ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 445 ไม่ยอมเอำหูไปนำเอำตำไปไร่
ตอนที่ 445 ไม่ยอมเอำหูไปนำเอำตำไปไร่
“คุณหนู พวกเราไม่ออกไปหรือเจ้าคะ”
มั่วชิงเห็นหลิงอวี้จื้อกลับเรือนจริงๆ จึงอดใจไม่ไหวถามขึ้นมา
“ต้องไปอยู่แล้ว โกรธจนแทบจะระเบิด นี่มันเรื่องอะไรกัน
เฟิงอิ๋นตายแล้วยังมีเฉินปี้มาอีกคน ข้าไม่ยักรู้เลยว่าท่านอ๋องของ
ข้าจะเนื้อหอมปานนี้
นึกไม่ถึงว่ายังมีผู้หญิงที่ชอบเขายืนต่อแถวรออยู่ เฟิงอิ๋นเคย
บังคับให้เซียวเหยี่ยนแต่งกับนาง ตอนนี้เฉินปี้กลายเป็นสะใภ้ที่
กำลังจะแต่งเข้าบ้านอาเหยี่ยนเสียแล้ว นึกไม่ถึงว่าข้าจะกลายเป็น
เมียหลวงไป น่าขันจริงๆ”
หลิงอวี้จื้อโกรธจนหน้าหงิกหน้างอ เมื่อครู่ได้รับพระราช
เสาวนีย์ยังดีใจเริงร่าอยู่ นึกไม่ถึงว่าละครฉากเด็ดจะมาตอนท้าย ยัง
มีเมียน้อยโผล่มาอีกคน เพิ่งจัดการเรื่องทำนองนี้ให้หลิงจื่อเฉิงไป
หยกๆ แล้วเรื่องเช่นนี้ก็มาเกิดขึ้นกับตัวเองตามมาติดๆ
“คุณหนู เกรงว่าเรื่องนี้คงมีการเข้าใจผิดกัน ท่านอ๋องรักและให้
ความสำคัญกับคุณหนูขนาดนี้ ไม่มีทางสู่ขอพระชายารองง่ายๆ
หรอกเจ้าค่ะ”
มั่วชิงอยู่กับเซียวเหยี่ยนมาหลายปี อย่างไรก็ต้องช่วยเซียวเหยี่ยน
พูด
หลิงอวี้จื้อทำหน้าเย็นชา
“นี่ต้องเป็นฝีมือของไทเฮาแน่ ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาเหยี่ยนถึง
ยอมรับ เขาย่อมปฏิเสธนางได้อยู่แล้ว
ไทเฮายังขู่เขาได้ แต่หากเขาไม่พยักหน้ารับ พระราชเสาวนีย์นี้ก็
คงไม่สามารถกำหนดออกมาได้ เรื่องนี้เขารู้ ซ ้ายังยินยอมด้วย”
นี่แหละเป็นจุดที่ทำให้เธอเสียใจที่สุด นึกไม่ถึงว่าเซียวเหยี่ยนจะ
ยินยอม เขาก็คิดว่าผู้ชายมีเมียหลายคนเป็นเรื่องปกติใช่ไหม หรือว่า
เฉินปี้มีประโยชน์อะไรกับเขา ด้วยเหตุผลทางการเมือง เขาจึงต้อง
แต่งงานกับเฉินปี้ แต่เธอยอมรับไม่ได้
เรื่องอื่นพูดคุยกันได้ง่าย มีเพียงเรื่องนี้ที่ไม่ได้ เธอจะไม่เป็นเมีย
หลวงให้ใคร ทุกวันต้องคอยรับมือกับเมียน้อย ว่าอย่างไรน้องหนึ่ง
น้องสอง ถ้าเป็นเรื่องความรัก เธอจะไม่ยอมเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
เธอจำเป็นต้องไปหาเซียวเหยี่ยนแล้วถามให้รู้เรื่อง ว่าเขาต้องสู่
ขอเฉินปี้เข้าจวนให้ได้ใช่หรือไม่
“คุณหนู อย่าโมโหจนเสียสุขภาพเลยเจ้าค่ะ ท่านอ๋องรักใคร่
เอ็นดูคุณหนูขนาดนั้น แม้ในจวนจะมีพระชายารอง ท่านอ๋องก็ยัง
ดูแลคุณหนูดีเช่นเดิมเจ้าค่ะ”
หรูเยียนรู้ว่าพระราชเสาวนีย์ออกมาแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ กลัว
ว่าหลิงอวี้จื้อจะทำเรื่องอะไรวู่วาม จึงตั้งใจพูดปลอบประโลม
หลิงอวี้จื้อเช่นนี้
หลิงอวี้จื้อไม่ตอบ เพียงแต่เดินก้าวยาวๆ ไปข้างหน้า ยิ่งเดินยิ่ง
เร็ว อ้อ ควรพูดว่ายิ่งเดินยิ่งโมโหต่างหาก โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงความ
ฝันเมื่อคืนขึ้นมาได้ ยิ่งรู้สึกว่าประชดกันชัดๆ
หรูเยียนกับมั่วชิงแทบจะต้องวิ่งเหยาะๆ ถึงจะตามหลิงอวี้จื้อทัน
กลับไปที่เรือนแล้ว หลิงอวี้จื้อก็ให้หรูเยียนไปหยิบชุดที่เบา
สบายให้ตนชุดหนึ่ง จากนั้นสั่งมั่วชิงให้ไปสืบข่าวเรื่องเฉินปี้สัก
หน่อย เธออยากรู้ว่าเฉินปี้เป็นคนอย่างไรกันแน่
หรูเยียนกับมั่วชิงต่างออกไปแล้ว ชวีเหยาเห็นหลิงอวี้จื้อกระฟัด
กระเฟียดกลับมา จึงถามด้วยความมึนงง
“อวี้จื้อ ใครมายั่วโมโหเจ้าเสียแล้วเล่า”
หลิงอวี้จื้อเข้าไปซบในอ้อมอกของชวีเหยาอย่างเศร้าใจ พูดเสียง
เบาๆ
“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ แค่อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่านั้น ท่านแม่เจ้าขา
ให้ข้าพิงสักหน่อยนะ”
“อวี้จื้อ มีเรื่องอะไรเศร้าใจก็พูดออกมา อย่าเก็บเอาไว้ในใจเลย”
“อื้ม ข้าเพียงแค่อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่านั้น ไม่นานก็ไม่เป็นอะไร
แล้ว ท่านแม่ ไม่ต้องห่วงข้านะ”
เรื่องพวกนี้คุยกับชวีเหยาไปก็ไร้ประโยชน์ นางจะต้องโน้มน้าว
ให้ตนยอมรับพระชายารองแน่
ผู้หญิงในยุคสมัยนี้ต่างรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดามาก คน
อย่างเธอแทบจะเป็นพวกแปลกคน คนแปลกคนเช่นนี้มีน้อยมาก
ดังนั้นเธอจึงขี้เกียจพูดมาก พอถึงเวลาใครก็พูดชนะใครไม่ได้ ช่วย
ไม่ได้ ก็อารยธรรมห่างกันตั้งกี่พันปี
ชวีเหยาตบหลังหลิงอวี้จื้อเบาๆ
“อวี้จื้อ ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร แม่คนนี้ก็จะยืนอยู่ข้างเจ้าเสมอ”
“ดีเหลือเกินที่มีท่านแม่”
“ช่างเป็นเด็ก