Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 638 ด่านหนานโหลว

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 638 ด่านหนานโหลว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 638 ด่านหนานโหลว

ฉินเหยามองดูทุกคนที่มีความสุข ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าความรู้สึกเปรี้ยวๆ ฝาดๆ ที่ทะลักออกมาในใจของนางนั้นคืออะไร

นั่นคือความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมโดยสัญชาตญาณที่เกิดจากสายเลือดที่เชื่อมโยงกัน ผลักดันให้นางเข้าหาคนอีกคนหนึ่งซึ่งมีสายเลือดเดียวกัน

แต่ในเมื่อเป็นพี่น้องแท้ๆ ก็ต้องคิดบัญชีกันให้ชัดเจน

ฉินเหยากระแอมสองครั้ง ดึงฉินเฟิงที่กำลังยินดีปรีดาให้กลับจากจินตนาการมาสู่ความเป็นจริง เอ่ยถามเขาว่าเมื่อคืนที่จ่ายเงินให้ลูกน้องของไป๋เฮ่อนั้นใช้เงินไปเท่าไหร่

ฉินเฟิงกล่าวอย่างไม่พอใจ “เป็นพี่น้องกันแท้ๆ พูดเรื่องเหล่านี้ทำไม ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย”

ฉินเหยาหยิบธนบัตรที่เตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ออกมาจากอกแล้วกล่าวอย่างเยือกเย็น “พี่น้องแท้ๆ ยิ่งต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน”

ฉินเฟิงเห็นนางจริงจังถึงเพียงนี้ก็ถอนหายใจอย่างโอดครวญ “ก็ได้ ข้าจะไปถามท่านลุงเจ็ด”

ครู่ต่อมาก็เดินกลับมาบอกนางด้วยอารมณ์ขุ่นมัว “ทั้งหมดจ่ายไปสองร้อยตำลึง”

ฉินเหยาหยิบธนบัตรมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึงสองใบยื่นให้เขาอย่างพึงพอใจ ทั้งยังยิ้มเล็กน้อย

ฉินเฟิงหน้าดำคล้ำ ไม่ได้รับธนบัตรโดยตรง แต่ยื่นเงื่อนไขว่า “เจ้าเก็บปิ่นทองนั่นไว้ ข้าถึงจะรับธนบัตรของเจ้า”

“อีกอย่าง การจ่ายเงินเมื่อวานนั้นก็ไม่ใช่เพื่อตัวเจ้าทั้งหมด ข้าก็ทำเพื่อให้กองคาราวานมีปัญหาน้อยลง ถึงได้เลือกยอมเสียเงินเพื่อตัดปัญหา พวกเราแบ่งกันจ่ายคนละครึ่งเถอะ”

เมื่อเห็นฉินเหยาหรี่ตาลงอย่างอันตราย ฉินเฟิงก็ไม่กลัว อาจจะเป็นเพราะมั่นใจว่านางฆ่าสามีได้ แต่ไม่ฆ่าพี่ชายแท้ๆ กระมัง จู่ๆ ก็เกิดความมั่นใจขึ้นมาอย่างประหลาดเขาจึงเถียงกับนางต่อ

“หากจะคิดบัญชีกันให้ชัดเจนตามที่เจ้าพูดจริงๆ บัญชีของพวกเราสองคนคงต้องเริ่มคิดกันตั้งแต่ที่หมู่บ้านแมวป่าโน่นเลย ตลอดทางมานี้แม้ว่าค่าอาหารและที่พักข้าจะเป็นคนออกให้ แต่เจ้ากับอาวั่งแล้วก็แม่นางอินเยว่ก็ได้ช่วยขบวนรถม้าไว้ไม่น้อย วันนั้นที่ศาลเจ้าร้างเจ้ายังเคยช่วยชีวิตข้าไว้ครั้งหนึ่ง คิดบัญชีกันอย่างนี้ ข้าคงต้องเป็นฝ่ายจ่ายเงินให้เจ้ากลับคืนเสียแล้วกระมัง”

“ชีวิตของเถ้าแก่ใหญ่ฉินอย่างข้า อย่างไรเสียก็คงมีค่าสักหลายพันตำลึงกระมัง สมมติว่าห้าพันตำลึงก็แล้วกัน ห้าพันลบหนึ่งร้อย เช่นนั้นข้าก็ยังต้องทอนเงินให้เจ้าอีกสี่พันเก้าร้อยตำลึงไม่ใช่หรือ”

วิธีการคำนวณของฉินเฟิงนี้ทำเอาตาทั้งสองข้างของหลิวจี้เป็นประกาย ยกนิ้วโป้งขึ้นมาชื่นชมอย่างจริงใจ “พี่เขยช่างคำนวณได้ยอดเยี่ยมมาก!”

