พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่20 นังหญิงสำส่อน (1)
บทที่20 นังหญิงสำส่อน (1)
เมิ่งซีโจวรีบเดินกลับเข้าไปในเรือนแล้วตรงปรี่ไปที่ห้องของนางทันที ทว่าอดนึกเสียดายมิได้ เมื่อพบว่าหญิงชราผู้นี้ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ จนเวลาล่วงล้ำไปเกือบเที่ยงคืน
เมิ่งซีโจวเข้าครัวต้มยาบำรุงมาถ้วยหนึ่ง ก่อนจะยกเข้าไปวางไว้ข้างเตียงของแม่เ่าจาง คาดหวังจะสามารถบำรุงร่างกายหมายพยุงรักษาชีวิตของนางไว้ต่ออีกสักหน่อย จะได้เล่นสนุกกับนางเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทำให้นางได้หัวใจวายตาย
“ท่านแม่เจ้าคะ~ ถึงเวลารทานยาต้มแล้ว~”
แม่เ่าจางยามนี้ได้สติฟื้นคืนตื่นขึ้นนานแล้ว เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ถึงกับหันไปจ้องอีกฝ่ายตาเขม็ง สายตาสิบส่วนเต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น แต่แล้วจู่ๆก็อาศัยจังหวะทีเผลอ บ้วนถ่มเสมหะปนน้ำเลือดก้อนโตพ่นใส่ใบหน้าของเมิ่งซีโจวทันที!
แต่เมิ่งซีโจวกลับสงบเยือกเย็นยิ่งนัก ทั้งยังสามารถยกถ้วยยาต้มเบี่ยงเปลี่ยนองศารองรับก้อนเสมหะไว้ได้อย่างพอดิบพอดี จากนั้น จึงใช้กรงเล็บตะปบคางของอีกฝ่ายไว้แล้วออกแรงบีบให้อ้าปาก นางเพิ่มแรงบีบหนักกว่าเดิมเพื่อให้ริมฝีปากเปิดกว้างมากขึ้น จากนั้น ก็กรอกยาต้มร้อนๆในถ้วยเข้าไปในปากของหญิงชราอย่างไร้ปราณี!
“อื้อ! อื้ออื้อ—!!”
แม่เ่าจางดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดชีวิต ยาต้มร้อนๆที่ถูกกรอกเข้าปากไปกลับถูกนางพ่นทิ้งออกมาจนหมด ทำเอาเปรอะเปื้อนเต็มอาภรณ์ที่สวมใส่
“ข้าอุตส่าห์ใจดีต่อชีวิตให้ท่านแท้ๆ ไฉนจึงไม่รู้จักรับน้ำใจเล่า?”
ดวงตาของเมิ่งซีโจวหม่นประกายลงทันใด สื่อสะท้อนชัดเจนว่าเริ่มจะหมดความอดทนมากขึ้นทุกทีแล้ว
“อย่างไรเล่า? ยมบาลกวักมือเรียกหาที ท่านก็ตื่นเต้นดีใจจนตัวสั่นแล้วรึ ดูท่าคงอยากจะตกนรกอเวจีเสียเหลือเกินกระมัง? ประหยัดลมหายใจไว้รอดูลูกตัวเองตายให้ครบทุกตัวก่อนเถิด ถึงเวลานั้นเมื่อใด ท่านก็จะได้ตายสมใจแน่นอน!”
“ถุย!”
แม่เ่าจางพ่นถุยน้ำลายใส่ ก่อนจะส่งเสียงแหบแห้งด่าทอต่อ
“นังสัตว์นรก! เกิดมามีชาติสกุลแท้ๆแต่กลับไร้การอบรมสั่งสอน! นังหญิงวิปลาสชั่วช้าต่ำทราม! เดรัจฉานเยี่ยงเจ้ารึจะมีเจตนาอันดีและมีน้ำใจเช่นนี้?”
