พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่23 ลองเสี่ยงดูไหมเล่าด้วยชีวิตของพวกเจ้า
บทที่23 ลองเสี่ยงดูไหมเล่า…ด้วยชีวิตของพวกเจ้า!
ฝูงชนต่างพากันแตกตื่นราวหม้อน้ำเดือดปะทุ! ลมหายใจของเหล่าบุรุษทั้งหลายพลันถูกเร่งจังหวะจนหอบพ่นหนักหน่วง สายตาสื่อสะท้อนถึงสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้ากระตุ้น บัดนี้พวกเขาไม่ต่างอันใดจากสัตว์ป่าในฤดูผสมพันธุ์ ไฟราคาเผยขึ้นในดวงตาทั้งสองอย่างมิอาจปกปิดได้อีก!
“ไฉนผู้ใหญ่บ้านยังต้องเกรงใจอีกเล่า ไยมิบอกกล่าวรายละเอียดให้ครบถ้วนว่า แท้จริงคือต้องใช้บุรุษฉกรรจ์นับร้อยคนมิใช่รึ?”
น้ำเสียงของเมิ่งซีโจวยังคงเรียบเฉย กระทั่งแฝงแววเย้ยหยันอยู่ลางๆ
ผู้ใหญ่บ้านได้ฟังจึงระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ฟังแล้วชวนให้รู้สึกสยองระคนเหี้ยมเกรียม
“ย่อมเป็นเช่นนั้น!…ยิ่งมากก็ยิ่งดี!!”
บุรุษในหมู่บ้านยามนี้สุดจะข่มกลั้นกามราคะไว้ได้อีก ทั้งหมดดูประหนึ่งฝูงหมาป่าหิวโซที่ได้กลิ่นคาวเลือด จากที่ยืนรายล้อมเป็นวงกลม บัดนี้วงนั้นได้เริ่มบีบแคบเข้ามาเรื่อยๆแล้ว
เมิ่งซีโจว สตรีหนึ่งเดียว แต่จำต้องเผชิญหน้ากับฝูงบุรุษที่ถูกความใคร่ครอบงำโดยสมบูรณ์ เปลวไฟจากโคมรอบบริเวณส่องไสว ทาบทับลงบนใบหน้างดงามสงบนิ่งของนาง แต่หากจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ภาพที่ปรากฏกลับเป็นคลื่นมหาสมุทรแห่งความเคียดแค้นที่กำลังคลุ้มคลั่ง!
ถึงเวลาแล้ว! เจ้าพวกหนอนเน่าพยาธิชั้นเลวเหล่านี้! พวกมันทุกตัวล้วนสมควรต้องตกนรกหมกไหม้และพังพินาศ!
นางค่อยๆยกมือขึ้นชี้ไปทางสำรับงานศพที่ยังเหลืออยู่ในลาน กล่าวขึ้นด้วยเสียงที่มิได้ดังนัก หากแต่ชัดเจนจนกลบเสียงจอแจทั้งปวงจนหมด
“หึหึ…หวังยืดอายุไขอย่างนั้นรึ? เลิกเพ้อฝันเสียเถิด”
“อาหารในงานศพเมื่อตอนกลางวัน ข้าได้ใส่ยาพิษลงไปทั้งหมด”
“พวกเจ้าทุกคน…จะไม่มีผู้ใดรอดพ้นค่ำคืนนี้ไปได้!”
สายลมหนาวยามราตรีแห่งต้นวสันต์ ยังมิอาจเทียบเท่าความเย็นเยียบที่แฝงอยู่ในถ้อยวาจาของเมิ่งซีโจวเลยสักนิด
ชาวบ้านทั้งหลายกวาดสายตามองเศษอาหารเหล่านั้นด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ฉับพลันเหงื่อเย็นพลันผุดพรายขึ้นดุจสายฝน ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวแผ่นกระดาษ! มีผู้หนึ่งถึงกับรีบล้วงคอเพื่อเร่งอาเจียนอย่างคลุ้มคลั่ง คนอื่นๆพลันรู้สึกตัวดุจตื่นจากฝัน ต่างพากันทำตาม แล้วเสียงอาเจียน เสียงร่ำไห้ ไปจนถึงเสียงสาปแช่ง ต่างก็ประเดดังปะปนกันให้โกลาหลวุ่นวายไปหมด!
ท่ามกลางความตื่นตระหนก เสียงหัวเราะเย้ยหยันของผู้ใหญ่บ้านก็เปล่งดังเสียดแทงเข้ารูหู
“เพ้อเจ้อสิ้นดี! เจ้าคิดว่าพวกข้าจะเชื่อรึ? อาหารพวกนี้เจ้าเองก็กิน! หรือต่อให้เจ้าวางยาพิษจริง…”
เขาชี้นิ้วใส่เมิ่งซีโจว แววตาทั้งสองเปี่ยมด้วยรังสีแห่งความอาฆาตแค้น
“ข้านี่แหละจะสั่งเชือดเจ้าให้ตายสิ้นก่อนผู้ใด! ข้าจะให้เจ้าตายไร้ซากศพไร้คนฝัง!”
ถ้อยวาจาของผู้ใหญ่บ้านประหนึ่งปลุกสติชาวบ้านที่กำลังแตกตื่น ให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นในชั่วพริบตา
ใช่แล้ว! อาหารเหล่านั้นล้วนเป็นพวกสะใภ้ในหมู่บ้านช่วยกันทำทั้งนั้น และเมิ่งซีโจวเองก็กินเข้าไปด้วยเช่นกัน! แล้วเป็นไปได้อย่างไรที่พิษจะเล่นงานเฉพาะพวกเขาเท่านั้น?