สิ้นเสียงพูด สองพี่น้องก็ตะคอกใส่เขาพร้อมกันว่า “เจ้าหุบปาก!”

หลิวจี้ “…”

ดุจังเลย! ยุ่งไม่ได้ๆ

หลิวจี้รีบเรียกเด็กๆ ทั้งสี่คน ใช้เรื่องตรวจดูบทความสำนึกผิดเป็นข้ออ้างแล้วเผ่นหนีไปโดยพลัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกสองพี่น้องดึงเข้าไปพัวพันจนกลายเป็นเป้าให้พวกเขาร่วมกันเล่นงาน

พอหลิวจี้จากไป สองพี่น้องก็เริ่มจ้องตากันอีกครั้ง จ้องเสียจนฉินเหยาแสบตาไปหมด ฉินเฟิงเองก็น้ำตาคลอ ทั้งสองคนจึงถอยกันคนละก้าว บรรลุข้อตกลงร่วมกัน

ฉินเหยา “เงินนี่ท่านรับไป”

ฉินเฟิง “ก็ได้ ปิ่นนั่นเจ้าก็ต้องรับไว้ด้วย”

ฉินเหยา “ตกลงตามนี้!” ถือเสียว่าตนเองใช้เงินสองร้อยตำลึงซื้อปิ่นทองมาอันหนึ่งก็แล้วกัน

สองพี่น้องต่างยื่นเงินยื่นของให้กัน ฉินเฟิงยื่นข้อเสนอเล็กๆ น้อยๆ ข้อหนึ่ง “ที่บ้านไม่ขาดเงิน พี่ชายจะซื้อเครื่องประดับศีรษะให้เจ้าสักชุด ชุดนี้ของเจ้ามันซอมซ่อไปหน่อย พี่ชายเห็นแล้วปวดใจ”

“ท่านว่าอะไรนะ ใครซอมซ่อ” ฉินเหยาขึ้นเสียงสูง

ฉินเฟิงเอ่ย “ข้าซอมซ่อ เจ้าทำเป็นว่าข้าไม่ได้พูดก็แล้วกัน”

กล่าวจบก็ยกมือขึ้นทำท่าปิดปากแล้วหนีไปทันทีอย่างเด็ดเดี่ยว

เขามั่นใจว่านางจะไม่ฆ่าเขา แต่ก็ไม่รับประกันว่านางจะไม่ซ้อมเขา หนีก่อนดีที่สุด

หลังจากเดินไปจนถึงปากทางขึ้นบันไดยังโผล่ศีรษะออกมาย้อนถามฉินเหยาในโถงใหญ่อย่างอ่อนแรง “ทำไมวันนี้ไม่เรียกพี่ชายแล้วล่ะ” เขายังเตรียมอั่งเปาเปลี่ยนคำเรียกไว้ให้นางด้วยนะ

นางหันกลับมา แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ฉินเฟิงจึงรีบหดศีรษะกลับเข้าไปทันที เลือกที่จะล้มเลิกความคิดเสีย

ช่างเถอะ นางยังต้องการเวลา ให้เวลานางอีกสักหน่อย ต่อไปนางต้องเรียกพี่ชายอย่างแน่นอน

พลบค่ำ ฝนห่าใหญ่ก็หยุดตก เมื่อเห็นเมฆดำบนท้องฟ้าเคลื่อนตัวผ่านไป ฉินเหยาและฉินเฟิงจึงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เช้าจะรอให้น้ำที่เจิ่งนองบนถนนแห้งลงอีกสักหน่อย กินมื้อเที่ยงเสร็จแล้วค่อยออกเดินทางต่อ

