Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 679 เขาหนี นางไล่ ต่อให้เขาติดปีกก็หนีไปไม่พ้น

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 679 เขาหนี นางไล่ ต่อให้เขาติดปีกก็หนีไปไม่พ้น
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 679 เขาหนี นางไล่ ต่อให้เขาติดปีกก็หนีไปไม่พ้น

ขณะที่ฉินเหยากำลังจะเปิดสลักประตู ประตูใหญ่ของเรือนตระกูลฉีข้างๆ ก็พลันเปิดออก

เสียงตะคอกอย่างเย็นชาดังมาจากเรือนข้างๆ

“พวกเจ้าเป็นใคร? บุกรุกเข้าย่านที่พักอาศัย สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนในระหว่างยามห้ามออกจากเคหสถาน ช่างเป็นการเหยียดหยามกฎหมายบ้านเมือง! ไม่เห็นกฎหมายของแคว้นอยู่ในสายตาโดยแท้!”

“เรียกหัวหน้าของพวกเจ้าออกมา ดูสิว่าพรุ่งนี้เข้าเฝ้าข้าจะยื่นฎีกาเล่นงานเขาสักฉบับหรือไม่!”

มือของฉินเหยาที่วางอยู่บนสลักประตูพลันชักกลับ หันกลับไปพยักหน้าให้อาวั่งที่อยู่ในมุมมืด เรื่องราวมีจุดพลิกผันแล้ว

ทหารม้าเกราะดำที่หยุดอยู่หน้าประตูเรือนฉินเหยาต่างก็ถอยออกไป หันไปรวมกันอยู่ที่หน้าประตูใหญ่เรือนตระกูลฉีแทน

ฉินเหยาขยับไปอยู่ใต้กำแพงฝั่งตะวันออก อาวั่งก็รีบส่งบันไดมาให้นาง นางแอบปีนขึ้นไปแล้วมองผ่านกำแพงเข้าไปในลานบ้านฝั่งตรงข้าม สามารถเห็นสถานการณ์ที่หน้าประตูใหญ่ตระกูลฉีข้างๆ ได้

ผู้ตรวจการฉีอายุเพิ่งจะเข้าใกล้เลขสี่ กำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์ ยืนอยู่กลางถนนเพียงลำพัง แล้วขวางอยู่เบื้องหน้ากลุ่มทหารม้าเกราะดำ ด้านหลังคือพ่อบ้านที่กำลังถือโคมไฟ ตัวสั่นงก แต่ก็ยังฝืนยืนหยัดอยู่

ท่าทางนั้น ช่างมีกลิ่นอายของยอดขุนพลผู้เดียวเฝ้าด่านต้านทัพนับหมื่นอยู่บ้าง

ในเวลาไม่นานก็มีคนในกลุ่มทหารม้าเกราะดำก้าวออกมาซักไซ้ว่าเขาเป็นใคร มีสถานะใด แม้แต่ทหารม้าเกราะดำของจวนรัชทายาทก็ยังกล้าขวาง

ทหารม้าเกราะดำเหล่านั้น ฉินเหยาเคยต่อกรมาแล้ว รวมไปถึงหัวหน้าใหญ่ของพวกเขาอย่างไป๋เฮ่อด้วย ทุกคนล้วนกร่างอย่างถึงที่สุด ไม่เคยใช้เหตุผลเลย

คิดจะคานอำนาจของพวกเขา ทำได้เพียงสยบด้วยกำลังเท่านั้น

ทว่า วันนี้กลับทำให้นางได้เปิดหูเปิดตา

ที่แท้ไม่ต้องใช้ความรุนแรงก็สามารถรับมือกับพวกคนพาลเหล่านี้ได้

เห็นเพียงผู้ตรวจการฉียืนอยู่กลางถนนเพียงลำพัง เผชิญหน้ากับการข่มขู่คุกคามของทหารม้าเกราะดำจำนวนมากก็ไม่ถอยแม้เพียงครึ่งก้าว ยิงคำถามใส่หลายประโยคติดๆ กันทำเอาทหารม้าเกราะดำทั้งกลุ่มถึงกับมึนงง

“ในเมื่อพวกเจ้าอ้างว่ารับคำสั่งจากองค์รัชทายาทมาเพื่อจับกุมมือสังหาร เช่นนั้นข้าขอถามพวกเจ้า คำสั่งของรัชทายาทอยู่ที่ไหน คำสั่งยกเลิกยามวิกาลอยู่ที่ไหน ในเมื่อมาจับกุมมือสังหาร เช่นนั้นหมายจับอยู่ที่ไหนเล่า”

