Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 110

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 110
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ลู่เจียเสวียเพิ่งได้รับรายงานลับทางทหาร เมื่อคืน

ว่าทัพทหารสามหมื่นนายที่มีท่านอิงกั๋วกงเป็น

ผู้นำถูกซุ่มโจมตีจนพ่ายแพ้ราบคาบที่ด่าน

ปราการผิงหย่วน จากนั้นเขาจึงนำเรื่องนี้เข้าไป

กราบทูลฮ่องเต้ ดังนั้นคนทั้งราชสำนักจึงยังไม่มี

ผู้ใดรู้เรื่อง

เฉิงหลางมองหลัวเซิ่นหย่วน คนผู้นี้เป็นผู้ที่มี

ตำแหน่งสูงศักดิ์คนใหม่ในราชสำนัก แม้จะเป็น

คนของฝั่ายชิงหลิว ทว่าวิธีการกลับไร้ซึ่งความ

ปรานีใด ๆ เรื่องของหลิวผูคราก่อนก็เพลี่ยงพลํ้า

ให้เขา หากนับเฉพาะสติปัญญาการใช้เล่ห์กล

อุบาย น้อยครั้งนักที่เฉิงหลางจะพบคนที่

เทียบเคียงตนได้หลัวเซิ่นหย่วนพี่ชายสามของอี๋ห

นิงผู้นี้ถือเป็นหนึ่งในนั้น

เขาไม่เคยหวาดระแวงบุรุษที่ซื่อตรงเที่ยงธรรม

ส่วนบุคคลเช่นนี้กลับเป็นคนที่เขาระแวดระวัง

ที่สุด อย่าว่าแต่เขาเลย หลังเกิดเรื่องนี้ มีหรือที่วั่ง

หย่วนจะไม่หวาดหวั่น สวีเว่ยหมายผลักดันให้

หลัวเซิ่นหย่วนเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการ

ศาลต้าหลี่ ประจวบเหมาะที่ผู้บัญชาการศาลต้าห

ลี่คนเดิมอายุมากแล้ว ใกล้ถึงเวลาเกษียณหวน

กลับบ้านเกิด ทว่ายังไร้ตัวเลือกที่เหมาะสม วั่งหย่

วนยืนกรานไม่ยินยอม แต่ไหนแต่ไรมาสวีเว่ยมัก

เก็บตัวเงียบมาโดยตลอด เพื่อหลัวเซิ่นหย่วนแล้ว

เขาถึงกับตั้งใจยื่นฎีกาถึงฮ่องเต้เป็นการเฉพาะ

ยากนักที่จะลงมือตอบโต้วั่งหย่วนสักครั้ง

หากฮ่องเต้ชื่นชมหลัวเซิ่นหย่วน เกรงว่าเรื่องนี้

อาจกลายเป็นจริงขึ้นมา

เฉิงหลางกล่าว “ข้าไม่รู้ว่าตระกูลหลัวของใต้เท้า

จะหยิ่งทะนงถึงเพียงนี้ขุนนางขั้นห้าของราช

สำนักยังถือเป็นผู้ไม่มีกิจธุระอันใด”

หลัวเซิ่นหย่วนให้บ่าวหน้าประตูส่งเทียบนามมา

เขาก้มหน้ามองคราหนึ่งก่อนยิ้ม “นั่นเป็นเพราะ

บ่าวในจวนพูดจาไร้กฎเกณฑ์ ประเดี๋ยวข้าจะสั่ง

สอนเขาเป็นการส่วนตัว ใต้เท้าเฉิงโปรดอย่าถือ

สา เพียงแต่บัดนี้ฟั้าใกล้มืดแล้ว ใต้เท้าเฉิงมีเรื่อง

อันใดหรือถึงได้มายังตระกูลหลัวของข้า หากไม่มี

เรื่องอะไรคงยากจะเข้าไปแล้ว”

เรื่องในยามนี้เร่งด่วน เฉิงหลางไม่คิดจะกล่าวให้

มากความในสิ่งที่ไม่จำเป็น โทสะเขาบรรเทาลง

เล็กน้อย “ข้าไม่ได้มาพบท่าน แต่เป็นน้องสาวอี๋ห

นิงที่กำลังพำนักอยู่ในจวนของท่าน ข้าไม่คิดต่อ

ความเรื่องก่อนหน้านี้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับท่าน

อิงกั๋วกง ขอให้ใต้เท้าอย่าได้ยืดเยื้อเวลา…ข้าเพิ่ง

ได้รับข่าวเรื่องสถานการณ์สู้รบที่เมืองเซวียนฝูั่!”