โชคดี ที่วันรุ่งขึ้นแม้ว่าจะเป็นวันฟ้าครึ้มไม่แจ่มใส แต่ฝนก็หยุดตกแล้ว

ตอนเที่ยง หลังจากกินมื้อกลางวันง่ายๆ แล้ว สองครอบครัวก็ออกเดินทางอีกครั้ง

ถนนหนทางเต็มไปด้วยโคลน แต่โชคดีที่ถนนกว้างจึงไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้น แม้ว่ารถม้าจะติดหล่มโคลนบ้างเป็นครั้งคราว แต่เมื่อมีจอมพลังอย่างฉินเหยาอยู่ แค่ไม่กี่นาทีก็สามารถกู้รถม้าออกมาจากสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ ตลอดทางจึงนับว่าเดินทางได้ค่อนข้างเร็ว

ตอนกลางคืนพักค้างแรมในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง วันต่อมาเดินทางมุ่งไปทางเหนืออีกตลอดทั้งวันก็ออกจากเขตของชิงโจวแล้ว

เมื่อยืนอยู่บนที่สูงแล้วทอดสายตามองไกลออกไปก็สามารถมองเห็นเค้าโครงของด่านที่ต้องผ่านเพื่อเข้าสู่เมืองหลวงอย่างด่านหนานโหลวได้รำไรแล้ว

ฉินเฟิงกล่าว “พรุ่งนี้เดินทางอีกหนึ่งวัน หากฟ้าโปร่ง เดินทางได้เร็วหน่อย พลบค่ำก็คงถึงชายขอบด่านหนานโหลว หากโชคดีเข้าด่านได้ก่อนที่ประตูด่านจะปิดก็จะได้พักผ่อนที่โรงเตี๊ยมหลงเฉวียน”

“จากด่านหนานโหลวเดินทางต่อไปอีกสองชั่วยามก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว”

เด็กๆ มองดูท่านพ่อท่านแม่ด้วยความดีใจ ฉินเหยาและหลิวจี้สบตากัน ในใจก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน

หลิวจี้นับคำนวณเวลาในใจ ออกเดินทางจากบ้านมาจนถึงตอนนี้ก็ใช้เวลาไปสิบห้าวันแล้ว

ยังเหลือระยะทางอีกสองวันก่อนจะถึงเมืองหลวง รวมกันทั้งหมดสิบเจ็ดวัน ช้ากว่าที่หลิวเฝยนั่งเรือมาถึงเพียงแค่สองวันเท่านั้น

“ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านอาจารย์เป็นอย่างไรบ้าง” ยามค่ำคืนที่พักค้างแรมอยู่ในป่า ขณะกำลังทำอาหารเย็น จู่ๆ หลิวจี้ก็พึมพำขึ้นมา

ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์มักมองเห็นไม่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์ภายนอกต่างหากที่มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่ง ฉินเหยานึกถึงท่าทีของไป๋เฮ่อยามที่ได้พบเขาก่อนหน้านี้จึงวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล “ไม่น่าจะมีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นหรอก มิฉะนั้นตอนที่ไป๋เฮ่อพบเจ้ากับข้า อารมณ์คงไม่มั่นคงถึงเพียงนั้น”

ความหมายโดยนัยก็คือ คนผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน

อีกทั้งตอนนี้ยิ่งเข้าใกล้เมืองหลวงมากเท่าใด ข่าวคราวเกี่ยวกับทางเมืองหลวงก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เหล่าพ่อค้าวาณิชที่เดินทางมาจากทางเหนือนั้น เรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันมากที่สุดในสถานีพักม้าก็คือข่าวซุบซิบฉาวโฉ่ของราชครูแห่งราชสำนักคนปัจจุบันกับองค์หญิงใหญ่ ไม่มีเรื่องซุบซิบใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัณฑิต มหาบัณฑิต หรือกงเหลียงเหลียวเลย

หลิวจี้พลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาเชื่อเมียจ๋าของเขา นางบอกว่าไม่เป็นไรก็ย่อมต้องไม่เป็นไร