“แต่ข้ายังนับว่าดีกว่าท่านนัก ทั้งสามีทั้งลูกล้วนตายกันหมดสิ้น ปากเหม็นเยี่ยงโถส้วมของเจ้า พ่นแต่คำสกปรกโสมมไปวันๆ ต่ำช้าเสียยิ่งกว่าคณิกาเ่าเร่ขายตัวเสียอีก”
สิ้นคำสวนด่า เมิ่งซีโจวก็ยกถ้วยยาต้มร้อนๆที่ยังมีควันคุกรุ่นอยู่ เทราดชโลมไปทั่วทั้งศีรษะของอีกฝ่ายโดยตรง!
“อ๊ากกก—!!”
ยาต้มร้อนๆไหลชโลมไปตามเส้นแล้วหยดย้อยติ๋งๆลงมา ไหลเลอะลวกทั้งดวงตาและใบหน้าของนางจนปวดแสบปวดร้อนไปหมด
เมิ่งซีโจวปล่อยให้แม่เ่าจางดีดดิ้นไปมาราวกับสุนัขถูกน้ำร้อนลวก กรีดร้องเสียงสั่นดังลั่นชวนให้เวทนาสงสารยิ่งนัก แต่เมิ่งซีโจวกลับรู้สึกสะใจอย่างมาก นางหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องของตนเพื่อพักผ่อน
ตัวนางในยามนี้ที่มัวแต่ปรนนิบัติแม่เ่าจางอยู่ที่ห้องจนลืมเวลา กลับหาได้ล่วงรู้ไม่ว่า ภายในห้องนอนอันทรุดโทรมของตนนั้น ยามนี้…ดูเหมือนจะมีละครฉากใหญ่รั้งรออยู่ก่อนแล้ว
เหตุเพราะในงานศพเมื่อยามบ่ายนั้น แม้ผู้ใหญ่บ้านจะใช้กลอุบายจ้างวานคนมากล่าวร้ายเปิดโปงเมิ่งซีโจว หากแต่ว่าคำพูดเหล่านั้นกลับไปปลุกกระตุ้น ‘ราคะ’ ที่ซ่อนลึกอยู่ภายในอกของเหล่าบุรุษทั้งหลายในหมู่บ้าน พวกเขาต่างเสมือนสัตว์ป่าที่ตื่นขึ้นจากนิทราเก็บกดอันแสนยาวนาน
บุรุษทั้งสองที่มากล่าวหาใส่ร้ายว่าเมิ่งซีโจวไปยั่วยวนให้เขามีอะไรด้วยนั้น แม้สุดท้ายความจริงจะเปิดเผยแล้วก็ตามทีว่า ทั้งหมดล้วนเป็นการจัดฉากของผู้ใหญ่บ้าน แต่ทว่า…หากทั้งหมดที่พูดมาเป็นเรื่องจริงเล่า?
บางที…สตรีงดงามนางนั้นอาจจะรู้สึกเปลี่ยวเหงา และต้องการความรักจริงๆก็เป็นได้มิใช่รึ?
และนั่นย่อมหมายความว่า บุรุษอย่างพวกเขาทุกคนย่อมมีโอกาสเช่นกัน!
ยิ่งคิดมากเท่าใด จิตใจของเหล่าบุรุษทั้งหลายในหมู่บ้านก็คล้ายจะยิ่งต่ำช้าลงทุกที ทุกคนต่างเริ่มเชื่อเป็นเป็นจังเสียแล้วว่า สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามเช่นเมิ่งซีโจวนั้น บัดนี้ก็ถึงวัยปักปิ่นแล้ว นางหรือจะไร้เดียงสาถึงขั้นไร้ซึ่งความคิดทำนองนั้น
คงจะติดที่ว่าตนนั้นเป็นอิสตรีกระมัง เรื่องความต้องอย่างว่าจึงยากจะแสดงออกมาอย่างเปิดเผยได้
ในเมื่ออีกฝ่ายมิกล้า เช่นนั้นแล้ว…พวกเขาก็จะเป็นฝ่ายลงมือก่อนเอง!
