Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 107

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 107
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

หลินไห่หรูรีบออกไปอุ้มหนานเกอร์ อี๋หนิงเดิน

ตามนางไป เพิ่งจะออกจากห้องด้านข้างฝัง

ประจิมก็พบชายหนุ่มในชุดคลุมยาวสีฟั้าสดกำลัง

อุ้มเด็กน้อยคนหนึ่ง เขากำลังตบหลังเด็กน้อยเบา

ๆ เพื่อปลอบประโลมเมื่อหันกลับมา อี๋หนิงถึง

พบว่าเขาไม่ใช่หลินเม่า หว่างคิ้วดวงตาเขา

ประณีตงดงาม หล่อเหลางามสง่า เขาคือกู้จิ่งหมิง

ที่ไม่ได้พบกันนานนั่นเอง

เขาเองก็เห็นอี๋หนิงแล้วจึงคลี่ยิ้มเล็กน้อย “ญาติผู้

น้องอี๋หนิงก็อยู่ที่นี่หรือ!”

อี๋หนิงยอบตัวให้เขา “ข้ามาเยี่ยมท่านแม่ คารวะ

ญาติผู้พี่จิ่งหมิงเจ้าค่ะ” ในเวลานี้เอง เด็กน้อยก็

ร้องไห้สะอึกสะอื้นโผเข้าสู่อ้อมกอดของมารดา

หนานเกอร์ที่มีอายุเจ็ดเดือนยังพูดไม่เป็น เขาสวม

ชุดผ้าไหมสีแดงตัวเล็ก ข้อเท้าเล็ก ๆ สวมกำไลนํ้า

เต้า กอดคอมารดาด้วยท่าทางน่าสงสาร

กู้จิ่งหมิงมองแล้วก็กล่าวอย่างขบขัน “หลินเม่า

พาเขาไปดูนกกระเรียนที่เลี้ยงไว้ จับมือเขาลูบหัว

ของมันจนทำให้เขาตกใจ…”

เหตุใดหลินเม่าถึงทำอะไรเหลวไหลนัก หลินไห่หรู

ตบหลังเขาเบา ๆพลางปลอบประโลม นางเอ่ย

ถาม “เจ้าเด็กหลินเม่าเล่า”

“กำลังตามมาขอรับ” กู้จิ่งหมิงชะงักไปชั่วครู่ “…

เขายืนกรานจะมอบนกกระเรียนให้ท่านตัวหนึ่ง

ให้จงได้!”

อี๋หนิงได้ยินก็อยากหัวเราะ ญาติผู้พี่เม่าคนนี้ช่าง

น่าสนใจเหลือเกิน!ทั้งสามคนเดินไปนั่งในโถงบุป

ผาก่อน ไม่นานก็เห็นชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีเทา

มุ่งหน้ามาทางนี้ จากระยะไกลสามารถเห็นนก

กระเรียนตัวหนึ่งในอ้อมกอดของเขา ปากและปีก

ถูกเชือกมัดไว้ ท่วงท่าของเขาเป็นธรรมชาติอย่าง

ยิ่งยวดราวกับสิ่งที่โอบอุ้มอยู่ไม่ใช่นกกระเรียน

แต่เป็นกล่องสัมภาระที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป

“ท่านอาหญิง ข้าอุ้มนกกระเรียนมาให้ท่านตัว

หนึ่ง” หลินเม่าเดินเข้ามาในโถงบุปผาพลางพูด

กับหลินไห่หรู “ท่านเลี้ยงไว้ตรงลานกลางเรือนก็

ได้จะช่วยเสริมสร้างกลิ่นอายเทพเซียนให้กับ

เรือนของท่าน ข้าว่าลานกลางเรือนของท่าน

เหมาะกับการเลี้ยงนกกระเรียนอย่างยิ่ง ข้าตั้งใจ

เลือกตัวที่มีชีวิตชีวามาให้ท่านเป็นพิเศษ…”

