Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 113

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 113
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

จวนหนิงหย่วนโหว อยู่ถัดจากตรอกของศาลซุน

เทียน ที่นี่มักมีขุนนางของศาลซุนเทียนสัญจรไป

มาบ่อย ๆ ประชาชนทั่วไปไม่กล้าแวะเวียนเข้ามา

โดยพลการ

ที่สำคัญหลังจากลู่เจียเสวียเข้ามาดูแลจวนโหว

จี้หนิงโหวที่พำนักอยู่ตรอกเดียวกันก็ถูกเพิกถอน

บรรดาศักดิ์ ตระกูลซ่งทั้งตระกูลย้ายออกจาก

ตรอกนี้ ตรอกทั้งหมดจึงตกเป็นของจวนหนิงหย่

วนโหว ขับให้บรรยากาศยิ่งดูวังเวงขึ้นไปอีก

ทว่าสำหรับนางแล้ว ภาพเช่นนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก

ตรงทางเข้าตรอกจะมีต้นหลิวโค้งเอนอยู่ต้นหนึ่ง

มีศิลาสลักรูปสิงโตตั้งอยู่ตรงประตูทางเข้าจวนห

นิงหย่วนโหว ประตูไม้ถงเคลือบสีดำขนาดโอ่อ่า

ห่วงประตูทองแดงสีทองรูปกิเลน องครักษ์ยืน

เป็นระเบียบหน้าประตู เมื่อเทียบกับจวนอิงกั๋วกง

แล้ว จวนหนิงหย่วนโหวให้ความรู้สึกเข้มงวดน่า

เกรงขามยิ่งกว่า

ผู้ดูแลที่ตามมาส่งเทียบขอพบเข้าไป ผู้ดูแลร่าง

ผ่ายผอมของจวนหนิงหย่วนโหวเปิดออกดู หัวคิ้ว

ขมวดมุ่นเล็กน้อย

สามารถเป็นผู้รับรองของจวนหนิงหย่วนโหวได้

ย่อมต้องเป็นผู้มีความสามารถสูง

จวนอิงกั๋วกงกับจวนหนิงหย่วนโหวไปมาหาสู่กัน

เป็นประจำ ทว่ายามนี้เมื่อเว่ยหลิงเกิดเรื่อง ทุก

คนต่างรู้กันว่าท่านผู้บัญชาการกลับไม่ปริปากสัก

คำไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

หากปล่อยคนของจวนอิงกั๋วกงเข้าไปโดยพลการ

แล้วสร้างความไม่พอใจให้เขาจะทำอย่างไร ถ้า

คนของจวนอิงกั๋วกงมาสร้างความเดือดร้อนจะไม่

เท่ากับว่าตนเป็นผู้นำความเดือดร้อนมาสู่ท่านผู้

บัญชาการหรอกหรือ

ผู้ดูแลร่างผ่ายผอมประสานมือพลางคลี่ยิ้มออกมา

“นายท่านโหวของพวกเราไปที่กรมทหารตั้งแต่

เมื่อวาน ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อใด เกรงว่าเจ้านาย

ท่านนี้คงต้องรอแล้ว”

เมื่อผู้ดูแลจวนอิงกั๋วกงได้ยินก็ขมวดคิ้วมุ่น หัน

กลับไปหารือกับคนที่อยู่ในรถม้าเสียงตํ่าเบา ไม่

นานก็เดินกลับมาอีกครั้ง “…คุณหนูของพวกเรามี

เรื่องต้องบอกกล่าวท่านผู้บัญชาการ ขอให้ท่าน

ปล่อยรถม้าเข้าไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน ยามนี้ฟั้า

มืดแล้ว ยามราตรีในช่วงคิมหันต์มีแมลงมากมาย

ยิ่งนัก”

ผู้ดูแลร่างผ่ายผอมลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะให้

องครักษ์เปิดประตู

สีท้องฟั้าค่อย ๆ มืดลง รถม้าของลู่เจียเสวียที่ราย

ล้อมด้วยบรรดาองครักษ์วิ่งเข้ามาในจวนหนิงหย่

วนโหว เขาลงจากรถม้า สวมเสื้อคลุมกันลมแสง

ตะเกียงใต้ชายคาก็ยิ่งขับให้ร่างสูงใหญ่ของเขาดู

ตระหง่าน

ลู่เจียเสวียเดินไปยังห้องหนังสือ ผู้ดูแลรีบเข้ามา

ต้อนรับพลางกล่าวรายงานเสียงตํ่า “นายท่าน

โหว คุณหนูแห่งจวนอิงกั๋วกง…มารอท่านอยู่ที่

เรือนด้านหน้าขอรับ”

