Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 109

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 109
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ดวงตาของเซี่ยอวิ้น สอดส่องไปทางประตูห้องโถง

กลางตลอดเวลา

หากมิใช่เพราะอยากพบเขา ตระกูลหลัวซึ่งเป็น

เพียงตระกูลชั้นสูงตระกูลใหม่ที่เพิ่งย้ายมายัง

เมืองหลวงจะคู่ควรให้นางกับมารดามาเยือนได้

อย่างไร

แต่ไหนแต่ไรมาฮูหยินเซี่ยก็รักเอ็นดูนางอย่างยิ่ง

ต้องการสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น ครั้นได้ยินว่าในใจนางเอา

แต่เฝั้าคะนึงถึงหลัวเซิ่นหย่วนจ้วงหยวนคนใหม่ก็

ยิ้มพลางกล่าวกับนาง “ด้วยสถานะของลูกสาวข้า

จะไม่คู่ควรกับผู้ใดบ้าง คราก่อนข้าได้เห็นเขาจาก

ไกล ๆ ดูโดดเด่นทีเดียว ต่อไปต้องขึ้นเป็นขุนนาง

ใหญ่เป็นแน่” จากนั้นนางก็พลันกล่าว “เพียงแต่

ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาได้ตกลงกับคุณหนูตระกูล

ซุนนั่นแล้วมิใช่หรือ”

เซี่ยอวิ้นจับมือมารดาไว้ พูดอย่างไม่สบอารมณ์

“ไม่มีเรื่องเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ เริ่มแรกตระกูลซุน

กล่าวว่าจะรอให้เขาสอบได้จิ้นซื่อเสียก่อนถึงจะ

หมั้นหมาย ข้าว่าหากเขาสอบไม่ผ่าน ตระกูลซุนก็

อาจคิดบ่ายเบี่ยง”

แต่ไหนแต่ไรมาบุตรสาวก็ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเย็น

ชา น้อยครั้งนักที่จะเห็นนางใส่ใจผู้ใดเช่นนี้ ฮู

หยินเซี่ยจึงสนใจขึ้นมา

ประจวบเหมาะกับได้รับเทียบเชิญจากหลินไห่หรู

นางจึงพาบุตรสาวมาเยือนตระกูลหลัวสักคราเพื่อ

ดูว่าตระกูลหลัวเป็นอย่างไร

ฮูหยินเซี่ยจิบชา สายตาทอดมองร่างของอี๋หนิง

ได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกล่าวเมื่อนานมาแล้วว่าท่าน

อิงกั๋วกงรับบุตรสาวกลับมาจากด้านนอกคนหนึ่ง

นางยังจำจ้าวหมิงจูที่อยู่ในจวนอิงกั๋วกงคนนั้นได้

หยิ่งผยอง ไร้มารยาท เด็กโดยสายเลือดคนนี้

คล้ายจะดูดีกว่าเล็กน้อยยืนอยู่ด้านหลังหลินไห่หรู

ดวงหน้ารูปไข่งดงามเพริศพริ้ง แม้ชาติกำเนิดไม่

อาจถือว่าถูกต้องตามขนบธรรมเนียม ทว่าท่วงท่า

รูปลักษณ์เช่นนี้หาได้ยากยิ่ง

ฮูหยินเซี่ยอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองอีกครั้ง

ในเวลานี้เองหนานเกอร์ก็ถูกอุ้มเข้ามา หนาน

เกอร์ซบตัวอยู่ในอ้อมแขนของแม่นม เขาเพิ่งตื่น

กำลังกัดกำปันไม่พูดจา หลินไห่หรูรับเขามาจาก

แม่นมแล้วกล่าวกับอี๋หนิง “แสงตะวันเริ่ม

ร้อนแรงแล้ว มิสู้เจ้าอุ้มเขาไปเล่นในห้องก่อน พา

คุณหนูรองเซี่ยไปด้วย”