หลินไห่หรูมองเจ้านกกระเรียนด้วยสายตา

รังเกียจ นางให้คนอุ้มไปยังห้องครัว จากนั้นก็

บอกให้เขานั่งลง “เจ้าดูซิว่าเจ้าทำให้หนานเกอร์

ตื่นตกใจเพียงใด”

หลินเม่ายิ้ม ยามเขายิ้ม ดวงตาหงส์จะเรียวยาว

น่ามองยิ่งนัก “เขาเป็นคนขลาดกลัว…” หลินเม่า

เอ่ยเนิบช้าพลางชำเลืองมองไปทางด้านหลังก็พบ

อี๋หนิงที่ยืนอยู่ด้านหลังหลินไห่หรู วันนี้นางสวม

ชุดสีเหลืองห่านลายลูกพลับ ผิวขาวดุจหิมะ

ดวงตาทั้งคู่กระจ่างสดใส ปลายคิ้วเรียวยาวมีไฝสี

แดงเม็ดเล็ก รูปโฉมโนมพรรณเช่นนี้ช่างก่อกวน

ให้จิตใจของผู้คนว้าวุ่น

เขาพลันตะลึงไปชั่วครู่

“คารวะญาติผู้พี่เม่า” อี๋หนิงก้าวออกไปก้าวหนึ่ง

อดหัวเราะไม่ได้“ไม่เจอกันหลายปี ญาติผู้พี่เม่าไม่

เล่นแร่แปรธาตุ เปลี่ยนมาเลี้ยงนกกระเรียนแล้ว

หรือเจ้าคะ” นางชี้ไปยังแขนเสื้อของหลินเม่า

“ยังมีขนนกกระเรียนสองเส้นติดอยู่เลยเจ้าค่ะ”

หลินเม่าก้มมองก็พบว่ามีขนติดอยู่สองเส้นจริง

เขาหยิบขนนกกระเรียนออกมาจากแขนเสื้อ

กล่าวอย่างสงบนิ่ง “ญาติผู้น้องอี๋หนิงพูดเช่นนี้ได้

อย่างไรที่ข้าเลี้ยงนกกระเรียนเป็นเพราะพระ

บัญชาจากองค์ฮ่องเต้ พระองค์รับสั่งให้ข้าเลี้ยง

นกกระเรียนไว้ในตำหนักนกกระเรียน พระองค์

ไม่พอพระทัยที่คนเลี้ยงม้าดูแลนกกระเรียนได้ไม่

ดี หากจะกล่าวไป บัดนี้ข้าก็ถือเป็นขุนนางขั้นห้า

ของราชสำนักแล้ว”

“เจ้ายังกล้ามาวางท่าโอ้อวดอีก พี่ชายสามของ

นางเป็นถึงซ่าวชิงแห่งศาลต้าหลี่แล้ว!” กู้จิ่งหมิ

งจิบชาอึกหนึ่งพลางเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ข้าว่าอีกไม่

นานใต้เท้าสวีต้องคิดผลักดันเขาอีกครั้งเป็นแน่”

กู้จิ่งหมิงรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตระกูลหลัวปีนั้น

เพียงแต่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อยากพูดถึง ต่างถือกันว่า

ยามนี้อี๋หนิงเป็นคุณหนูของจวนอิงกั๋วกงที่เคยถูก

ส่งไปเลี้ยงดูที่ตระกูลหลัว จดจำไว้เท่านี้ก็พอ

หลัวเฉิงจางไม่กล้าล่วงเกินจวนอิงกั๋วกง อี๋หนิงอยู่

ที่นี่ เขาก็ทำได้เพียงลืมตาข้างปิดตาข้าง ทำเป็น

ไม่รู้เรื่อง

หลินเม่าได้ยินแต่กลับไม่สนใจ เขาฉีกยิ้มกว้าง

พลางเอ่ยถาม “ญาติผู้น้องอี๋หนิง จวนอิงกั๋วกงอยู่

ที่ตรอกใดหรือ มิสู้ข้าให้คนส่งลูกนกกระเรียนไป

ให้เจ้าเลี้ยงสักสองตัว เป็นการเพิ่มกลิ่นอายเทพ

เซียนให้กับจวนอิงกั๋วกงของเจ้า”

