ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 143 ไปเยี่ยมลูกพี่ลูกน้อง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 143 ไปเยี่ยมลูกพี่ลูกน้อง
บทที่ 143 ไปเยี่ยมลูกพี่ลูกน้อง
อันจิ่วเม่ยไม่รังเกียจ เธอตรวจดูมันเทศที่งอกเหล่านี้แล้วแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งรอพรุ่งนี้จะเอาไปปลูกในดินหลังบ้าน ส่วนที่เหลือเธอหาหม้อดินเผากับไม้ไผ่มา ใส่น้ำในหม้อ เสียบไม้ไผ่บนมันเทศ แล้วใช้ไม้ไผ่แขวนมันเทศให้ลอยอยู่ในหม้อ ให้ส่วนที่งอกอยู่ด้านบน ส่วนที่ไม่งอกแช่ในน้ำ
แบบนี้นอกจากจะได้ไม้ประดับชมแล้ว ใบที่งอกออกมายังเด็ดไปผัดกินได้เรื่อย ๆ สุดยอดไปเลย
ทำเสร็จก็ดึกแล้ว อันจิ่วเม่ยก็ล้างหน้าแปรงฟันเข้านอนเลย พรุ่งนี้ยังมีงานอีกเพียบ
ในขณะเดียวกัน ทางอีกด้านหนึ่ง หลัวลี่เซียนได้ยินชื่อของเยี่ยนเอ๋อจากบทสนทนาของรองหัวหน้าโรงงานผ้า เมื่อพูดถึงเยี่ยนเอ๋อ หลัวลี่เซียนรู้จักผู้หญิงคนนี้ดี เพราะเคยเจอเยี่ยนเอ๋อในช่วงที่เธอมาเยี่ยมพี่ชาย ทำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน
ในเวลานั้น หลัวลี่เซียนเพิ่งเริ่มมีความรู้สึกชอบหลี่เจียเฟิ่ง เธอจึงไปหาพี่ชายของเยี่ยนเอ๋อบ่อยครั้ง เนื่องจากพี่ชายของเยี่ยนเอ๋อมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่เจียเฟิ่ง การพบปะกันบ่อย ๆ ทำให้ทั้งสองคนเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น
ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่มีฐานะ หลัวลี่เซียนมักมีท่าทีเหนือกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ส่วนเยี่ยนเอ๋อที่ดูเหมือนกระตือรือร้นอยากผูกมิตรกับเธออย่างมาก หลัวลี่เซียนเองก็ยินดีเปิดรับมิตรภาพนั้น ทำให้ในช่วงเวลานั้นพวกเธอสนิทสนมกันไม่น้อย
ว่ากันว่าผู้หญิงเก็บความลับไม่ค่อยอยู่ ไม่กี่วันต่อมา หลัวลี่เซียนก็บอกเยี่ยนเอ๋อว่าเธอชอบหลี่เจียเฟิ่ง เธอยังจำได้ว่าในตอนนั้น เยี่ยนเอ๋อแสดงท่าทีเป็นมิตร ยิ้มแย้มพร้อมชมว่าเธอกับหลี่เจียเฟิ่งเป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง ราวกับเป็นคู่ที่สวรรค์สร้างมา
ในช่วงเวลานั้น หลัวลี่เซียนมีแต่หลี่เจียเฟิ่งอยู่ในหัวใจและสายตา เธอจึงไม่ได้สังเกตความรู้สึกของเยี่ยนเอ๋อเลย เธอคิดว่าอีกฝ่ายอวยพรเธอกับหลี่เจียเฟิ่งด้วยความจริงใจ และยังรู้สึกว่ามิตรภาพระหว่างพวกเธอดูแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
แต่ไม่เคยคาดคิดว่า เยี่ยนเอ๋อเองก็ชอบหลี่เจียเฟิ่งเช่นกัน และยังกล้าประกาศไปทั่วว่า หากไม่ใช่เพราะอันจิ่วเม่ยเข้ามาแย่งหลี่เจียเฟิ่งไป คนที่สมควรแต่งงานกับเขาควรเป็นเธอ
คำพูดนี้ทำให้หลัวลี่เซียนแทบระเบิดด้วยความโกรธ การถูกคนที่เคยสนิทสนมหักหลังเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกคนแปลกหน้าแย่งหลี่เจียเฟิ่งไป
หลัวลี่เซียนแม้จะไม่ได้มองเยี่ยนเอ๋อเป็นเพื่อนสนิท แต่เธอก็เคยเป็นผู้ติดตามที่เชื่อฟังเธอมานาน การที่เยี่ยนเอ๋อหักหลังแบบนี้ทำให้หลัวลี่เซียนไม่พอใจอย่างมาก
หลัวลี่เซียนหรี่ตามองรองหัวหน้าโรงงานผ้าอย่างครุ่นคิด ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความเจ้าเล่ห์
“แสดงว่า เยี่ยนเอ๋อคนนั้นทำงานอยู่ภายใต้บังคับบัญชาคุณใช่ไหม?”
