Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 111

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 111
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

จวนอิงกั๋วกงไม่เคยเงียบสงบเช่นนี้มาก่อน

ทั้งทางฝังบูรพาและฝังประจิมต่างตกอยู่ใน

บรรยากาศตึงเครียด บรรดาสาวใช้และบ่าวหญิง

ชราไม่กล้าถอนหายใจ ผู้ดูแลจวนกับบ่าวหญิง

ชราที่พอมีหน้ามีตาในยามนี้กำลังยืนประสานมือ

สงบนิ่งอยู่นอกเรือนจิ้งอันของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย

เพื่อรอคำสั่ง ผืนฟั้ามืดสนิท บรรยากาศกดดันที่

ไม่อาจพรรณนาให้ชัดเจนครอบคลุมไปทั่วจวน

จนกระทั่งบริเวณทางเดินมีแสงตะเกียงส่องสว่าง

ขึ้น อี๋หนิงที่ถูกสาวใช้กลุ่มหนึ่งล้อมรอบเดินเข้า

มา เหล่าผู้ดูแลจวนก้าวเข้าไปต้อนรับ เคราะห์ดีที่

ช่วงปีใหม่อี๋หนิงเคยเข้ามาดูแลจวน เหล่าผู้ดูแล

จึงให้ความเคารพนางอยู่หลายส่วน พวกเขาต่าง

เป็นคนที่เว่ยหลิงเลือกเฟั้นเข้ามา แน่นอนว่าย่อม

มีความสามารถ ทว่าต่อให้จะมีความสามารถ

อย่างไรก็ไม่ใช่เจ้านายที่แท้จริงของจวนอิงกั๋วกง

หลายเรื่องพวกเขาจึงไม่สามารถตัดสินใจได้

อี๋หนิงถูกบรรดาผู้ดูแลล้อมตัวไว้ พวกเขาต่างมีสี

หน้ากระสับกระส่ายจวนอิงกั๋วกงรุ่นนี้มีเว่ยหลิง

เป็นผู้สืบทอดเพียงผู้เดียว ทั้งยังมีถิงเกอร์เป็น

บุตรชายเพียงคนเดียว หากเว่ยหลิงไม่อยู่ สำหรับ

จวนอิงกั๋วกงแล้วหมายถึงอะไร นี่คงเป็นเรื่องที่

กระจ่างชัดอย่างยิ่งยวด อี๋หนิงกวาดตามองพวก

เขาปราดหนึ่งก่อนเอ่ยถาม “ส่งคนไปที่หน่วย

ทหารรับถิงเกอร์กลับมาหรือยัง”

“ส่งม้าเร็วไปแล้วขอรับ พรุ่งนี้เช้าก็น่าจะกลับ

มาถึง” หนึ่งในผู้ดูแลตอบ

อี๋หนิงพรูลมหายใจออกช้า ๆ

นางจำได้ว่าชาติภพที่แล้วเว่ยหลิงต้องเผชิญกับ

ความเป็นความตายครั้งหนึ่ง ทว่าในเวลานั้น

สำหรับนางแล้ว เว่ยหลิงเป็นเพียงท่านอิงกั๋วกงที่

นางไม่รู้จักมักคุ้น นางจึงไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขา

มากนัก ทว่ามีจุดหนึ่งที่นางยังพอจำได้ เว่ยหลิงมี

ชีวิตราบรื่นมาโดยตลอด แต่นางไม่รู้ว่าชาติภพนี้

กับชาติภพที่แล้วมีอะไรต่างไปหรือไม่ ดังนั้นหาก

จะไม่ให้นางกังวลเลยคงเป็นไปไม่ได้

ในเมื่อชาติภพก่อนไม่มีหลัวอี๋หนิงคนนี้ เด็กคน

นั้นเสียชีวิตไปตั้งนานแล้ว ทว่าบัดนี้นางยังมีชีวิต

อยู่

อี๋หนิงเอ่ยถามเป็นคำรบที่สอง “ท่านย่าอยู่ในห้อง

หรือ”

บ่าวหญิงชราที่ปรนนิบัตินิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบ

“เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าฟืนขึ้นมาก็ไปที่ศาลบรรพบุรุษ

จนบัดนี้ก็ยังไม่ออกมา ต้องการให้บ่าวไป…”