อี๋หนิงโบกมือกล่าวว่าไม่ต้อง นางเกียจคร้านถึง

เพียงนี้ จะเอาเจ้าพวกนี้มาทำอะไร

หนานเกอร์ที่เอนซบอยู่ในอ้อมกอดของมารดา

มองคนเหล่านี้สนทนากันอย่างใคร่รู้ เขาไม่สนใจ

คนเลวที่เมื่อครู่ทำให้เขาตกใจ หันหน้าไปมองอี๋ห

นิง ที่เด็กคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะอี๋หนิง ไม่ว่าจะ

เป็นสายเลือดเดียวกันหรือไม่ แต่หลินไห่หรูก็

อยากให้พวกเขาสนิทสนมใกล้ชิดกัน นางยิ้ม

พลางส่งบุตรชายตัวน้อยให้อี๋หนิง “อี๋หนิง เจ้า

อยากอุ้มเขาหรือไม่”

แน่นอนว่าอี๋หนิงอยากอุ้มเขา นางยื่นมือออกไป

รับเด็กน้อยตัวหอมนุ่มมา เด็กน้อยนั่งมึนงงอยู่ใน

อ้อมแขนของนางราวกับไม่คุ้นชิน อี๋หนิงได้กลิ่น

หอมของนํ้านมจากร่างเขาจึงยื่นหน้าไปหอมแก้ม

เขาทีหนึ่ง ดูคล้ายเด็กน้อยจะตื่นตระหนกจึงร้อง

ออกมาเสียงหนึ่งพลางซุกหน้าเข้ากับอ้อมอกของ

นาง

อี๋หนิงยิ่งรู้สึกว่าเขาน่ารักน่าชัง เด็กในวัยนี้น่ารัก

ที่สุด หากโตถึงวัยประมาณถิงเกอร์ก็ยากจะสั่ง

สอนแล้ว ต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากันไป

ในเวลานี้สาวใช้ก็เข้ามาจากด้านนอก รายงานว่า

คุณหนูหกมาคารวะฮูหยิน

เมื่อกู้จิ่งหมิงได้ยิน รอยยิ้มก็พลันจางลงในบัดดล

หลัวอี๋เหลียนเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย

งดงาม เมื่อเห็นกู้จิ่งหมิงก็พลันชะงักไปชั่วครู่

อี๋หนิงเพิ่งได้ยินจากหลินไห่หรูว่าหลัวอี๋เหลียนปัก

ปินไปเมื่อปีที่แล้ว มีแม่สื่อมาสู่ขอ แต่เฉียวอี๋

เหนียงรู้สึกว่าวงศ์ตระกูลของฝั่ายนั้นต้อยตํ่า

เกินไปจึงไม่ตอบตกลง แต่ไหนแต่ไรมาหลัวเฉิง

จางก็รักเอ็นดูหลัวอี๋เหลียนจึงไม่ได้บีบบังคับให้

นางตอบตกลง บัดนี้เฉียวอี๋เหนียงกำลังร้อนรน

กับการหาครอบครัวสามีให้นาง พวกนางสองแม่

ลูกมักใหญ่ใฝั่สูง ทว่าตระกูลที่พวกนางพึงใจกลับ

ไม่พึงใจพวกนาง ทำให้จนถึงบัดนี้เรื่องคู่ครองก็ยัง

ตกลงไม่ได้ ยามนี้เฉียวอี๋เหนียงจึงคาดหวังที่จะหา

คนดี ๆ ในเมืองหลวงให้หลัวอี๋เหลียนสักคน

หลัวอี๋เหลียนคารวะหลินไห่หรู เรียกขานกู้จิ่งหมิง

ด้วยนํ้าเสียงอ่อนละมุน “คุณชายสี่กู้”

กู้จิ่งหมิงปิดฝาถ้วยนํ้าชา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หลิน

เม่า มิใช่ว่าเจ้าอยากพบคุณชายสามหลัวหรือ ข้า

ว่าเขาน่าจะกลับมาแล้ว”

