Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 546 ภาพลูกไก่จิกข้าว

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 546 ภาพลูกไก่จิกข้าว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 546 ภาพลูกไก่จิกข้าว

Ink Stone_Romance

แม้ว่าจะไม่ได้คาดหวังอะไรกับการไปร่วมงานเลี้ยงที่กำลังจะมาถึงแล้ว แต่เมื่อถึงวัน หลิวจี้ก็ยังต้องออกจากบ้านอยู่ดี

แต่เช้าตรู่ ฉินเหยาก็ให้หลี่ซื่อนำชุดใหม่เอี่ยมมาให้เขา เป็นชุดบัณฑิตที่ทำจากผ้าไหม รัดเกล้าที่ทำจากเงิน แม้แต่รองเท้าก็เป็นรองเท้าผ้าฝ้ายพื้นหนาพันชั้นคู่ใหม่

ช่วงไม่กี่วันนี้อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ พอถึงปลายเดือนเก้า ในตอนเช้าและตอนเย็นก็เริ่มสัมผัสได้ถึงไอเย็นจางๆ ของต้นฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

ชุดนี้เหมาะกับการสวมใส่ในฤดูกาลนี้พอดี

หลิวจี้เปลี่ยนเสื้อผ้า ต้องบอกเลยว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง พอแต่งตัวเสร็จแล้วส่องกระจกดูตัวเอง หลิวจี้ก็ถึงกับตะลึงในความหล่อของตัวเองไปชั่วขณะ

ชายหนุ่มรูปงามสง่าผ่าเผยในกระจกนี่ คือตัวข้าเองหรือ

พอกลอกตาไปมาก็เห็นสตรีใจร้ายมายืนอยู่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ กำลังใช้สายตามองสำรวจเขาตั้งแต่บนลงล่าง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย นางพยักหน้าเบาๆ เป็นครั้งคราว ดูเหมือนจะพอใจกับการแต่งตัวของเขาอยู่ไม่น้อย

หลิวจี้รีบเก็บกระจกบานเล็กแล้วถามอย่างประหลาดใจ “เมียจ๋าเจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”

“เมื่อกี้นี้เอง” ฉินเหยาตอบพลางก้าวเข้ามาในห้อง เดินวนรอบตัวหลิวจี้สามรอบด้วยความชื่นชมแล้วพูดอย่างพอใจว่า “ไม่เลว…เสื้อผ้าสวยดีจริงๆ”

มุมปากของหลิวจี้ที่กำลังจะยิ้มกว้างพลันแบะลงอย่างไม่สบอารมณ์ ที่แท้ก็แค่เสื้อผ้าสวยดีอย่างนั้นรึ ไม่ควรจะเป็นตัวเขาที่ดูดีหรอกหรือ

“อาวั่งรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว เจ้าไปเถอะ รีบกลับมาหน่อยล่ะ” ฉินเหยากำชับด้วยรอยยิ้มจางๆ

การกำชับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มของนางเช่นนี้ ทำให้หลิวจี้รู้สึกไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง รู้สึกเหมือนมีเลศนัยอะไรบางอย่าง เขาจึงลองถามหยั่งเชิงอย่างอ่อนแรงว่า

“เมียจ๋าเจ้าจะไปกับข้าด้วยหรือไม่”

ฉินเหยาโบกมือ “ข้าเป็นสตรี ไม่ออกไปเปิดหน้าเปิดตาข้างนอกหรอก”

หลิวจี้เบิกตากว้าง “เมียจ๋าเจ้าพูดอะไรนะ” เขาสงสัยว่าหูตัวเองเสียไปแล้ว ถึงได้หูแว่วไป

หลิวจี้ตกใจจนผงะ รีบเดินอ้อมนางออกไปนอกประตูพลางตบหน้าอกและบ่นพึมพำ “ไม่ไปก็ไม่ไปสิ พูดเรื่องเปิดหน้าเปิดตาอะไร ตกใจหมดเลย”

ฉินเหยาเดินตามไปอย่างพูดไม่ออก พอมาถึงนอกลานบ้านก็กำชับอาวั่งให้ขับรถม้าอย่างระมัดระวังแล้วโบกมือพูดว่า “ไปเถอะ”

เดิมทีหลิวจี้ก็ไม่สนใจการไปร่วมงานเลี้ยงวันนี้อยู่แล้ว พอเห็นปฏิกิริยาของฉินเหยาอีกก็ยิ่งไม่มีกะจิตกะใจ พอรถม้าเคลื่อนตัว เขาก็นอนแผ่หลาอยู่ในตัวรถม้า

นอนไปสักพักก็รู้สึกเบื่อจึงลุกขึ้นมาพิงประตูรถม้าแล้วถามคำถามอาวั่งไปเรื่อยเปื่อย