กล่าวยังไม่ทันจบอี๋หนิงก็โบกมือ “ข้าไปเอง”

จากนั้นก็เดินนำคนไปยังศาลบรรพบุรุษ พอเฉิง

หลางเห็นดังนั้นก็รออยู่ที่ห้องโถงกลางเพื่อสั่ง

กำชับไม่ให้เหล่าผู้ดูแลแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป

ศาลบรรพบุรุษตั้งอยู่ด้านหลังเรือนจิ้งอัน จวน

อิงกั๋วกงเป็นเคหสถานตกทอดมาจากบรรพบุรุษ

มีแผ่นจารึกบนทับหลังของห้องโถงบรรพบุรุษเก่า

ที่ทำจากไม้ถง จากมุมประตูสามารถเห็นแสงไฟ

สว่างจากตะเกียงด้านในจ้าวหมิงจูยืนอยู่นอก

ประตู มองอี๋หนิงด้วยสีหน้ากระวนกระวาย “ข้า

เข้าไปในศาลบรรพบุรุษไม่ได้…ข้าไม่รู้ว่าท่านยาย

เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อครู่ตอนอยู่ด้านนอก นางยัง

ร้องไห้จนเกือบเป็นลมล้มพับไป”

จ้าวหมิงจูไม่ชอบอี๋หนิง จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ชอบ ยิ่ง

เว่ยหลิงดีต่ออี๋หนิงมากเท่าใดก็ยิ่งปฏิบัติต่อนาง

อย่างเลวร้ายมากเท่านั้น ดังนั้นนางจึงไม่ชอบเว่ย

หลิงเช่นเดียวกัน แต่หากเว่ยหลิงไม่อยู่

สถานการณ์ของจวนอิงกั๋วกงในภายภาคหน้าก็

ยากจะกล่าวแล้ว ไร้ซึ่งริมฝีปากฟันก็เหน็บหนาว

[1] นางเองก็หวังให้เว่ยหลิงไม่เป็นอะไร

อี๋หนิงผงกศีรษะเล็กน้อย จ้าวหมิงจูใช้แซ่อื่นจึงไม่

สามารถเข้าไปในศาลบรรพบุรุษของตระกูลเว่ยได้

อี๋หนิงย่างเท้าก้าวเข้าไป บ่าวหญิงชราที่ยืนอยู่ทั้ง

สองฝังยอบตัวคารวะนาง อี๋หนิงไม่ทันสังเกต

เพียงจับจ้องไปยังแผ่นหลังของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยซึ่ง

ยืนอยู่เบื้องหน้าปั้ายวิญญาณของบรรพบุรุษตัว

ตรงนิ่ง

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยมองปั้ายวิญญาณของบรรพบุรุษ

นิ่งไม่เอื้อนเอ่ยวาจาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหัน

หน้ากลับมา

อี๋หนิงยืนมองนางอยู่ตรงประตูศาลบรรพบุรุษ

แสงรัตติกาลจากด้านนอกยิ่งขับให้ร่างของนางดู

บอบบาง เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยเห็นใบหน้าที่ละม้าย

คล้ายคลึงกับเว่ยหลิงอยู่หลายส่วนก็คิดขึ้นได้ว่า

เว่ยหลิงรักทะนุถนอมบุตรสาวคนนี้เพียงใด เดิม

นางก็ไร้มารดา บัดนี้ยังอาจสูญเสียบิดาไปอีกฮู

หยินผู้เฒ่าเว่ยรู้สึกเศร้าสลด ลมหายใจพลัน

เปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง กระบอกตาแดงเรื่อ

อี๋หนิงเดินไปข้างกายนางก็เห็นใบหน้าซีดขาวของ

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยศาลบรรพบุรุษอยู่ติดกับสระนํ้า

แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นสถานที่ที่มีความชื้นสูงเดิม

สุขภาพนางก็ไม่ค่อยดี หากยามนี้ล้มปั่วยลงจะทำ

อย่างไร “ท่านย่า ท่านกลับไปกับข้าเถิด” อี๋หนิง

กล่าวกับนาง “ที่ด่านผิงหย่วนยังไม่มีข่าวคราว

ของท่านพ่อส่งมา ไม่แน่ว่าอีกสองสามวันท่านพ่อ

อาจกลับมาก็เป็นได้…”