เขาไม่อยากพบหลัวอี๋เหลียน

เมื่อหลัวอี๋เหลียนได้ยินคำของกู้จิ่งหมิงก็เข้า

ใจความนัย นางกัดริมฝีปาก รู้สึกอับอาย นาง

มองกู้จิ่งหมิงกับหลินเม่าเดินผ่านหน้านางไปนิ้ว

มือเรียวกำผ้าเช็ดหน้าแน่น

หนานเกอร์นั่งอยู่ในอ้อมกอดของอี๋หนิง จับกำไล

ของนางเล่นอย่างสนใจ อี๋หนิงดึงมือเขาออก ไม่

ยอมให้เขาเล่น เขาก็ดึงแขนเสื้อของอี๋หนิงไว้อย่าง

ร้อนรน ส่งเสียงร้องอา ๆ หลัวอี๋เหลียนหันมา

ปรายตามองอี๋หนิง จากนั้นก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้น

นางไม่ใช่คุณหนูสายตรงของตระกูลหลัวแล้ว แต่

กลับแปรเปลี่ยนเป็นคุณหนูสายตรงแห่งจวน

อิงกั๋วกง หากไม่ใช่เพราะอีกฝั่ายอี๋เหนียงก็คงไม่

ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้…

อี๋หนิงสัมผัสได้ว่านางกำลังมองตนก็เงยหน้าขึ้น

“ไม่เจอพี่อี๋เหลียนปีกว่า เมื่อครู่พี่สาวกลับไม่

สนใจข้า แต่ถึงอย่างไรน้องสาวก็ควรทักทาย

ท่าน”

คราแรกหากไม่ใช่เพราะพวกนางสองแม่ลูก นาง

คงไม่ต้องไปจากตระกูลหลัว ถึงไม่อาจกล่าวว่า

โกรธแค้น แต่แน่นอนว่าอี๋หนิงย่อมไม่ชอบพวก

นาง

“บัดนี้น้องสาวอี๋หนิงเป็นถึงคุณหนูแห่งจวนอิงกั๋ว

กง ข้าไม่คู่ควรจะพูดคุยกับท่าน ยามนี้ทั้งร่างของ

น้องสาวอี๋หนิงดูเปียมไปด้วยกลิ่นอายสูงศักดิ์”

หลัวอี๋เหลียนยิ้มบาง “อี๋เหนียงยังอยากพบข้า ข้า

ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” กล่าวจบนางก็ล่าถอย

ออกไป

เมื่อหลินไห่หรูเห็นเช่นนั้นก็ส่ายศีรษะ “…คนที่มา

สู่ขอนางคือหลานชายของท่านเจ้าเมืองเจินติ้ง

เพิ่งจะสอบได้ซิ่วไฉ อย่ากล่าวว่าแม่มีจิตใจเอน

เอียงแม่ว่างานหมั้นหมายนี้ไม่เลว ฝั่ายนั้นเองก็

ชอบพอนาง แต่เฉียวอี๋เหนียงกลับไม่ตกลง พ่อ

ของเจ้า…เมื่อนายท่านรองหลัวได้ยินคำกล่าวของ

อี๋เหลียนจึงไม่ตอบตกลงด้วย เอาแต่คาดหวังว่า

จะหาคู่ครองที่ดีในเมืองหลวงให้นาง”มุมปากของ

หลินไห่หรูปรากฏรอยยิ้มหยันจาง ๆ “คู่ครองดี ๆ

หาได้ง่ายเสียเมื่อใด นายท่านรองหลัวยังหวังให้

แม่ช่วยเสาะหา แม่จะรอดูว่านางจะหาได้

อย่างไร!”