หลัวเซิ่นหย่วนได้ยินคำของเฉิงหลางก็เงยหน้าขึ้น

หัวคิ้วขมวดเล็กน้อยเรื่องเกี่ยวข้องกับท่านอิงกั๋ว

กงหรือ บัดนี้ท่านอิงกั๋วกงอยู่ที่เมืองเซวียนฝูั่ก็

ย่อมเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสงครามแล้ว

เว่ยหลิงเพิ่งไปเมืองเซวียนฝูั่ไม่ถึงครึ่งเดือน ที่

เมืองเซวียนฝูั่ไร้ข่าวคราวมาโดยตลอด บัดนี้เมื่อ

เห็นท่าทางของเฉิงหลาง…ดูแล้วคงไม่ใช่เรื่องดี

นัก!

พอเขาได้ยินก็ไม่รั้งรออีก โบกมือให้บ่าวเปิด

ประตูใหญ่

แม้ฟั้าจะมืดคํ่าแล้ว ทว่าบรรดาฮูหยินต่างยังคง

สนุกสนานกับการชมการแสดง ไม่มีท่าทีว่าจะ

หยุด

แม้แต่เซี่ยอวิ้นก็ยังได้รับเชิญมาชมการแสดง

ด้วยกัน มีคุณหนูหลายคนเพิ่งมาถึง เซี่ยอวิ้นนั่ง

อยู่ในกลุ่มคุณหนูที่กำลังสนทนาปราศรัยเสียง

เจื้อยแจ้วนั่งดื่มชาอย่างไม่สบอารมณ์ ทว่าสีหน้า

ไม่แสดงออกมาแม้เพียงน้อย คุณหนูคนอื่น ๆ ทั้ง

เคารพทั้งหวาดกลัวนาง พูดคุยกับนางอย่าง

ระมัดระวัง ส่วนอี๋หนิงเดินเล่นทั้งวันจนเหนื่อยล้า

เอนตัวลงบนเบาะนุ่มฟังเสียงการแสดงนางเดิน

มากจนรู้สึกชาที่เท้า ไม่คิดอยากขยับเคลื่อนไหว

อี๋หนิงหันหน้าไปก็เห็นใบหน้าด้านข้างของเซี่ยอ

วิ้นที่อาบไล้ไปด้วยแสงจากตะเกียงบนเวที นาง

พลันนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ตนเพิ่งเข้าจวนหนิง

หย่วนโหวและได้พบกับเซี่ยหมิ่น อุปนิสัยของ

เซี่ยอวิ้นกับเซี่ยหมิ่นคล้ายคลึงกัน ปีนั้นเซี่ยหมิ่นก็

เมินเฉยต่อนาง อันที่จริงจนกระทั่งนางตาย

ความสัมพันธ์ของพวกนางสองคนก็ไม่ถือว่าดีนัก

บรรดาหญิงสาวสายตรงที่ถือกำเนิดจากชนชั้นสูง

ศักดิ์ต่างก็ได้รับการโอบอุ้มเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก หาก

พวกนางจะมีสายตาสูงส่งก็มิใช่เรื่องแปลก

…เซี่ยหมิ่น ยามนี้คงมีชีวิตไม่ดีนัก ยามที่ลู่เจียห

รันถูกสังหาร นางก็เกือบสิ้นชีพตามลู่เจียหรันไป

แล้ว คนเช่นนางจะต่อกรกับลู่เจียเสวียได้อย่างไร

อี๋หนิงดื่มชาเงียบ ๆ ด้านข้างมีคุณหนูสวมชุดพื้น

ขาวลายร้อยภมรโผบินผ่านบุปผาดึงแขนเสื้อนาง

เบา ๆ “เจ้าคือน้องสาวของใต้เท้าหลัวรึ”

อี๋หนิงไม่รู้ว่าอีกฝั่ายอยากจะทำอะไรจึงผงกศีรษะ

ก่อนจะได้ยินนางเอ่ยกลั้วหัวเราะ “คราก่อนที่ใต้

เท้าหลัวสอบได้จ้วงหยวน ข้าบังเอิญเห็นเขาตอน

เดินขบวนครั้งหนึ่ง” ทันใดนั้นสาวน้อยคนนี้ก็

วางท่าสนิทสนมขึ้นมาดึงแขนเสื้ออี๋หนิงไว้แล้ว

กล่าวต่อ “ข้ารู้สึกว่าเจ้าดูน่ารักเหลือเกิน เจ้า

ชอบของว่างอะไรหรือ ใต้เท้าหลัวชอบของว่าง

ประเภทใด พรุ่งนี้ข้าส่งมาให้เจ้าดีหรือไม่”

อี๋หนิงพลันนึกขึ้นได้ว่าหลายปีก่อนคุณหนูเกาที่

อยู่เรือนข้างเคียงก็เคยใช้กลอุบายนี้มาก่อน

เซี่ยอวิ้นที่อยู่ด้านหลังหัวเราะเบา ๆ “ข้าได้ยินว่า

คุณหนูสามซ่งหมั้นหมายแล้วมิใช่หรือ หากคำ

กล่าวนี้แพร่งพรายออกไป ระวังจะเป็นที่ขบขัน

เอาได้”

