พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่31 อันใด พี่น้องร่วมสายเลือดลักลอบเสพสม
บทที่31 อันใด? พี่น้องร่วมสายเลือดลักลอบเสพสม?!
จากนั้น นางก็พลันหันกายกลับไปเผชิญหน้ากับเมิ่งชินรุ่ย ที่ยามนี้สองตาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย สองมือของนางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นกดที่มุมตาไว้ กล่าวด้วยน้ำเสียงระคนสะอื้น ทั้งยังเด็ดเดี่ยวประหนึ่งได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว
“ท่านพี่! เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าคงมิอาจปิดบังท่านพี่ต่อไปได้แล้วเช่นกัน! แม้ข้าจะรักและเอ็นดูหนานอี้บุตรีผู้นี้มากที่สุด รักนางประหนึ่งไข่มุกในฝ่ามือ ทว่าความผิดที่นางก่อในครานี้ช่างใหญ่หลวงนัก นับว่าเทียมฟ้าเสียจนยากจะอภัยได้! แม้ข้าจะต้องรู้สึกเจ็บปวดดั่งถูกคมมีดกรีดใจ ก็มิอาจปกป้องนางต่อไปได้แล้วเช่นกัน! ท่านพี่เป็นประมุขบ้าน จะตัดสินใจลงโทษหญิงบัดซบผู้นี้อย่างไรก็สุดแท้แต่ท่านเถิด! แต่ข้าจะเพียงขอให้ท่านเห็นแก่สายเลือดและความผูกพัน ได้โปรดไว้ชีวิตนางสักครั้งเถิด…”
ประโยคสุดท้ายนั้น นางเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าท่าทางประหนึ่งไส้พุงจะขาดสะบั้น ดูราวกับเป็นมารดาผู้ตกอยู่ในความอับจนและกำลังเจ็บปวดรวดร้าวใจอย่างแท้จริง!
เดิมทีเมิ่งชินรุ่ยก็จำต้องรับมือกับเหตุการณ์พลิกผันกะทันหันนี้เสียจนจิตใจปั่นป่วนอยู่แล้ว ครั้นได้ฟังวาจาของฮูหยินตนในยามนี้ จิตใจก็ยิ่งเดือดดาลจนโทสะพุ่งพล่าน เขาแค่นเสียงเย็นชาคราหนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า
“เจ้าควรเก็บความใจอ่อนแห่งมารดาผู้เปี่ยมเมตตาของเจ้ากลับไปได้แล้ว! ก่อนหน้านี้ยังลวงข้าว่านางไปสงบใจร่ำเรียนกระเบียบอยู่ที่เรือนพักบนเขาทิงซาน บัดนี้ในที่สุดก็ยอมปริปากบอกความจริงได้แล้วรึ? เช่นนั้นก็จงพูดมาให้หมด! นังลูกบัดซบผู้นี้ไปก่อเรื่องอันใดมาอีกบ้าง?!”
เรื่องที่ให้เมิ่งหนานอี้สวมรอยแทนตัวตนของเมิ่งซีโจวนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ทว่าในใจของฮูหยินเมิ่งยามนั้น นางยังคงคิดจะรักษาเกียรติและชื่อเสียงของนาม ‘เมิ่งหนานอี้’ เอาไว้อย่างสุดกำลัง
เดิมทีนางได้กุเรื่องงดงามไว้เรื่องหนึ่งด้วยการอ้างว่า ‘บุตรีนางนี้ได้พบวาสนาใหญ่ จึงขอออกไปศึกษาวิชาอยู่นอกจวน’ และเพียงรอคอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสม จึงจะค่อยทำให้ ‘เมิ่งหนานอี้’ หายไปจากโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิง
แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า นังหญิงต่ำช้าเมิ่งซีโจวที่ควรจะต้องเน่าเปื่อยจมปลักอยู่ในโคลนตม จะกลับคืนสู่จวนมาได้อย่างน่าประหลาดนัก อีกทั้งยังกลับมาในฐ)านะตัวตนของ ‘เมิ่งหนานอี้’ เสียด้วย!
ทำเอากระดานหมากที่ฮูหยินเมิ่งสู้อุตส่าห์วางแผนไว้อย่างรอบคอบ ต้องพังพินาศลงในคราเดียว!
แต่… ไม่เป็นไร
หนทางที่นางได้ตระเตรียมไว้สำหรับมอบให้แก่นังสารเลวผู้นี้ หาได้มีเพียงเส้นเดียวไม่!
อย่างไรเสีย ทุกเส้นทางที่นางจะมอบให้หลังจากนี้ ล้วนแต่เป็นเส้นทางแห่งความตาย มิว่าจะเลือกเดินเส้นทางใด จุดจบย่อมไม่มีอันใดแตกต่างกัน!
ฮูหยินเมิ่งคล้ายจะมิอาจทนรับความโศกเศร้าใหญ่หลวงนี้ได้ไหว ร่างกายโอนเอนวูบไหว โชคดีที่แม่นมข้างกายผู้หนึ่งรีบเข้ามาช่วยประคองร่างไว้ได้ทัน
ครั้นสงบลมหายใจลงได้เล็กน้อย นางจึงทำท่าทางราวกับตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้ว จึงได้เอ่ยออกมาว่า
“ในช่วงเวลาที่นางได้หายตัวไปนั้น นางได้ไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับพี่ชายคนรองเมิ่งจิ่งหมิง… สองพี่น้องแอบลักลอบได้เสียกันแล้ว จึงชักชวนพากันหนีตามไป!”
