ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 38 เริ่มสำรวจโกดังลับ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 38 เริ่มสำรวจโกดังลับ
บทที่ 38 เริ่มสำรวจโกดังลับ
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนนกลายเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ที่ทำให้เพ่ยอิงกลับมาจุดยืนได้ มันไม่เพียงกอบกู้ชื่อเสียงให้ครอบครัวเท่านั้น
แต่ยังทำให้เธอกลับมาบ้านอย่างวีรสตรี ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่น แม้พี่สะใภ้จะยังคงทำหน้าบึ้งตึง แต่โดยรวมแล้วบรรยากาศในบ้านก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวเรื่องความสามารถของเพ่ยอิงแพร่สะพัดไปถึงตระกูลหลี่อย่างรวดเร็ว พวกเขาจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
เพราะการได้เป็นเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนนแรงงานถือเป็นงานประจำที่มั่นคง สบาย แถมยังได้คะแนนเต็ม
ซึ่งปกติแล้วต้องเป็นแรงงานที่แข็งแรงและมีทักษะจริง ๆ ถึงจะทำได้ หากได้เพ่ยอิงมาเป็นสะใภ้ เธอจะสามารถดูแลหลี่ถังได้อย่างดี และยังเป็นหลักประกันความมั่งคงของครอบครัวอีกด้วย
ลี่เฟยคิดแล้วก็ตื่นเต้นดีใจ คืนนั้นเธอจึงรีบไปปรึกษาหารือกับชิวหรงทันที พวกเธอต้องไปสู่ขอเพ่ยอิงมาเป็นลูกสะใภ้ให้หลี่ถังให้ได้!
ในใจของชิวหรง เพ่ยอิงนั้นก็เหมือนหลานสะใภ้ของเธออยู่แล้ว เพราะทั้งคู่เคยแสดงความสนิทสนมกันต่อหน้าทุกคน
ส่วนเรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ นั้น ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกันบ้าง ถึงเพ่ยอิงจะไม่เคยยอมรับ แต่แค่ปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไป เพ่ยอิงก็จะไม่มีทางแต่งงานกับใครได้อีกนอกจากหลี่ถัง
ดังนั้น ตระกูลหลี่จึงต้องรีบคว้าตัวเพ่ยอิงมาเป็นสะใภ้ให้เร็วที่สุด!
ยิ่งตอนนี้เพ่ยอิงแสดงความสามารถที่โดดเด่นในการเป็นเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนน เธอก็ยิ่งเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านมากขึ้นไปอีก
ชิวหรงและลี่เฟยนั่งซุบซิบปรึกษากันอย่างขะมักเขม้นจนดึกดื่น ใบหน้าของทั้งคู่เปื้อนยิ้มด้วยความพึงพอใจ ราวกับมองเห็นอนาคตที่สดใสรออยู่
ในขณะเดียวกัน อันจิ่วเม่ยกลับไม่มีเงาของความกังวลใด ๆ เธอไม่รู้เลยว่าแม่สามีและพี่สะใภ้ใหญ่กำลังวางแผนแบบเดียวกับเธอ อีกทั้งแผนการนั้นยังจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก
อันจิ่วเม่ยกำลังจะเดินไปที่นา ก็บังเอิญเจอกับหลี่เจียเฟิ่งที่ถือหม้อใส่น้ำหวานเดินสวนทางมาพอดี ทั้งสองเดินเคียงข้างกัน อันจิ่วเม่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ฉันวาดแบบแปลนบ้านเสร็จแล้วล่ะ! กินข้าวเสร็จจะให้คุณดู ช่วยติชมหน่อยนะ ถ้าใช้ได้เราก็จะทำตามนี้เลย”
แม้หลี่เจียเฟิ่งจะบอกให้เธอออกแบบตามใจชอบ แต่อันจิ่วเม่ยก็ยังคงคำนึงถึงความต้องการของเขาอยู่เสมอ ด้วยความกตัญญูที่เขาให้อำนาจและสนับสนุนเธออย่างมากมาย
“อืม” หลี่เจียเฟิ่งตอบรับในลำคอ
สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกาย เขาเห็นความใฝ่ฝัน ความมุ่งมั่น และความหวัง ในแววตาของเธอ
ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า การได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่มองโลกในแง่ดี ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และพยายามใช้ชีวิตให้ดีที่สุดเช่นนี้ คงจะเป็นความสุขที่สุดในชีวิต…
หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารเย็น อันจิ่วเม่ยก็รีบหยิบกระดาษที่ตัวเองวาดแบบแปลนบ้านด้วยความตั้งใจมาอวดหลี่เจียเฟิ่งทันที
ดวงตาของหลี่เจียเฟิ่งเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นแผนผังบ้านที่วาดไว้อย่างชัดเจน ประกอบกับตัวอักษรที่เขียนกำกับไว้อย่างเป็นระเบียบ
เขาอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “เธอรู้หนังสือด้วยเหรอ?”
