ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 180 ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นโชคชะตาที่นำพามา
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 180 ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นโชคชะตาที่นำพามา
บทที่ 180 ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นโชคชะตาที่นำพามา
ไม่กี่วันต่อมา หลัวลี่เซียนถูกเรียกตัวไปพบผู้บังคับบัญชาภาคเหนือ ผู้บังคับบัญชาคือชายสูงวัยที่เคร่งครัดในกฎระเบียบและเกียรติยศ
“ลี่เซียน…” น้ำเสียงของเขาเย็นชาแต่เด็ดขาด “ฉันรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว การกระทำของเธอถือเป็นการละเมิดวินัยร้ายแรง ฉันเห็นแก่ความเป็นหลานจึงให้เธอแค่ย้ายไปประจำที่มณฑลอื่น”
หลัวลี่เซียนเงยหน้าขึ้น น้ำตาเอ่อคลอ “คุณลุง…”
“อย่าเรียกฉันว่าลุงในเรื่องนี้ ฉันทำตามหน้าที่” เขาตัดบท “นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเธอ ถ้าเธอยังดื้อรั้น ฉันจะลงโทษเธอให้ถึงที่สุด”
คำพูดนั้นทำให้หลัวลี่เซียนนิ่งเงียบ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
สุดท้ายเธอทำได้เพียงยอมรับ เธอเดินออกจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่แตกสลาย แม้จะรักหลี่เจียเฟิ่งเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจพลาดทำลายอนาคตตัวเองอีก
หลังจากเรื่องทั้งหมดสงบลง หลี่เจียเฟิ่งใช้เวลาในทุกวันอย่างมุ่งมั่นทำหน้าที่ เขาเขียนจดหมายฉบับใหม่ส่งไปหาอันจิ่วเม่ย
“ถึงอันจิ่วเม่ย…” เขาเขียนลงในจดหมายด้วยความตั้งใจ หลี่เจียเฟิ่งเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิด หลังจากเขียนเสร็จปลายปากกาของเขาหยุดนิ่งชั่วขณะ ก่อนจะเขียนต่อด้วยข้อความที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ว่า“รักและคิดถึง”
อันจิ่วเม่ยและลู่เหอสอบติดมหาวิทยาลัยปักกิ่งในคณะเศรษฐศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจ ข่าวดีนี้สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวและเพื่อนบ้านในหมู่บ้านหนานเทียนอย่างมาก
ในวันรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักศึกษาใหม่
อันจิ่วเม่ยเดินสำรวจสถานที่ด้วยความตื่นเต้น แม้เธอจะคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในเมืองหลวงและในรั้วมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่โลกก่อน แต่การเริ่มต้นใหม่ในเมืองใหญ่นี้กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นราวกับได้สัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกอีกครั้ง
จู่ ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “จิ่วเม่ย! ฉันคิดถึงเธอมาก!”
เธอหันกลับไปอย่างตกใจ ก่อนจะเห็นหมิ่นเหลียนซินเพื่อนสนิทที่เธอไม่ได้พบกันาน วิ่งเข้ามาสวมกอดเธออย่างดีใจ
“เหลียนซิน!” อันจิ่วเม่ยร้องด้วยความดีใจ ก่อนกอดตอบแน่น “ฉันก็คิดถึงเธอมากเหมือนกัน! ไม่อยากเชื่อว่าเราจะได้เจอกันที่นี่จริง ๆ !”
หมิ่นเหลียนซินยิ้มกว้าง พลางมองเธอด้วยสายตาชื่นชม “เธอนี่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังจริง ๆ นะ ฉันแอบดีใจมากตอนเห็นชื่อเธอในรายชื่อ”
ทั้งสองหัวเราะกันอย่างสนิทสนม ราวกับได้กลับไปในวันวานอีกครั้ง พวกเธอเดินเคียงข้างกัน พูดคุยถึงเรื่องราวที่ผ่านมา และความฝันในอนาคต
การเริ่มต้นในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความท้าทาย อันจิ่วเม่ยพบว่าหลักสูตรเศรษฐศาสตร์นั้นไม่ง่าย ต้องเรียนรู้ทั้งตัวเลข ทฤษฎี และการวิเคราะห์เชิงลึก ตารางเรียนแน่นเอี๊ยดจนแทบไม่มีเวลาให้พักผ่อน แต่เธอไม่เคยคิดจะยอมแพ้
วันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุด หมิ่นเหลียนซินสังเกตเห็นอันจิ่วเม่ยก้มหน้าก้มตาเขียนสมุดเลคเชอร์อย่างจริงจัง
“เธอไม่เหนื่อยเหรอ?” หมิ่นเหลียนซินถามพลางยื่นขนมปังมาให้
อันจิ่วเม่ยเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบาง ๆ “เหนื่อยสิ แต่ฉันมีเป้าหมายใหญ่”
“อะไรเหรอ?”