“พวกเจ้าบุกรุกเข้าเรือนราษฎรแล้วมีเอกสารค้นจากจวนผู้ว่าการเมืองหลวงหรือไม่”

“อาศัยเพียงคำพูดของพวกเจ้าที่ว่าได้รับคำสั่งมา เอกสารหลักฐานใดๆ ก็ไม่มีสักอย่าง กลับกล้าเพิกเฉยต่อยามห้ามออกจากเคหสถาน บุกรุกเข้าย่านที่พักอาศัย พฤติกรรมเช่นนี้ช่างอุกอาจยิ่งนัก ไม่เห็นกฎหมายบ้านเมืองอยู่ในสายตาโดยแท้!”

“จวนรัชทายาทกลับเลี้ยงดูคนกลุ่มหนึ่งที่เหยียดหยามกฎหมายบ้านเมืองเช่นนี้ไว้ พวกเราเหล่าผู้ตรวจการกลับเพิ่งจะมารู้สึกตัวในวันนี้ หากรู้เช่นนี้แต่เนิ่นๆ คงจะถวายฎีกาเล่นงานพวกเจ้าเสียหลายๆ ฉบับ! เพื่อฝ่าบาท เพื่อความถูกต้องของกฎหมายบ้านเมือง!”

ท่ามกลางแสงไฟที่วูบไหว ใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความเกรี้ยวกราดของผู้ตรวจการฉีกลับถูกแสงไฟสาดส่องจนเห็นได้อย่างชัดเจน

น้ำลายที่พ่นกระเซ็นออกมาสาดใส่ร่างของทหารม้าเกราะดำทั้งกลุ่ม ถึงกับบีบให้คนพาลกลุ่มนี้ต้องถอยหลังไปหลายก้าว

เพื่อนบ้านรอบๆ บ้างก็แอบสอดส่องอยู่ในความมืด บ้างก็ปีนกำแพงสังเกตการณ์เช่นเดียวกับฉินเหยา เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ต่างก็เบิกตากว้าง มองดูชายวัยกลางคนที่ยืนตระหง่านอยู่กลางถนนเพียงลำพังอย่างประหลาดใจ

นึกไม่ถึงจริงๆ ว่า ยามปกติตระกูลฉีปฏิบัติต่อพวกเขาเพื่อนบ้านเช่นนี้ก็นับว่าอ่อนโยนมากแล้ว

อย่างน้อยเทียบกับทหารม้าเกราะดำกลุ่มนี้แล้ว ปกติที่ทุกคนต้องทนฟังพ่อบ้านผู้นั้นพูดจาเย็นชาใส่สองสามประโยคจะนับเป็นอะไรได้ อย่างไรเสีย เขาก็ไม่ได้บอกว่าจะถวายฎีกาเล่นงานพวกเขาต่อเบื้องหน้าพระพักตร์ ทำเพื่อผดุงกฎหมายของบ้านเมือง

หลิวจี้โผล่ออกมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ เกาะอยู่ที่ช่องประตูมองออกไปข้างนอก พึมพำเสียงเบา

“ที่แท้ตระกูลฉีก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหน้าพวกเรา เขาเพียงแค่ไม่พอใจทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเท่านั้น บรรลุถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราคงได้แต่เฝ้ามองแผ่นหลังของเขา”

ฉินเหยาและอาวั่งพยักหน้าหนักๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

“อาวั่ง ครั้งหน้าทำเค้กก็ส่งไปให้เรือนข้างๆ หน่อยนะ อย่าปล่อยให้ลูกๆ เรือนเขาอยากกินจนร้องไห้” ฉินเหยากำชับอย่างจริงจังและเคร่งขรึม

อาวั่งที่วันนี้ตีไข่มาทั้งเช้าจนมือสั่นเทาก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน

ยังมีความเป็นคนอยู่บ้างหรือไม่!

