พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่22 แผนจับตายเมิ่งซีโจว
บทที่22 แผนจับตายเมิ่งซีโจว!
“เจ้า!” สตรีผู้นั้นโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ
สตรีอีกคนข้างกายนางรีบดึงไว้พร้อมกับห้ามปราม
“เจ้าจะไปยั่วยุนางเพื่ออันใดกัน? ฝีปากนังนั่นร้ายกาจเพียงใด เจ้ายังไม่รู้อีกรึ? เจ้าด่าไปก็สู้อะไรนางไม่ได้ มีแต่จะยิ่งทำให้ตนเองหัวเสียเปล่าๆ ไยจึงต้องแกว่งเท้าเตะหินให้เจ็บตัวเล่นด้วยเล่า?”
เมิ่งซีโจวพยักหน้าเล็กน้อย คว้าเมล็ดแตงขึ้นมากำหนึ่ง แล้วเริ่มแทะเคี้ยวเสียงดังกรุบกรับ พลางรู้สึกพึงพอใจกับชื่อเสียงของตนที่ได้ผู้คนได้เลื่องลือไปทั่วในตอนนี้ สตรีกลุ่มนั้นต่างมีใบหน้าถอดสี ก่อนจะพากันเดินคอตกหงอยเหงาถอยหนีไป
เมิ่งซีโจวมิได้ใส่ใจพวกนางอีก ทว่ากลับรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง เหตุใดจนปานนี้ผู้ใหญ่บ้านยังไม่มาอีกเล่า? หรือจะถูก ‘ของขวัญชิ้นใหญ่’ ที่นางมอบให้เมื่อคืน เล่นงานจนตกอกตกใจแทบสิ้นชีวาไปแล้วกระมัง?
กระทั่งถึงเวลาเลี้ยงอาหาร ผู้ใหญ่บ้านจึงค่อยปรากฏกาย สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหม่นหมองอย่างที่สุด เขานิ่งเงียบจนผิดสังเกต เพียงก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเดียว มื้อหนึ่งผ่านไปกลับมิได้ก่อเรื่องเลยแม้แต่น้อย
ภายในใจของเมิ่งซีโจวแอบนึกค่อนแคะเย็นชา — ดูท่าคงจะอดกลั้นไว้เพื่อเตรียมปล่อยไม้ตายในยามค่ำอยู่กระมัง
คราฟ้าหม่นพลบค่ำ ผู้ใหญ่บ้านก็นำชาวบ้านกว่าครึ่งหมู่บ้านมาบุกถึงหน้าประตูเรือนของเมิ่งซีโจว ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความดุดัน! ครานี้ ใบหน้าของเขาเผยแสดงความอำมหิตประหนึ่งตัดสินใจที่จะสู้กันให้ตายไปข้าง
“สะใภ้ตระกูลจาง!” ผู้ใหญ่บ้านก้าวเข้าสู่กลางลานบ้าน จ้องมองเมิ่งซีโจวด้วยสายตาเย็นยะเยือก
“เมื่อคืนเจ้าหลับสบายดีหรือไม่เล่า?”
เมิ่งซีโจวนั่งไขว่ห้างอยู่บนม้านั่ง ปากพลางเคี้ยวเมล็ดแตงเอ่ยตอบน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย “ต้องขอบคุณผู้ใหญ่บ้านจริงๆ เมื่อคืนข้าหลับสบายยิ่งนักแล แต่ท่าทีเช่นนี้ของท่าน เกรงว่าเมื่อคืนคงจะฝันร้ายน่าดูกระมัง? ทำหน้าทำตาเยี่ยงพบศพคนตายในฝัน!”
ปรากฏว่าเป็นฝีมือของนางจริงๆ!
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของผู้ใหญ่บ้านกระตุกเกร็งรุนแรงหลายจังหวะ หน้ากากที่เสแสร้งสุดท้ายก็ถูกฉีกขาดจนสิ้น! เขารู้ดีว่าหญิงสารเลวเมิ่งซีโจวนางนี้ ทั้งอ่อนก็ไม่รับ แข็งก็ไม่เกรงกลัว น้ำมันเกลือก็ไม่เข้า!
“ดี! ดีมาก!” ผู้ใหญ่บ้านแสยะยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมา เขากวาดตามองชาวบ้านรอบด้าน ก่อนจะตะโกนร้องเสียงดังเพื่อป่าวประกาศบางสิ่งบางอย่างทันที
“พี่น้องทั้งหลาย!”
วันนี้ข้ามีเรื่องมงคลครั้งใหญ่จะมาบอกแก่ทุกท่านเอาบุญ! นับเป็นโอกาสอันดียิ่งแล้ว สำหรับผู้ที่ถวิลหาวิชาการยืดอายุขัย ดำรงชีวิตยืนยาวนานถึงร้อยปี!”
ชาวบ้านต่างหันมองหน้ากันไปมา มิอาจเข้าใจความนัยที่ซ่อนแฝงอยู่ในเนื้อความ
“ไม่นานมานี้ ข้าเพิ่งจะได้รับตำรับโอสถเซียนหนึ่งสูตรมาจากหมอเทวดาพเนจรผู้หนึ่ง สรรพคุณของมันเพื่อยืดอายุขัย!”