คุณหนูสามซ่งผู้นี้เป็นคนเถรตรงจึงไม่เกรง

กลัวเซี่ยอวิ้น นางเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางกล่าว

“ชื่อเสียงของคุณหนูรองเซี่ย ข้าไม่อาจหาญเทียบ

ข้าเพียงอยากมอบของว่างให้เท่านั้น เหตุใดเมื่อ

คุณหนูรองเซี่ยได้ยินกลับไม่สบอารมณ์เสียเล่า

นอกจากนี้ข้าหมั้นหมายตั้งแต่เมื่อใดกัน”

เซี่ยอวิ้นวางถ้วยนํ้าชาลง “ข้าเพียงตรึกตรองแทน

คุณหนูสามซ่งเท่านั้นหากท่านยืนกรานจะให้ ข้าก็

ไร้คำกล่าว คุณหนูสามซ่งเพียงทำเป็นไม่เคยได้

ยินเถิด ไร้ซึ่งความเกี่ยวข้องใด ๆ กับข้า”

คุณหนูสามซ่งต่อคำไม่ชนะเซี่ยอวิ้น ใบหน้าจึง

แดงกํ่า อี๋หนิงดึงมือคุณหนูสามซ่งไว้ “หาก

กล่าวถึงของว่าง เขาค่อนข้างโปรดปรานพวกของ

รสชาติอ่อน ๆ หวานไปหรือเค็มไปล้วนไม่ชอบ”

เมื่อคิดถึงว่าพี่ชายสามไม่ชอบซุนฉงวัน เรื่องการ

หมั้นหมายของพวกเขาเห็นทีคงจะไม่สำเร็จ อี๋ห

นิงจึงเตรียมหว่านแหเพื่อเขา นางครุ่นคิดถึง

ความชอบในยามปกติของเขา ก่อนเอ่ยต่อ “ครา

ก่อนข้าทำแปั้งนึ่งพุทราชนิดหนึ่ง เขาดูชื่นชอบไม่

น้อย”

เมื่อเซี่ยอวิ้นได้ยินก็มองมาทางนาง เดิมหลงนึกว่า

นางเป็นคนเชื่อฟังบอบบาง เห็นทีคงไม่ใช่เสียแล้ว

คุณหนูสามซ่งพรูลมหายใจ คนอื่นต่างยกย่องเชิด

ชูเซี่ยอวิ้น ทว่าแต่ไหนแต่ไรมานางก็ไม่ชอบนิสัย

ของเซี่ยอวิ้น แม้คุณหนูที่ถือกำเนิดนอกจวนอิงกั๋ว

กงผู้นี้จะกล่าววาจาน้อย แต่นางรู้สึกถูกชะตายิ่ง

นัก มนุษย์มักชื่นชอบคนที่ดีกับตน นางแย้มยิ้ม

“ข้ายังไม่ได้หมั้นหมาย วัยเยาว์เคยมีคู่หมั้นหมาย

แต่ก็ถูกข้าถอนหมั้นไปแล้ว ข้ามีอุปนิสัยเถรตรง

พูดแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาข้ามิได้มีเจตนาอื่น”

จากนั้นจึงเอ่ยถามอี๋หนิง “ได้ยินมาว่าเจ้าเป็น

บุตรสาวของท่านอิงกั๋วกง ท่านอิงกั๋วกงช่างน่ายก

ย่องนัก ปีนั้นหากไม่ใช่เพราะเขากับท่านผู้

บัญชาการลู่ ชายแดนเหนือคงต้องถูกรุกรานอยู่!

ข้าเคารพผู้ที่ปกปั้องแว่นแคว้นมากที่สุด ตั้งแต่

เด็กข้าก็อยากแต่งงานกับท่านแม่ทัพสักคน”