“จำได้แล้วหรือไม่” ฉินเหยาถามย้ำ

อาวั่ง “ขอรับ”

มองออกไปนอกประตูอีกครั้ง ทหารม้าเกราะดำถูกขวางไว้ คิดจะข้ามไปแต่ก็ไม่กล้าเหยียบย่ำร่างของผู้ตรวจการฉีไปจริงๆ

หากจะพูดว่าในบรรดาขุนนางร้อยกรม หน่วยงานใดที่รับมือได้ยากที่สุด หากสำนักตรวจการอ้างตนว่าเป็นที่สองก็คงไม่มีใครกล้าอ้างว่าเป็นที่หนึ่ง

ขุนนางฝ่ายตรวจสอบมีหน้าที่ถวายฎีกาคัดค้าน ทักท้วง มีป้ายทองเว้นตายติดตัวมาด้วย หากถูกพวกเขาถวายฎีกาเล่นงานสักฉบับ นั่นคือความซวยมาเยือนโดยแท้ สลัดให้หลุดได้ยากยิ่ง

ที่น่าปวดหัวยิ่งกว่าคือขุนนางฝ่ายตรวจสอบเหล่านี้ล้วนเป็นพวกยึดมั่นในหลักการจนหัวชนฝา คิดจะเจรจาต่อรองกับพวกเขาด้วยเรื่องมนุษยธรรมและความสัมพันธ์นั้น ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด

เหล่าทหารม้าเกราะดำทำได้เพียงข่มขู่เสียงดัง ให้ผู้ตรวจการฉีรออยู่ก่อน เอกสารหลักฐานที่เขาต้องการอีกประเดี๋ยวก็จะมาถึง ถึงตอนนั้นค่อยมาดูว่าใครกันจะหน้าแหก

“ข้าขอเตือนใต้เท้าว่าให้ถอยไปก่อนจะดีกว่า ประเดี๋ยวพอรู้ว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่ตนเองคิด จะได้ไม่ตบหน้าตัวเอง!” หัวหน้าทหารม้าเกราะดำที่เป็นผู้นำตะโกนอย่างเดือดดาล

ผู้ตรวจการฉีใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำลายที่กระเซ็นมาโดนใบหน้าของตนอย่างใจเย็น สีหน้ามืดครึ้มลงโดยสิ้นเชิง “หากไม่เห็นเอกสารหลักฐานก็คือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย!”

เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะดื้อรั้นหัวแข็งถึงเพียงนี้ แต่พอได้เห็นทหารม้าเกราะดำเหล่านี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าแปดในสิบส่วน คำพูดของอู่เซิงผู้นั้นคงเป็นความจริงแล้ว

ฮูหยินฉินพูดไม่ผิด ในฐานะขุนนางฝ่ายตรวจสอบ นี่คือหน้าที่ของเขา

หากแม้แต่ผู้ตรวจการอย่างพวกเขายังหวาดกลัวอำนาจราชวงศ์ คิดแต่จะเอาตัวรอด โลกนี้ยังจะกล้าเอ่ยถึงคำว่าความยุติธรรมได้อย่างไร

“ข้าขุนนางผู้นี้จะขอกล่าวไว้ตรงนี้เลย หากวันนี้ไม่ได้เห็นเอกสารค้น พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้กระทำการอันผิดกฎหมายในตรอกควานเจิ้ง!”

“ไม่เพียงเท่านั้น ขุนนางผู้นี้ยังจะถวายฎีกาต่อฝ่าบาท รายงานพฤติกรรมเหยียดหยามต่อกฎหมายบ้านเมืองเช่นนี้ของพวกเจ้าทั้งหมด!”

หัวหน้าทหารม้าเกราะดำเดือดดาลอย่างยิ่ง ชักกระบี่ในมือออกมาดังชิ้งหนึ่งที “เจ้าก็เป็นแค่ผู้ตรวจการขั้นเจ็ดเล็กๆ กล้าดีอย่างไร! เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ข้าจะประหารเจ้า ณ ที่นี้ ในข้อหาขัดขืนคำสั่งขององค์รัชทายาท!”

ผู้ตรวจการฉีก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวใหญ่ เชิดคอขึ้นเผชิญหน้ากับคมกระบี่นั้น ตวาดอย่างเดือดดาลว่า

“ดีเลย! หากพวกเจ้ากล้าสังหารคนกลางถนน นั่นก็เท่ากับเป็นการยืนยันว่าองค์รัชทายาททรงปล่อยปละละเลยให้คนใต้บังคับบัญชาเหยียดหยามกฎหมายบ้านเมือง ไม่เคารพกฎหมายของแคว้น นับเป็นโทษตายฐานกบฏต่อแผ่นดิน!”

