พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่24 ค่ำคืนแห่งการล้างบาง
บทที่24 ค่ำคืนแห่งการล้างบาง
“เหตุใดจึงเงียบงันกันหมดเล่า? ในเมื่อไม่มีผู้ใดกล้าเดิมพัน” รอยยิ้มที่มุมปากของเมิ่งซีโจวยิ่งทวีความล้ำลึกและน่าสยดสยองมากขึ้น แต่ท่าทีของนางยังคงสงบนิ่งไม่แปรเปลี่ยน
“เช่นนั้น เรามาคุยเงื่อนไขเกี่ยวกับเรื่องยาถอนพิษกันเถิด”
“ข้าผู้นี้อุตส่าห์มีจิตเมตตาคิดช่วยชีวิตพวกเจ้าทุกคน แน่นอนว่าเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้ พวกเจ้าย่อมต้องสมควรแสดงความจริงใจต่อกันสักหน่อย” นางกล่าวเสริมต่อเป็นเรื่องเป็นราว
บอกว่ามีจิตเมตตากรุณาหวังช่วยชีวิตชาวบ้านรึ?
ลืมไปแล้วกระมังว่า — ผู้ใดกันที่ทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้?!!
แต่แม้จะคิดเช่นนั้น อย่างไรเสียก็มิมีผู้ใดหาญกล้าปริปากสวนด่าออกไปแม้สักคำ ทุกคนล้วนแต่เก็บงำความอาฆาตแค้นไว้ภายในใจ ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดเผยแสดงตัว
“เงื่อนไขนั้นง่ายดายยิ่งนัก…”
น้ำเสียงของนางพลันเย็นเยียบลง “ขอเพียงหักแขนขาทั้งสี่ของผู้ใหญ่บ้าน แล้วตัดเส้นเอ็นทั้งข้อมือข้อเท้าของเขาเสีย ตัวข้าเองก็หาใช่คนจิตใจคับแคบแต่อย่างใด ไฉนจะกล้าเข่นฆ่าผู้คนถึงตายเล่า ยาพิษที่เขาและพวกเจ้าทุกคนดื่มเข้าไปนั้น เลวร้ายสุดก็เพียงแค่บ่อนทำลายอวัยวะภายในให้เน่าเปื่อย ต้องนอนทนทุกข์ทรมาน เสมือนตายแต่ไม่ตายก็เท่านั้นเอง เพียงแต่สำหรับเขา…ข้านึกอยากจะให้พิเศษกว่าผู้ใด ข้าต้องการให้ผู้ใหญ่บ้านได้ลิ้มรสชาติของความทรมานอย่างเต็มที่จริงๆ!”
ชั่วพริบตาที่นางกล่าวจบ ฝูงชนที่เคยเงียบงันก็เริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่ปะทุขึ้นอีกครา! เป็นเสียงซุบซิบหารือกันดังหึ่งๆ จะบอกว่าคล้ายฝูงแมลงวันตอมกองมูลก็ไม่เชิงนัก
หัวหน้าหมู่บ้านนับเป็นเสาหลักของหมู่บ้านอย่างแท้จริง! ครั้นปีนั้นเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ก็เป็นเขาผู้นี้ที่ไล่เคาะประตูเรือนทีละหลัง ช่วยเหลือเหล่าบุรุษทั้งหลายให้หนีตายขึ้นหลบภัยบนคานหลังคาได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้หมู่บ้านรอดพ้นจากวิกฤตสูญสิ้นสายโลหิตได้
แต่ในทางกลับกัน ก็กลับเป็นเขาอีกเช่นเคยที่มีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นพยาบาทฝังใจเป็นที่สุด หากไม่ชอบขี้หน้าผู้ใดขึ้นมา ก็มักจะหยิบใช้วิธีการโหดเหี้ยมเล่นงาน ผู้ใดกล้าแตะต้องหรือล้ำเส้นเขา เพียงชั่วข้ามคืน สุสานบรรพชนล้วนถูกขุดเละจนราบเป็นหน้ากลอง!
แต่กระนั้น…ถึงคราวต้องชั่งใจจริงจังแล้ว อย่างไรเสียค่ำคืนนี้พวกเขาก็จะต้องตายเพราะพิษอยู่แล้ว! มิสู้หลับตา ‘จัดการ’ ผู้ใหญ่บ้านให้จบๆไปเล่า!
ในยามนั้นเอง หัวหน้าหมู่บ้านที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น เขาอาเจียนเป็นสายโลหิตออกมาอย่างหนักจนหมดเรี่ยวหมดแรง ฝืนกายเงยหน้าที่ผ่ายผอมขึ้นมอง ครั้นได้ยินวาจาที่แสนเหี้ยมเกรียมของเมิ่งซีโจว ก็ยิ่งทวีความเดือดดาล แต่ละพยางค์ที่พ่นคำรามออกมาสั่นสะท้านไปหมด
“เจ้าพวกขี้ขลาดไร้กระดูกสันหลัง! ข้าอยากรู้นักผู้ใดที่กล้าทำเช่นนั้น! ใครที่บังอาจแตะต้องข้าแม้เพียงปลายนิ้ว ข้าจะฆ่าล้างตระกูลมันให้สิ้น!”