อี๋หนิงตระหนักดีว่าคำปลอบประโลมของตนช่าง

เบาหวิวนัก พลทหารสามหมื่นนายไม่หลงเหลือ

แล้วพวกชนเผ่าหว่าล่าจะปล่อยแม่ทัพของศัตรูไป

ได้อย่างไร เดิมพวกเขาก็เป็นคนปั่าเมืองเถื่อน

การถูกสังหารตั้งแต่อยู่ในสนามรบใช่ว่าจะเป็น

เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

สนามรบเต็มไปด้วยหนังม้าห่อศพ[2] ไม่แน่ว่าเว่ย

หลิงก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น สถานที่แห้งแล้งกันดาร

เยี่ยงนั้น แม้แต่ที่ฝังศพก็ยังไม่มี

เมื่อคิดถึงภาพเหล่านั้น อารมณ์ที่ข่มกลั้นไว้

ระหว่างทางก็พลุ่งพล่านขึ้นมา แต่อี๋หนิงยังคง

กล่าวต่อไป “ไม่แน่ว่าเมื่อท่านกลับไปนอนสักตื่น

ท่านพ่อก็อาจกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยดึงนางเข้ามาโอบไว้ในอ้อมกอด

กลํ้ากลืนจนกล่าววาจาไม่เป็นศัพท์ นํ้าเสียงแตก

พร่า “อี๋หนิง พ่อของเจ้า หากเขาไม่กลับมาจะทำ

เช่นไร! ย่า…ยามที่เขาจากไป ย่าไม่ได้ไปส่ง

กระทั่งตอนสุดท้าย ใบหน้าของเขาย่าก็ยังไม่ได้

เห็น…”

บนร่างของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยมีกลิ่นไม้จันทน์อันไม่

เคยคุ้น แต่ไหนแต่ไรมาอี๋หนิงก็ไม่ได้ใกล้ชิดสนิท

สนมกับอีกฝั่ายมากนัก ทว่ายามนี้นางปล่อยให้ฮู

หยินผู้เฒ่าเว่ยโอบกอดตนตามอำเภอใจ

มือเย็นเฉียบของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกอดนางไว้ กอด

ลูกน้อยของเว่ยหลิงนางร้องไห้จนหายใจติดขัด

“ข้า…เขา…แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่เคยทำให้ข้า

ต้องกังวล ตั้งแต่เล็กก็รู้ความ! หลิงเกอร์…หลิง

เกอร์ของข้า…” ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยร้องไห้ครํ่าครวญ

จนแทบฟังไม่เป็นคำ บนโลกใบนี้คงไม่มีเรื่องใด

น่าสังเวชไปกว่าการที่คนหัวขาวต้องมาส่งคนหัว

ดำแล้ว

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยรํ่าไห้จนแทบหยัดยืนไม่อยู่ อี๋หนิง

รีบประคองอีกฝั่ายไว้ตัวนางเองก็เสียใจ อดกลั้น

จนกระบอกตาแดงกํ่า เมื่อสาวใช้ที่เฝั้าอยู่ตรง

ประตูได้ยินเสียงครํ่าครวญของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยก็

รีบปรี่เข้ามาประคองนางไว้ อี๋หนิงสั่งให้พวกสาว

ใช้พาฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกลับไปพักผ่อนที่เรือนจิ้งอัน

อี๋หนิงส่งฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกลับไปยังเรือนจิ้งอัน

หมอหลวงจากในวังหลวงก็รีบเข้ามาฝังเข็มให้นาง

ฮูหยินผู้เฒ่านอนอยู่บนตั่งไม้ บรรดาบ่าวหญิงชรา

เข้ามารายล้อม คอยปรนนิบัติยกนํ้าแกงโสมนํ้า

ร้อนให้นาง ฮูหยินผู้เฒ่าสวมแถบคาดศีรษะ มือ

ชราผอมแห้งวางทาบอยู่บนโครงไม้จันทน์แดง

สามารถเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดโปนเพราะความ

ผ่ายผอมได้ราง ๆ

อี๋หนิงให้ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยพักผ่อน สั่งกำชับให้