เมื่อคำว่า ‘กบฏต่อแผ่นดิน’ ไม่กี่คำนี้หลุดออกมา หัวหน้าทหารม้าเกราะดำก็ตกใจจนรีบเก็บกระบี่กลับ มองผู้ตรวจการฉีที่หลับตารอความตายก็ทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด ขี่ม้าเดินย่ำไปมารอบตัวผู้ตรวจการฉีอยู่กับที่ พลันตระหนักได้ว่าตนเองทำอะไรเขาไม่ได้เลยก็ยิ่งรู้สึกแค้นกว่าเดิม

หัวหน้าทหารม้าเกราะดำ “เจ้า เจ้า! เจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน!”

หันไปมองลูกน้อง ถามว่าคนที่ไปเอาเอกสารหลักฐานที่จวนผู้ว่าการเมืองหลวงกลับมาแล้วหรือยัง

ลูกน้องส่ายหน้าเงียบๆ นี่มันกลางดึกกลางดื่น ยังต้องไปลากตัวผู้ว่าการเมืองหลวงจากบนเตียงให้ไปยังที่ว่าการอำเภอ ถึงจะสามารถออกเอกสารหลักฐานได้ ในเวลาอันสั้นคงมาไม่ถึงเร็วขนาดนี้หรอก

หัวหน้าทหารม้าเกราะดำแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว เหตุใดวันนี้ถึงได้โชคร้ายขนาดนี้ มาเจอผู้ตรวจการหัวรั้นเช่นนี้เข้า

มองดูตรอกควานเจิ้งที่ไม่ได้ใหญ่โตนักซึ่งตั้งอยู่ในความมืดสลัว ในใจเขาก็พลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา

หากยังชักช้าต่อไป ไม่เพียงแต่นักฆ่าที่ต้องจับอาจจะจับไม่ได้ กองทัพสตรีที่ลาดตระเวนในเมืองเกรงว่าคงจะมาถึงในไม่ช้า

ยิ่งกลัวอะไรก็ยิ่งเจอสิ่งนั้น

ในขณะที่ทหารม้าเกราะดำและผู้ตรวจการฉีกำลังเผชิญหน้ากันอย่างไม่ยอมลดละ ที่ปากตรอกก็มีเสียงโลหะกระทบกันของอาวุธดังแว่วมา

ทหารม้าเกราะดำหันขวับไปมองทางปากตรอกพร้อมกัน ให้ตายเถอะ ในความมืดยามค่ำคืนพลันมีร่างสีแดงฉานกลุ่มหนึ่งปรากฏกายขึ้น น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเจอผีสางเสียอีก

หัวหน้าทหารกัดฟันสบถเสียงเบา “เวรแล้ว!”

รีบตะโกนสั่งลูกน้อง “หนี!”

ใช่แล้ว คือหนี

ไม่หนีไม่ได้ กองทัพสตรีในชุดสีแดงกลุ่มนี้คือปลิงดูดเลือดดีๆ นี่เอง เมื่อใดที่ถูกเกาะติดเข้าแล้วสามารถสูบชีวิตเจ้าไปได้ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

หน่วยราชองครักษ์ขององค์หญิงใหญ่ควบม้าถือทวนยาวส่งเสียงครืนครันเข้ามา

ดังนั้น ภายในตรอกจึงเกิดภาพฉากหนึ่งที่ทำให้เหล่าชาวบ้านที่แอบมุงดูต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

เขาหนี นางไล่ ต่อให้เขาติดปีกก็หนีไปไม่พ้น!

เขาด่า นางสวน เขากระทืบเท้าดั่งอสุนีบาต!

นางยิ้ม เขาเสียใจ สุดท้ายแล้วก็…ทวนยาวฟาดผ่านร่องก้น ต่อให้เป็นชายชาตรีที่เข้มแข็งเพียงใดก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาที่ร้อนผ่าวสองสายออกมา

ผู้ตรวจการฉีจัดแต่งทรงผมที่ถูกลมพัดจนยุ่งเหยิงให้เข้าที่อย่างใจเย็น ชำเลืองมองไปยังกำแพงบ้านข้างๆ แวบหนึ่งพยักหน้าเบาๆ แล้วหันหลังกลับเข้าเรือนไป

ฉินเหยาลงมาจากบันได ตบไหล่อาวั่งและหลิวจี้ที่กำลังเบิกตากว้าง “ลูกผู้ชาย ต้องเข้มแข็ง!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 679 เขาหนี นางไล่ ต่อให้เขาติดปีกก็หนีไปไม่พ้น"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

c97a835-novelpdf
ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70
19/07/2025
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026
6541d756
พันธสัญญาลวงรัก
25/09/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.