เซี่ยอวิ้นยกถ้วยชาขึ้นจิบ บัดนี้เว่ยหลิงอยู่ห่างไกล

ถึงชายแดน อี๋หนิงเป็นเพียงบุตรนอกเรือนเท่านั้น

จำเป็นต้องพะเน้าพะนอเอาใจเช่นนี้ด้วยหรือนี่

มิใช่ทำเพื่อคนผู้นั้นหรือไร

เซี่ยอวิ้นนึกถึงเขาที่ปฏิบัติต่อตนอย่างเย็นชา ใน

ใจก็บังเกิดความรู้สึกที่ไม่อาจพรรณนา ไม่ว่านาง

ต้องการสิ่งใดล้วนสมปรารถนามาโดยตลอด แต่

คนผู้นี้กลับไม่ใช่ หากกล่าวว่าเขาไม่ชอบนาง แล้ว

ชาติตระกูล ความสามารถรูปโฉมของนางมีจุดใด

ที่อ่อนด้อยบ้าง คราก่อนตอนอยู่ที่ตระกูลซุน

นอกจากนางที่สามารถสนทนาโต้ตอบเขาได้ ซุน

ฉงวันผู้นั้นพูดอะไรได้บ้าง เซี่ยอวิ้นรู้ว่าเขาชื่นชม

สติปัญญาความรู้ของนาง มิเช่นนั้นด้วยอุปนิสัย

ของเขา แม้แต่ประโยคเดียวก็คงไม่มีทางปริปาก

ทว่าหากกล่าวว่าเขาชอบนาง เขาก็ปฏิบัติต่อนาง

อย่างเย็นชาถึงเพียงนั้น คล้ายนางไม่เคยเห็นเขา

ปฏิบัติต่อผู้ใดเป็นพิเศษมาก่อน

เซี่ยอวิ้นเม้มริมฝีปากแน่น ทันใดนั้นก็ได้ยิน

เสียงพูดคุยดังขึ้นจากระยะไกล นางเงยหน้าขึ้น

เล็กน้อยก็พบว่าตรงทางเดินมีคนที่ถูกรายล้อม

ด้วยบ่าวไพร่กำลังเดินเข้ามา

ผู้ที่อยู่ด้านหน้า เมื่อเดินผ่านเงามืด ภายใต้แสงสี

เหลืองนวลอบอุ่นก็ปรากฏร่างบุรุษผู้ที่มีรูปโฉม

หล่อเหลาสง่างามเหนือปุถุชน สวมเสื้อคลุมสี

จันทร์นวล ใบหน้างดงามดุจหยก เซี่ยอวิ้นตะลึง

งันไปเล็กน้อย รูปโฉมของคนผู้นี้โดดเด่นเหนือ

สามัญ นางจำได้ว่าเขามีนามว่าเฉิงหลาง ปีนั้นที่

เขาสอบได้ทั่นฮวา ชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว

นางปรายตามองคราหนึ่ง ก่อนเบนสายตาออกไป

ส่วนอีกคนที่เดินช้ากว่าเขาก้าวหนึ่งมีรูปโฉมหล่อ

เหลาร่างสูงเพรียว สวมชุดขุนนาง ท่วงท่าสงบนิ่ง

หากมิใช่หลัวเซิ่นหย่วนแล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก…

ในที่สุดเขาก็กลับมาแล้ว!

อี๋หนิงกำลังสนทนากับคุณหนูสามซ่ง ครั้นได้ยิน

เสียงก็หันไปมอง

เหตุใดเฉิงหลางจึงอยู่กับพี่ชายสาม อี๋หนิง

ประหลาดใจนัก ยามนี้ล่วงสู่ราตรีแล้ว หาก

เดินทางจากวังหลวงมายังตรอกซินเฉียว อย่างไร

ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วยาม เหตุใดเขาจึง

มาอย่างกะทันหัน หลัวเซิ่นหย่วนส่งคนมาเรียก

นาง อี๋หนิงเดินไปตรงหน้าทั้งสองคนแล้วยอบกาย

คารวะ“เฉิงหลาง…ญาติผู้พี่ ท่านมาได้อย่างไร”

เฉิงหลางมองนางที่มีท่าทีงุนงงสับสน พลันนึกถึง

ความทุกข์ทรมานมากมายที่นางต้องประสบใน

ชาติภพก่อน ไม่ง่ายเลยที่บัดนี้จะมีเว่ยหลิงผู้เป็น

บิดาคอยปกปั้องดูแล เขาทำใจบอกนางไม่ลง

ชนเผ่าหว่าล่าเชี่ยวชาญการทำสงคราม แม้ยังหา

ร่างไม่พบ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่ได้

กลับมา…

อี๋หนิงขมวดคิ้วมุ่น เหตุใดเขาจึงกลายเป็นคนอึก

ๆ อัก ๆ ไปเสียแล้วเขารีบร้อนมาเช่นนี้ย่อมต้องมี

เรื่องด่วน นางเอ่ยถาม “เป็นอะไรไป ท่านมีเรื่อง

อันใดที่ยากจะกล่าวหรือ”

“ท่านพ่อของเจ้า…” หลัวเซิ่นหย่วนรับคำพูดต่อ

“เหมยเหมย เจ้าฟังแล้วอย่าเพิ่งตื่นตระหนก

เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน…”

พออี๋หนิงได้ยินคำของเขา หัวใจก็กระตุกวูบ นาง

ดึงแขนเสื้อของเขาไว้ “ท่านพ่อเป็นอันใด…มิใช่

ว่าเขาไปรักษาการณ์ที่เมืองเซวียนฝูั่หรอกหรือ”

คั่นกลางด้วยระเบียงและภูเขาจำลองศิลาไท่หู

เซี่ยอวิ้นยืนมองอยู่ห่าง ๆนางเห็นอี๋หนิงจับแขน

เสื้อของหลัวเซิ่นหย่วน

นางไม่เคยเห็นหลัวเซิ่นหย่วนปฏิบัติต่อผู้ใดอย่าง

อดกลั้นเช่นนี้มาก่อนเขาปล่อยให้นางจับแขนเสื้อ

ตนตามอำเภอใจ ไม่มีท่าทีรำคาญแม้เพียงเศษ

เสี้ยว

เซี่ยอวิ้นพลันเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

หลัวเซิ่นหย่วนหันไปสั่งการสาวใช้ “ไปเชิญฮู

หยินมา”