ฝีเท้าของลู่เจียเสวียชะงัก เขากับวั่งหย่วน ท่าน

เสนาบดีกรมกลาโหมและคนอื่น ๆ เพิ่งหารือเรื่อง

การจัดกำลังทหารใหม่ที่เมืองเซวียนฝูั่เสร็จ

สายสืบที่เขาวางไว้ในวังก็มาแจ้งเขาว่าฮ่องเต้

กำลังพิโรธเว่ยหลิงเพราะคำฟั้องของจงฉินปั๋อ

ระหว่างทางมีคนขอพบเขามากมาย ทว่าเขาไม่

แยแส บัดนี้เรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าคือเรื่องของ

ชายแดน นอกจากนี้เขาเองก็ไม่ค่อยสบอารมณ์

กับความวู่วามของเว่ยหลิง

ผู้อื่นเพียงกล้าส่งข้อความเพื่อรอเขาเรียกพบ

แต่บุตรสาวของเว่ยหลิงคนนี้ช่างใจกล้านัก มารอ

เขาถึงในจวน

ลู่เจียเสวียหันหน้ากลับไปเอ่ยถาม “เจ้าก็ปล่อย

นางเข้ามาหรือ”

ผู้ดูแลร่างผ่ายผอมรีบกล่าว “ท่านรับคุณหนูจวน

อิงกั๋วกงเป็นบุตรีบุญธรรม ทั้งนางยังกล่าวว่ามี

เรื่องจะบอกท่าน นอกจากนี้ผู้ที่มายังเป็นตัวนาง

เอง หากเป็นผู้อื่น ข้าน้อยคงไม่กล้าปล่อยเข้ามา”

