Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 132

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 132
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ผ่านมายังไม่ถึงสองวัน หลัวเซิ่นหย่วนก็เชิญใต้

เท้าสวีสวีเว่ยมาเยือนถึงจวน

สวีเว่ยเป็นมิตรกับคนทั่วไป ชาวบ้านทุกตรอก

ซอกซอยต่างรู้ดี แม้เว่ยหลิงจะไม่ใช่ขุนนางสาย

เดียวกับเขา ทว่ายามปกติเมื่อพบกันก็ยังทักทาย

ความสัมพันธ์ถือว่าไม่เลวนัก สวีเว่ยคลี่ยิ้มกว้าง

ชนสุรากับเว่ยหลิง ทั้งสองคนชนจอกสนทนากัน

อย่างมีความสุข ดูใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น

สวีเว่ยมาถึงจวนอิงกั๋วกงตั้งแต่เช้าตรู่ อันที่จริง

เขากังวลเรื่องงานแต่งของหลัวเซิ่นหย่วนมานาน

แล้ว หยางหลิงอายุสิบแปดก็มีครอบครัวแล้ว

ทว่าคนที่อายุยี่สิบสองผู้นี้ แม้แต่สาวใช้ห้องข้าง

สักคนก็ยังไม่มี จะให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้อย่างไร

ตอนที่ใต้เท้าสวีเชิญหลัวเซิ่นหย่วนมากินข้าวที่

จวนตัวเอง เขายังถึงขั้นขอให้ฮูหยินช่วยรวบรวม

รายชื่อหญิงสาวในเมืองหลวงมาให้หลัวเซิ่นหย่วน

ดู ทว่าทุกครั้งอีกฝั่ายยิ้มพลางพลิกดูเท่านั้น ไม่มี

ที่ต้องตาสักคน

ฮูหยินจึงกล่าวกับใต้เท้าสวีว่า “ใต้เท้าหลัวของ

พวกท่านเป็นผู้ที่เปียมด้วยความสามารถจริงๆ ไม่

มีหญิงสาวคนใดคู่ควรกับเขาสักคน สายตาเขา

สูงส่งเกินไปหน่อยหรือไม่!”

นางจึงไม่ค่อยชมชอบหลัวเซิ่นหย่วน

ดังนั้นสวีเว่ยจึงอยากเห็นว่าหญิงสาวที่หลัวเซิ่น

หย่วนต้องตามีลักษณะท่าทางอย่างไร ถึงทำให้

เขายอมแต่งงานได้ น่าเสียดายที่ยามนี้ยังไม่ได้พบ

ทำได้เพียงต้องรอให้ถึงวันแต่งงานแล้ว

ใต้เท้าสวีคาดหวังอย่างมาก เขาถูกเว่ยหลิงชน

จอกจนสุราเต็มท้อง ก่อนกลับไปด้วยท่าทางคึก

คะนอง

บรรยากาศในจวนอิงกั๋วกงครึกครื้นยิ่ง ฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยพาสาวใช้สาวใช้ชราและนางซ่งที่มา

ช่วยงานก่อนหน้านี้มาร่วมกันตระเตรียมสิน

เจ้าสาวให้อี๋หนิง ทุกวันต้องมีการเคลื่อนย้ายของ

ออกมาจากคลังสมบัติ สินเจ้าสาวส่วนใหญ่มัก

เป็นของที่มารดาทิ้งไว้ให้ ทว่าอี๋หนิงไร้มารดา ฮู

หยินผู้เฒ่าเว่ยจึงเตรียมจะเพิ่มให้นางอีกเป็น

จำนวนมาก เว่ยหลิงมองรายการสินเจ้าสาวที่ฮู

หยินผู้เฒ่าเว่ยร่างออกมาก็ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขา

ให้ผู้ดูแลเปิดคลังสมบัติของตนออก คลังสมบัติ

ของเขาไม่ได้ทำความสะอาดมานานแล้วจึงเต็มไป

ด้วยฝุั่น ทว่าหลังจากบรรดาคนรับใช้ใช้ไม้ขนไก่

ปัดฝุั่นออก สมบัติล้ำค่าเหล่านั้นก็ค่อยๆ เผยโฉม

ออกมาทีละชิ้นๆ เขาเลือกบางส่วนใส่เข้าไปใน

รายการสินเจ้าสาว

รอจนรายการสินเจ้าสาวมาถึงมือของอี๋หนิง นาง

ที่กำลังดื่มน้ำแกงก็เกือบสำลัก

ซ่งมามาอ่านให้นางฟัง “ท่านลองดูเจ้าค่ะ เตียงมู่

เชียนกงปั๋าปูั้[1]ไม้จินซือหนาน ฉากกั้นห้อง

แกะสลักลายมงคลสมปรารถนาไม้จันทน์แดง

ฉากกันลมหยกห้าฉาก โต๊ะเครื่องประดับงาช้าง…

สิ่งเหล่านี้คือเครื่องเรือนชิ้นใหญ่ พวกชิ้นเล็กๆ ก็

มีแจกันเคลือบสีขาวสองชุด เครื่องเคลือบลงลาย

แจกันเคลือบสี เครื่องเคลือบขนนกยูงสีเขียว

เครื่องลายครามสีขาว เครื่องเคลือบลายไฟสิบชิ้น

เชิงเทียนหงส์ทองสยายปีกสองชุด ปินไหมทองคำ

แปดชิ้น อัญมณี เครื่องประดับศีรษะไข่มุก…”

อี๋หนิงคว้ามาอ่านเอง ขมับของนางปวดตุบๆ

เพียงรายการสินเจ้าสาวชุดนี้ก็มีค่าถึงสองหมื่น

ตำลึงแล้ว! นี่มากเกินไปแล้ว โดยเฉพาะพวก

เครื่องเรือนชิ้นใหญ่เหล่านั้น หากมิใช่ฝังหยกก็

เป็นไม้จินซือหนาน ถ้าแบกไปตามท้องถนนจะ

สะดุดตาเพียงใด อลังการเกินไปแล้ว

ชิงชวี่มองดูอยู่ด้านข้าง อ้าปากกว้างพลางกล่าว

อย่างตกตะลึง “สิ่งของตั้งมากมาย รวบรวมเป็น

สินเจ้าสาวได้กี่หาบกัน!”

“นายท่านกั๋วกงได้คำนวณแล้ว ทั้งหมดหนึ่งร้อย

ยี่สิบหาบ” ซ่งมามาหัวเราะพลางกล่าว “คุณหนู

ท่านดูสิว่าในรายการสินเจ้าสาวอยากจะเพิ่มเติม

สิ่งใดอีกหรือไม่ ฮูหยินผู้เฒ่าบอกแล้วว่าให้ท่านไป

พูดกับนางได้”

อี๋หนิงหยิบรายการสินเจ้าสาวไปพบฮูหยินผู้เฒ่า

เว่ย ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกำลังนั่งจิบชาอยู่กับนางซ่ง

ครั้นได้ยินคำกล่าวของอี๋หนิง นางก็ยิ้มพลางกวัก

มือเรียกอี๋หนิงเข้ามา “จวนอิงกั๋วกงของพวกเรามี

เจ้าเป็นคุณหนูเพียงคนเดียว สินเจ้าสาวไม่มอบ

ให้เจ้าแล้วจะให้ผู้ใด” นางรู้สึกว่าอี๋หนิงมักทำสิ่ง

ต่างๆ ด้วยความระมัดระวังมากเกินไป การ

กระทำเยี่ยงนี้ไม่ใช่คุณลักษณะของคุณหนูแห่ง

จวนอิงกั๋วกง อาจเพราะเดิมทีอี๋หนิงมีชีวิตที่ไม่

ค่อยดีนัก ไม่มีคนคอยปกปั้องดูแล เพื่อปั้องกัน

ไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ไม่ว่าเรื่องใดจึงคิดอยากทำ

ให้เรียบง่าย คิ้วของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยพลันเลิกขึ้น