พี่น้องลักลอบได้เสียกัน! หนีตามกันไป!
ถ้อยวาจาเหล่านี้ ประหนึ่งอัสนีบาตฟาดผ่าลงกลางพื้นราบ ระเบิดใส่ผู้คน ณ ที่แห่งนั้นจนมึนงงตาลายไปตามๆกัน!
นี่นับเป็นเรื่องสุดอื้อฉาวสะเทือนฟ้าสะท้านดิน ที่ร้อยปียังยากจะได้ยินสักครา!
ผิดทำนองคลองธรรม ขัดต่อจารีตอันดีงาม ไร้ซึ่งยางอายสิ้นดี!
คำบอกเล่าทั้งหมด ล้วนรุนแรงมากพอจะตอกตรึงผู้คนทั้งจวนจงหย่งโหวแห่งนี้ไว้บนเสาแห่งความอัปยศ และทิ้งกลิ่นคาวเหม็นคละคลุ้งให้ผู้คนได้ก่นด่าสาปแช่งไปอีกนับหมื่นปี!
เพียงชั่วพริบตา สายตาของผู้คนทั้งมวลก็ราวกับคมมีดนับพันเล่ม พร้อมใจกันพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเมิ่งซีโจวทันที
ทั้งดูแคลนเหยียดหยาม ทั้งซ้ำเติมความทุกข์ที่นางต้องแบกรับ…
แม้มิได้มีผู้ใดเปล่งวาจาด่าทอออกมาสักคำ ทว่าละอองน้ำลายอันเงียบงันเหล่านั้น กลับมากพอที่จะจมร่างของนางให้มอดดับลงทั้งเป็นได้!
ฝ่ามือที่เมิ่งซีโจวใช้ปิดใบหน้าไว้ค่อยๆกำแน่นขึ้นเล็กน้อย เรียวนิ้วทั้งหมดล้วนซีดขาว ทว่าลึกลงไปสุดหัวใจกลับเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง มิได้ไหวติงแม้แต่น้อย ภายในได้แต่นึกอยากปรบมือสรรเสริญกลอุบายอาบยาพิษของผู้เป็นมารดา ที่เพียงยิงธนูดอกเดียวก็สามารถจับนกได้ถึงสองตัวพร้อมกัน
เมิ่งจิ่งหมิงเป็นบุตรอนุคนรองแห่งตระกูลเมิ่ง เขาเป็นบุตรชายของอนุหลิวซึ่งเป็นที่โปรดปรานของเมิ่งชินรุ่ย บุรุษผู้นี้ทั้งฉลาดหลักแหลมและมีไหวพริบปฏิภานดีมาตั้งแต่เล็ก ฮูหยินเมิ่งจึงเห็นเขาเป็นเสี้ยนหนามที่ทิ่มตำตาอยู่เสมอ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ฮูหยินเมิ่งก็ได้ฉวยโอกาสลงมืออย่างลับๆ จนทำให้เมิ่งจิ่งหมิงหายสาบสูญไปอย่างไม่คาดฝัน
และช่วงเวลาที่เขาหายตัวไปนั้น ก็ช่างประจวบเหมาะพอดีกับวันที่เมิ่งซีโจวถูกลักพาตัวไปขายด้วย
บัดนี้ เมื่อฮูหยินเมิ่งได้สาดโคลนข้อหาที่ ‘พี่น้องร่วมสายเลือดลักลอบเสพสมแล้วหนีตามกันไป’ เข้าใส่เช่นนี้แล้ว นั่นไม่เพียงตอกย้ำความผิดของเมิ่งซีโจวให้ดูยิ่งใหญ่มหันต์ราวตอกตะปูตรึงฝาโลงจนแน่นแล้ว หากแต่ยังสามารถโยนคดีไร้ศพไร้เงาของเมิ่งจิ่งหมิงลงหลุมปิดตายเสียจนมิดชิดได้ด้วย ตัดสิ้นหนทางที่อนุหลิวจะสามารถพลิกฟื้นกลับขึ้นมาผงาดได้อีกอย่างสิ้นเชิง!
ช่างเป็นกลศึกยิงธนูดอกเดียวได้นกถึงสองตัว! นี่นับเป็นการสังหารคนโดยไร้คมมีดอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งกระทั่งโลหิตสักหยดเสียด้วยซ้ำ!
การสุมข้อหาต่ำช้าสามานย์สกปรกโสมมจนมิอาจทนฟัง และเป็นที่รังเกียจของผู้คนใต้หล้านี้ให้แก่นาง ย่อมเท่ากับบีบบังคับให้นางต้องไปหาห่วงเชือกสักเส้นมา แล้วรีบปรี่ไปแขวนคอตายคาขื่อเรือนในบัดดล กระทั่งโอกาสจะดิ้นรนหรือเอื้อนเอ่ยวาจาแก้ต่างสักครึ่งคำก็ยังมิหลงเหลือให้!
อำมหิตยิ่งนัก! ช่างอำมหิตล้ำลึกเสียยิ่งกว่าพิษร้ายที่ซึมถึงกระดูก!