รองหัวหน้าโรงงานผ้าพยักหน้ารับทันที พลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงประจบเอาใจอย่างกระตือรือร้น
“ใช่ครับ เธออาศัยเส้นสายจากครอบครัวเข้ามาทำงานในโรงงานของเรา ปกติก็ทำตัวหยิ่งยโสไม่น้อยเลยครับ”
หยิ่งยโสอย่างนั้นหเหรอ?
หลัวลี่เซียนยิ้มเยาะที่มุมปาก ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ ตอนที่เคยเป็นลูกน้องฉัน เธอไม่ได้ทำตัวแบบนี้นี่
เธอยกคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแฝงอำนาจ “เธอจะหยิ่งยโสยังไงก็คงไม่เท่าคุณ รองหัวหน้าอย่างคุณนี่แหละ ถ้าคุณอยากก้าวหน้าไปอีกขั้น ก็ควรใส่ใจเรื่องนี้ให้มาก ๆ หน่อย ถ้าฉันพอใจ เรื่องตำแหน่งอะไร ๆ ก็คุยกันได้ เข้าใจไหม?”
คำพูดของหลัวลี่เซียนแฝงนัยยะชัดเจน กงหยางซื่อที่ติดอยู่ในตำแหน่งรองหัวหน้านี้มาหลายปี พยายามเท่าไรก็ยังไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ ตลอดเวลาต้องอยู่ใต้บังคับบัญชาของพานซินหรง ซึ่งเป็นปมในใจเขามาโดยตลอด
เมื่อได้ยินคำพูดที่เหมือนเป็นคำใบ้จากหลัวลี่เซียน สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นยินดีทันที เขาตอบรับอย่างเร่งรีบ “คุณหลัวลี่เซียน เรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง!”
หลัวลี่เซียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็นท่าทางของเธอ แต่เธอก็ตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“อีกอย่าง ผู้หญิงบ้านนอกคนนั้น จับตาดูเธอไว้ให้ดี ไม่ว่าเธอจะคิดทำอะไร อย่าให้เธอสมหวังเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
คำสั่งนี้ทำให้กงหยางซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ยินข่าวลือว่าอันจิ่วเม่ยกับพานซินหรงกำลังร่วมมือกันทำอะไรบางอย่าง เขาส่งคนไปสืบแต่กลับไม่พบข้อมูลใด ๆ ชัดเจนว่าพานซินหรงตั้งใจปกปิดเรื่องนี้จากเขา
ในฐานะที่ทั้งสองคนมีการแข่งขันกันอยู่แล้ว การไม่บอกข้อมูลซึ่งกันและกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ตัวเขาเองก็ไม่ได้เปิดเผยทุกอย่างให้พานซินหรงรู้เช่นกัน แต่เมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอันจิ่วเม่ย กลับทำให้เขารู้สึกปวดหัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งไปกว่านั้น หลานชายของผู้บังคับบัญชาการทหารภาคเหนือยังเคยสั่งให้เขาจับตาดูอันจิ่วเม่ยและพยายามก่อกวนเธออีกด้วย แต่ตอนนี้เธอกับพานซินหรงกลับร่วมมือกัน ทำให้การก่อกวนเธอดูจะกลายเป็นเรื่องยากไปเสียแล้ว
กงหยางซื่อเริ่มรู้สึกจนปัญญา ไม่รู้ว่าควรตอบหลัวลี่เซียนอย่างไรดี