“อี๋หนิง ข้าเลี้ยงดูเจ้าอยู่ข้างกายข้าได้ไม่นาน ไม่มี

คนคอยสนับสนุนเจ้าอยู่เบื้องหลัง ในวัยเยาว์หมิ

งจูออกไปเล่นนอกจวนแต่ละครั้ง ข้ายังต้องส่ง

สาวใช้ยี่สิบสามสิบคนตามนางไปด้วย เจ้าเป็น

คุณหนูที่แท้จริงแห่งจวนอิงกั๋วกง อย่าได้

หวาดกลัวไป! ต่อให้ขบวนจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็มิใช่

ว่าจะรับมือมิได้”

นี่เป็นครั้งแรกที่อี๋หนิงได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกล่าว

ตรงๆ เช่นนี้ สมกับเป็นฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่ง

นางยังอยากจะพูดบางอย่าง ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าเว่

ยกลับขัดนางไว้ “พรุ่งนี้พี่สาวใหญ่เจ้าจะมา จะ

ให้เจ้าดูชุดที่สวมในวันแต่งงานดีหรือไม่” ฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยลูบผมของอี๋หนิง เส้นผมนางทั้งนุ่มลื่นทั้ง

ละเอียดดุจแพรไหม เด็กที่มีเส้นผมละเอียดเล็ก

มักจะมีร่างกายบอบบางกว่าผู้อื่นเสมอ

หัวใจนางพลันเต็มตื้นไปด้วยความสงสารอาทร

อี๋หนิงยังเด็กและบอบบางนัก ทว่ากลับใกล้ออก

เรือนแล้ว

อี๋หนิงเห็นสายตาของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยพลัน

เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นมาก

นางเป็นคนที่กลัวทำผิดพลาดไปเสียทุกเรื่อง มัก

รู้สึกว่าไม่ว่าเรื่องใดก็ควรกระทำอย่างระมัดระวัง

อย่าได้ออกนอกลู่นอกทางจะดีกว่า ไม่รู้ว่าเพราะ

เหตุใด ยิ่งนานไปก็ยิ่งรู้สึกประหม่า ทว่ามีสิ่งใดน่า

ประหม่ากัน ก็แค่แต่งงานกับหลัวเซิ่นหย่วนมิใช่

หรือ เขาก็เป็นคนที่เห็นนางตั้งแต่เล็กจนโตแท้ๆ

ช่างเถิด อย่างไรนางก็มีสินเจ้าสาวเป็นองครักษ์

ติดตามไปด้วย จะคิดมากไปไย นางยิ้มพลางผงก

ศีรษะ “เจ้าค่ะ ล้วนฟังท่าน!”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหารือกับนางซ่ง

เรื่องงานแต่งต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน อี๋หนิงนั่ง

อยู่บนเก้าอี้กลม ฟังหญิงชราสองคนสนทนากัน

หญิงผู้เฒ่าพูดจาเนิบช้าทว่านุ่มนวล ภายในห้องมี

การจุดธูปไม้จันทน์ไว้ ให้ความรู้สึกราวกับ

กาลเวลาผ่านไปอย่างเนิบช้า นางหยิบองุ่นลูก

หนึ่งจากในถาด ปอกเปลือกออกแล้วส่งให้ฮูหยิน

ผู้เฒ่าเว่ย

อันที่จริงเรื่องสินเจ้าสาวของอี๋หนิงมีจำนวนมาก

ไม่ถือเป็นปัญหาอะไร จะลำบากก็เพียงหลัวเซิ่น

หย่วน ในเมื่อตามหลักการแล้ว สินสอดของฝั่าย

ชายจะต้องมากกว่าสินเจ้าสาวของฝั่ายหญิง จะ

อย่างไรหลัวเซิ่นหย่วนก็จะต้องหาสินสอดอย่าง

น้อยสามหมื่นตำลึงมาให้ได้

หลัวเซิ่นหย่วนฟังคำของคนที่มาจากจวนอิงกั๋วกง

แล้วก็เพียงยิ้มน้อยๆ “ได้ ข้ารู้แล้ว”