บรรดาบ่าวหญิงชราดูแลให้ดี ก่อนจะเดินออกมา

จากห้องปีกฝังประจิม นางเพิ่งเดินออกจากประตู

ก็เห็นเฉิงหลางยืนอยู่ตรงชานเรือน เขาหมุนตัว

กลับมาเห็นอี๋หนิงก็เดินไปเบื้องหน้านาง “ข้ามี

เรื่องหนึ่งต้องพูดกับท่าน ท่านสะดวกฟังหรือไม่”

อี๋หนิงผงกศีรษะ เชิญเขาไปนั่งที่ห้องนํ้าชา

เมื่อนั่งอยู่ในห้องนํ้าชา เฉิงหลางก็ขมวดคิ้ว

ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ย“แม้จะยังไม่แน่ชัดว่า

ท่านอิงกั๋วกงมีชะตากรรมอย่างไร แต่ข้าก็ต้อง

กล่าวเรื่องที่อาจฟังดูเลวร้ายที่สุดกับท่าน ท่าน

อิงกั๋วกงเกิดเรื่องครานี้ยังนำพาความเดือดร้อนมา

สู่ทหารสามหมื่นนาย กองกำลังทหารของเซวียน

ฝูั่ถูกบั่นทอนความแข็งแกร่ง หากไม่ใช่เพราะ

ลู่เจียเสวียพยายามต้านทานกระแสเชี่ยวกรากไว้

ที่ชายแดนก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ด้วย

เหตุนี้ฮ่องเต้ต้องกริ้วเป็นแน่กอปรกับถิงเกอร์เอง

ก็ยังเด็ก หากตระกูลเว่ยจะถูกเพิกถอน

บรรดาศักดิ์อิงกั๋วกงก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้…”

เฉิงหลางเป็นขุนนางในราชสำนัก รู้เรื่องราวใน

ราชสำนักเป็นอย่างดีฮ่องเต้อาจไม่ทำอะไรตระกูล

เว่ยเพราะเห็นแก่คุณงามความดีในอดีต แต่

สำหรับบรรดาศักดิ์อิงกั๋วกงนั้นก็ยากจะกล่าวแล้ว

เมื่ออี๋หนิงได้ยินคำของเฉิงหลาง หัวใจก็สั่น

สะท้าน แม้นางจะคาดการณ์ถึงเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว

แต่ก็ไม่กล้าคิดให้ลึกซึ้ง อี๋หนิงกล่าวเสียงพึมพำ

“ท่านพ่อทำเพื่อราษฎรที่ชายแดน กระทั่งตัวเอง

ก็ยังต้องตกอยู่ในอันตราย มาบัดนี้ยังไม่รู้ชะตา

กรรมแน่ชัด ฮ่องเต้ก็จะทรงเพิกถอนบรรดาศักดิ์

ของตระกูลเว่ยเพราะเหตุนี้…”

“ตามหลักการแล้วควรเป็นเช่นนั้น แต่ไหนแต่ไร

มาเซวียนฝูั่ก็เป็นด่านปราการสำคัญ ฮ่องเต้ทรง

ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง หากต้องสูญเสียไปจริง

พระองค์ต้องไม่มีทางสนพระทัยเป็นแน่ว่าเหตุใด

ท่านอิงกั๋วกงจึงสั่งออกทัพ” เฉิงหลางอธิบาย

อย่างใจเย็น “ตั้งแต่ก่อตั้งแว่นแคว้น เหล่าตระกูล

ที่ร่วมก่อร่างสร้างอาณาจักรจนได้รับการแต่งตั้ง

ยศถาบรรดาศักดิ์ มาบัดนี้หลงเหลืออยู่ไม่กี่

ตระกูลแล้ว หลังจากฮ่องเต้ทรงขึ้นสถาปนาก็เพิก

ถอนบรรดาศักดิ์ของจี้หนิงโหวซ่งเยว่…”