หลินไห่หรูเพิ่งรู้ว่าเซี่ยอวิ้นไม่ชอบดูการแสดง

ทว่าคณะการแสดงมาถึงแล้ว หากบรรดาฮูหยิน

ทั้งหลายไม่ชมการแสดงแล้วจะให้ทำอะไรเล่า

อี๋หนิงรับหนานเกอร์เข้าสู่อ้อมกอด พอหนาน

เกอร์เห็นใบหน้าคุ้นเคยก็โผเข้าหา เซี่ยอวิ้นลุกขึ้น

บรรดาบ่าวด้านหลังยิ่งขับให้บารมีของนางดู

เหนือสามัญ นางกล่าวเสียงแผ่วเบา “เข้าไปใน

ห้องก็ไม่มีอันใดน่าเล่น มิสู้น้องสาวอี๋หนิงเดินชม

จวนเป็นเพื่อนข้าเถิด”

อี๋หนิงลอบแย้งในใจ อากาศร้อนถึงเพียงนี้ เซี่ยอ

วิ้นไม่กลัวร้อนแต่นางกลัว นอกจากนี้หลัวเซิ่นหย่

วนยังไปเข้าร่วมประชุมในท้องพระโรงแล้ว ต่อให้

เดินวนกี่รอบก็ไม่มีทางเจอ

แต่เมื่อแขกเป็นผู้เสนอ นางก็ไร้เหตุผลจะปฏิเสธ

ทำได้เพียงผงกศีรษะตอบรับ นางส่งหนานเกอร์

ให้แม่นมอีกครั้ง ก่อนเดินเที่ยวชมเป็นเพื่อนเซี่ยอ

วิ้น

ทั้งสองคนเดินไปตามระเบียง ผ่านทางเดินศิลาที่

มีตะไคร่นํ้าปกคลุมเงียบสงบร่มรื่น ลมเย็นพัดโชย

มา แก้มซึ่งร้อนผ่าวของอี๋หนิงถึงได้ลดทอนความ

ระอุลง เมื่อนางเงยหน้าขึ้นก็พบว่าคุณหนูรองเซี่ย

ได้สลัดนางทิ้ง เดินนำไปไกลแล้ว หากผ่านประตู

จันทราตรงหน้าก็ถึงเรือนด้านหน้าแล้ว

ซงจือกางร่มให้อี๋หนิง กระซิบเสียงเบา “อากาศ

ร้อนเพียงนี้ คุณหนูเซี่ยออกมาเดินเล่นอะไรกัน

แม้จะกางร่มแล้วก็ยังรู้สึกร้อน…ท่านอยากดื่มนํ้า

บ๊วยเปรี้ยวหรือไม่เจ้าคะ” ก่อนจะออกมานางก็

ตั้งใจเอานํ้าบ๊วยไปแช่ในบ่อนํ้า แล้วรินใส่กาเพื่อ

เตรียมไว้ดื่ม

อี๋หนิงโคลงศีรษะ “หากปล่อยให้นางเดินต่อไปคง

ต้องพบกับองครักษ์เรือนลู่หมิงแล้ว…” นางเร่ง

ความเร็วขึ้นหลายก้าวเพื่อให้ทันเซี่ยอวิ้นก่อนจะ

กล่าว “คราก่อนข้าเห็นพี่เซี่ยอวิ้นสนทนากับ

พี่ชายสาม พวกท่านรู้จักกันมาก่อนหรือเจ้าคะ”

เซี่ยอวิ้นหันกลับมาปรายตามองอี๋หนิง ถึงอีกฝั่าย

จะรู้อะไรมาก็เป็นเรื่องของอีกฝั่าย อันที่จริงเดิม

นางก็ไม่ได้อยากให้อี๋หนิงเดินเป็นเพื่อนแต่ไหนแต่

ไรมานางไม่ชอบอยู่กับคุณหนูที่มีอายุรุ่นราวคราว

เดียวกัน นางมักรู้สึกว่าหญิงสาวเหล่านี้ไม่มีหัวข้อ

อันใดน่าสนทนาปราศรัยด้วย ดังนั้นจึงกล่าวเสียง

ราบเรียบ “รู้จัก”