ผู้ใหญ่บ้านแค่นเสียงเร่งเร้าทวีระดับความน่าตื่นเต้นให้เพิ่มมากขึ้น
“ดั่งคำกล่าวที่ว่า การให้ทานถือเป็นบุญกุศกลยิ่งใหญ่ ดังนั้น ข้าผู้นี้จึงตั้งใจจะนำสูตรลับโอสถเซียนมาแถลงไขให้พวกท่านทุกคนในหมู่บ้านฟัง! มิว่าเยาว์วัยหรือเ่าชรา ล้วนสามารถได้รับอานิสงส์โดยทั่วกัน!”
ฝูงชนพลันส่งเสียงฮือฮาขึ้น เสมือนมีลูกระเบิดหล่นลงทันใด!
—โอสถเซียนที่สามารถยืดอายุขัยได้ร้อยปี! ผู้ใดจะไม่ปรารถนากันเล่า?
“แต่ว่า!” ผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนโทนเสียงฉับพลัน ชี้นิ้วพุ่งตรงไปทางร่างของเมิ่งซีโจวที่นั่งอยู่บนม้านั่ง พลางระบายยิ้มที่ดูมิคล้ายรอยยิ้ม พร้อมเอ่ยอธิบายต่อ
“สำหรับตำรับโอสถเซียนสูตรนี้ ณ ปัจจุบันยังขาดวัตถุดิบที่สำคัญยิ่งยวดไปหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ—โลหิตของหญิงพรหมจรรย์!”
“ทั่วทั้งหมู่บ้านของเราแห่งนี้ มีเพียงนาง! สะใภ้ใหม่ตระกูลจาง! มีเพียงนางผู้เดียวที่ยังไม่ทันก้าวเท้าเข้าห้องหอ จึงนับเป็นหญิงบริสุทธิ์อย่างแท้จริง! เพราะข้าได้แอบรู้มาว่า เจ้าปัญญาอ่อนจางจื้อผู้ไร้ค่านั่น ยังไม่ทันได้แตะเนื้อต้องตัวนางเลยแม้แต่น้อย!”
สายตาของผู้คนทั้งมวลพลันเบี่ยงเบนไปรวมศูนย์อยู่ที่ร่างของเมิ่งซีโจว บ้างฉายแววโลภละโมบ บ้างแฝงเร้นถึงความลามกตระกละตระกลาม หลายหลากคลื่นอารมณ์ด้านลบล้วนส่งกลิ่นเข้มข้น จนผนึกแน่น กลายมาเป็นแรงกดดันราวรูปธรรมที่ถาโถมกลืนกินร่างของนาง!
“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความผาสุกของผู้คนทั่วทั้งหมู่บ้าน! เจ้าในฐ)านะสะใภ้แห่งหมู่บ้านเสี่ยวเหอ จึงย่อมควรอุทิศเรือนกายเพื่อส่วนรวม! และนี่เป็นคำสั่งของข้า!!”
ผู้ใหญ่บ้านยืดแผ่นอกตั้งตรง ตะเบ็งเสียงประกาศกร้าวราวผู้ชอบธรรม จ้องหน้าเมิ่งซีโจวตาเขม็งราวกับกำลังจ้องชิ้นเนื้ออันโอชะ
เมิ่งซีโจวเคี้ยวเมล็ดแตงเม็ดสุดท้ายจนหมด แล้วจึงยกสองมือขึ้นปัดถูกันเบาๆ จากนั้น นางจึงค่อยลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ที่ยังคงเดิมมิเคยแปรเปลี่ยน
“โอ้? ดูเหมือนผู้ใหญ่บ้านจะยังกล่าวไม่หมดกระมัง?” นางสาวเท้าก้าวเข้าไปทีละก้าว “โลหิตหญิงพรหมจรรย์ที่ว่า…เกรงว่ามิใช่แค่โลหิตธรรมดาๆเสียแล้วใช่หรือไม่?”
ประกายในดวงตาของผู้ใหญ่บ้านพลันสว่างวาบด้วยความประหลาดใจ ทว่าไม่นานก็ถูกความคลุ้มคลั่งเขมือบกลืนแทนที่! ต่อให้นางรู้แล้วจะอย่างไร? เพราะในค่ำคืนนี้ ต่อให้นางติดปีกบินได้ก็ยากจะหนีรอด!
“ถูกต้องแล้ว!” ผู้ใหญ่บ้านคร้านจะปิดบังอำพรางอีกต่อไป ฉีกหน้ากากเสแสร้งของตนทิ้งเสียสิ้น
“โลหิตหญิงพรหมจรรย์นี้ จำต้องอาศัยพลังหยางบริสุทธิ์จากบุรุษฉกรรจ์สิบคน จึงจักสามารถมีฤทธิ์หลอมสร้างตัวยาได้! จำต้อง…ให้พวกเขาลงมือเพื่อช่วงชิงความบริสุทธิ์ของเจ้าเอง ทั้งนี้เพื่อเก็บเกี่ยวแก่นพลังหยางบริสุทธิ์ในกายเจ้าให้ได้มากที่สุด!”