เด็กสาวเรือนในที่ยังไม่ถึงวัยปักปินจะสามารถทำ

อะไรได้ เขานึกถึงยามที่ผู้ดูแลเปิดม่านออก เผย

ให้เห็นร่างบอบบางด้านใน เขาก็ยังบังเกิด

ความรู้สึกเห็นใจนาง

ต่อให้มีตำแหน่งสถานะสูงส่งเพียงใด พลันกล่าว

ว่าสูญสิ้นก็ไม่หลงเหลือสิ่งใด หากจวนอิงกั๋วกงยัง

มีหนทางคงไม่ปล่อยคุณหนูที่ยังไม่ถึงวัยปักปินมา

ขอร้องลู่เจียเสวีย

ลู่เจียเสวียฟังจบ มุมปากก็ยกหยักขึ้น ไม่กล่าว

อะไร ก้าวเดินยาว ๆไปยังเรือนหน้า

ในเมื่อนางมาแล้วก็ต้องฟังสักนิดว่านางจะพูด

อะไร

ที่เรือนหน้า สาวใช้กำลังยกนํ้าชาให้อี๋หนิง นาง

พบว่ายังคงเป็นชาเข็มเงินจวินซานที่ลู่เจียเสวีย

โปรดปรานมากที่สุด ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงโปรด

ปรานชาประเภทนี้นัก ใบชาแห้งเริ่มแรกเป็นสี

เขียว ทันทีที่รินนํ้าร้อนลงไปก็จะลอยขึ้นมาเหนือ

นํ้า ก่อนจะค่อย ๆ จมลง ลักษณะเรียวเหมือน

ดาบถือเป็นของชั้นเลิศ นํ้าชาจะค่อย ๆ ปรากฏ

เป็นสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมสดชื่นอบอวลเตะจมูก

เมื่อลู่เจียเสวียเดินมาถึงเรือนหน้า จากบานประตู

สามารถมองเห็นนางที่สวมชุดพื้นขาวลายผลอิง

เถา กระโปรงประทับลายสิบสองภาพยาวจรด

เท้าช่วงเอวมีเข็มขัดเส้นเล็ก ๆ คล้องเกี่ยวไว้ ปั้าย

หยกห้อยเอวประดับมุก เนินอกนูนเด่นขับให้เอว

ของนางดูเพรียวบางเหลือคณา นางยกถ้วยชาขึ้น

พินิจมองใบชาด้านใน ไอนํ้าลอยอวลปกคลุม

ใบหน้าไว้ ดูพร่าเลือนทว่าสุกสกาว

เมื่อได้ยินเสียงของลู่เจียเสวีย อี๋หนิงก็เงยหน้าขึ้น

ด้านนอกประตูยังมีองครักษ์ของเขายืนอยู่ ลู่เจีย

เสวียเดินเข้าไปแล้วนั่งลงโดยไม่เอื้อนเอ่ยสักคำ

เขาไม่สนใจท่วงท่านั่งใด ๆ ทว่ากลับแผ่รัศมีแห่ง

ความกดดันออกมา

มีผู้ดูแลเข้ามาส่งจดหมายให้เขา ก่อนจะยืนอย่าง

สำรวมอยู่ด้านข้างรอเขาอ่าน

ลู่เจียเสวียอ่านจดหมายแล้วก็เงยหน้าขึ้น

“อย่างไรกัน มิใช่ว่ามาหาข้าที่จวนก็เพราะอยาก

พบข้าหรือ เจ้าจะกล่าวอะไร”

การที่เขาถามเช่นนี้ไม่ถือว่าเกรงใจนัก กระทั่ง

ยังให้ความรู้สึกบีบคั้นบรรยากาศดูตึงเครียด

อี๋หนิงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่ายามนี้ลู่เจียเส

วียต้องไม่แสดงสีหน้าดี ๆ ให้นางชมแน่ เขายอม

มาพบนางก็ถือเป็นเรื่องไม่คาดฝันแล้ว อันที่จริง

หากลู่เจียเสวียไม่ยอมพบนาง นางก็มีวิธีบีบคั้น

เขา นางล่วงรู้ความลับของลู่เจียเสวียมากมาย

อำนาจที่แย่งชิงมาอย่างชั่วช้า การลงมือกับพี่น้อง

อย่างเหี้ยมโหด เพื่อรักษาจวนอิงกั๋วกงไว้ อี๋หนิง

ยินดีจะใช้เรื่องเหล่านี้มาต่อรองกับเขา

นางคารวะลู่เจียเสวีย “ท่านพ่อบุญธรรมมีภารกิจ

ในราชสำนักรัดตัวเดิมข้าไม่ควรมารบกวน

เพียงแต่ตระกูลของท่านพ่อตกอยู่ในสถานการณ์

คับขัน ยามนี้…ข้าไร้หนทางจริง ๆ” นางยื่นมือ

ออกไป บนข้อมือมีสร้อยลูกประคำสีดำเข้มอยู่

เส้นหนึ่ง เม็ดลูกประคำมีขนาดใหญ่ ข้อมือของ

นางเรียวบางจึงดูไม่ค่อยเหมาะสมกับนางนัก อี๋ห

นิงถอดสร้อยลูกประคำออก“ยามที่ข้ายอมรับ

ท่านเป็นบิดาบุญธรรม ท่านเคยกล่าวว่าต่อไป

ท่านจะคุ้มครองปกปั้องข้า…ท่านพ่อกล่าวว่า

สร้อยลูกประคำเส้นนี้ท่านมักจะสวมยามออกรบ

เพื่อปกปั้องรักษาชีวิตตน บัดนี้ข้าทำได้เพียง

ขอให้ท่านเห็นแก่ไมตรีที่ผ่านมาในอดีต ช่วยเขา

ด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

ลู่เจียเสวียได้ยินก็หัวเราะออกมา ก่อนเอ่ยถาม

เนิบช้า “เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าการนำสถานะบุตรี

บุญธรรมมาขอร้องข้าจะทำให้ข้ายอมรับปากเจ้า

“หากมิใช่เพราะพ่อของเจ้าไม่ยอมรายงาน

สถานการณ์ทางทหารออกทัพโดยพลการ ยามนี้

สถานการณ์ที่ด่านปราการผิงหย่วนคงยัง

ปลอดภัยอยู่ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่ชายแดนก็ไม่

ต้องมาคอยคิดว่าพรุ่งนี้จะหนีไปที่ใด”เขาวาง

จดหมายลง กล่าวต่อไป “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะ

พ่อของเจ้า สงครามที่ชายแดนจะต้องยืดเยื้อไป

อีกนานเพียงใด ต้องส่งเงินทองและกำลังคนไป

อีกมากมายเท่าใด รู้หรือไม่ว่าเพราะพ่อของเจ้า

ข้าถึงโดนฮ่องเต้ทรงซักไซ้”

