถึงค่อยโบกมืออย่างไม่แยแสภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของหลิวจี้ “จดหมายถึงกงเหลียงเหลียวส่งถึงมือเขาแล้ว หากเขาตอบจดหมายเจ้า เจ้าก็ไม่ต้องไปเกณฑ์แรงงาน”

ฉินเหยาเลิกคิ้ว “เรื่องก็พูดจบแล้ว เหตุใดเจ้ายังไม่กลับไปอีก”

หัวใจของหลิวจี้ดั่งตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่เขาจะไม่นิ่งเฉยรอความตาย!

เขายกมือขึ้นกุมท้องที่ร้องขึ้นมาพอดีพลางทำหน้าตาน่าสงสาร “เมียจ๋า ข้าขออยู่กินมื้อเช้าที่บ้านก่อนแล้วค่อยไปได้หรือไม่”

ฉินเหยาเดาะลิ้นเสียงหนึ่งแล้วพยักหน้าอนุญาต

หลิวจี้ก็รีบวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อหาของกินทันที อาวั่งได้ทิ้งหมั่นโถวแป้งขาวที่นึ่งสุกอุ่นไว้บนเตา หลิวจี้นำมันออกมา สูดดมเบาๆ กลิ่นหอมก็ลอยขึ้นเตะจมูก ท้องยิ่งร้องดังมากขึ้น

เขาคาบหมั่นโถวครึ่งลูกไว้ในปากพอประทังความหิว จากนั้นก็พับแขนเสื้อขึ้น ทำบะหมี่น้ำใส่ไข่ร้อนๆ หนึ่งหม้อให้ตนเองและฉินเหยาสองคน กินกับหมั่นโถว ช่างอิ่มหนำสำราญนัก

จนกระทั่งฉินเหยาแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา เขาถึงเข้าไปเก็บของเล็กน้อยในห้องแล้วรีบกลับไปยังอำเภออย่างรวดเร็ว

เมื่อหลิวจี้กลับถึงหอพัก สิ่งแรกที่เขาทำคือคลี่กระดาษออกแล้วหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนจดหมาย

ในยามนี้ เขารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนักต่อการที่ตนเคยเปิดชั้นเรียนสอนหนังสือในหมู่บ้านจนสามารถสะสมทรัพย์ไว้ได้ก้อนหนึ่ง

โบราณว่าไว้ได้ดี เพียงมีความพยายามมากพอ กระทั่งเหล็กก็ยังฝนให้เป็นเข็มได้!

หลิวจี้ไม่เชื่อเด็ดขาดว่า เมื่อตนแสดงความจริงใจอย่างถึงที่สุดแล้ว กงเหลียงเหลียวจะไม่ตอบจดหมายของเขา!

ดังนั้นแล้ว จดหมายที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งและจริงใจทีละฉบับๆ จึงปลิวเข้าสู่บ้านบรรพบุรุษของตระกูลฉีดุจดั่งเกล็ดหิมะ

จดหมายสองสามฉบับแรก ยังไม่ทันได้ส่งเข้าไปในจวนตระกูลฉีก็ถูกตีกลับออกมา

แต่จะต้านทานได้อย่างไรในเมื่อแต่ละวันมีจดหมายกว่าสิบฉบับถูกส่งมาถึง ในไม่ช้าก็เป็นที่สังเกตของพ่อบ้านจวนตระกูลฉี

ในที่สุด หลังจากได้รับจดหมายฉบับที่สามสิบจากสำนักศึกษาอำเภอไคหยาง พ่อบ้านก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เรื่องราวเริ่มไม่ชอบมาพากล เห็นทีคงต้องรายงานให้ผู้เป็นนายทราบจึงจะดี

ฉีเซียนกวนมองดูกระดาษจดหมายเต็มตะกร้าที่พ่อบ้านยื่นส่งมาแล้วกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่

เดิมทีเขาไม่อยากมอบให้ท่านอาจารย์ แต่ก็สงสัยในเนื้อหาของจดหมายอย่างยิ่ง

ทว่าการลอบเปิดดูจดหมายของผู้อื่นมิใช่วิสัยของวิญญูชน ในที่สุดหลังจากลังเลอยู่หลายชั่วยามก็ตัดสินใจนำจดหมายไปมอบให้ท่านอาจารย์

ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมด้วยความสงสัยของฉีเซียนกวน กงเหลียงเหลียวค่อยๆ เปิดซองจดหมายที่ห่อมาอย่างลวกๆ ทีละฉบับ ด้านในคือลายมือที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าผู้เขียนร้อนใจอย่างยิ่ง

‘ท่านอาจารย์ อยู่หรือไม่’

‘ท่านอาจารย์ คิดถึงท่าน’

‘ท่านอาจารย์ ทานข้าวแล้วหรือยังขอรับ’

‘ท่านอาจารย์ รอท่านตอบจดหมาย’

‘ท่านอาจารย์ จี้คิดถึงท่านยิ่งนัก’

‘ท่านอาจารย์ วันนี้ฟ้าโปร่ง ท่านสบายดีหรือไม่’

‘ท่านอาจารย์…’

ใช้เวลาถึงสองชั่วยามเต็ม กงเหลียงเหลียวจึงอ่านจดหมายทั้งหมดจนจบ

ศิษย์อาจารย์ทั้งสองสบตากัน ฉีเซียนกวนค้นพบด้วยความตกใจว่าตนเองกลับรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง “มิสู้ให้ศิษย์ติดตามท่านอาจารย์ออกไปข้างนอกสักครา ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่หมู่บ้านตระกูลหลิวดีหรือไม่ขอรับ”

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 315 ท่านอาจารย์ อยู่หรือไม่?"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

20228319-member-193×278
ทะลุมิติทั้งครอบครัว
29/07/2023
a-a067-1234
ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
09/07/2026
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
8cea-00ec
ย้อนกลับปี 1978 เริ่มต้นจากการล่าขุมทรัพย์
16/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.