แต่ว่า…

“องค์หญิงใหญ่กับราชครูเป็นอะไรกันหรือ” หลิวจี้ถือช้อนตักน้ำแกง ขยับเข้าไปใกล้อย่างใคร่รู้ จิตวิญญาณแห่งการซุบซิบพลันลุกโชน

ฉินเหยารู้สึกว่าเรื่องซุบซิบเหล่านี้ หลิวจี้ไม่รู้ยังจะทำให้เขามีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้นจึงถลึงตาใส่เขาแวบหนึ่ง “ไปทำอาหารของเจ้าเถอะ เรื่องราวของผู้สูงศักดิ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่สามัญชนธรรมดาอย่างเจ้ากับข้าจะวิพากษ์วิจารณ์ได้หรือ”

หลิวจี้ล่าถอยกลับไปข้างหม้ออย่างจืดเจื่อนพลางพึมพำว่า “ที่นี่ก็ไม่มีคนนอก พูดหน่อยจะเป็นไรไป…”

ฉินเหยาทำหน้าตึง หลิวจี้ที่กังวลว่าตนเองจะโดนซ้อมต่อหน้าพี่เขยเป็นครั้งแรกจึงได้ยุติความคิดลงจริงๆ

ตลอดทั้งคืนปลอดภัยไร้เรื่องราว วันรุ่งขึ้นฟ้าสาง ผู้คนก็มุ่งหน้าไปยังด่านหนานโหลว แม้กระทั่งตอนกลางวันก็ไม่หยุดพัก เพียงเพื่อให้สามารถผ่านเข้าด่านได้อย่างราบรื่นก่อนยามเย็น

เด็กๆ เอาแต่ตื่นเต้น ก้นแทบจะกระแทกแยกออกเป็นสามส่วนก็ยังไม่ร้องโอดครวญ คณะเดินทางรีบเร่งอย่างเต็มที่ ในที่สุดก็มาถึงด่านหนานโหลวในยามเซิน

ครอบครัวแปดคนของฉินเหยาผ่านด่านไปได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเดียวที่เป็นปัญหาก็คืออาวุธของฉินเหยา หลังจากอธิบายที่มาที่ไปแล้วประกอบกับมีฉินเฟิงคอยจัดการจึงสามารถผ่านด่านไปได้อย่างราบรื่น ไม่ถูกกลั่นแกล้งแต่อย่างใด

แต่ที่จริงแล้วสำหรับฉินเหยา สิ่งที่นางกังวลที่สุดในด่านนี้มิใช่อาวุธของตนเอง แต่เป็นสถานะของอาวั่ง

โชคยังดี สำหรับคนรับใช้ที่มีสถานะเป็นเพียงบ่าวไพร่ ทหารเฝ้าด่านไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากนัก อาวั่งจึงสามารถผ่านไปได้อย่างราบรื่น

เมื่อเทียบกันแล้ว กองคาราวานกลับยุ่งยากกว่ามาก ฉินเฟิงส่งลูกน้องคนหนึ่งให้ติดตามครอบครัวฉินเหยาเข้าเมืองไปจัดการเรื่องที่พักก่อน ส่วนเขาอยู่รั้งท้าย รอให้กองคาราวานดำเนินการตามขั้นตอนจนเสร็จสิ้นแล้วจึงค่อยตามไปสมทบกับพวกนางที่โรงเตี๊ยม

สิ่งที่ควรกล่าวถึงก็คือ ผู้บัญชาการที่เฝ้าด่านหนานโหลวเป็นสตรีร่างสูงใหญ่กำยำผู้หนึ่ง เมื่อเห็นฉินเหยาพกพาอาวุธก็ลงจากด่านมาเดินวนดูรอบหนึ่งด้วยตนเอง ทั้งยังมองฉินเหยาเพิ่มอีกสองแวบ

สายตานั้น หลิวจี้รู้สึกตลอดเวลาว่าผู้บัญชาการคนนี้คิดจะแย่งชิงเมียจ๋าของตนไปอยู่ทุกเมื่อ

นี่ยังไม่ทันได้เข้าเมืองหลวงเลย เขาก็คาดการณ์ได้แล้วว่าเมียจ๋าของตนจะเนื้อหอมเพียงใด

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 638 ด่านหนานโหลว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpds955
คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น
22/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.