แต่ไหนแต่ไหนแต่ไรหลินไห่หรูก็ไม่ใช่คนจิตใจตํ่า

ช้า นางไม่มีทางปฏิบัติกับบุตรสาวของอนุอย่าง

เลวร้ายจริง ๆ จุดนี้อี๋หนิงรู้ดี

อี๋หนิงกล่าวกับนาง “ท่านอย่าได้เข้าไปยุ่ง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็พอ ต่อให้ท่านทำอย่างไร อี๋

เหนียงก็ไม่มีทางพึงพอใจ ให้นายท่านรองหลัวไป

หาเองเถิด”

หลินไห่หรูไม่พูดถึงเรื่องของหลัวอี๋เหลียนอีก

ต่อไป คุยกับนางเรื่องของเซวียนเกอร์แทน “ยาม

นี้นายท่านกำลังสอนเขาอ่านหนังสือ สติปัญญา

ของเซวียนเกอร์ห่างชั้นกับพี่ชายสามของเจ้านัก

ทว่านายท่านกลับไม่รู้สึกรู้สาสักนิด ยังคิดจะบ่ม

เพาะคนเช่นพี่ชายสามของเจ้าออกมา พี่ชายสาม

ของเจ้าเห็นแล้วก็ไม่พูดอะไร ใช่แล้ว เจ้ายังไม่รู้!

แม่ปฏิเสธคนที่มาคุยเรื่องหมั้นหมายกับพี่ชาย

สามของเจ้ามาหลายคนแล้ว แม่กังวลใจกับเรื่อง

งานมงคลของเขานัก ไม่รู้ว่าเมื่อใดเขาจะหมั้น

หมายกับคุณหนูซุน…แม่เองก็ไม่กล้าพูดอะไร มิสู้

หากเจ้ามีเวลาก็ช่วยแม่สอบถามที”

เมื่ออี๋หนิงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก็ส่ายหน้า นาง

ไม่กล้าถามเขาอีกแล้ว!

หนานเกอร์เล่นอยู่ด้านนอกจนเหงื่อท่วมตัว หลิน

ไห่หรูพาเขาไปอาบนํ้า อี๋หนิงจึงพาสาวใช้ทำนํ้า

แข็งราดถั่วแดงอยู่ที่ชานเรือน สิ่งนี้ช่วยดับร้อนได้

ดีที่สุด ใส่นํ้าแข็งปั่นด้านล่าง ราดด้วยถั่วแดง

กวนนํ้าอ้อยและเม็ดบัวเนื้อนุ่ม นานแล้วที่หลิน

เม่าไม่ได้พบนาง เขายืนมองนางอยู่ไม่ไกล กระทั่ง

อี๋หนิงสังเกตเห็นเขาจึงเงยหน้าแล้วเอ่ยถามด้วย

รอยยิ้ม “ไม่ใช่ว่าท่านไปที่เรือนของพี่ชายสาม

หรอกหรือ เหตุใดจึงกลับมาอีก จะลองชิมสักถ้วย

หรือไม่เจ้าคะ”

หลินเม่าเดินมาหยุดยืนหน้าโต๊ะ มือเรียวเนียน

ของนางประคองถ้วยหยกใบหนึ่ง ยื่นมาตรงหน้า

เขา

เขามองอี๋หนิง นึกถึงใบหน้ากลมของนางครั้นนาง

ยังเด็ก พอเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะอยากเข้าไป

หยิกสักครั้ง บัดนี้นางไม่ใช่เด็กแล้ว ทว่ามองแล้ว

ก็ยังน่าหยิก…น่าเสียดายที่นางเติบโตเป็นสาว

น้อยแล้ว หากไม่แต่งงานรับตัวนางกลับไป เขาคง

ไม่กล้าหยิกนางตามอำเภอใจ

อี๋หนิงเห็นเขาไม่รับถ้วยไป ไม่รู้ว่าเขากำลังคิด

อะไรอยู่ เอามือไพล่อยู่ด้านหลัง ทั้งยังยืนห่างนาง

เสียขนาดนั้น จากนั้นนางก็ได้ยินเขาเอ่ยถาม

“ญาติผู้น้องอี๋หนิง เจ้ารู้สึกว่าการเลี้ยงนก

กระเรียนดูไม่เป็นการเป็นงานหรือ”