“พี่ชายสามออกไปร่วมประชุมในท้องพระโรง

ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว บัดนี้น่าจะยังไม่กลับมา” อี๋หนิง

เงยหน้ามอง เอ่ยกลั้วหัวเราะ “หากพี่เซี่ยอวิ้น

เดินเหนื่อยแล้ว พวกเราก็หาศาลานั่งพักสักครู่

เถิด สาวใช้ของข้าเอานํ้าบ๊วยเปรี้ยวมาด้วย”

เซี่ยอวิ้นชะงักไปเล็กน้อย อี๋หนิงจึงหันไปสั่งซงจือ

“…ไปเรียกให้คนเอาชุดนํ้าชาเข้ามา”

วันนี้อากาศร้อนระอุยิ่งนัก

บนถนนไม่พบคนสัญจรไปมาสักคน บรรดาพ่อค้า

แม่ค้าในตรอกต่างเก็บแผงขายของ เหลียนฝูพิง

กายกับโต๊ะไม้จันทน์แดงตัวเล็ก ๆ มองไปยังดวง

อาทิตย์ที่อยู่ด้านนอก บ้านในตรอกหลังนี้เป็นที่

พักพิงของนาง ต้นไม้นอกหน้าต่างเขียวชอุ่ม แว่ว

เสียงจักจั่นเรไร

เหลียนฝูรอจนรู้สึกเบื่อหน่ายจึงหยิบกรรไกร

ออกมาจากตะกร้า ทำพื้นรองเท้าตามแบบที่ร่าง

ไว้

มีเด็กสาวตัวน้อยเกล้ามวยสองก้อนบนศีรษะวิ่ง

เข้ามาอย่างเร่งรีบยอบกายแล้วกล่าวกับนาง “แม่

นาง ใต้เท้าให้คนมาส่งข้อความ…กล่าวว่าเขาไม่มี

เวลามาพบท่าน”

เหลียนฝูหลุบตาลง ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนเอ่ย

เสียงอ่อนละมุน“ในที่สุดเขาก็เบื่อหน่ายข้าแล้ว

…”

เด็กสาวตัวน้อยเห็นแบบร่างรองเท้าของใต้เท้า

เฉิงในมือนางก็รู้สึกเศร้ากล่าวปลอบประโลม “แม่

นาง ข้าว่าใต้เท้าเฉิงคงยุ่งจริง ๆ ยามนี้แม้แต่เรือ

สำราญเขาก็ไม่ได้ไป”

เหลียนฝูทำราวกับไม่ได้ยิน ยังคงพูดต่อไป “ครา

ก่อนที่ไปพบเขาเขาก็มีท่าทีรำคาญใจแล้ว ก่อน

หน้านี้ยังไม่เป็นเช่นนี้ เขามักพูดจาอ่อนหวานอยู่

เป็นนิจ ไม่รู้ว่าเขาพบผู้ใดใหม่ ยามนี้ถึงไม่สนใจ

ผู้อื่นแล้ว…เดิมทุกคนก็กล่าวกับข้าว่าจะชอบเขา

ไม่ได้ ข้าเองก็บอกกับตนเองเช่นนั้น แต่เหตุใด

เมื่อเขาไม่มาหาข้า…ข้าถึงได้เศร้าโศกเพียงนี้”

เด็กสาวตัวน้อยมองนางที่กุมแบบร่างรองเท้าไว้

แน่น คิดถึงนางที่มักตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อปรนนิบัติใต้

เท้าเฉิงไปเข้าร่วมประชุม รองเท้าใหม่ของใต้เท้า

เฉิงไม่พอดี นางก็รีบทำให้เขาใหม่ ใต้เท้าเฉิงไม่

ชอบแปั้งประทินผิวนางก็ไม่แตะต้องแม้เพียงเศษ

เสี้ยว…เด็กสาวกล่าวขึ้น “ข้าจะไปถามอีกครั้งแม่

นาง ท่านรอก่อน!”