“ฉันอยากกลับไปพัฒนาหมู่บ้านของเรา” เธอตอบด้วยแววตามุ่งมั่น “และขยายธุรกิจของตัวเองให้เติบโตยิ่งขึ้น”
หมิ่นเหลียนซินมองเธอด้วยสายตาชื่นชม “เธอนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ตั้งแต่ที่อยู่หมู่บ้านหนานเทียน จิ่วเม่ยเธอช่างมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ พลางตอบ “พูดเกินไปแล้ว ฉันก็แค่พยายามทำสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด”
เธอรู้ดีว่าการเรียนเศรษฐศาสตร์ในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการบริหารธุรกิจธรรมดา แต่ยังเป็นการเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
โลกที่เธอจากมาแตกต่างจากโลกนี้มาก เทคโนโลยีในโลกอนาคตมีความก้าวหน้าจนทำให้เศรษฐกิจและวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ยุคนี้ ทุกอย่างยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น การเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจะทำให้เธอมีโอกาสสร้างสิ่งใหม่ ๆ และพัฒนาสังคมได้ในระยะยาว
“ในโลกที่ฉันจากมา ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเหลือเกิน แต่ยุคนี้…” เธอพูดขึ้นราวกับพูดกับตัวเอง
“อะไรนะ?” หมิ่นเหลียนซินเอ่ยถาม
อันจิ่วเม่ยส่ายหน้าแล้วยิ้ม “เปล่า แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
วันหยุดแรกในมหาวิทยาลัย อันจิ่วเม่ยตัดสินใจเดินทางไปหาหลี่เจียเฟิ่งที่ฐานทัพ
เธอคาดว่าระยะทางจะไม่ไกล แต่เมื่อเดินทางจริงกลับต้องต่อรถหลายสาย และเดินเท้าอีกสองถึงสามชั่วโมงกว่าจะถึง
เดิมทีแผนของเธอคือมาพักที่หมู่บ้านญาติทหารในฐานทัพสักระยะก่อนเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เมื่อคิดทบทวน อันจิ่วเม่ยตัดสินใจว่า รอให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จก่อนแล้วค่อยย้ายมาคงจะสะดวกกว่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นระยะทางจริง ๆ เธอก็ได้แต่กุมขมับ
“นี่เรียกว่าอยู่ใกล้เหรอ!” เธอบ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อเดินทางมาถึงหน้าประตูฐานทัพ
หลี่เจียเฟิ่งที่ยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินเข้ามาหา “สำหรับฉัน มันไม่ได้ไกลขนาดนั้นนี่นา”
“คุณนี่มันจริง ๆ เลย” อันจิ่วเม่ยบ่น ขณะเท้าสะเอว
หลี่เจียเฟิ่งยิ้มอ่อนโยน “คิดถึงเธอจะแย่อยู่แล้ว ฉันบอกว่าจะไปรับ เธอก็ไม่ยอมให้ไป”
คำพูดนั้นทำให้อันจิ่วเม่ยที่กำลังโมโหเงียบเสียงลง ก่อนจะค้อนใส่เขาเล็กน้อย “ก็ฉันอยากรู้ว่าถ้าเดินทางด้วยรถประจำทางจะไกลขนาดไหนนี่”
หลี่เจียเฟิ่งอมยิ้มกับท่าทางของเธอ ระยะทางสำหรับเขาไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักหน่อย
“หมู่บ้านญาติทหารใกล้ฐานทัพฉันก็ไม่เลวเลยนะ” หลี่เจียเฟิ่งพูดขึ้น “พื้นที่กว้าง ปลอดภัย ถนนหนทางก็ดี มีรถประจำทางผ่าน ช่วงที่เธอเรียนมหาวิทยาลัยก็พาคุณย่ามาอยู่ที่นี่ ฉันจะดูแลเอง วันหยุดเธอก็มาพักที่นี่ ยังไงก็ดีกว่ากลับหมู่บ้านหนานเทียนที่ไกลกว่า”
อันจิ่วเม่ยพยักหน้าเห็นด้วย แม้จะต้องเดินทางสองถึงสามชั่วโมง แต่การเดินทางจากปักกิ่งมาที่นี่ก็สะดวกกว่าการเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านหนานเทียน
ก่อนกลับ หลี่เจียเฟิ่งอาสาขับรถทหารไปส่งเธอถึงตัวเมืองปักกิ่ง “สัปดาห์หน้าอย่าลืมกลับบ้านนะ คุณย่าคงคิดถึง…ฉันก็เหมือนกัน”
อันจิ่วเม่ยมองเขาอย่างค้อน ๆ ก่อนตีแขนเขาไปหนึ่งที ยังขับรถไม่ทันพ้นเขตทหารก็เริ่มถามหาวันหยุดแล้วจริง ๆ เลย!