อี๋หนิงยิ่งเกิดลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี ยามนี้นางไม่มี

เวลามาสนใจเซี่ยอวิ้นหลี่อวิ้นอะไรนั่นแล้ว นาง

มองหลัวเซิ่นหย่วน ก่อนหันไปมองเฉิงหลาง

สุดท้ายเฉิงหลางจึงทอดถอนใจเบา ๆ “เขาพา

ทหารไปยังด่านปราการผิงหย่วน…ถูกเผ่าหว่าล่า

ซุ่มโจมตี ทหารม้าสามหมื่นนายถูกทำลายสิ้น เขา

เป็นหรือตายยังไม่รู้แน่ชัด เมื่อครู่ข้าไปที่จวน

อิงกั๋วกงมาแล้ว เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยทราบข่าวก็

ล้มปั่วย ข้ามาพาเจ้ากลับไป หากท่านอิงกั๋วกง

กลับมาเจ้าจะได้ทราบข่าวเร็วขึ้น”

หัวใจของอี๋หนิงสั่นสะท้าน คล้ายจะยืนก็ยืนไม่

มั่นคง นางเอนกายพิงราวระเบียงเพื่อพยุงร่างที่

อ่อนยวบ เสียงฆ้องกลองของคณะการแสดงยังคง

บรรเลงครึกครื้น แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้นกลับเห็น

เพียงแสงจากตะเกียงที่แขวนไว้ใต้ชายคาเท่านั้น

เว่ยหลิง…เกิดเรื่องกับเขาจริงหรือ! ยามที่เขาจาก

ไปไม่ยอมให้ผู้อื่นไปส่ง เวลานั้นหัวใจนางก็รู้สึกไม่

สงบ หากเขาไม่กลับมาจริง เช่นนั้นมิใช่ว่าแม้แต่

การจากลาครั้งสุดท้ายก็ไม่ได้พบหน้าหรือ อี๋หนิง

คิดถึงความดีต่าง ๆ นานาที่เว่ยหลิงปฏิบัติต่อตน

คิดถึงรอยยิ้มที่กล่าวว่านี่คือบุตรสาวของเขา พวก

นางยังไม่ทันได้สนทนาอะไรกันสักเท่าใด อี๋หนิง

สูดลมหายใจเนิบช้า ในเมื่อกล่าวกันว่าหากมีชีวิต

ก็ต้องพบคน หากตายก็ต้องพบร่างไม่แน่ว่าเขา

อาจยังไม่ตาย แต่ถูกเผ่าหว่าล่าจับตัวไว้ก็เป็นได้

นางกล่าว “ข้าจะกลับไป…กับท่าน! กลับไปแล้ว

ค่อยว่ากัน”

พอพวกเจินจูได้ข่าวก็รีบกลับไปเก็บสัมภาระ

อย่างรวดเร็ว หลัว-เซิ่นหย่วนเห็นว่าบัดนี้จวน

อิงกั๋วกงมีเว่ยหลิงเป็นเสาหลักที่พึ่งพาได้เพียงคน

เดียว ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยอายุมากแล้วสุขภาพไม่

แข็งแรง ถิงเกอร์ก็ยังเด็กหากเว่ยหลิงจากไปจริง

…เขากล่าวเสียงตํ่า “เหมยเหมย เจ้ารอข้า

ประเดี๋ยวข้าสั่งการเรื่องในจวนเรียบร้อยแล้วจะ

ไปกับเจ้า” เขากลัวว่านางตัวคนเดียวจะรับมือไม่

ไหว

อี๋หนิงส่ายศีรษะ “…พี่ชายสาม ท่านไม่ต้อง

กลับไปกับข้า” นางไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องพึ่งพาเขา

ทุกเรื่องแล้ว นอกจากนี้เพียงเรื่องในตระกูลหลัว

กับราชสำนัก เขาก็ยุ่งมากพอแล้ว

นางหมุนตัวกลับไป กล่าวกับเฉิงหลางเสียงตํ่าเบา

“…ระหว่างทางท่านค่อยเล่าเรื่องราวให้ข้าฟังโดย

ละเอียด”