“ทำไมเงียบไป? ฮัลโหล?” เสียงของหลัวลี่เซียนดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ทำให้กงหยางซื่อสะดุ้งรีบกลับมาตอบสนองทันที
หลัวลี่เซียนรออยู่ปลายสายสักพัก ไม่ได้ยินคำตอบเสียที รู้สึกหงุดหงิด
“อยู่ครับ เมื่อกี้สัญญาณไม่ค่อยดี”
กงหยางซื่อรีบตอบและรับรองว่า “คุณหลัวลี่เซียนวางใจได้ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน”
อย่างไรก็ตาม หลานผู้บังคับบัญชาการทหารภาคเหนืออยู่ไกล ไม่พูดตอนนี้ก็ไม่เป็นไร รอให้เขาสืบให้รู้แน่ชัดก่อนว่าสองคนนั้นกำลังทำอะไรกันแน่ แล้วค่อยหาทางแทรกแซงทำลายก็ได้เหมือนกัน
เพียงแค่ทำให้งานในมือของพานซินหรงมีปัญหา กงหยางซื่อก็มั่นใจว่าเขาจะมีโอกาสก้าวหน้าได้ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากหลานผู้บังคับบัญชาการทหารภาคเหนือ เขาก็คิดจะลงมือทำอยู่แล้ว
เมื่อได้ยินคำรับรองของกงหยางซื่อ หลัวลี่เซียนก็รู้สึกโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง แต่ดูเหมือนสาวชาวบ้านคนนี้จะไม่เหมือนคนอื่น
หลังจากสั่งงานเสร็จเรียบร้อย หลัวลี่เซียนก็วางสายโทรศัพท์ ก่อนจะเตรียมตัวไปเรียนทำอาหาร
เมื่อเร็ว ๆ นี้เธอได้ยินคนในค่ายพูดว่าหลี่เจียเฟิ่งสนใจเรื่องอาหารมาก เธอจึงวางแผนใช้ฝีมือการทำอาหารเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ หวังว่าจะได้ใกล้ชิดกับเขามากขึ้น
อันจิ่วเม่ยไม่รู้เลยว่า ในขณะที่เธอนอนหลับสบาย เรื่องราวมากมายได้เกิดขึ้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว หลังจากตื่นนอนและล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย เธอพบว่าย่าอันได้ตื่นแต่เช้าเพื่ออุ่นอาหารที่เตรียมไว้เมื่อคืนให้ พร้อมทั้งห่อไว้เรียบร้อย
“ระวังตัวด้วยนะ อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อนนะ อย่าลืมมาเล่าให้ย่าฟังด้วยนะว่าลูกชายของอันหนิงเหอเป็นยังไงบ้าง”
“หนูรู้แล้วค่ะคุณย่า ย่าวางใจได้เลย”
อันจิ่วเม่ยหยิบซาลาเปาเนื้อสองลูกกินระหว่างทาง แล้วสะพายตะกร้าขึ้นจักรยานออกเดินทาง
ย่าอันยืนส่งหลานสาวไปที่ประตูอย่างเป็นห่วง จนมองไม่เห็นเงาของอันจิ่วเม่ยแล้วจึงเรียกสุนัขสามตัวเข้าบ้าน
เพื่อป้องกันคนมาก่อกวนตอนอันจิ่วเม่ยไม่อยู่บ้าน ย่าอันจึงล็อคประตูไว้เลย แล้วอยู่ในลานบ้านเล่นกับสุนัขสามตัวและสานตะกร้าพร้อมกับตากเต้าหู้ไปด้วยจะได้ไม่เบื่อ
อันจิ่วเม่ยคิดว่าตัวเองมาเช้าแล้ว เพราะออกเดินทางตอนฟ้าเพิ่งสาง แต่พอมาถึงโรงพยาบาลกลับพบว่าครอบครัวของป้ามาถึงก่อนแล้ว ตอนนี้หมอกำลังตรวจอาการบาดเจ็บของลูกชายป้าอยู่
เมื่ออันจิ่วเม่ยเข้ามาก็เห็นลุงกับป้ายืนรออยู่ในระเบียง เธอจึงรีบเดินเข้าไปหา “คุณป้า คุณลุง ทำไมพวกมาเร็วจังเลย!”