ในเวลาเช่นนี้เขามักระแวดระวังอย่างยิ่งยวดอยู่

เป็นนิจ

ตั้งแต่เขาเข้ามากุมอำนาจ น้อยครั้งนักที่เขาจะ

สนทนากับผู้อื่นมากคำเช่นนี้ในคราเดียว หากเขา

ปริปากเมื่อใดย่อมหมายถึงวาจาเชือดเฉือนแข็ง

กร้าว

แต่ไหนแต่ไรมาลู่เจียเสวียก็ไม่คิดจะสนใจ อี๋หนิง

เองก็รู้ว่าเขาไม่คิดจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

ประการแรก หากเว่ยหลิงตายแล้วต่อให้จะช่วย

จวนอิงกั๋วกงอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ ทั้งมีแต่จะทำ

ให้ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยประการที่สอง เขาเองก็ไม่

ค่อยพอใจกับการแข็งขืนของเว่ยหลิง หลังจาก

เว่ยหลิงขึ้นเป็นผู้บัญชาการเซวียนฝูั่ก็คิดหลบหนี

ออกจากการควบคุมของเขาดังนั้นเขาจึงเลือกจะ

ยืนมองอยู่ด้านข้าง

อันที่จริงคำของลู่เจียเสวียมีเหตุผลอย่างยิ่ง นี่เป็น

เพราะความผิดพลาดของเว่ยหลิง เรื่องนี้พัวพัน

ถึงสิ่งต่าง ๆ มากมาย! แต่เว่ยหลิงจะคาดคิดได้

อย่างไรว่านี่จะเป็นสาเหตุให้พลทหารกว่าสาม

หมื่นนายต้องมาเสียชีวิต ทั้งตนยังต้องมาตายใน

สนามรบ! เขาคลุกคลีลำบากตรากตรำอยู่ใน

กองทัพมาตั้งแต่วัยเยาว์ มีหรือจะจินตนาการถึง

วันนี้!

ลู่เจียเสวียไม่ได้ยินนางกล่าวอะไร ทันใดนั้นนางก็

ก้าวออกมาด้านหน้าหนึ่งก้าว จากนั้นขาทั้งสอง

ข้างก็ยอบลง นางคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขา

กระโปรงยาวประหนึ่งดอกบัวแผ่อยู่บนพื้น

อี๋หนิงไม่รู้ว่ายามนี้ลู่เจียเสวียกำลังคิดอะไรอยู่

นางแสดงทีท่าศิโรราบต่อหน้า ทว่าเขาเพียงมอง

อย่างเย็นชาราวกับกำลังพินิจมองนางเงียบ ๆ

แต่ไม่ว่าอย่างไร คำเหล่านี้นางก็ต้องพูดออกไป

“ท่านพ่อมีความผิดจริง แต่เขาก็ติดตามท่านผ่าน

ความเป็นตายมานานแรมปี เพราะการสู้รบทำให้

ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ยาในจวนมีมากมาย

จนแทบจะตั้งร้านขายยาได้แล้ว วันฝนตกแผลเก่า

ที่ขาซ้ายก็จะกำเริบจนรู้สึกทุกข์ทรมาน”นางเงย

หน้ามองลู่เจียเสวีย “เขาปกปั้องชายแดนมานาน

หลายปี หรือเพราะความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวก็

ทำให้คุณความดีที่ผ่านมาสูญสลายไปจนหมดสิ้น

หากทหารในใต้หล้านี้ได้ยินคงต้องพากันโห่ร้องว่า

ราชสำนักไร้ความยุติธรรมเผ่าหว่าล่าเผาทำลาย

หมู่บ้านที่ชายแดน ท่านพ่อนำทหารออกไปสู้รบ

แต่กลับถูกซุ่มโจมตี…ทว่าท่านพ่ออยากถูกพวก

เขาซุ่มโจมตีหรือ”

เมื่อคิดถึงว่าเว่ยหลิงอาจถูกเพิกถอนบรรดาศักดิ์

คิดถึงว่าถิงเกอร์ยังเล็ก อี๋หนิงก็รู้สึกถึงกระแส

ความชื้นที่แผ่ซ่านขึ้นมา ทำให้ดวงตาของนางพร่า

มัว นางกล่าวต่อ “แม้แต่ยามที่ถูกหนังม้าคลุมร่าง

ชื่อเสียงก็ยังต้องม้วยสิ้น…กระดูกแห่งความ

จงรักภักดีที่ฝังทับถมเป็นชั้น ๆ สะสมมาไม่รู้กี่ปี

จนไม่อาจแยกแยะบนเขาชิงซาน ต่อให้ผิด

อย่างไรก็ควรอภัยได้!”