ทนมาจนถึงอำเภอ ในที่สุดพอได้สัมผัสกับความคึกคักของตลาด คนถึงได้มีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง

เมื่อรถม้าหยุดลงหน้าประตูใหญ่สีแดงชาดอันโอ่อ่าของจวนเสิ่น ดวงตาของหลิวจี้ก็ค่อยๆ เป็นประกายขึ้น

เขาคิดในใจว่า อย่างไรเสียก็เป็นมหาเศรษฐี บางทีตนควรจะคาดหวังกับพวกเขามากกว่านี้อีกสักหน่อย

ทว่า พอไปถึงงานเลี้ยง ความคาดหวังในใจของหลิวจี้ก็ดับวูบลงในที่สุด

และก็เข้าใจขึ้นมาในทันทีว่าเหตุใดฉินเหยาถึงไม่ยอมตามมาด้วย

ดูเจ้าบ้านตระกูลเสิ่นนั่นสิ พูดจาเป็นการเป็นงานอิงแบบแผน ไม่ยิ้มไม่แย้ม ท่าทางแบบนั้นไม่ชวนให้คนอยากจะพูดคุยด้วยเลยแม้แต่น้อย

งานเลี้ยงในจินตนาการของหลิวจี้คือมีการดื่มอวยพรกันอย่างครื้นเครง คึกคัก มีชีวิตชีวา มีหญิงขับร้องและนางรำพร้อมหน้าพร้อมตา

อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะมีนักเล่านิทานสักคนสองคน เจ้าบ้านให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น สุราเลิศรสและอาหารชั้นดีถูกยกมาขึ้นโต๊ะไม่ขาดสาย

แต่ในความเป็นจริงคือ เจ้าบ้านมีอาหารดีๆ อยู่บ้าง แต่ก็เป็นอาหารที่หลิวจี้เคยกินเคยเห็นมาแล้ว พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ ยังไม่ดีเท่าตอนที่เขาไปเป็นแขกที่ตระกูลฉีเลยด้วยซ้ำ

ส่วนความบันเทิงอื่นๆ นั้นไม่มีเลยแม้แต่อย่างเดียว แม้แต่สุรายังไม่มียกขึ้นโต๊ะ มีแต่ชาต้าหงเผาชั้นเลิศอะไรเทือกนั้นที่เขากินแล้วก็ไม่รู้รสชาติ

พองานเลี้ยงดำเนินไปได้ครึ่งหนึ่ง อาจเป็นเพราะบรรยากาศมันแปลกประหลาดเกินไป ในที่สุดเจ้าบ้านก็รู้ตัว ให้คนรับใช้นำพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกมา ให้เขาแต่งกลอนแก้เบื่อ

ตอนนั้นหลิวจี้มีสีหน้าเดียวคือ…สิ้นหวังในชีวิต

ก็ต้องโทษตัวเองด้วยที่สร้างภาพลักษณ์คนจนที่เคร่งครัดในระเบียบวินัยต่อภายนอก เจ้าบ้านตระกูลเสิ่นนี่ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ ไม่เล่นตามบทเลยสักนิด

โชคยังดีที่โฉนดที่ดิน บ้านเรือนและร้านค้าที่มอบให้ในตอนท้ายยังไม่เลวนัก

มิฉะนั้น หลิวจี้เกรงว่าจะอดใจไม่ไหวสาดชาใสถ้วยนี้ใส่ตัวเจ้าบ้านตระกูลเสิ่นไปแล้ว

ชา ชา ชา บ้านเจ้ากินแต่ชากันทั้งบ้านเลยหรือไง!

เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าบ้าที่ไหนนำคำพูดไร้สาระที่ว่าเขาไม่ชอบการร้องรำทำเพลงและความฟุ่มเฟือยไปบอกต่อถึงตระกูลเติ้งและตระกูลเฉียนที่จะต้องไปเยือนในภายหลัง ทำให้งานเลี้ยงสองครั้งถัดมา เขาถูกรินชาให้ดื่มไปถึงสามกาเต็มๆ ถูกบังคับให้วิจารณ์กลอนเปรี้ยวๆ ไปอีกห้าบท

แถมยังวาดภาพลูกไก่จิกข้าวไปอีกสิบภาพ

“ภาพลูกไก่จิกข้าว?”