อันจิ่วเม่ยชะงักไปนิดหน่อย เมื่อเห็นสายตาของหลี่เจียเฟิ่งจ้องมองมายังเธอ แย่แล้ว… เธอลืมไปว่าผู้หญิงยุคนี้ไม่ค่อยรู้หนังสือ
ใบหน้าหวานล้ำซีดลงเล็กน้อย ก่อนที่ความคิดอันแสนว่องไวจะแล่นวาบขึ้นมา อันจิ่วเม่ยรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยิ้มแหย ๆ แล้วตอบกลับ
“อ๋อ ใช่ค่ะ ตอนเด็ก ๆ ฉันแอบหัดอ่านหนังสือเอง เลยอ่านออกเขียนได้นิดหน่อย”
หลี่เจียเฟิ่งชะงักไปเช่นกัน เขามองใบหน้าสะสวยที่ฉายแววกังวลเล็ก ๆ นั้น ความทรงจำในวัยเด็กของตัวเองพลันผุดขึ้นมา
ชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ครอบครัวยากจน แม่ที่เจ็บป่วย เขาต้องทำงานหนักตั้งแต่ยังเด็ก แม้แต่โอกาสได้เรียนหนังสือยังแทบไม่มี กว่าจะอ่านออกเขียนได้ ก็ต้องแอบเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างยากลำบาก
เมื่อนึกถึงชีวิตวัยเด็กอันแสนลำบาก เขาก็รู้สึกทึ่งในตัวอันจิ่วเม่ยขึ้นมาทันที
หญิงสาวที่ดูบอบบางราวกับดอกไม้เช่นนี้ กลับมีความมุมานะไม่ต่างจากเขา แถมแบบแปลนบ้านที่เธอวาดออกมาก็ดูเป็นมืออาชีพราวกับผ่านการศึกษาอย่างดี
ความรู้สึกเคารพผุดขึ้นในใจ เขามองหญิงสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้น พยักหน้ารับเบา ๆ
“อืม…” ก่อนจะก้มลงมองแบบแปลนบ้านในมือต่อ
สายตาคมกริบกวาดมองรายละเอียดบนกระดาษอย่างพินิจพิเคราะห์ ยิ่งตรวจสอบ หลี่เจียเฟิ่งก็ยิ่งประหลาดใจ แบบแปลนนี้ไร้ที่ติ ทุกอย่างถูกวางไว้อย่างเป็นระบบและรอบคอบ แสดงถึงความเข้าใจในงานก่อสร้างอย่างแท้จริง
“ดีมากเลย” หลี่เจียเฟิ่งเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมคาย
“พรุ่งนี้ผมจะเอาไปให้หัวหน้าคนงานดู ให้พวกเขาทำตามนี้เลย”
ได้ยินคำชมเช่นนั้น รอยยิ้มกว้างพร้อมลักยิ้มน่ารัก ๆ ก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของอันจิ่วเม่ยทันที
เสร็จธุระสำคัญแล้ว อันจิ่วเม่ยก็รู้สึกโล่งอก เธอเข้านอนด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่ม แต่ในใจกลับคิดถึงแต่เรื่องการสำรวจโกดังในพื้นที่มิติลับนั้นต่อ
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เธอค้นพบว่าพื้นที่ประหลาดนั้นแท้จริงแล้วอยู่ในกำไลหยกบนข้อมือของเธอ
ปกติกำไลจะซ่อนตัวไปแต่เมื่อไหร่ที่เธอต้องการ แค่หลับตาลงและจินตนาการถึงกำไล แสงสีเขียวอ่อน ๆ จะปรากฏขึ้นที่ข้อมือ ก่อนจะกลายเป็นกำไลหยกเขียวเนื้อใส
และคืนนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะสำรวจโกดังในมิติพิเศษ อันจิ่วเม่ยเข้าไปในมิติ เธอเริ่มต้นด้วยการแวะทักทายเจ้าปลาคาร์ฟอ้วนกลมน่ารักในน้ำพุ พร้อมโปรยอาหารให้พวกมันอย่างใจดี
ปลาคาร์ฟตัวน้อยแหวกว่ายแย่งกันกินอาหารที่เธอโปรยลงไปอย่างสนุกสนาน
จากนั้นอันจิ่วเม่ยก็เดินลึกเข้าไปด้านใน ภายในโกดังขวาง กว่าที่คิด ราวกับโกดังสินค้าขนาดยักษ์ ชั้นวางของสูงจนสุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย
อันจิ่วเม่ย ตื่นตาตื่นใจกับสมบัติมากมาย ทั้งของใช้ประจำวัน เครื่องปรุงรสนานาชนิด เครื่องประดับหรูหรา อุปกรณ์ครบทุกอย่าง
“มหัศจรรย์จริง ๆ ” อันจิ่วเม่ยพึมพำกับตัวเอง แม้จะข้ามมิติมาแล้ว แต่ความรู้สึกตื่นเต้นแบบเด็ก ๆ ก็ยังคงอยู่เต็มเปี่ยม
อันจิ่วเม่ยอดคิดไม่ได้ว่าโชคช่างเข้าข้างเธอจริง ๆ แค่ล้มก็ได้ทองคำ ซื้อที่ดินก็ยังได้กำไลวิเศษแถมมาด้วย ดูท่าสวรรค์คงสงสารที่เธอต้องข้ามมิติมา เลยส่งของขวัญสุดพิเศษมาปลอบใจโดยเฉพาะสินะ? เธอคิดพลางยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข
“โอ้โห มีแม้กระทั่งไวน์ปี 1945 ” อันจิ่วเม่ย อุทานออกมา เมื่อเห็นลังไม้ที่เต็มไปด้วยขวดไวน์เก่าแก่ เธอไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ แต่ก็พอรู้ว่าไวน์ยุคเก่ามีราคาแพงมาก
“ชีวิตนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกแล้ว!” สายตาของเธอกวาดมองไปรอบ ๆ จนไปหยุดที่ มุมหนึ่งของโกดัง ที่นั่นมีกองหนังสือมากมาย วางรวมกันอย่างไม่เป็นระเบียบ
อันจิ่วเม่ย เดินเข้าไปใกล้ ๆ ปัดฝุ่นที่เกาะอยู่บนหนังสือเล่มหนึ่งออก เผยให้เห็นปกหนังสือ ที่ดูเก่าแก่
“คู่มือการเพาะปลูก ” เธอพึมพำชื่อหนังสือออกมา พลางพลิกอ่านดูคร่าวๆ ข้างในมีภาพวาดพืชผัก ผลไม้ต่าง ๆ พร้อมกับคำอธิบาย
“ถ้ามีหนังสือเล่มนี้ เธอก็น่าจะปลูกผักขายได้ในยุคนี้…” อันจิ่วเม่ย ตาลุกวาว ถ้าเธอสามารถปลูกผัก ผลไม้ได้หลากหลาย เธออาจจะกลายเป็นเศรษฐีโดยไม่รู้ตัวก็ได้
ทว่า ความคิดนั้นก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นบางสิ่ง
พระเจ้า! นั่นชุดเดรส..!
อันจิ่วเม่ย รู้สึกหัวใจเต้นแรง ไม่รอช้ารีบ คว้าชุดเดรสตัวนั้นมาดูใกล้ ๆ ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ มือบางลูบไล้ไปตามเนื้อผ้า นุ่มลื่น สัมผัสดีเลิศ
“ถ้าเป็นยุคนี้คงไม่มีชุดสวย ๆ แบบนี้ให้เห็นแน่ เอาไว้ใส่นอนตอนหลี่เจียเฟิ่งไม่อยู่ละกัน ฮิฮิ” เธอนึกสนุก ใบหน้าหวานล้ำระบายยิ้มเจ้าเล่ห์