แม้แต่ผู้ดูแลที่ฟังถ้อยคำของนางอยู่ด้านข้างยังตก

ตะลึง ถึงคุณหนูแห่งจวนอิงกั๋วกงผู้นี้จะเป็นสตรี

บอบบาง ทว่าจิตใจเยี่ยงนี้กลับพบเจอได้ยากยิ่ง

พูดจนเขาเองยังสะเทือนใจ เพียงแต่นายท่านโหว

ของพวกเขาเป็นคนใจแข็ง ความนุ่มนวลใด ๆ ก็

ไม่สามารถสั่นคลอนหัวใจอันแข็งกระด้างดวงนั้น

ได้

ครั้นลู่เจียเสวียฟังถึงตรงนี้ก็ก้มหน้าลง พับ

จดหมายช้า ๆ ก่อนโยนให้ผู้ดูแล “เจ้าออกไป

ก่อน!”

ผู้ดูแลใคร่รู้นักว่าลู่เจียเสวียจะตอบตกลงหรือไม่

เขากระทั่งกลัวว่าอี๋หนิงจะทำให้ลู่เจียเสวียโมโห

การล่วงเกินลู่เจียเสวียไม่เป็นผลดีต่อนางท่าที

ลังเลของเขาทำให้เสียงของลู่เจียเสวียยิ่งกดตํ่าลง

“ไสหัวออกไป! ยังต้องให้ข้าพูดอีกครั้งรึ”

หากกล่าวว่าไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือหวาดกลัวคง

เป็นไปไม่ได้ อี๋หนิงคุกเข่าอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ นาง

ได้ยินเสียงผู้ดูแลเดินออกไป ก่อนปิดประตูของ

เรือนหน้าลง

ภายในห้องพลันเหลือเพียงแสงเทียนอันอบอุ่น

พอชิงชวี่ที่อยู่ด้านนอกเห็นดังนั้นก็คิดจะบุกเข้าไป

ทว่านางถูกองครักษ์ที่เฝั้าอารักขาอยู่หน้าประตูรั้ง

ตัวไว้

อี๋หนิงมองรองเท้าหุ้มส้นสีดำคู่หนึ่งเดินมาหยุด

ตรงหน้า ลู่เจียเสวียโค้งตัวลง ทันใดนั้นก็ยื่นมือ

ออกมาบีบปลายคางของนางไว้ ออกแรงให้นาง

เชิดหน้าขึ้น

อี๋หนิงไม่รู้ว่าเขาต้องการทำอะไร ทว่าในยามที่เขา

เข้ามาใกล้ นางก็เห็นใบหน้าคมสันประดุจงาน

สลักที่แฝงไปด้วยความเย็นชาประเภทหนึ่ง เขา

ขยับเข้าประชิดนาง จากนั้นจึงเอ่ย “เจ้ารู้หรือไม่

ว่าประโยคที่สมบูรณ์ของประโยคนี้คืออะไร

กระดูกแห่งความจงรักภักดีที่ฝังทับถมเป็นชั้น ๆ

สะสมมาไม่รู้กี่ปีจนไม่อาจแยกแยะบนเขาชิงซาน

หากมีวันหนึ่งวันใดต้องไปยืนยันร่าง ร่างใดคือ

ญาติของตนก็ยังแยกไม่ออก แล้วจะทำอย่างไร

คงจะดีเสียกว่าหากไม่ไปออกรบ ไร้คุณงามความ

ดีก็ช่างเถิด อย่าให้มีวันใดวันหนึ่งที่แม้แต่โครงร่าง

กระดูกก็จำไม่ได้”

ริมฝีปากของอี๋หนิงสั่นระริกเบา ๆ นางรู้สึกว่าลม

หายใจของลู่เจียเสวียช่างไม่คุ้นเคย ราวกับ

ออกมาจากริมฝีปากและฟัน

นางค่อย ๆ…กล่าวเนิบช้า “คำกล่าวนี้ของใต้เท้า

ผู้บัญชาการ…ข้าไม่เข้าใจ ท่านกำลังทำอะไร!”