นังหญิงชั่วผู้นี้… กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอยู่กระมัง! หวังข่มขู่ให้พวกเขายอมถอย!
ครั้นคิดได้ว่าพวกตนถูกหลอกลวง ถึงกับต้องล้วงคออาเจียนจนลำคอแสบร้อนไปหมด ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็พากันเดือดดาลเลือดขึ้นหน้า สายตาที่จ้องมองเมิ่งซีโจวราวกับอยากจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งเป็น!
“ผู้ใหญ่บ้าน ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว! ต่อให้ต้องตาย ก็จำต้องลากนางไปตายร่วมกันด้วย! ให้นางตายอย่างทุกข์ทรมานยิ่งกว่าพวกเราเป็นหมื่นเท่าทวี!” มีผู้หนึ่งร้องตะโกนขึ้นมา
ฝูงชนต่างพากันกรูเข้าหาเมิ่งซีโจวอีกครา เงาร่างมากมายทับซ้อนกันจนกลายเป็นเงามืดมหึมา ปกคลุมร่างของนางไว้จนมิดชิด ทว่ายืนอยู่ ณ ใจกลางความมืดมิด เมิ่งซีโจวกลับสามารถยิ้มผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้น ราวกับกำลังทอดสายตามองดูละครตลกฉากหนึ่งอยู่
นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออย่างไม่มีรีบร้อน หยิบขวดกระเบื้องใบน้อยออกมา
“พวกเจ้าจะร้อนรนไปไย? ข้าบอกแค่ว่าวางยาพิษในอาหาร… หาได้กล่าวเสียหน่อยว่า… จะไร้เมตตาไม่หลงเหลือทางรอดไว้ให้พวกเจ้าเลย”
“สะใภ้ตระกูลจาง! ความตายกำลังรอเจ้าอยู่ตรงหน้ารอมร่อแล้ว! ยังจะกล้าเล่นเล่ห์อีกรึ! พวกเจ้าทุกคนอย่าได้ฟังวาจาของนางเด็ดขาด—”
ผู้ใหญ่บ้านร้องตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงสีหน้าร้อนรน ยามนี้ถลึงมองจนดวงตาแทบหลุดออกจากเบ้า
“ผู้ใหญ่บ้าน…” เมิ่งซีโจวเอ่ยขัดขึ้นทันใด น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้าเล็กน้อย “สุราในจอกของท่าน ข้าได้จัดเตรียมไว้ให้เป็นกรณีพิเศษกว่าผู้ใด ภายในนั้นเรียกว่า—สุราเมามัจจุราช… ข้าลองคำนวณเวลาดูแล้ว บัดนี้ก็น่าจะถึงเวลาออกฤทธิ์พอดีกระมัง?”
ยังมิทันสิ้นวาจาของเมิ่งซีโจวดี ใบหน้าดุร้ายเหี้ยมเกรียมของผู้ใหญ่บ้านจู่ๆก็พลันเกิดอาการเกร็งค้างขึ้นทันใด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหวาดผวาสุดขีด! เขายกสองมือขึ้นกุมอกโดยเร็ว เสียงหอบหายใจประหลาดดังลอดหลุดจากลำคอ
ต่อจากนั้นก็ “อ๊าก—”
น้ำโลหิตโสโครกสีดำถูกพ่นกระอักออกมาคำโต! พิษชนิดนี้ราวกับกำลังบีบคั้นเขาให้ต้องอาเจียนออกมาไม่หยุด จนกว่าร่างกายแห้งเหือดเป็นศพจึงจะยอมเลิกรา น้ำโลหิตสาดกระเซ็นลงพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า ช่างเป็นภาพฉากที่ชวนให้รู้สึกสยดสยองและสะพรึงยิ่งนัก!
ครั้นอาเจียนเป็นโลหิตคำสุดท้ายหยุดลง ร่างทั้งร่างของเขาก็เริ่มดูคับคล้ายคับคลากับซากศพผอมแห้งที่ถูกรีดของเหลวออกจนหมดตัวจริงๆ ท้ายสุด ต้องล้มทรุดนอนงอหงิกอยู่กับพื้น ร่างกายกระตุกชักเกร็งไม่หยุด
หนึ่งความตายตรงหน้าที่ก่อเกิด ประหนึ่งบ่วงเชือกเส้นหนาที่ถูกสวมคล้องลงบนคอของชาวบ้านเหล่านั้น! อากาศรอบบริเวณพลันเย็นเยียบดุจจุดเยือกแข็ง เหลือเพียงเสียงหายใจเฮือกสุดท้ายที่พยายามจะมีชีวิตต่อไปให้ได้ของผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับเสียงหอบด้วยความหวาดหวั่นเกรงกลัวของผู้คน!
เมิ่งซีโจวเล่นขวดกระเบื้องในมือด้วยท่าทางที่ไม่ทุกข์ร้อน “หรือพวกเจ้าอยากจะเสี่ยงเดิมพันดูสักครา? เดิมพันว่าข้าผู้นี้มิได้วางยาพิษลงในอาหารจริงๆ? แต่รีบๆคิดกันหน่อยเล่า ดีไม่ดีไม่ทันได้ตอบ รู้ตัวอีกทีอาจไปเฝ้ายมทูตกันหมดแล้วก็เป็นได้?”
เดิมพันด้วยชีวิต…ผู้ใดเล่าจะกล้า?! ผู้คนทั้งหลายต่างมีสีหน้าซีดเผือด ฟันบนล่างกระทบกันเสียงดังกึกกัก ทว่ากลับไร้ผู้ใดกล้าเอื้อนเอ่ยตอบ!
*****