ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 439 เซียวเหยี่ยน เจ้ากล้าเดิมพันหรือไม่
“เซียวเหยี่ยน เจ้าเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พูดแล้ว
ต้องทำ นี่เป็นสัญญาระหว่างเรา เราถือปฏิบัติอยู่ เจ้าก็ต้องถือปฏิบัติ
ด้วย นอกเสียจากว่าเจ้ามีวิธีทำให้เฉินปี้ไม่มีทางแต่งกับเจ้า มิเช่นนั้น
พระชายารองคนนี้ เจ้าต้องรับไป
หากเจ้ากลับคำ เช่นนั้นสัญญานี้ก็ถือเป็นโมฆะไปตั้งแต่บัดนี้
โดยผิวเผินแล้ว เราก็จะไม่ไปพะวงอะไรอีก ถึงตอนนั้น คนแรกที่
ต้องตายก็คือหลิงอวี้จื้อ”
“มู่หรงกวานเย่ว์ ทำเช่นนี้ ไม่มีประโยชน์อันใดต่อเจ้าเลย”
“หลายปีมานี้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรล้วนต้องชั่งน ้าหนักข้อดีข้อเสีย
เสมอ คราวนี้เราจะทำตามใจสักครั้ง เซียวเหยี่ยน เจ้ากล้าเดิมพัน
หรือไม่”
มู่หรงกวานเย่ว์มองเซียวเหยี่ยนอยากเยือกเย็น เขารู้ว่าเซียวเห
ยี่ยนไม่กล้าเดิมพัน เขาสนใจความเป็นความตายของหลิงอวี้จื้อ
ขนาดนั้น จะกล้าเอาชีวิตของหลิงอวี้จื้อมาเดิมพันได้อย่างไร
สัญญานี้ตกลงกันไว้ตั้งแต่เซียวเหยี่ยนช่วยเฉินมั่วฉือขึ้นบัลลังก์
ได้ สิ่งนี้ผูกมัดทั้งสองคน สัญญาอะไรกันเอาไว้ห้ามคืนคำ
นางส่งคนไปตำบลเถาหยวน แต่กลับเก็บไว้ไม่ปล่อยให้ลงมือ ก็
เพื่อรอให้เซียวเหยี่ยนขอความช่วยเหลือ เมื่อใดที่เซียวเหยี่ยนขอ
ความช่วยเหลือ นางก็จะมีข้อต่อรองเพื่อเจรจาเงื่อนไขกับ
เซียวเหยี่ยน ส่วนเซียวเหยี่ยนก็จะหาเหตุผลมาปฏิเสธไม่ได้
บีบบังคับเซียวเหยี่ยนเช่นนี้ ในใจนางก็ไม่ได้มีความสุข หาก
เซียวเหยี่ยนตอบรับแล้ว ก็เพียงแต่จะเป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่า
หลิงอวี้จื้อสำคัญต่อเขาเพียงใด เขาชอบหญิงสาวคนนั้นขนาดไหน
ผลลัพธ์เช่นนี้ก็ทำให้นางปวดใจเช่นกัน
ในเมื่อชะตากำหนดให้นางต้องเจ็บปวด เช่นนั้นเซียวเหยี่ยนก็
อย่าคิดจะมีความสุข ชีวิตนี้นางหนีไม่พ้นเซียวเหยี่ยน เซียวเหยี่ยนก็
อย่าคิดจะหนีให้พ้นนาง ไม่มีวันเด็ดขาด
เซียวเหยี่ยนหน้าบึ้ง กำปั้นใต้แขนเสื้อกำแน่น เส้นเลือดปูดโป
ดออกมาหมดแล้ว บนโลกนี้มีเพียงมู่หรงกวานเย่ว์เท่านั้นที่กล้าขู่เขา
อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ ก่อนหน้านี้เขายังคงมีไมตรีจิตกับมู่หรงกวาน
เย่ว์ ตอนนี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เหลือเพียงแต่ความเกลียดชัง
คนที่เคยชอบกลับกลายมาเป็นเช่นนี้ ใจเขาก็ไม่มีความสุข
มู่หรงกวานเย่ว์ที่ทำตัวยกตนข่มท่านอยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่สาวน้อย
ยิ้มหวานในความทรงจำอันเลือนลางอีกแล้ว
เซียวเหยี่ยนไม่มีทางปฏิเสธ เขาไม่กล้าเอาชีวิตของหลิงอวี้จื้อมา
เดินพันจริงๆ ตอนนี้มู่หรงกวานเย่ว์ขาดสติสัมปชัญญะแล้ว สัญญา
นี้ยังจำเป็นต้องรักษาต่อไป
“ไทเฮาทรงออกพระราชเสาวนีย์เถิด!”
