ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 410 ไม่ไหวก็ไม่ต้องท ำเป็นเก่ง
ตอนที่ 410 ไม่ไหวก็ไม่ต้องท ำเป็นเก่ง
หลิงอวี้จื้อเงยหน้า แววตาแสดงความขัดแย้งอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้ปกติเธอจะเป็นคนเฮฮาเสมอ แต่ไม่ใช่คนไร้หัวจิตหัวใจ
สำหรับชาวบ้านตำบลเถาหยวน เธอรู้สึกผิดจากใจ
มู่หรงนี่อวิ๋นยื่นมือไปตบไหล่หลิงอวี้จื้อเบาๆ
“เรื่องมาถึงขั้นนี้เแล้ว ไม่มีทางอื่น พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริง
หากไม่ประหารชีวิตพวกเขา ก็รังแต่จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์มากขึ้นอีก
อวี้จื้อ โดนพิษนักรบไร้ชีพก็เท่ากับตายแล้ว ใครก็ไม่อยากให้
ตนเองกลายเป็นเช่นนั้นแล้วไปทำร้ายคนรอบข้างหรอก ข้ารู้ว่าเจ้า
เป็นหญิงสาวจิตใจเมตตา จิตใจเมตตากว่าข้ามาก เรื่องนี้เจ้าไม่ต้อง
กังวลแล้ว ให้ข้ากับท่านอ๋องทำเถิด”
“ข้าเข้าใจความหมายของพวกเจ้า แต่เรื่องเช่นนี้ ต่อไปข้าก็
อาจจะต้องพบเจออีก ข้าไม่อยากหนี ให้ข้าปรับตัวอีกสักหน่อย อีก
สักครู่ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”
หลิงอวี้จื้อไม่ใช่คนประเภทจมอยู่กับอารมณ์อะไรบางอย่างแล้ว
ออกมาไม่ได้ โดยพื้นฐานแล้วเธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี เจอเรื่อง
อะไรก็คิดบวก เมื่อเป็นนักแสดงก็ไม่ใช่นักแสดงประเภทมีอาการ
ซึมเศร้าได้ง่าย สุขภาพจิตดีมาก ไม่ค่อยสนใจว่าคนอื่นจะมอง
อย่างไร
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ว่าจะยากสักเพียงใด เธอก็ต้องเรียนรู้ที่จะ
เผชิญหน้าและแก้ไขปัญหา แต่ก็ทำเป็นมองไม่เห็น
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องทำเป็นเก่ง เจ้าเป็นผู้หญิง”
หลิงอวี้จื้อกรอกตาใส่มู่หรงนี่อวิ๋น
“แล้วข้าคิดว่าตนเองเป็นผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่ หากข้าไม่ไหว ข้าก็
ไม่ยอมทนหรอก เจ้าไม่รู้ ข้าไม่ชอบทำเรื่องที่ทำให้ตัวเองลำบากใจ
หรอก”
“สบายใจขึ้นบ้างหรือยัง”
“สบายใจขึ้นมากแล้ว นี่อวิ๋น ขอบใจนะ”
มู่หรงนี่อวิ๋นเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหลิงอวี้จื้อ ตาลูกท้อคู่นั้น
ก็เปี่ยมด้วยรอยยิ้มด้วย
“เวลาเจ้ายิ้ม อย่างไรก็ดูดีกว่า หน้าตาเวลาร้องไห้ช่างน่าเกลียด
นัก”
“น่าเกลียดก็น่าเกลียดไปสิ ท่านอ๋องของข้าไม่รังเกียจข้าก็
พอแล้ว”
หลิงอวี้จื้อทำหน้าหวานซึ้ง มู่หรงนี่อวิ๋นก็จิตใจเศร้าหมองทันที
หลิงอวี้จื้อชอบใช้คำว่าท่านอ๋องของข้าบ่อยๆ ถึงแม้ว่ายังไม่ได้ออก
เรือนอย่างเป็นทางการ แต่เธอก็ถือว่าเซียวเหยี่ยนเป็นผู้ชายของตน
แล้ว มีความหมายเช่นนั้นอยู่ในภาษาที่ใช้เสมอ
ช่างเถิด เธอมีความสุขก็ดีแล้ว เห็นเธอยิ้ม ก็ดีกว่าเห็นเธอร้องไห้
อู่จิ้นพาคนไปจัดการศพทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว และจุดไฟเผาเป็น
จุลทันที มั่วชิงก็พาเฟิงอิ๋นไปฝังแล้ว ชาวบ้านที่บาดเจ็บก็กลับบ้าน
กันหมดแล้ว ทั้งตำบลเถาหยวนกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ทุกคนต่าง
มีความรู้สึกได้รอดตายจากภัยพิบัติแล้ว นึกว่ารอดตายแล้วก็
สามารถผ่านปีใหม่ไปได้อย่างดี ช่างไม่รู้เลยว่ายังมีภัยพิบัติครั้งใหญ่
กว่ารอพวกเขาอยู่
คืนนี้หลิงอวี้จื้อนอนพลิกตัวไปมา ข่มตานอนไม่ลงเลย ในหัวมี
แต่ข้อมูลการติดเชื้อ เธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมีคนติดเชื้อเท่าไหร่กัน
แน่ พอคิดถึงตรงนี้ ในใจก็กระวนกระวายอย่างยิ่ง
เธอนอนไม่หลับ มั่วชิงก็นอนไม่หลับเช่นเดียวกัน เพียงแต่มั่วชิง
นึกถึงเฟิงอิ๋นมากกว่า เฟิงอิ๋นตายแล้ว ชุนเหนียงก็ตายแล้ว แต่
เจียงสือกลับยังมีชีวิตดีอยู่
ชะตาชีวิตของพวกนางทุกคนล้วนถูกบีบอยู่ในกำมือของเจียงสือ
ไม่ใช่พวกนางต่อต้านไม่ได้ แต่ความหวาดกลัวที่แทรกซึมลึกถึงไข
กระดูก คอยมัดพวกนางเอาไว้อย่างแน่นหนา ทำให้พวกนางไม่กล้า
เหิมเกริมแม้แต่น้อย
ทุกคนที่เข้าไปในสำนักอู๋จี๋ต่างก็ผ่านประสบการณ์ราวกับอยู่ใน
ฝันร้าย นางออกจากสำนักอู๋จี๋มาตั้งหลายปีแล้วยังมิอาจลืมเลือนได้
หรือว่าจะปล่อยเจียงสือไปเช่นนี้หรือ
มั่วชิงเอาแต่ย้อนถามตนเองไม่หยุด
ภาพการตายอย่างน่าอนาถของญาติสนิทและเฟิงอิ๋นปรากฏขึ้น
ในหัว สุดท้ายนางก็ตัดสินใจเด็ดขาด
นางหนีมาหลายปีแล้ว พยายามลืมความสัมพันธ์ระหว่างตนเอง
กับสำนักอู๋จี๋มาตลอด ตอนนี้จะหนีต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ขอเพียงหา
โอกาสได้ นางจะต้องฆ่าเจียงสือด้วยมือของตนเอง ไม่ว่าจะต้อง
แลกด้วยอะไรก็ตาม
ท่ามกลางความสับสนอิรุงตุงนังนี้ ฟ้าก็ยังสว่างเช่นเดิม
หลิงอวี้จื้อจ้องดวงตาแพนด้าขณะล้างหน้า หรือว่าแก่แล้วหรือ
เมื่อก่อนไม่นอนทั้งคืนก็ไม่ได้ง่วงขนาดนี้ ตอนนี้เธออายุสิบเจ็ดปี
หรือว่ายี่สิบเก้าปีกันแน่