กล่าวจบก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

เหลียนฝูทอดถอนใจ ลูบไล้ผีผาที่พิงอยู่กับผนัง

ไม่เอื้อนเอ่ยวาจา

นอกประตูวังทุก ๆ ห้าก้าวจะพบองครักษ์เฝั้า

ระวัง ทุกสิบก้าวจะพบองครักษ์ตรวจตรา

ราชวงศ์ยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม ภายใต้ดวงอาทิตย์

อันแผดเผาองครักษ์รักษาการณ์หน้าประตูต่าง

เหงื่อออกท่วมกาย แต่กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง

พระราชวังกระเบื้องเคลือบสีทองอร่าม เสาสีแดง

สด มังกรทองนกยูงสลักเฉิงหลางยืนมองเงียบ ๆ

เฝั้ามองความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์

มีบ่าวรับใช้เดินเข้ามากระซิบ เขาฟังแล้วจึงเอ่ย

“…ต่อไปหากนางส่งคนมาอีก เจ้าไม่จำเป็นต้อง

บอกข้าแล้ว” นํ้าเสียงเขาเย็นชาเล็กน้อย

บ่าวรับใช้ลังเล ก่อนเอ่ย “นายท่าน แต่ก่อนมิใช่

ว่าท่านโปรดปรานแม่นางเหลียนฝูมากที่สุดหรือ

ขอรับ…”

เฉิงหลางหลับตาลง

แต่ก่อนเขา…ทำเรื่องเหลวไหลไว้มากมาย เขาไม่

กล้าหวนระลึกถึงอีกทั้งยังไม่กล้าให้นางล่วงรู้

เรื่องเหลวไหลเหล่านั้นเขาไม่อาจทำได้อีกมิ

เช่นนั้นต่อไปคงรู้สึกละอายทุกครั้งที่ยืนอยู่เบื้อง

หน้านาง

ในที่สุดประตูวังก็ค่อย ๆ เปิดออก เฉิงหลางก้าว

เข้าไปต้อนรับ

ลู่เจียเสวียเดินออกมาจากพระตำหนักด้านใน สี

หน้าถมึงทึง เมื่อเฉิงหลางเห็นเช่นนั้น หัวใจก็พลัน

จมดิ่ง สามารถทำให้ลู่เจียเสวียแสดงสีหน้าเยี่ยงนี้

ออกมาได้ เห็นทีคงต้องเกิดเรื่องใหญ่

เขาเอ่ยถามเสียงตํ่า “ท่านน้า ฮ่องเต้มีรับสั่งอะไร

หรือขอรับ…”

ในที่สุดวันนี้หลัวเซิ่นหย่วนก็ถวายคำสอบพยาน

ในท้องพระโรง เจ้าหลัวเซิ่นหย่วนช่างร้ายกาจนัก

สามารถทูลฟั้องหลิวผูจนได้ แม้จะไม่เชื่อมโยง

มาถึงวั่งหย่วนกับลู่เจียเสวีย แต่ฮ่องเต้ก็กริ้วจัด

จนสั่งคุมขังขุนนางใหญ่น้อยในเจ้อเจียงที่

เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ถึงสี่สิบกว่าคน ขุนนางทั่วทั้ง

ราชสำนักจึงไม่มีผู้ใดกล้าแสดงความไม่พอใจต่อ

หลัวเซิ่นหย่วนอีก

หลัวเซิ่นหย่วนผู้นี้นับว่าเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของ

ฝั่ายชิงหลิวแล้วกล้ากระตุกหนวดเสือ ช่างกล้า

หาญนัก

ทว่าฮ่องเต้กลับไม่ตำหนิลู่เจียเสวียด้วยเรื่องของ

หลิวผูสักประโยค

เฉิงหลางเห็นลู่เจียเสวียหยุดฝีเท้าลง พวกที่เดิน

ตามมาด้านหลังก็รีบชะงักฝีเท้าทันที ลู่เจียเสวีย

ไม่ได้หมุนตัวกลับไป กล่าวขึ้น “เมื่อคืนมีข่าวส่ง

เข้ามาว่าเว่ยหลิงนำทัพทหารสามหมื่นนายบุก

โจมตีเผ่าหว่าล่า แต่กลับถูกซุ่มโจมตีที่นอกด่าน…

ทหารสามหมื่นนายตายเรียบเกือบทั้งหมด เว่ย

หลิงเองก็ไม่ได้กลับมา”

เฉิงหลางรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย เว่ยหลิงทำ

สงครามมานานปี ย่อมไม่ใช่พวกคนบ้าบิ่นพรรค์

นั้น! เขาเอ่ยปากถาม “เหตุใดเขาถึงเข้าจู่โจม

อย่างกะทันหัน…”

“ยังไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องนี้ ฮ่องเต้ก็ทรงตกตะลึง

เมื่อได้สดับ เคราะห์ดีที่รองแม่ทัพของข้ายังอยู่ที่

ชายแดน ข้าสั่งให้ไล่ตามไปแล้ว” ใบหน้าลู่เจียเส

วียไม่แสดงอารมณ์ “เจ้ามีชื่ออยู่ในจวนอิงกั๋วกง

จงนำจดหมายไปส่งที่จวนอิงกั๋วกงเสีย ข้ายังต้อง

หารือกับท่านเสนาบดีกรมกลาโหมว่าจะวางแผน

รับมืออย่างไร จึงไม่อาจปลีกตัวไป เว่ยหลิงเป็น

ตายยังไม่รู้แน่ชัด…แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเขา

คงไม่มีชีวิตรอดกลับมา”

บริเวณทางเดินไม่ไกลมีขันทีคนหนึ่งเดินตรงมา

สะบัดแส้ขนคารวะลู่เจียเสวีย “ใต้เท้าผู้

บัญชาการ ฮองเฮามีรับสั่งให้ข้าน้อยมาเชิญท่าน

ไปพบที่พระตำหนักของฮองเฮาขอรับ”

ลู่เจียเสวียสั่งให้ผู้ใต้บัญชามอบจดหมายให้เขา

ฉบับหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปยังพระตำหนักของ

ฮองเฮา

เฉิงหลางมองตามเส้นทางที่ลู่เจียเสวียเดินจากไป

ดวงตาฉายประกายเย็นชาจาง ๆ

ในเมื่อนางไม่ใช่อี๋หนิงคนก่อนแล้ว ดังนั้นนางย่อม

ไร้สิ่งเกี่ยวพันใด ๆกับลู่เจียเสวีย เขาจะยอมให้

ลู่เจียเสวียล่วงรู้ถึงการมีตัวตนของนางได้อย่างไร

หลายปีมานี้เขาแคลงใจมาโดยตลอดว่าลู่เจียเสวีย

คือผู้ที่สังหารนาง เขาใช้ชีวิตด้วยความต้องการ

แก้แค้น บัดนี้เมื่อรู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่…เขาจะไม่มี

วันยอมปริปากออกไปแม้เพียงครึ่งคำ!