เฉิงหลางตอบรับคำ

หลินไห่หรูรีบรุดเข้ามา เมื่อเห็นหลัวเซิ่นหย่วน

นางก็อดเกิดความรู้สึกแปลกพิกลไม่ได้…เมื่อคืน

นางยังตบเขาไปทีหนึ่ง เมื่อสอบถามเรื่องราวจน

กระจ่าง หลินไห่หรูจึงรีบสั่งให้พวกบ่าวไพร่

ตระเตรียมรถม้า กล่องสัมภาระของอี๋หนิงถูก

จัดเก็บอย่างเรียบง่ายแล้วรีบขนขึ้นรถม้า

หลัวเซิ่นหย่วนมองเฉิงหลางที่ประคองนางขึ้นไป

บนรถม้า เฉิงหลางเองก็พาองครักษ์มาด้วย รถม้า

ควบตะบึงออกไปจากตรอกอย่างรวดเร็ว

ก่อนจากไป หลัวเซิ่นหย่วนชำเลืองมองอี๋หนิงครา

หนึ่ง นางดูสงบนิ่งใบหน้าด้านข้างไม่เผยร่องรอย

ผิดปกติ ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาอี๋หนิงก็มีเขาคอย

ปกปั้อง เมื่อไปถึงจวนอิงกั๋วกงก็มีท่านอิงกั๋วกง

คอยคุ้มครอง หากบัดนี้ท่านอิงกั๋วกงไม่อยู่แล้ว

ผู้ใดจะคอยปกปั้องนางเล่า

หลัวเซิ่นหย่วนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหมุนตัวกลับ

เข้าจวน เขาเห็นหลินไห่หรูนำบรรดาสาวใช้ยืนรอ

เขาอยู่ตรงระเบียงทางเดิน คณะการแสดงในจวน

เพิ่งถูกสั่งให้ยุติ

ทั้งสองคนเข้าไปในห้องหนังสือ

หลินไห่หรูกล่าว “วันนี้ฮูหยินเซี่ยมาถามไถ่แม่

เรื่องของเจ้า แม่เห็นแม่นางเซี่ยอวิ้นแล้ว กล่าว

ตามความจริง นางช่างโดดเด่นนัก แม้แม่จะชอบ

อี๋หนิง แต่คงกล่าวไม่ได้ว่าหากพูดถึงเรื่องแต่งงาน

อี๋หนิงไม่อาจเทียบนางได้…เรื่องเมื่อคืนหากเจ้า

พลั้งเผลอไปชั่วขณะ แม่ย่อมเข้าใจ ต่อไปจะถือ

เสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น แต่เจ้าต้องพึงรักษาตนให้อยู่

ในฐานะพี่ชาย อย่าได้ทำเรื่องเหลวไหลพรรค์นั้น

อีก” นํ้าเสียงนางพลันเครียดขึ้น “แต่หากเจ้า

จริงใจต่อนาง เช่นนั้นควรจะทำอย่างไรดี! ยามนี้

บิดาของนางยังเกิดเรื่องเช่นนี้อีกหากต้องได้รับ

ความเจ็บชํ้านํ้าใจจากเจ้า…”

หลัวเซิ่นหย่วนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเอ่ย “ท่านแม่

ท่านรู้สึกว่าตั้งแต่เล็กจนโต ข้าเคยทำให้นางเจ็บ

ชํ้านํ้าใจหรือ”

เขาข่มกลั้นไม่เปิดเผยออกมาจนถึงบัดนี้ ลอบวาง

แผนการอย่างเงียบเชียบเพื่อหวังให้ทุกสิ่งราบรื่น

ปั้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

หลินไห่หรูรู้ว่าลูกเลี้ยงของนางคนนี้ แต่ไหนแต่ไร

มาก็เป็นคนสงวนวาจาน้อยครั้งจะได้ยินเขากล่าว

ความรู้สึกของตนออกมา ที่เขากล่าวประโยคนี้

ออกมาเป็นเพราะการบีบคั้นของนาง

“เช่นนั้นเจ้า…”

“อีกไม่กี่วันตระกูลซุนต้องส่งคนมายกเลิกการ

หมั้นหมายแน่นอน”หลัวเซิ่นหย่วนหลับตาลงเพื่อ

สะกดกลั้นอารมณ์ “ข้าเคยวางแผนหลอกใช้ซุน

ฉงวัน…นางไม่เคยรู้มาก่อน บัดนี้ตำแหน่งของข้า

ในราชสำนักมั่นคงแล้วไม่มีสิ่งใดต้องกังวล” น้อย

ครั้งที่เขาจะบอกเรื่องเหล่านี้กับหลินไห่หรู “อีก

ไม่กี่วันตระกูลของนางจะต้องมายกเลิกการหมั้น

หมายเป็นแน่ ถึงเวลานั้นคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด

เพียงแต่คงแสดงสีหน้าไม่ดีออกมาเท่านั้น”

หลินไห่หรูตกตะลึง “เจ้า…เจ้าวางแผนหลอกใช้

นางได้อย่างไร คุณหนูซุนชอบเจ้าถึงเพียงนั้น…”

“หากนางล่วงรู้ในสิ่งที่ข้าทำก็คงไม่มีคำว่าชอบ

หรือไม่ชอบแล้ว”หลัวเซิ่นหย่วนมองแสงนวลอุ่น

ที่พลิ้วไหวในม่านรัตติกาล นึกถึงคำพูดที่นางเคย

กล่าวกับเขาเรื่องคุณหนูซุน

“หากอี๋หนิง นาง…นางไม่มีความคิดอื่นใดต่อเจ้า

…” ครั้นหลินไห่หรูกล่าวถึงเรื่องนี้ นํ้าเสียงก็

เปลี่ยนเป็นเบาลงโดยไม่รู้ตัว “เจ้าจะทำอย่างไร”