อันที่จริงนางเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี

อี๋หนิงไม่เอื้อนเอ่ยอะไร นางกำลังครุ่นคิดเรื่อง

ของเว่ยหลิง

ปีนั้นเว่ยหลิงก็ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ทว่า

สุดท้ายเขาก็กลับมาไม่เพียงแค่กลับมา แต่ยัง

ดำรงศักดิ์เป็นท่านอิงกั๋วกง เป็นท่านผู้บัญชาการ

เซวียนฝูั่ดังเดิม

อี๋หนิงหวังว่ายามนี้เว่ยหลิงจะไม่เป็นไร หรือบางที

เรื่องนี้อาจเป็นแผนการของเว่ยหลิง แต่นางไม่รู้

ว่าแท้จริงแล้วการมีอยู่ของตัวนางเองจะส่งผล

กระทบอะไรต่อภาพรวมของเหตุการณ์หรือไม่

หากเพราะการมีชีวิตของนางทำให้เขาต้องตาย

อยู่ในสนามรบ หรือกระทั่งสูญเสียบรรดาศักดิ์

อิงกั๋วกง…อี๋หนิงก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าตนจะไม่เคย

ปรากฏตัวขึ้น! อย่างน้อยก็อย่าได้สร้างความ

ลำบากให้เขา!

“ข้ารู้” อี๋หนิงผงกศีรษะ “ข้าจะลองตรึกตรองดู

ว่าควรทำอย่างไร พรุ่งนี้เจ้ายังต้องไปที่หน่วยงาน

ข้าจะส่งเจ้าออกจากจวน”

ขณะที่เฉิงหลางลุกขึ้น เขาก็พลันเอ่ย “…ข้าจะ

ช่วยท่านเอง”

อี๋หนิงเงยหน้ามองเขา ยามนี้เขาสูงกว่านางแล้ว

เฉิงหลางกล่าว “อี๋หนิง ข้าไม่ใช่อาหลางคนนั้น

แล้ว” ยามนี้เขาเป็นขุนนางในราชสำนัก มิใช่เด็ก

น้อยที่คอยหดหัวอยู่หลังนางอีกต่อไป

อี๋หนิงส่ายศีรษะ “เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงแว่นแคว้น

เจ้าจะช่วยข้าอย่างไร”ต่อให้เขาสามารถช่วยได้

จริงก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อย นางไม่อยากทำ

ให้เฉิงหลางต้องพลอยตกอยู่ในสถานการณ์

ลำบากไปด้วย

เฉิงหลางเพียงยิ้ม ไม่กล่าวอะไรอีก

อันที่จริงอาจไม่มีผู้ใดสามารถช่วยอี๋หนิงได้ แต่มี

คนผู้หนึ่งที่สามารถช่วยได้ บัดนี้จวนอิงกั๋วกงตก

อยู่ในสถานการณ์ลำบาก หากไม่มีคนคอย

สนับสนุนอยู่เบื้องหลังคงต้องยํ่าแย่ อี๋หนิงยังไม่

ผ่านพ้นวัยปักปิน นางจะแบกรับจวนอิงกั๋วกงที่

ใหญ่โตเช่นนี้ได้อย่างไร เขาไม่มีทางยอมให้นางไป

หาคนผู้นั้น ดังนั้นเขาจึงต้องเข้ามาช่วยเหลือ แต่

ก็เป็นเรื่องที่ยากเข็ญอย่างยิ่งยวด

นอกจากท่านผู้บัญชาการลู่เจียเสวียแล้ว ใต้หล้านี้

จะมีผู้ใดสามารถเปลี่ยนแปลงใจของฮ่องเต้ได้อีก

ต่อให้ในใจจะเคียดแค้นเขาเพียงใดก็ไม่อาจไม่

ยอมรับตรงจุดนี้

อี๋หนิงให้ผู้ดูแลจวนส่งเฉิงหลางออกไป เมื่อกลับ

เข้ามาก็เป็นยามจื่อ[3]แล้ว ครั้นได้ยินว่าฮูหยินผู้

เฒ่าพักผ่อนแล้ว นางจึงออกมาจากเรือนจิ้งอัน

นางมองคานสลักชายคาโต้วกงของจวนอิงกั๋วกง

อันใหญ่โตโอ่อ่า ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าฝีเท้าแผ่วเบา

ไปเล็กน้อย

มองไปในราตรีอันมืดมิดที่ไร้ขอบเขต พวกเจินจูที่

ยืนอยู่ข้างกายนางนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา อี๋หนิงก้าว

เท้าลงบันได จ้าวหมิงจูยังคงยืนอยู่ข้างบันไดสาว

ใช้ประคองมือของนางไว้เพื่อเตรียมตัวขึ้นไปเยี่ยม

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยจ้าวหมิงจูมองอี๋หนิงเดินผ่านไป