นางหมายดิ้นรนขัดขืน ทว่าลู่เจียเสวียกลับบีบ

คางนางไว้แน่น เขยิบเข้าบีบคั้นนาง มุมปากแฝง

ด้วยรอยยิ้มหยัน จับจ้องนางตรง ๆ “หากเจ้า

ยอมรับว่าเข้าใจว่าคำกล่าวนี้มีความหมายว่า

อย่างไรข้าก็จะช่วยพ่อของเจ้า เจ้าว่าอย่างไร

คุ้มค่าหรือไม่”

อี๋หนิงแทบจะลืมไปแล้วว่าตนพูดอะไรกับเขา!

หรือเขาเป็นคนที่ผ่านหูแล้วไม่เคยลืมเลือน ผู้อื่น

เคยพูดอะไรไว้ เขาล้วนจดจำได้หมดเช่นนั้นหรือ!

อี๋หนิงกัดริมฝีปาก เอ่ยอย่างแน่วแน่ “ข้าอยาก

ขอร้องให้ท่านช่วยเหลือท่านพ่อของข้า หากข้ารู้

ว่าท่านกำลังกล่าวถึงอะไร ข้าย่อมตอบเป็นแน่!

แต่ข้าไม่รู้ ทั้งยังไม่กล้าตอบเหลวไหล คำกล่าวนี้

ท่านพ่อมักเอ่ยให้ข้าฟังเป็นประจำหากมีจุดใดที่

ทำให้ใต้เท้าผู้บัญชาการไม่สบอารมณ์ ข้าก็ทำได้

เพียงขอให้ท่านโปรดอย่าได้ถือสา”

สีหน้าลู่เจียเสวียไร้อารมณ์ใด ๆ ในที่สุดก็ยอม

ปล่อยนาง

“เจ้าก็เป็นเพียงสตรีในเรือนคนหนึ่ง ต่อไปอย่า

ได้มาขอร้องผู้อื่นในยามวิกาลอีก” ลู่เจียเสวียก

ล่าวเสียงราบเรียบ “ข้าจะให้คนไปส่งเจ้า”

อี๋หนิงลุกขึ้นยืน ความเจ็บปวดตรงหัวเข่าพลัน

ปะทุขึ้น

นางมองลู่เจียเสวียที่หันหลังให้ ยอบกายแล้ว

กล่าว “ขอบคุณท่านพ่อบุญธรรมที่ชี้แนะ”

ลู่เจียเสวียเพียงรับคำเสียงหนึ่ง

อี๋หนิงเตรียมก้าวออกไปก็ได้ยินเขาเอ่ยขึ้นจาก

ด้านหลัง “บรรดาศักดิ์ของเว่ยหลิง…ข้าจะช่วย

เขารักษาไว้ แต่ข้าจะช่วยเพียงครั้งนี้ครั้งเดียว

เท่านั้นต่อไปหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก เจ้าก็

อย่าได้มาหาข้า”

เมื่อนางฟังจบ มุมปากก็ยกเป็นรอยยิ้มขมขื่น นาง

หมุนตัวกลับไปช้า ๆคารวะเขาอีกครั้ง “ข้าทราบ

แล้ว ขอบคุณท่านพ่อบุญธรรม”

นางเดินออกไปจากเรือนหน้า ชิงชวี่ที่เดินไปเดิน

มารออยู่ด้านนอกมาโดยตลอด เมื่อเห็นนางก็รีบ

เข้าไปประคองไว้ อี๋หนิงดีใจอย่างยิ่งที่ชิงชวี่เข้ามา

ประคองตน

เพราะว่าหลังจากนั้น แข้งขานางก็อ่อน ไม่อาจ

ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงแล้ว

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 113"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

65d4753b8ff1a8001d619f2d
ปลายจวักครองใจ
01/11/2024
book_detail_large
ยอดหญิงแห่งหมู่บ้านถงซาน
23/04/2023
7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
21/06/2026
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.