มู่หรงกวานเย่ว์ยิ้มออกมา ความรู้สึกอ้างว้างแผ่ขยายภายในจิตใจ
มือของนางวางอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ ยึดจับที่เท้าแขนบนเก้าอี้ไม้ไว้แน่น
“เช่นนั้นก็ยินดีกับท่านอ๋องด้วย วันที่สิบเดือนหน้า ท่านอ๋องกับ
พระชายารองเข้าประตูวิวาห์พร้อมกัน หวังว่าท่านอ๋องจะดูแลพระ
ชายารองอย่างดี ลำเอียงรักใครคนหนึ่งมากไป เกรงว่าครอบครัวจะ
ไม่สงบสุข”
“นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของกระหม่อม ไทเฮาไม่ต้องเป็น
ห่วง หากไม่มีเรื่องอื่นแล้ว กระหม่อมทูลลา”
เซียวเหยี่ยนพูดจบก็ออกจากวังฉางเล่อกงไปโดยไม่หันกลับมา
มู่หรงกวานเย่ว์พิงเก้าอี้อย่างหมดแรง เมื่อครู่นางเห็นความเกลียดชัง
ในแววตาเซียวเหยี่ยนชัดเจน ตอนนี้นางทำให้เซียวเหยี่ยนเกลียดเสีย
แล้วหรือ
เรื่องในอดีตกลับมาให้เห็นเป็นฉากๆ สายตาหลงรักชื่นชมของ
เซียวเหยี่ยนยังอยู่ในใจนางไม่เลือนหาย ใครจะไปคิด สิบกว่าปี
หลังจากนั้น นางกับเซียวเหยี่ยนจะเดินมาถึงจุดนี้ พวกเขาต่างมี
ตำแหน่งสูงส่ง แต่นับวันยิ่งแปลกหน้าต่อกัน มู่หรงกวานเย่ว์ใน
ตอนนั้น ไม่เคยคิดจะเข้าวัง ความปรารถนาสูงสุดในใจมีแต่รอคอย
หนุ่มน้อยคนนั้นโตขึ้นมาสู่ขอนางเป็นภรรยา
ตอนนี้หนุ่มน้อยเติบโตไปนานแล้ว คนที่จะแต่งงานด้วยกลับ
เป็นคนอื่น นางกับเขานับวันยิ่งห่างเหิน
“ไทเฮา ไม่เป็นอะไรนะเพคะ!”
เห็นมู่หรงกวานเย่ว์พิงเก้าอี้ไม่พูดอะไร สีหน้าก็ดูไม่ดี ดูอ่อนล้า
จื่ออีจึงถามด้วยความเป็นห่วง
“เราไม่เป็นอะไร จื่ออี กวานเสวี่ยกลับมาหรือยัง”
จื่ออีส่ายหน้า
“บ่าวไปถามที่จวนตระกูลเจียงแล้ว เจียงฮูหยินยังไม่กลับเข้ากรุง
เพคะ ไม่ทราบว่าไปที่ใด หมอหลวงเจียงส่งคนไปตามหาฮูหยินทุก
หนแห่ง แต่คุณชายกลับมาแล้วเพคะ”
“เจ้าออกไปก่อนเถิด! เราอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว”
มู่หรงกวานเสวี่ยโบกมือเป็นสัญญาณ
จื่ออีไม่พูดอะไร โค้งคำนับแล้วออกไป