เมื่อหลัวเซิ่นหย่วนได้ยินก็หมุนตัวกลับไป ม่าน

ราตรียิ่งขับให้แผ่นหลังของเขาดูโดดเดี่ยวอ้างว้าง

เขาตอบเสียงราบเรียบ “ข้าก็ไม่รู้” เขาไม่รู้ว่าตน

จะทำสิ่งใดลงไปบ้างได้แต่คาดหวังว่าสถานการณ์

นี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น

น้อยครั้งที่หลินไห่หรูจะได้ยินสี่คำนี้จากปากของ

หลัวเซิ่นหย่วน เขามักกระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความ

หนักแน่นเด็ดขาด นางมองใบหน้าด้านข้างของ

ลูกเลี้ยงที่ไร้คลื่นอารมณ์ใด ๆ ก่อนตระหนักได้ถึง

ความนัยของคำกล่าวนี้มิใช่หมายความว่าเขาไม่รู้

ว่าควรทำอย่างไร ทว่ามันแฝงไปด้วยอารมณ์ข่ม

กลั้นที่ไม่ชัดเจนอารมณ์หนึ่ง

นางรู้สึกหนาวสะท้าน พลันกล่าวสิ่งใดไม่ออก

อี๋หนิงนั่งเอนกายพิงหมอนนุ่มอยู่บนรถม้า นิ่ง

เงียบไม่เอ่ยวาจา

ถ้วยชาใบหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า เฉิงหลางเอ่ย

เสียงตํ่า “ข้าจำได้ว่าท่านชอบชาผลไม้…ในนี้มีเตา

สามารถต้มนํ้าร้อนได้”

สีหน้านางยํ่าแย่มาโดยตลอด ทั้งยังไม่ยอมเอ่ย

อะไร ดวงหน้าขาวนวลดุจหยกซ่อนอยู่ภายใต้เงา

มืดสลัว

อี๋หนิงรับถ้วยมาแต่ไม่ดื่ม เพียงกุมไว้ในมือพลาง

เอ่ยถาม “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเขาถึงยกทัพ

ออกไปโดยพลการ” เว่ยหลิงทำสงครามมานาน

หลายปีไม่มีทางเป็นคนวู่วาม เฉิงหลางนั่งลงข้าง

กายนาง ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ย“ที่ชายแดนมี

การเปิดตลาดม้าอยู่บ่อยครั้ง พวกเผ่าหว่าล่ามัก

เอาวัวแพะที่พวกเขาเลี้ยงมาแลกเปลี่ยนเป็น

สิ่งของ นี่ถือเป็นวิธีที่ดีในการสร้างเสถียรภาพที่

ชายแดน ทั้งยังเป็นวิธีการที่ดีในการหาเงินของ

บรรดาแม่ทัพที่รักษาการณ์อยู่ที่ชายแดน แต่

เพราะเกิดเรื่องขัดแย้งกับเผ่าหว่าล่าบ่อยครั้ง

สถานการณ์ที่ตลาดม้าจึงไม่ค่อยสงบนัก ท่าน

อิงกั๋วกงจึงออกคำสั่งปิดตลาดม้า…เมื่อพวกชน

เผ่าหว่าล่าแลกเปลี่ยนสิ่งของไม่ได้จึงไปปล้นชิง

เผาฆ่าทำลายหมู่บ้านที่อยู่ในละแวกนั้นจนมีศพ

เกลื่อนกลาดไปทั่ว ทันทีที่ท่านอิงกั๋วกงทราบข่าว

ก็เดือดดาล ตัดสินใจออกทัพ…คาดไม่ถึงว่าจะถูก

พวกมันซุ่มโจมตีตรงด่านปราการผิงหย่วน”

“ราชสำนักส่งทหารเข้าไปช่วยเหลือหรือยัง” อี๋ห

นิงถามเป็นคำรบที่สอง

เฉิงหลางตอบ “มีกองทัพทหารกว่าหนึ่งแสนห้า

หมื่นนายรอบ ๆ เมืองเซวียนฝูั่ ผู้บัญชาการส่ง

ท่านรองแม่ทัพไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ทางราช

สำนักส่งทหารไป”

อี๋หนิงผงกศีรษะเบา ๆ

ครั้นเฉิงหลางมองนาง หัวใจเขาก็สัมผัสได้ถึง

ความสงบนิ่ง เขาเขยิบตัวเข้าใกล้นาง “ข้าจำได้

ว่ายามที่ข้ายังเด็ก ท่านชอบนำข้าอ่านหนังสืออยู่

บ่อยครั้ง”