เมิ่งซีโจวหาววอดออกมาหนึ่งครา “ห๊าว…ง่วงจัง ข้าอยากจะกลับไปนอนเสียทีแล้ว แต่ให้ว่าอย่างไรดีเล่า ปกติข้าเป็นพวกชอบนอนดิ้นเสียด้วยสิ หากพลิกกายไปๆมาๆเผลอบดขยี้ยาถอนพิษจนแตกละเอียดเข้า… หึหึ เช่นนั้นคงต้องโทษชะตากรรมของพวกเจ้าเองแล้วล่ะ”
ท่ามกลางฝูงชน บุรุษฉกรรจ์ไม่กี่คนซึ่งปกติแม้มีโทสะต่อผู้ใหญ่บ้านก็มิกล้าเอื้อนเอ่ย บัดนี้ประกายดุร้ายได้ฉายวาบผ่านดวงตาทั้งสอง ฝีเท้าขยับรุดไปเบื้องหน้าโดยมิรู้ตัว
หนึ่งคนขยับ อีกทั้งหลายพลอยเขยื้อนตามกัน
ความใฝ่รอดมีชีวิตท่วมทับความเกรงกลัวในตัวผู้ใหญ่บ้าน ชั่วพริบตา สถานการณ์รุก–รับก็พลิกผันฉับพลัน!
ผู้ใหญ่บ้านนอนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้มากนัก เริ่มกวาดตามองเหล่าชาวบ้านที่ซึ่งก่อนหน้านี้ช่างแสนเชื่องนัก ยอมรับคำสั่งจากเขาทุกอย่างด้วยความหวาดผวา บัดนี้เหตุการณ์กลับแปรเปลี่ยนตาลปัตรไปหมดแล้ว…. ดวงตาของพวกเขาแต่ละคนกลับทอประกายเยี่ยงหมาป่าลอบกัด ทยอยคืบเข้ามาใกล้เขาทีละก้าว ทั้งมือทั้งเท้าของเขาพลันพยุงร่างไร้เรี่ยวแรงคลานถอยไปด้านหลัง ปากยังร้องตะโกนด่าทอด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแต่เบาหวิว ภายนอกดูแข็งแกร่งแต่ภายในนั้นกลวงเปล่า
“เจ้าพวกทรยศ! เจ้าพวกไม่รักดีแปรพักตร์กันหมด! เจ้าพวกสัตว์เดรัจฉาน! เนรคุณสิ้นดี……”
ฝูงหมาป่าไร้หัวใจเหล่านี้หรือจะยอมปล่อยเหยื่อชิ้นสำคัญ ซึ่งเกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกตนให้หลุดลอยไปได้อย่างไรเล่า?
เพียงเห็นเอ้อร์หนิว บุรุษผู้มีพละกำลังมากที่สุดในหมู่บ้าน ก้าวพรวดตรงเข้าคว้าข้อเท้าของผู้ใหญ่บ้านไว้แน่น ราวกับกำซากสุนัขตายไว้ในมือ จากนั้น เจ้าตัวก็ตั้งท่าเสมือนกำลังบิดขวดน้ำ แล้ว…บิดกระชากขาของผู้ใหญ่บ้านหักอย่างโหดเหี้ยม!
“ผู้ใหญ่” บุรุษผู้หนึ่งเอ่ยเรียกน้ำเสียงแหบพร่า แฝงซ่อนความนอบน้อมที่แสนจอมปลอม
“สละท่านเพียงผู้เดียวเพื่อช่วยชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน ท่านในฐ)านะผู้นำที่มีคุณธรรมสูงส่ง คิดๆดูแล้ว…สำหรับการเสียสละครั้งใหญ่นี้ ท่านคงยินดีรับเป็นแน่แท้จริงหรือไม่? เช่นนั้น พวกเราชาวบ้านทุกคนต้องขอขอบคุณท่านล่วงหน้าแล้ว!”
คำพูดยังไม่ทันสิ้นเสียงดี เขาผู้นั้นก็ยกเท้ากระทืบขาผู้ใหญ่บ้านสุดแรงเกิด! เสียงกระดูกลั่นแตกดัง “กร๊อบ” สะท้อนก้องเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของผู้ใหญ่บ้านที่เปล่งดังขึ้น นับเป็นพิธีลั่นกลองเปิดฉากการแสดงละครอันโหดเหี้ยมขึ้นในบัดดล!
จะด้วยความหวาดหวั่นต่อความตาย หรือเพราะความเคียดแค้นที่สั่งสมมานานก็ตามที ยามนี้ทั้งสารพันท่วงท่าออกอาวุธ ไหนจะทั้งฝูงกำปั้นและบาทาที่พร้อมใจกันกระหน่ำซัดลงมาไม่ยั้ง ทั้งหนักหน่วงและรุนแรงเสียยิ่งกว่าห่าฝนท่ามกลางพายุ! เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบแกร๊บสลับกับเสียงทุบตีเนื้อหนังดังอื้ออึงไปทั่วทั้งบริเวณ ประสานรวมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้ใหญ่ที่ดังขึ้นอย่างไม่มีขาดช่วง จนยามนี้เสียงของเขาถึงกับแหบแห้งไปหมด
เมิ่งซีโจวจ้องมองภาพฉากอลหม่านนี้ด้วยสายตาเย็นชา ครั้นเห็นผู้ใหญ่บ้านนอนแผ่ราวกับโคลนเละกองอยู่บนพื้นแล้ว นางจึงพยักหน้าด้วยความพอ
“พอเถิด พี่น้องทั้งหลาย เชิญต่อแถวมารับยาถอนพิษกันได้แล้ว พิษที่ข้าลอบวางนั้นมีฤทธิ์รุนแรงนัก ต้องกินยาถอนพิษต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม วันละหนึ่งเม็ด ห้ามขาดแม้แต่เม็ดเดียว หาไม่แล้ว……”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“บนเส้นทางสู่ปรโลก…ย่อมไร้ซึ่งทางหวนกลับ”