ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 468 ผายปอด
ถึงแม้เฉินปี้จะไม่พอใจ แต่ก็โจมตีหลิงอวี้จื้อไม่ได้ ใบหน้ายังคง
รักษารอยยิ้มที่เหมาะควรไว้
“คุณหนูหลิงพูดถูก เข้าจวนไปแล้ว ข้าจะต้องรักษากฎระเบียบ
ไว้อย่างดี ต้องรับใช้คุณหนูหลิงอย่างดี
เพียงแต่คุณหนูหลิงก็อย่าใจร้ายนักเลย ท่านอ๋องเป็นคนมีเมตตา
หากทำเช่นนี้ เกรงว่าเขาเห็นแล้วจะปวดใจ”
หลิงอวี้จื้อหัวเราะลั่น
“เจ้านี่ไม่รู้ใจอาเหยี่ยนเอาเสียเลย เขาไม่ปวดใจหรอก มีแต่จะ
ปรบมือพูดว่าดีเสียมากกว่า
เขาบอกข้าตั้งนานแล้ว ต่อหน้าเขา ข้าจะทำอะไรตามอำเภอใจก็
ได้ เรื่องระหว่างพวกเราไม่เกี่ยวกับท่านอ๋อง
คุณหนูเฉิน เจ้าต้องเตรียมใจเอาไว้ให้ดี ข้าคนนี้มิได้มีความชอบ
อะไรอย่างอื่น มีแต่ชอบแกล้งคน
เห็นเจ้าบอบบาง สุขภาพคงไม่ค่อยดีนัก รีบใช้เวลาสั้นๆ นี้ ออก
กำลังกายทุกวันจะดีที่สุด
มิเช่นนั้นเกรงว่าเจ้าจะรับไม่ไหว เอาล่ะ อะไรที่ควรพูดข้าก็พูด
ไปเกือบหมดแล้ว จะทำอย่างไร เจ้าก็คิดเอาเองแล้วกัน ข้าไปก่อน”
หลิงอวี้จื้อพูดจบก็เตรียมจะไป จู่ๆ ก็มีหินก้อนหนึ่งลอยเคว้งมา
จากที่ไกลๆ โดนเข้าที่เอวหลิงอวี้จื้อพอดี
ครั้งนี้โดนแรงมาก หลิงอวี้จื้อเจ็บปวดทันที เวรเอ๊ย เจ็บจะตายอยู่
แล้ว
ตอนแรกหลิงอวี้จื้อยืนริมทะเลสาบ พอถูกหินโจมตี เธอก็ยืนไม่
อยู่ หงายลงร่วงลงไปในน ้าทันที นาทีสุดท้าย หลิงอวี้จื้อยื่นมือไป
ดึงแขนเสื้อเฉินปี้ ทั้งสองคนตกลงไปในน ้าด้วยกัน
ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันมาก ซูฮว่ากับหรูเยียนอยู่ห่างออกไป
ไม่กี่ก้าว เห็นทั้งสองคนตกน ้า หรูเยียนเป็นคนที่ได้สติกลับมาก่อน
วิ่งไปริมทะเลสาบ ตะโกนดังลั่นด้วยความร้อนใจ
“ใครก็ได้ ใครก็ได้มาเร็วเข้า”
หลิงอวี้จื้อว่ายน ้าเป็น ตกน ้าก็ไม่กลัว เฉินปี้ว่ายน ้าไม่เป็น ผลุบๆ
โผล่ๆ ในน ้าตลอด หลิงอวี้จื้อแกล้งทำเป็นว่ายน ้าไม่เป็น แต่คอยดู
เฉินปี้อยู่ตลอด เฉินปี้ดื่มน ้าไปมากพอแล้ว เธอจึงพาเฉินปี้ขึ้นไป ถือ
ว่าได้สั่งสอนเฉินปี้สักหน่อย
เธอไม่เคยคิดจะฆ่าเฉินปี้ ครั้งนี้ถือว่าอยู่ภายใต้สายตาที่จับจ้อง
อยู่ หากเฉินปี้ตายแล้ว เธอก็คงพ้นคำครหาได้ยาก
ทหารยามได้ยินเรื่องก็รีบมา เห็นทหารยามใกล้เข้ามาแล้ว
หลิงอวี้จื้อก็ตะโกนเสียงดัง
“พวกเจ้าช่วยชีวิตแม่นางเฉินก่อน รีบช่วยนางเร็ว ต้องช่วยนาง
ให้ได้”
ในที่สุดทหารยามก็ช่วยทั้งสองคนขึ้นมา เฉินปี้สลบไปแล้ว ก่อน
ขึ้นฝั่งหลิงอวี้จื้อจงใจดื่มน ้าเข้าไปหนึ่งอึก ขึ้นมาแล้วเธอจึงบ้วนน ้า
ในปากออกมา เห็นมู่หรงกวานเย่ว์พาลูกสาวขุนนางสองสามคน
เดินมา เธอก็รีบพุ่งเข้าไปข้างๆ เฉินปี้ ตะโกนอย่างร้อนใจ
“แม่นางเฉินปี้ เจ้าตื่นสิ เจ้าเป็นอะไรไป เจ้ารีบตื่นขึ้นมาสิ”
ซูฮว่าอยากแทรกเข้าไปก็แทรกไม่ได้ ได้แต่ยืนดูอยู่ข้างๆ
หลิงอวี้จื้อยื่นมือไปตบหน้าเฉินปี้เบาๆ เห็นเฉินปี้ไม่ตอบสนอง
แม้แต่น้อย มู่หรงกวานเย่ว์ให้คนไปตามหมอหลวงมาแล้ว เตรียมจะ
พาเฉินปี้กลับไป จู่ๆ หลิงอวี้จื้อก็บีบปากเฉินปี้ โน้มตัวลงผายปอด
ให้นาง
ฉากนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างพากันตกตะลึง ทุกคนต่างมอง
หลิงอวี้จื้อ ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนเงียบเชียบ แม้แต่มู่หรงกวานเย่ว์
ยังทำหน้าตกใจวูบหนึ่ง เธอกำลังทำอะไร
ไม่ใช่แค่มู่หรงกวานเย่ว์ไม่เข้าใจ คนอื่นก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เพียง
แค่รู้สึกว่าพฤติกรรมของหลิงอวี้จื้อนั้นผิดขนบธรรมเนียมประเพณี
จนน่าตกใจ นึกไม่ถึงว่าจะจูบหญิงอื่นต่อหน้าสาธารณชน เรื่อง
เช่นนี้มีเพียงแต่เธอเท่านั้นที่ทำออกมาได้
หลิงอวี้จื้อปล่อยเฉินปี้ ไม่นานเฉินปี้ก็ไอขึ้นมา แล้วพ่นน ้า
ออกมาอึกใหญ่ หลิงอวี้จื้อเห็นเฉินปี้ตื่นแล้ว ก็มีสีหน้าดีใจทันที
“แม่นางเฉิน เจ้าฟื้นแล้ว ไม่เป็นอะไรดีแล้ว ไม่เป็นอะไรดีแล้ว
เมื่อครู่ทำข้าตกใจแทบตาย”
กิริยาท่าทางเช่นนั้นราวกับว่าเฉินปี้เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน นาง
ไม่ได้อยากเล่นละครหรอกหรือ เช่นนั้นเธอก็จะเล่นละครให้นางดู
ให้เฉินปี้ได้รู้จักเสียบ้างว่าเทคนิคการแสดงละครคือ