ฉินเหยาฟังรายงานของอาวั่งแล้วขมวดคิ้วอย่างสงสัย การดื่มชาวิจารณ์กลอนยังพอว่า อยู่ในขอบเขตความสามารถของหลิวจี้

แต่เขาลงมือวาดภาพด้วยตัวเอง นี่มันลูกเล่นอะไรกัน

ฝีมือวาดภาพแค่นั้นของเขา ยังกล้าเอามาอวดอีกหรือ

มุมปากของอาวั่งกระตุกเล็กน้อย ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ชี้ไปทางห้องหนังสือ เป็นนัยว่าให้นางไปดูเองก็จะรู้

ฉินเหยาลุกขึ้นทันทีแล้วเดินไปยังห้องหนังสือของหลิวจี้ ประตูห้องเปิดกว้าง หลิวจี้นั่งหันหลังให้ประตูอยู่ที่หน้าโต๊ะแปดเซียน กำลังนับอะไรบางอย่างอยู่บนโต๊ะ

หูของฉินเหยากระดิกเล็กน้อย เหมือนจะได้ยินเสียงทื่อๆ ของก้อนเงินที่กระทบกัน

นางก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ก้มหน้าลงมองบนโต๊ะ สีเงินขาวโพลนจนแทบจะทำให้ตานางบอด!

หลิวจี้ไม่แปลกใจกับการมาถึงของนาง เขาเลื่อนก้อนเงินทั้งหมดบนโต๊ะมาตรงหน้านางอย่างรู้หน้าที่แล้วพูดด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจว่า

“เมียจ๋า ต่อไปนี้เจ้าแค่นั่งเสวยสุขอยู่ที่บ้านก็พอ เรื่องเล็กน้อยอย่างการหาเงินปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีอย่างข้าเอง ขอเพียงแค่เจ้าปรนนิบัติข้าให้ดี รับรองว่าจะทำให้เจ้าได้กินดีอยู่ดี”

พูดจบ เขาก็เลิกคิ้วใส่นางอย่างลำพอง “ไม่ต้องประหลาดใจในความสามารถของสามีเจ้าเกินไปหรอก เอาไปสิ ใช้ไปเลยตามสบาย อยากจะใช้อย่างไรก็ใช้! ใช้หมดแล้วก็ยังมีอีก!”

“ใช้หมดแล้วก็ยังมีอีก?” คิ้วของฉินเหยาขมวดแน่น นางมองดูกองเงินก้อนเล็กๆ บนโต๊ะซึ่งมีไม่ต่ำกว่าร้อยตำลึงแล้วมองดูท่าทางลำพองของหลิวจี้ ก่อนจะถามอย่างอันตรายว่า “เจ้าใช้วิธีไหนหลอกเอามา”

“หลอกอะไรกัน” หลิวจี้ลุกพรวดขึ้นมา พูดอย่างมีเหตุผลว่า “นี่เป็นเงินที่ข้าหามาได้ด้วยความสามารถของตัวเองล้วนๆ ใสสะอาดบริสุทธิ์”

“ความสามารถของเจ้าน่ะหรือ” ฉินเหยาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา “ก็คือภาพลูกไก่จิกข้าวนั่นน่ะนะ”

นางพอจะรู้แล้วว่าทำไมอาวั่งถึงอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าพูด

“เจ้าขายภาพไปได้เงินเท่าไร” ฉินเหยานั่งลง หยิบเงินก้อนขึ้นมาโยนเล่นสองสามก้อน มันหนักอึ้ง เป็นเงินแท้ๆ ทั้งหมด

หลิวจี้เดาความหมายของนางไม่ออก เขาใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะแล้วโน้มตัวลงมา ถามหยั่งเชิง “เมียจ๋า ข้าหาเงินได้แล้วเจ้าไม่ดีใจหรือ”

ฉินเหยาเงยหน้าขึ้นจ้องมองดวงตาวิบวับของเขา ท่าทีพลันก็เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที ดวงตาเย็นเยียบราวกับมีดแหลมคมที่ทิ่มแทงเข้ามา ทำให้รอยยิ้มประจบประแจงบนใบหน้าของหลิวจี้นั้นหายวับไปใน เขารีบสารภาพว่า

“มีคนอยากให้ข้าช่วยทำธุระเล็กๆ น้อยๆ ให้ ข้าก็เลยวาดภาพลูกไก่จิกข้าวสิบภาพนี้ขึ้นมา ข้าวหนึ่งเม็ดแทนเงินหนึ่งตำลึง พวกเขาแต่ละคนใช้เงินยี่สิบสามสิบตำลึงประมูลไป ด้วยวิธีนี้เงินก็จะมาถึงมือข้าได้อย่างสมเหตุสมผล ต่อให้วันหน้ามีคนสังเกตเห็นก็ดูไม่ออกถึงความผิดปกติ”

“เมียจ๋า นี่เป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างเต็มใจ อีกอย่างเงินนี่ตอนนี้ก็ฟอกจนขาวสะอาดแล้ว รับรองว่าเมียจ๋าเอาไปใช้จะไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย”

ยิ่งพูดหลิวจี้ยิ่งมั่นใจ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด จะร้อนรนไปทำไม

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 546 ภาพลูกไก่จิกข้าว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026
novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024
62660ef8FEnVUUGD
สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋]
04/12/2022
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.