อี๋หนิงส่ายศีรษะ รู้สึกว่าหลินเม่าถามได้ประหลาด

นัก

คาดไม่ถึงว่าเขาจะหัวเราะ “ข้าขอถามเจ้าอีกครั้ง

เจ้าชอบดอกไม้หรือไม่”

เคยได้ยินว่าไม่มีสตรีนางใดไม่นิยมชมชอบบุปผา

หากนางไม่พึงใจในวิถีแปลกพิสดาร เขาก็ยังมี

วิธีการอื่น

อี๋หนิงค่อนข้างสนใจในเรื่องต้นไม้ใบหญ้า ทว่า

นางไม่เข้าใจจุดประสงค์การถามของหลินเม่า แต่

ในเมื่อเขาถาม นางก็ผงกศีรษะพลางกล่าวว่าชอบ

คาดไม่ถึงว่าหลินเม่าจะจากไปโดยไม่พูดอะไร

ผู้ใดจะรู้ว่าวันรุ่งขึ้นเขาจะให้คนส่งดอกไม้มา

หลายกระถาง ดอกกล้วยไม้สี่ฤดูที่เพิ่งผลิบานใน

หน้าร้อน กล้วยไม้ด้ายสีทอง ดอกมะลิ ดอกซิ่วฉิว

[1] ตั้งเรียงจนลานกว้างอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม

สุดท้ายยังมีดอกบัวสายหลายดอกที่เลี้ยงไว้ใน

กระถางเคลือบ ดอกบัวสายขนาดใหญ่เล็กเท่า

ปากจอกสุราลอยนิ่งอยู่บนผิวนํ้า กำลังผลิบาน

สะพรั่ง

หลินไห่หรูเห็นดอกไม้มากมายก็ตกตะลึง ถาม

บ่าวรับใช้ที่ยกกระถางดอกไม้เข้ามา “ไยเขาจึงส่ง

ดอกไม้มามากมายเยี่ยงนี้”

บ่าวรับใช้ยิ้ม “ตอบฮูหยิน คุณชายสั่งให้ส่งเข้ามา

กล่าวว่าคุณหนูโปรดปรานขอรับ”

หัวใจหลินไห่หรูบีบแน่น นางพลันนึกถึงสัญญาที่

หลินเม่าให้ไว้กับนางในปีนั้น…คงไม่ใช่ว่าเจ้าเด็ก

นั่นจะยังจำได้กระมัง

ยามปกติประพฤติตนแปลกพิสดารไม่อยู่กับร่อง

กับรอย คาดไม่ถึงว่าเมื่อจริงจังขึ้นมาจะสร้าง

ความประทับใจให้กับผู้คนยิ่งนัก หลินไห่หรูมอง

กระถางดอกไม้ที่ผลิบานซึ่งวางเรียงเต็มลานกว้าง

ก่อนมองไปยังบัวสายงามตระการสีม่วงเข้มจนถึง

สีม่วงอ่อนเหล่านั้น ไม่รู้ว่าต้องลำบากเพียงใดกว่า

จะเลี้ยงดูออกมาได้งดงามเช่นนี้ นางรู้สึกเหลือจะ

เชื่อ เรียกสาวใช้ให้ย้ายกระถางดอกไม้เหล่านี้ไป

ไว้ในเรือนอี๋หนิง เมื่ออี๋หนิงเห็นดอกไม้จำนวน

มากก็ตกตะลึง

บ่าวที่ส่งกระถางดอกไม้ยังคงยืนรออยู่ด้านข้าง

เขายิ้มก่อนเอ่ยถาม“คุณชายให้บ่าวถามคุณหนูว่า

คุณหนูเห็นแล้วชอบหรือไม่ขอรับ”

อี๋หนิงไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร

นี่หลินชิงเทียนหมายความว่าอย่างไร

หลินไห่หรูให้คนถอยออกไปแล้วจึงถามนาง “เจ้า

รู้สึกว่า…ญาติผู้พี่หลินเม่าของเจ้าเป็นอย่างไร”

พออี๋หนิงได้ยินคำถามนี้ก็ยิ่งตะลึงงัน หรือจะเป็น

ดั่งที่นางคิด ชาติภพที่แล้วงานแต่งของนางเกิดขึ้น

ตามคำสั่งของบิดามารดาและคำแนะนำของแม่

สื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่นางประสบกับเหตุการณ์

เช่นนี้ นางพลัน…ไม่รู้ควรจะทำอย่างไร!