หลังจากนั้น อันจิ่วเม่ยย้ายคุณย่าไปอยู่ที่หมู่บ้านญาติทหารใกล้ฐานทัพ ทำให้คุณย่าอันมีเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร และมีหลี่เจียเฟิ่งคอยดูแล
ทุกวันหยุด อันจิ่วเม่ยจะกลับมาที่หมู่บ้านนี้เพื่อใช้เวลาร่วมกับย่าอันและหลี่เจียเฟิ่ง ส่วนปิดเทอมใหญ่ ทั้งครอบครัวจะกลับไปพักที่หมู่บ้านหนานเทียนด้วยกัน บรรยากาศในชนบทที่สงบสุขยังคงเป็นที่พักพิงที่ดีที่สุดสำหรับอันจิ่วเม่ย
หลังจากอันจิ่วเม่ยสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยม เธอกลับมายังหมู่บ้านหนานเทียนพร้อมความตั้งใจแน่วแน่ที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดียิ่งขึ้น
ห้าปีต่อมา…
ปี 1985 ประเทศจีนเริ่มเข้าสู่ยุคที่การค้าเสรีเติบโตอย่างรวดเร็ว หมู่บ้านหนานเทียนในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล โครงการสร้างโรงงานหลายแห่งที่อันจิ่วเม่ยและหลี่เจียเฟิ่งร่วมกันผลักดันเมื่อหลายปีก่อนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญ ชาวบ้านที่เคยยึดอาชีพเกษตรกรรมได้รับโอกาสใหม่ในโรงงาน มีรายได้มั่นคง ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากโครงการพัฒนาในหมู่บ้าน ธุรกิจของอันจิ่วเม่ยเองก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด เธอเริ่มวางแผนสร้างโรงงานเพิ่มเติมในเมืองใหญ่เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ความคิดหนึ่งแล่นเข้าสู่หัว เธอตัดสินใจนำทองคำในมิติที่เก็บไว้มานานออกมาขาย
เมื่อได้รับเงินจากการขายทอง อันจิ่วเม่ยนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับลู่เหอ ทั้งสองตกลงที่จะขยายธุรกิจครั้งใหญ่ ด้วยการสร้างโรงงานใหม่ในปักกิ่งและศูนย์กระจายสินค้าที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง
โรงงานแห่งใหม่เริ่มดำเนินการได้อย่างราบรื่น อันจิ่วเม่ยใช้ความรู้จากมหาวิทยาลัยและประสบการณ์จากโลกก่อนมาวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบ
เธอยังจัดอบรมพนักงานเพื่อพัฒนาทักษะ และเปิดโอกาสให้พวกเขาเติบโตไปพร้อมกัน ผลิตภัณฑ์จากโรงงานเริ่มตีตลาดต่างประเทศ ธุรกิจขยายตัวรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง
รายได้จากธุรกิจถูกนำไปลงทุนในโครงการพัฒนาหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ถนนสายใหม่ โรงเรียน โรงพยาบาล และศูนย์ฝึกอาชีพถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน
…
ลานบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านหนานเทียนอบอวลด้วยเสียงหัวเราะ เด็กชายสองคนกำลังวิ่งไล่จับสุนัขสามตัวที่กระโดดโลดเต้นไปมา ส่วนเด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีชมพูกำลังปีนขึ้นตักย่าอันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย
หญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงสีชมพูกำลังปีนขึ้นตักย่าอันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย
“เจ้าเด็กพวกนี้วุ่นวายจริง แต่ก็ทำให้ย่าเป็นคนแก่ที่มีความสุขที่สุด” ย่าอันหัวเราะเสียงใส
“ทุกครั้งที่ฉันเห็นรอยยิ้มของพวกเขา ฉันรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามาก” เธอกล่าวขณะมองเด็ก ๆ วิ่งเล่นอย่างสนุกสนานในสนามหญ้า
หลี่เจียเฟิ่งเดินออกมาจากบ้านพร้อมถาดน้ำชา เขาวางมันลงบนโต๊ะข้างย่าอัน ก่อนจะนั่งลงข้างอันจิ่วเม่ย “ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอฝันแล้ว”
“เพราะคุณ ฉันถึงทำได้” อันจิ่วเม่ยตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น เธอหันไปมองลูกทั้งสามที่กำลังเล่นสนุกกันอย่างไร้เดียงสา
เธอยกข้อมือขึ้น พลางทอดสายตามองกำไลหยกที่ยังคงเปล่งประกายงดงาม ดั่งเช่นวันแรกที่ได้เจอมัน
“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นโชคชะตาที่นำพามาจริง ๆ ” เธอพึมพำเสียงเบา พร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานบ้าน กลมกลืนไปกับเสียงลมที่พัดโชย ท้องฟ้าสีครามสดใสเหนือศีรษะ ช่างเหมาะเจาะกับบรรยากาศแห่งความสุข
“ฉันคงเป็นตัวประกอบที่มีความสุขที่สุดในโลกจริง ๆ ” อันจิ่วเม่ยเอ่ยเบา ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมาย พลางมองไปยังเส้นขอบฟ้า ความสุขในใจเธอมากล้นจนยากจะบรรยายเป็นถ้อยคำ…
-จบบริบูรณ์-
Shizi_CK
ตัดจบแบบ เอิ่ม
siaminter
สนุกมาก ขอบคุณมากค่ะ
wisney
ขอเรื่องแบบนี้อีกค่ะ ขอบคุณค่ะ
Pchaya
ขอบคุณค่ะขอบคุณค่ะ