พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่21 นังหญิงสำส่อน (2)
บทที่21 นังหญิงสำส่อน (2)
เมิ่งซีโจวปั้นสีหน้าฉงนงุนงง
“ข้ามีอันใดให้ต้องอับอายด้วยเล่า? เทียบกับพวกท่านที่กลางดึกกลางดื่นไม่หลับไม่นอน กลับวิ่งไปเป็นคู่รักลับในเรือนผู้อื่นเช่นนี้ ตัวข้ายังนับได้ว่ามีคุณธรรมสูงส่งเสียยิ่งกว่า”
“คิดว่าก่นด่าแล้วจะทำให้ข้ารู้สึกอับอายได้อย่างนั้นรึ? หากเทียบกับพวกท่านทั้งหลายที่กลางดึกไม่หลับไม่นอน มัวแต่มาวิ่งไล่จับสามีตนที่ปีนป่ายเข้าเรือนหญิงอื่นเช่นนี้แล้ว ข้านับว่าดูประเสริฐ)ขึ้นมาทันที จริงหรือไม่เล่า?”
คำกล่าวตอกหน้าเช่นนี้ ทำเอาผู้คนจำนวนไม่น้อยตรงหน้าถึงกับหน้าสั่นกันเป็นแถบ
“เจ้าหยุดเล่นลิ้นเสียที!”
ภรรยาของบุรุษหนุ่มคนหนึ่งคว้าไม้คลึงแป้งขึ้นมาโบกสะบัด หวังจะฟาดเมิ่งซีโจวให้ดับดิ้นไปเสียต่อหน้า
“ยามนี้ความจริงปรากฏอยู่ตรงหน้าหมดแล้ว! เจ้าแอบลักลอบเล่นชู้กับสามีของข้ามานานเท่าใดแล้ว!! จงบอกข้าเดี๋ยวนี้นะนังหญิงคณิกาชั้นต่ำ!!?”
สายตาคมกริบของเมิ่งซีโจวกวาดมองบุรุษหนุ่มนามต้าเตี้ยนผู้นั้น ที่ยามนี้กำลังยืนหดคออยู่ด้านหลังสตรีผู้เป็นภรรยา พลันหัวเราะเย้นหยันออกมาเบาๆ
“บุรุษเช่นสามีของเจ้า ทั้งเตี้ยทั้งยากไร้ มิหนำซ้ำยังอัปลักษณ์ไร้ความสามารถ ต่อให้โยนลงไปในคอกสุกร เชื่อเถิดว่าแม่พันธุ์มันยังนึกรังเกียจ เจ้าเคยสงสารตัวเองบ้างหรือไม่ที่ต้องฝืนใจกัดฟันขึ้นเตียงไปกับเขา? เพียงแค่คิดข้ายังรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนัก อย่างไรเล่า ข้าจะสงเคราะห์บุรุษอัปลักษณ์ผู้นี้ให้ได้ขึ้นสวรรค์กับเจ้าที่นี่เอาบุญ ดีหรือไม่?”
“เจ้า—!!”
ภรรยาของต้าเตี้ยนถึงกับเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโมโหสุดขีด นางหันไปหยิกสามีตนที่อยู่ด้านหลังอย่างแรง
“บุรุษชั่วไร้ราคา! ภรรยาของเจ้าถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีถึงเพียงนี้แล้ว เจ้ายังไม่คิดจะออกหน้าพูดอะไรบ้างเลยรึ!”
ต้าเตี้ยนเจ็บจนถึงกับต้องแสยะฟันเหยินดุจจอบ แต่กลับทำได้เพียงหดคอมิกล้าเปล่งเสียงออกมาแม้แต่คำเดียว
“เจ้าคนไร้ประโยชน์!”
ภรรยาต้าเตี้ยนรู้สึกสิ้นหวังกับสามีผู้นี้ยิ่งกว่าอะไรดี ซ้ำยังต้องแลเห็นใบหน้างดงามของเมิ่งซีโจวอีก เพลิงโทสะลูกใหญ่พลันพุ่งขึ้นทะลุถึงศีรษะ!