พอเห็นสีหน้าของอี๋หนิงก็เรียกไว้อย่างกะทันหัน

อี๋หนิงหันหน้ากลับมามองนาง จ้าวหมิงจูลังเลไป

ครู่หนึ่งก่อนกล่าว“น้องสาวอี๋หนิง…เจ้าอย่าได้

เสียใจไป”

นางพบว่าแววตาที่จ้าวหมิงจูมองนางแฝงด้วย

ร่องรอยเห็นใจจาง ๆ

อี๋หนิงกล่าวขอบคุณ จากนั้นจึงเดินกลับไปยังฝัง

บูรพา

จำนวนองครักษ์ในฝังบูรพาน้อยลงกว่าในอดีต

เล็กน้อย อี๋หนิงมองเรือนของเว่ยหลิงที่มืดสนิท

นึกถึงยามที่ตนไปหาเขาในห้องหนังสือ ยามที่เขา

จูงมือตนไปกินข้าว แสงเทียนอบอุ่นยิ่งนัก ต่อให้

รัตติกาลจะมืดดำเพียงใดก็ไร้ซึ่งความหวาดเกรง

เพราะมีคนคอยยืนอยู่ข้างกายนาง ปกปั้องนาง

อี๋หนิงเดินไปทางเรือนของตนอย่างรวดเร็ว

ซงจือให้บ่าวไพร่จัดเตรียมสถานที่ไว้เรียบร้อย

แล้ว เมื่อกลับมายังห้องที่คุ้นเคย อี๋หนิงก็เอนตัว

ลงบนหมอนพิงอย่างเหนื่อยล้า

เมื่อนกกระตั้วที่นางเลี้ยงเห็นนางก็ดีใจมาก นาน

แล้วที่มันไม่ได้พบเจอเจ้าของ อาการซึมเซามลาย

หายไปโดยพลัน มันกางปีกโผบินจากแท่นเกาะไป

ยังมือของอี๋หนิง อี๋หนิงลูบขนของมันแผ่วเบา

จากนั้นก็พบว่าขนของมันไม่อ่อนนุ่มเช่นแต่ก่อน

มีบางจุดยังถึงขั้นโกร๋นไป นางหยิบจานเล็กที่วาง

บนโต๊ะขึ้น ในนั้นเป็นข้าวปั่นเม็ดเล็ก ๆ มันก้มลง

จิกทันใด

สาวใช้ที่ดูแลกล่าวขึ้น “บ่าวปั้อนอาหารมันตาม

คำสั่งของท่าน ทว่านกกระตั้วตัวนี้แปลกพิลึกนัก

ครั้นมันไม่เห็นท่านก็แสดงอารมณ์หงุดหงิดทั้งยัง

จิกขน…ทว่าทันทีที่ท่านกลับมาก็แสดงอาการดีใจ

กินเก่งถึงเพียงนี้”

อี๋หนิงลูบขนของนกกระตั้ว มันดูมีความสุขขึ้น

ทันที ทั้งยังส่งเสียงร้องออกมาสองครั้ง “อี๋หนิง

อี๋หนิง!” มันเคยได้ยินเว่ยหลิงเรียกนางเช่นนี้อยู่

บ่อยครั้ง ในที่สุดก็เลียนเสียงเป็นแล้ว

ครั้นอี๋หนิงได้ยินสองคำนี้ที่มันเรียนรู้มาด้วยความ

ยากลำบาก ในที่สุดก็ไม่อาจสะกดกลั้น กระบอก

ตาปวดแสบปวดร้อน ฟุบตัวลงบนโต๊ะ ร้องไห้

ออกมาอย่างขมขื่น บ่าของนางสั่นไหวอย่าง

รุนแรงราวกับความโศกเศร้าเจ็บชํ้าทั้งหมดทั้ง

มวลพุ่งจู่โจมเข้าหา

——————–

[1] ไร้ซึ่งริมฝีปากฟันก็เหน็บหนาว เป็นการ

อุปมาอุปไมยถึงความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ซึ่ง

กันและกัน

[2] หนังม้าห่อศพ หมายถึง ทหารที่ตายในสนาม

รบ

[3] ยามจื่อคือช่วงเวลา 23.00 – 1.00 น.

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 111"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
17/02/2023
61388e9eqbVDIzSH
สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!
04/09/2023
63db6879
ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
14/05/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.