ที่สำคัญคนผู้นี้คือหลินเม่า ท่านหลินชิงเทียนใน

กาลข้างหน้า! เมื่อนึกถึงดวงตาหงส์เรียวยาวที่เจือ

ด้วยรอยยิ้มยามจับจ้องนาง ริมฝีปากของอี๋หนิงก็

ขยับ นางไม่ได้มีความรู้สึกอื่นใดกับหลินเม่า

นางไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรจึงดื่มชาสองอึกเพื่อ

สงบสติอารมณ์ มองดอกบัวสายที่ผลิบานสะพรั่ง

ในอ่างเคลือบ ก่อนสั่งให้สาวใช้ยกไปวางไว้ในห้อง

หนังสือ

พลบคํ่า หลินไห่หรูไปที่เรือนของหลัวเซิ่นหย่วน

หลัวเซิ่นหย่วนกำลังหารือเรื่องคดีหลิวผูกับผู้ใต้

บัญชา คนสนิทของหลิวผูคนนั้นถูกย้ายไปยังคุก

ใหญ่ของกรมอาญาแล้ว มอบให้กรมอาญาเป็น

ผู้ดูแลรับผิดชอบ หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เขาไร้

ซึ่งความสนใจ คนผู้นั้นไม่มีค่าให้หาประโยชน์ใด

อีกต่อไป เขาจับคนจากเจ้อเจียงบ้านเกิดเมือง

นอนของหลิวผูมาหลายคน คนเหล่านี้เป็นคนที่

ผู้อื่นเผลอหลุดปากให้การออกมาขณะทำการ

สอบสวน เป็นคนสำคัญที่คอยเดินสารให้วั่งหย่วน

กับหลิวผู เขาสอบเค้นทรมานคนเหล่านี้อยู่หลาย

คืน ก่อนจะพบเงื่อนงำบางอย่าง กำลังวางแผน

ตามร่องรอยนี้ไปแล้วจัดการให้เสร็จสิ้นในครา

เดียว

เมื่อได้ยินว่าหลินไห่หรูต้องการพบ หลัวเซิ่นหย่

วนก็ยกถ้วยนํ้าชาขึ้นมาจิบ เขาให้ผู้ใต้บัญชา

ออกไปก่อน หลายวันมานี้ตนยุ่งจนไม่มีเวลาดูแล

เรื่องในจวน เขาต้องรีบหาเบาะแสให้ได้ก่อนที่

พวกมันจะทำให้เรื่องนี้เงียบลงมิเช่นนั้นก็อย่าหวัง

ว่าจะจับพวกมันได้อีก

“ท่านมาพบข้าด้วยเรื่องใดหรือขอรับ” หลัวเซิ่น

หย่วนนั่งลงตรงข้ามหลินไห่หรู ภายใต้แสงเทียน

ร่างสูงใหญ่ของเขายิ่งถูกขับสะท้อนให้ดูบึกบึนสูง

ตระหง่านยิ่งขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาคมสัน ท่วงท่า

สุขุม หลินไห่หรูมองแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ

มิน่าเล่าถึงมีหญิงสาวมากมายหมายมั่นจะ

แต่งงานกับเขา!