นางเริ่มทุบทำลายข้าวของในห้องอย่างบ้าคลั่ง! ทั้งเก้าอี้เก่า ทั้งโอ่งแตกๆ…
แม้เมิ่งซีโจวจะมิได้ใส่ใจกับเศษซากทรัพย์สินของตระกูลจางเท่าใดนัก แต่เมื่อเห็นพื้นห้องเริ่มเลอะเทอะนางก็ชักจะเริ่มรำคาญแล้วเช่นกัน จึงแค่นเสียงเย็นเอ่ยเพียงสั้นๆว่า
“เชิญเจ้าทุบทำลายไปเถิด ลำพังก็ยากจนข้นแค้นเยี่ยงขอทานอยู่แล้ว ยังจะสร้างหนี้ก่อสินขึ้นมาอีก เกรงว่าอีกสามชาติสามภพชีวิตก็คงจะตกต่ำไม่มีวันเจริญเป็นแน่”
“นี่เจ้ากล้าสาปแช่งข้าเชียวรึ?!”
ดวงตาของภรรยาต้าเตี้ยนเบิกโพลงจนแทบถลน
“ฆ่าเจ้าทั้งคน ข้าก็ยังกล้า!”
แววตาของเมิ่งซีโจวพลันเปลี่ยนเป็นดุดันคมกริบ นางคว้ามีดทำครัวสองเล่มออกมาจากใต้หมอนฉับพลัน ประกายคมมีดสะท้อนวาววับจนผู้คนเห็นแล้วถึงกับต้องสะท้าน! นางถือมีดไว้ในมือข้างละด้าม แสงเย็นยะเยือกฉาบไปทั่วทั้งห้อง ทุกชีวิตภายในนั้นพลันนิ่งงัน หุบปากเงียบกริบดุจเป่าสากทันใด
“ยังมีผู้ใดคันปากจนอยากจะให้ข้าช่วยใช้มีดเกาอยู่หรือไม่?”
เมิ่งซีโจวกวาดสายตามองผู้คน ทุกคนต่างพากันส่ายศีรษะสั่นระรัวเราวคนชักกระตุก
“เช่นนั้นก็จงไสหัวออกไปจากที่นี่เสีย!”
เมิ่งซีโจวตะโกนขับไล่
“จะกลับไปเล่นจ้ำจี้กันที่ไหนก็ไปไป๊! อย่าได้เอาเสนียดบนตัวพวกเจ้ามาแปดเปื้อนที่นี่!”
ผู้คนทั้งหมดราวได้รับการอภัยโทษ ต่างรีบพากันล่าถอยออกไปด้วยความอับอาย
“ปัง!”
เมิ่งซีโจวปิดประตูผุพังเสียงดังลั่น ก่อนจะดับตะเกียงน้ำมันแล้วล้มกายลงนอนบนเตียง ลมหายใจค่อยๆสงบลง ภายใต้ความมืดมิด จู่ๆก็ปรากฏเงาร่างหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงเก่ามาเนิ่นนาน มันเริ่มขยับตัวคลานออกมาอย่างเงียบงัน
บุรุษเ่าโสดในหมู่บ้านผู้หนึ่ง มีชื่อเสียงเรื่องความเกียจคร้านและโลภมาก อีกทั้งยังมีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อย เมื่อครู่ฉวยโอกาสหลบซ่อนอยู่ใต้เตียงของนาง ทั้งนี้ก็เพื่อหวังรอเก็บเกี่ยว ‘ผลประโยชน์ก้อนใหญ่’ นั่นเอง!
มันจ้องมองเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียง พร้อมกับถูมือสองข้างไปมา แววตาพลันฉายอารมณ์กำหนัดชัดเจน
มันค่อยๆย่องขึ้นไปบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะทิ้งกายกดทับลงบนร่างของเมิ่งซีโจว!
ในชั่วขณะที่เกือบจะได้สมประสงค์—
เมิ่งซีโจวก็พลันลืมตาตื่นขึ้นทันใด! ประกายเย็นยะเยือกพุ่งวาบออกจากนัยน์ตาคู่นั้น นางยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่หว่างขาของบุรุษเ่าผู้นั้นอย่างแรง!
ขณะเดียวกัน มีดทำครัวที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม ก็พลันถูกยกขึ้นจ่อแนบลำคอของเขา! คมมีดเย็นเฉียบแนบชิดติดเส้นเลือดใหญ่บนลำคอ!
“อ๊าก—!”
ความเจ็บปวดรุนแรงเบื้องล่างทำให้บุรุษเ่าผู้นั้นถึงกับร้องโหยหวนออกมาดุจสุกรถูกเชือด ทว่าไอเย็นจากคมมีดที่ลำคอกลับทำให้เขาต้องรีบกลืนเสียงร้องนั้นลงคอไปอย่างฉับพลัน เหงื่อเย็นไหลชุ่มชโลมทั่วทั้งกายา!