ครั้นรัตติกาลมาเยี่ยมเยือน บรรยากาศรอบหมู่บ้านก็ตกสู่ความเงียบสงัด เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ที่แสนใจกล้าทั้งหลาย ต่างพากันลอบเร้นบุกเข้าห้องนอนของเมิ่งซีโจว ต่างฝ่ายต่างเข้ามาตามช่องทางที่เป็นไปได้โดยมิได้นัดหมาย บ้างย่องเบาฝ่าความมืดเข้าทางด้านข้างของลานบ้านตระกูลจาง บ้างใจกล้าหน่อยก็ปีนหน้าต่างรุกเข้ามาเสียโต้งๆ
เดิมที ต่างฝันหวานคิดกันไปว่า ค่ำคืนนี้จะได้ลิ้มรสความงามของนางแน่แท้ แต่ที่ไหนได้ เพิ่งจะก้าวเข้าห้องมาได้ก็พลันต้องตะลึงงันสุดขีด!
เพราะภายในห้องแห่งนี้…ได้มีคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนรู้จักคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดีด้วย—
นั่นก็คือกลุ่มภรรยาของเหล่าชายฉกรรจ์ที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ สีหน้าของแต่ละนางบ่งบอกชัดเจนว่าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ใบหน้าบูดบึ้ง คิ้วทั้งสองขมวดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว รูหูทั้งสองคล้ายมีควันพวยพุ่งออกมา!
ในความเป็นจริงแล้ว ภรรยาของพวกเขาแต่ละคนนั้นเริ่มหวาดระแวงตั้งแต่ได้ยินเรื่องราวเมื่อตอนบ่าย ยิ่งเห็นสายตาของสามีตนที่มองเมิ่งซีโจวผิดแปลกไป พวกนางทั้งหลายก็ยิ่งว้าวุ่นใจหนักเข้าไปใหญ่ ครั้นตกดึกจึงแสร้งทำเป็นหลับ แล้วลอบติดตามสามีจนมาถึงที่นี่ เมื่อเปิดประตูเข้ามา ยังเห็นคนอื่นๆรวมตัวอยู่ก่อนแล้ว ความกระอักกระอ่วนใจที่เคยเก็บงำไว้คนเดียว บัดนี้เมื่อมีแนวร่วมเท่านั้น ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นโทสะลุกโชนขึ้นทันใด!
พบเจอหน้าสามีตัวเองเท่านั้น เหล่าภรรยาทั้งหลายก็ปรี่เข้าประจัญบานทันที!
เสียงร้องไห้ เสียงด่าทอ เสียงตบตี แม้กระทั่งเสียงโอดครวญร้องขอชีวิตก็มี ทั้งหมดดังผสมผสานปนเปกันจนก่อเกิดเป็นความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทั้งห้อง!
ครั้นเมิ่งซีโจวผลักประตูเข้ามา ภาพที่เห็นก็คือความวุ่นวายประดุจไก่แตกฝูง สุนัขวิ่งกันกระเจิดกระเจิงอย่างมิอาจควบคุม
“โอ๊ะ?”
นางยืนเอนกายพิงกรอบประตูแน่นิ่ง เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
“ช่างน่าประหลาดนัก ไฉนคู่สามีภรรยาของทั้งหมู่บ้านจึงได้มารวมหัวชุมนุมกันอยู่ในกระท่อมผุพังของข้าได้เล่า? หรือเห็นว่าที่นี่ฮวงจุ้ยไม่เลว จึงอยากจะมาประกอบพิธี… ขอทายาทกันกระมัง?”
“ยังจะมีหน้ามาพูดอีกรึนังหญิงสำส่อน!”
ภรรยาของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งในหมู่บ้านกระโดดโลดเต้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ผมเผ้าแทบชี้ตั้งเป็นเส้นตรงทั่วทั้งหัว นางชี้นิ้วใส่หน้าเมิ่งซีโจวพร้อมด่ากราด
“หากไม่ใช่เพราะเจ้า! นังจิ้งจอกแพศยาที่จ้องยั่วยวนบุรุษไปทั่ว มีหรือสามีของข้าจะลักลอบมาหาเจ้าถึงเตียงกลางดึกเช่นนี้?!”