เฉิงหลางรู้ว่ายามนี้ฮองเฮากำลังพะเน้าพะนอเอา

ใจลู่เจียเสวีย นางกับตวนเฟยจากตระกูลต่งกำลัง

ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด องค์ชายใหญ่ที่ตวนเฟย

ให้กำเนิดเป็นองค์ชายสายรอง มีความสามารถ

ยอดเยี่ยม ทว่าจนถึงบัดนี้ฮองเฮาก็ยังไร้ทายาท

จึงได้ร้อนรนยิ่งนัก หรงเฟยมีโอรสสองคน

ฮองเฮาจึงอยากรับเลี้ยงคนหนึ่ง โดยประสงค์จะ

ขอการสนับสนุนจากลู่เจียเสวียเพื่อที่กาล

ข้างหน้าจะได้รับประกันว่าเด็กคนนี้จะได้ขึ้นครอง

บัลลังก์

ในมือของลู่เจียเสวียกุมกองกำลังทหารส่วนใหญ่

เอาไว้ ไม่ว่าผู้ใดก็อยากได้รับการสนับสนุนจาก

เขา

เฉิงหลางยืนนิ่งถือจดหมายอยู่ชั่วครู่ สำหรับจวน

อิงกั๋วกงแล้ว เว่ยหลิงถือเป็นเสาหลักของจวน

ยามนี้คนเฒ่าคนแก่และเด็กเล็กเหล่านั้นจะดูแล

จวนอิงกั๋วกงได้อย่างไร

…หากอี๋หนิงรู้จะต้องเศร้าเสียใจเป็นแน่!

เฉิงหลางรีบเดินทางออกจากวังหลวงเพื่อไปส่ง

จดหมายที่จวนอิงกั๋วกง

ถึงจะกล่าวโดยแฝงนัย แต่เขายังพูดถึงความ

เป็นไปได้ที่เว่ยหลิงจะยังมีชีวิตอยู่ ครั้นฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยได้ยินก็แทบเป็นลมล้มพับ บรรดาบ่าว

หญิงชรารีบเข้ามาประคองให้นางนอนลง ฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยยกมือปิดหน้าร้องไห้ไม่หยุดเสียงรํ่าไห้ดัง

สะท้านทั่วผืนฟั้า เฉิงหลางไม่เคยเห็นผู้เฒ่าที่ใช้

ชีวิตเลิศหรูมาทั้งชีวิตร้องไห้เช่นนี้มาก่อน ขณะที่

เขามาได้เรียกหมอหลวงมาด้วย คนในจวนต่างพา

กันตื่นตระหนก จ้าวหมิงจูยืนตกตะลึงอยู่ด้านข้าง

กล่าวสิ่งใดไม่ออกเขาสั่งการผู้ดูแลจวนและบ่าว

หญิงชราอยู่สองสามประโยค ก่อนจะรีบออก

เดินทางไปหาอี๋หนิงที่ตรอกซินเฉียว

รถม้าวิ่งไปตามถนนอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงตรอกซิน

เฉียวก็เป็นเวลาพลบคํ่าแล้ว

โคมไฟที่แขวนใต้ชายคาของตระกูลหลัวเพิ่งถูกจุด

คลับคล้ายคลับคลาจะมีเสียงดนตรีของการแสดง

แว่วดังออกมา บ่าวของเฉิงหลางก้าวเข้าไปเคาะ

ประตู ส่งเทียบนามเข้าไป

ครั้นผู้อารักขาประตูเห็นนามของเขาบนเทียบก็

หัวเราะออกมาเสียงหนึ่งประสานมือพลางเอ่ย

“ต้องขออภัยด้วยขอรับ คุณชายสามของพวกเรา

สั่งไว้ว่าผู้ที่ไม่มีกิจธุระห้ามให้เข้าไป”

เฉิงหลางเม้มริมฝีปากแน่น เขายิ้มหยันพลาง

ขว้างเทียบนามอีกฉบับใส่หน้าคนผู้นั้น “จวน

อิงกั๋วกงมีเรื่องด่วน หากยังกล้าขัดขวางข้า เจ้า

เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะบั่นคอเจ้าให้ดู!”

เกี้ยวของหลัวเซิ่นหย่วนมาถึงพอดี

พอเขาได้ยินเสียงของเฉิงหลางก็เปิดผ้าม่านขึ้น

คลี่ยิ้มพลางเอ่ย“เหตุใดใต้เท้าเฉิงจึงต้องลงโทสะ

กับเขาด้วย หากมีเรื่องใดก็มาคุยกับข้าเถิด”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 109"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6541d756
พันธสัญญาลวงรัก
25/09/2025
novelpdf01ba7bf3a
เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง
10/09/2025
6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.