“คุณหนูได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้าเพียงถูกผีห่าบังตาไปชั่วขณะ…”
“เมื่อครู่ข้าเปิดทางรอดให้เจ้าแล้ว แต่เป็นเจ้าที่ไม่ยอมรับไว้เอง” เสียงของเมิ่งซีโจวแผ่วต่ำ ประดุจเสียงกระซิบแห่งยมทูต
“กลับดื้อดึงจะเลือกหนทางสู่ความตาย…”
“เช่นนั้น ข้าก็ได้แต่… ทำให้เจ้าสมปรารถนา”
ประกายเย็นวูบเจิดจรัส ใบมีดคมกริบเชือดปาดลงไปบนคอหอยของบุรุษเ่าผู้นั้นอย่างไร้ปราณี
เชือดคอไก่เ่าตัวนี้เสร็จแล้ว เมิ่งซีโจก็ตาสว่างไม่ง่วงอีกเลย นางแบกร่างไร้วิญญาณนั้นไปโยนไว้ที่หน้าลานบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
ของขวัญตอบแทนชิ้นนี้—
เชื่อว่าผู้ใหญ่บ้าน คงจะ ‘ประทับใจ’ ยิ่งแล้ว
—
วันนี้… เป็นวันที่นางจะต้องเดินทางกลับนครหลวง
นางได้คำนวณเวลาไว้หมดแล้ว
จดหมาย ‘ทักทาย’ ที่ส่งตรงไปยังนครหลวงฉบับนั้น บัดนี้ควรจะถึงมือพวกนางสองแม่ลูกแล้ว คงประจวบเหมาะพอดี ระหว่างที่อ่านไปพลางตื่นตกใจเสียขวัญ รู้ตัวอีกทีคนจริงๆในจดหมายก็คงกลับไปโผล่ปรากฏต่อหน้า พร้อมเอ่ยทักทายในระยะเผาขนเสียแล้ว!
แผนการของนาง… ช่างสมบูรณ์ไร้ที่ติยิ่งนัก
เมิ่งซีโจวเหยียดกายอ้าปากหาวหนึ่งครา ก่อนจะลุกขึ้นด้วยจิตใจปลอดโปร่งแจ่มใส งานศพของจางจื้อยังต้องดำเนินการต่อให้เสร็จสิ้น ชาวบ้านต่างทยอยกันมาไม่ขาดสาย ทว่าหลังเหตุการณ์วุ่นวายในค่ำคืนก่อน ครั้นจำเป็นต้องพบหน้ากันอีกครา บรรยากาศกลับช่างอึดอัดเกินบรรยาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตาของเหล่าสตรีในหมู่บ้าน ล้วนจ้องมองมาทางเมิ่งซีโจวด้วยความรังเกียจ ไร้ซึ่งความเป็นมิตรอย่างสิ้นเชิง แต่ตราบใดที่มิมีผู้ใดกล้ารังควานนางต่อหน้า เมิ่งซีโจวย่อมเมินเฉยไม่ใส่ใจ นางยังคงทำหน้าที่ของตนไปตามเรื่องตามราว
แต่เพิ่งจะนั่งพักได้ไม่นาน ก็มีสตรีนางหนึ่งทนมองต่อไปไม่ได้ เอ่ยกระทบกระแทกผ่านน้ำเสียงประชดประชันว่า
“โอ้โห พิธีเพิ่งจะเริ่มได้ไม่ทันไร ก็ไปนั่งพักผ่อนเสียแล้วรึ? เกียจคร้านถึงเพียงนี้ ยังจะกล้าเรียกตนว่าเป็นสตรีได้อีกรึ? อ่อ… ไม่สิ…เจ้าหาใช่กุลสตรีอันดีที่ไหนไม่ หากแต่เป็นหญิงคณิการชั้นต่ำ! ยังจะมัวนั่งทำบ้าอันใดอยู่อีกเล่า? ไม่เห็นรึว่าคนอื่นล้วนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานกันหมด! ช่างน่ารังเกียจนัก!”
เมิ่งซีโจวเงยหน้าขึ้นมอง
“ท่านป้าเห็นข้านั่งพักเพียงเล็กน้อย ก็ด่าเสียเจ็บแสบถึงเพียงนี้ ดูท่าท่านควรต้องพักผ่อนยาวๆเสียบ้าง หรือไม่…ก็จงไปตายเสียเถิด เมื่อตายแล้ว ก็จักได้พักผ่อนไปตลอดกาล”
****