หลินไห่หรูกวาดตามอง ในห้องโถงกลางของเขา

แขวนปั้าย ‘บ่มเพาะตนสำรวมจิตใจ’ บนโต๊ะยาว

มีกระถางธูปหอมวางอยู่ ก่อสร้างตกแต่งได้โอ่อ่า

วิจิตร นางกล่าวขึ้น “พรุ่งนี้แม่จะเชิญฮูหยินซุน

มาชมการแสดง เจ้าลองดูทีว่ามีเวลาหรือไม่ จะ

ได้มาชมการแสดงด้วยกัน…แม่ยังไม่เคยพบ

คุณหนูซุนเลยท่านพ่อของเจ้ากล่าวไว้ว่าครานี้

อย่างไรก็ต้องพบ”

นิ้วเรียวยาวของหลัวเซิ่นหย่วนเคาะลงบนที่วาง

แขนเบา ๆ ส่ายศีรษะ“ข้าไม่มีเวลาขอรับ กับท่าน

พ่อ ประเดี๋ยวข้าจะไปพูดกับเขาเอง”

หลินไห่หรูเห็นเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก็รู้ว่าเขาไม่

อยากฟังเรื่องนี้แต่ไหนแต่ไรมานางก็ไม่กล้ากล่าว

วาจารุนแรงกับลูกเลี้ยงคนนี้ อย่างไรเขาก็เป็นขุน

นางขั้นสี่แล้ว ทว่ายังมีบางเรื่องที่นางต้องฝืนก้ม

หน้าถามออกไป“เจ้าไม่มาก็ช่างเถิด แต่แม่อยาก

ถามเจ้า หากไม่กล่าวถึงคุณหนูซุน เจ้ามอง

คุณหนูตระกูลใดไว้บ้างหรือไม่ เพียงเจ้าเอ่ย

ออกมา แม่ก็จะช่วยเจ้าพูดสักสองสามประโยค

…”

“เรื่องนี้ข้ามีขอบเขตของตน ท่านไม่ต้องกังวล

ขอรับ” หลัวเซิ่นหย่วนชะงักไปชั่วครู่ ก่อนทำท่า

คารวะ “…ข้ายังมีธุระ ไม่อยู่พูดคุยเป็นเพื่อนท่าน

แล้ว” ท่วงท่าของเขาพร้อมส่งแขก

หลินไห่หรูเห็นเช่นนี้ก็ไม่กล้าถามต่อ ในเมื่อ

หลัวเซิ่นหย่วนบอกแล้วว่าไม่ต้องการให้นางเข้า

มายุ่ง ต่อให้นางพูดอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ นางลุก

ขึ้นสาวใช้รีบเข้ามาประคองมือนาง “เช่นนั้นแม่ก็

ไม่พูดแล้ว แต่ยังมีเรื่องหนึ่งต้องไต่ถามเจ้า หลิน

เม่ามีใจต่ออี๋หนิง เจ้าว่าพวกเขาสองคนเป็น

อย่างไร”

หลัวเซิ่นหย่วนกำลังก้มหน้าจิบนํ้าชา เมื่อได้ยิน

คำกล่าวนี้ของหลินไห่หรูก็เงยหน้าขึ้นโดยพลัน

หลินไห่หรูไม่ทันสังเกต ยังคงพูดต่อไป “อุปนิสัย

มารยาทของหลินเม่าคงไม่ต้องกล่าว ตระกูลหลิน

ของพวกเราเรียบง่าย แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคย

ปฏิบัติต่อสะใภ้อย่างโหดร้าย อี๋หนิงเองก็เป็นเด็ก

ที่แม่เฝั้ามองจนเติบใหญ่แม่เกรงว่านางจะแต่งไป

บ้านที่แม่สามีไม่ดี หากแต่งมายังตระกูลหลิน แม่

ก็วางใจ แน่นอนว่าอย่างไรก็ต้องถามความคิดเห็น

ของท่านอิงกั๋วกง! จะกลัวก็เพียงหลินเม่าไม่เข้าตา

ท่านอิงกั๋วกง ทว่ายามนี้เขามีความก้าวหน้า ทั้ง

ยังรับตำแหน่งเป็นถึงขุนนางขั้นห้า ใช่ว่าท่าน

อิงกั๋วกงจะไม่เห็นงาม”

——————–

[1] ดอกซิ่วฉิวคือดอกไฮเดรนเยีย

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 107"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024
aileen0084
เดิมพันเสน่หา
04/03/2023
novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
22/06/2026
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.