อี๋หนิงเงยหน้าขึ้นพลางทอดถอนใจ นางรู้ว่าเขา

ต้องการจะเบี่ยงเบนความสนใจของนาง “ยาม

นั้นข้าเองก็ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือสักเท่าใด แต่รู้

ว่าการอ่านหนังสือมีประโยชน์ เจ้าควรเรียนรู้ไว้

บ้าง เคราะห์ดีที่เจ้าเป็นคนเฉลียวฉลาด”

ใบหน้าของเฉิงหลางขยับเข้าใกล้มาก ใบหน้านั้น

ยังมีร่องรอยของความคุ้นเคยยามเขายังเยาว์วัย

อี๋หนิงจึงยิ้มแล้วตบบ่าเขาเบา ๆ “เจ้าดูก้าวหน้า

ไม่น้อย”

เฉิงหลางเม้มริมฝีปากยิ้ม เพราะจำคำของนางได้

เขาถึงสอบรับราชการแต่ก่อนยังไม่รู้สึกถึง

ประโยชน์ใด ๆ ทว่าหลังจากได้รับคำชมจากนาง

ความพึงพอใจก็ค่อย ๆ ซึมลึก

อี๋หนิงรู้สึกว่าเฉิงหลางที่อยู่ตรงหน้าราวกับเป็น

เด็กน้อยคนหนึ่งจึงไม่ได้วางตนตั้งปั้อมอะไรอีก

ทันใดนั้นเขาก็กล่าวด้วยนํ้าเสียงตํ่า “เดิมข้าไม่รู้

ว่าเป็นท่าน ทั้งหมิงจูและเสิ่นอวี้ต่างก็เคยทำร้าย

ท่าน…ข้าไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่นอน!”

อี๋หนิงโคลงศีรษะ ไม่รู้ว่ายามนี้เสิ่นอวี้เป็นอย่างไร

บ้าง…นางไม่ชอบเขาแต่ก็รู้สึกว่าเขาถูกลงโทษ

อย่างเพียงพอแล้ว “หากท่านพ่อ…เกิดเรื่องอะไร

ขึ้นจริง จวนอิงกั๋วกงจะสร้างความแค้นต่อผู้ใด

ไม่ได้อีกเด็ดขาด เจ้าเข้าใจหรือไม่” เพราะเรื่อง

เสิ่นอวี้ สถานการณ์ระหว่างจวนจงฉินปั๋อกับจวน

อิงกั๋วกงจึงตึงเครียด

เฉิงหลางเกรงว่านางจะตำหนิเขาจึงรีบเอ่ยอย่าง

รวดเร็ว “ข้ารู้แล้ว ข้าจะไม่กระทำการบุ่มบ่าม”

ทั้งสองคนสนทนากันไปเช่นนี้ แสงตะเกียงในรถ

ม้าอ่อนลง บรรยากาศยิ่งมืดสลัว ทุกสรรพสิ่งสงบ

นิ่ง

เฉิงหลางไม่พูดอะไรอีก ท่ามกลางความมืดมิด

ของราตรี เขาได้ยินเสียงลมหายใจของนางที่อยู่

ข้างกาย กระทั่งสัมผัสได้ถึงร่างอุ่นนุ่มเล็กบอบ

บางลิ้นและลำคอของเขาพลันแห้งผาก ภายในรถ

ม้าเล็กแคบถึงเพียงนี้ ทั้งนางยังอยู่ในระยะ

ประชิด…ภาพที่ปรากฏเพียงในห้วงฝันฉายขึ้น

เป็นระลอก ๆเขาท่องบทศีลธรรมในใจเงียบ ๆ ถึง

ข่มกลั้นอารมณ์ลงไปได้

ส่วนอี๋หนิงไม่รู้เรื่องรู้ราวสักนิด นางยื่นมือออกไป

หยิบถ้วยที่วางอยู่ด้านข้างช้า ๆ กำไลหยกบน

ข้อมือสัมผัสผ่านหลังมือของเฉิงหลางอย่างแผ่ว

เบา

เฉิงหลางก้มหน้าลง นํ้าเสียงแหบพร่าเล็กน้อย

“อี๋หนิง ข้ารินนํ้าให้ท่าน”

เขารับถ้วยมาจากมือนาง ปลายนิ้วสัมผัสกันโดย

ไม่ตั้งใจอีกครั้ง

อี๋หนิงกำลังคิดถึงเรื่องของเว่ยหลิงจึงไม่ทันสังเกต

หลังจากนั้นรถม้าก็ค่อย ๆ หยุดลง คนด้านนอก

กล่าว “คุณหนู ถึงจวนอิงกั๋วกงแล้วขอรับ”

นางรับคำเสียงหนึ่ง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเคร่ง

ขรึม นางลุกขึ้นก้าวออกไป จากนั้นสาวใช้ก็

ประคองนางลงจากรถม้า

เฉิงหลางวางถ้วยชาใบเล็กในมือก่อนจะตามลงไป

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 110"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
17/06/2026
633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024
novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
22/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.