ท่าทางของเขาคล้ายไร้ซึ่งความกดดันใดๆ

ต่อให้ตระกูลหลัวจะร่ำรวยเพียงใด แต่ก็ไม่ใช่ท่าน

โหวหรือเชื้อไขราชวงศ์ การหาเงินจำนวน

มหาศาลในคราวเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม่รู้ว่ารองเสนาบดีคนใหม่ผู้นี้จะจัดการอย่างไร

คนที่มารายงานลอบคิดในใจ

เรื่องที่รองเสนาบดีกรมโยธาคนใหม่มีคู่หมั้นหมาย

ตั้งแต่วัยเยาว์และกำลังจะแต่งงานรับเจ้าสาวเข้า

จวนแพร่กระจายไปทั่วชนชั้นสูงในเมืองหลวง

เซี่ยอวิ้นรู้ข่าวจากปากของชุ่ยอวี้ หลังจากได้ยิน

สีหน้านางก็พลันเปลี่ยนไปในบัดดล นางเงยหน้า

ขึ้นอย่างตกตะลึง “เขาหมั้นหมายกับหญิงสาว

ตระกูลใดไว้”

เสียงของชุ่ยอวี้เบาลงจนแทบเหมือนเสียงยุง “ได้

ยินว่าท่านย่าของตระกูลพวกเขาได้หมั้นหมายไว้

ให้นานแล้ว เพราะฝั่ายหญิงยังเด็กจึงไม่ได้จัดงาน

หมั้นหมายอย่างเป็นทางการ ไม่กี่เดือนก่อนนี้ทั้ง

สองตระกูลถึงได้หารือตกลงกันเรียบร้อย…หมั้น

หมายผู้ใดไว้ ท่านก็น่าจะรู้จัก เป็นเว่ยอี๋หนิง

คุณหนูแห่งจวนอิงกั๋วกง คนที่ในงานเลี้ยงวังหลวง

คราก่อนเกือบถูกพระราชทานงานสมรสให้ผู้นั้น”

หัวคิ้วเซี่ยอวิ้นยิ่งขมวดมุ่น “นี่เป็นไปไม่ได้ เว่ยอี๋ห

นิงเป็นน้องสาวของเขา เด็กสาวที่อายุยังไม่ถึงสิบ

สี่…จะแต่งงานกับเขาได้อย่างไร!”

“คุณหนูรอง บางทีพวกเราอาจทำพลาดไป” ชุ่ย

อวี้กล่าวต่อ “บ่าวเดาว่าที่ใต้เท้าหลัวแต่งงานรับ

คุณหนูแห่งจวนอิงกั๋วกงผู้นี้เป็นภรรยา มิใช่เพราะ

การหมั้นหมายตั้งแต่วัยเยาว์ แต่เป็นเพราะสมรส

พระราชทานในงานเลี้ยงวังหลวงคราก่อน คุณหนู

ท่านนั้นสร้างเคราะห์ใหญ่ ท่านอิงกั๋วกงจำต้องให้

บุตรสาวแต่งออกไป ใต้เท้าหลัวเป็นพี่ชายของเว่ย

อี๋หนิง เกรงว่าคงเพราะอยากจะช่วยเหลือนางจึง

จำยอมแต่งกับนาง”

ข้อนี้เซี่ยอวิ้นเข้าใจ หลังงานเลี้ยงในวังหลวงครา

ก่อน ฮองเฮากลับไปก็นอนหลับไม่สนิท ทั้งยังให้

คนไปแจ้งจวนอิงกั๋วกง ส่งสัญญาณให้พวกเขารีบ

จัดงานให้เว่ยอี๋หนิงแต่งออกไป แต่ภายใต้

สถานการณ์เร่งด่วนเช่นนี้จะหาคู่ครองดีๆ ได้

อย่างไร นางกระทั่งได้ยินมาว่าแม้แต่จวี่เหริน

เล็กๆ ของตระกูลขุนนางสามัญธรรมดา เว่ยหลิง

ยังเคยนำมาพิจารณา หรือจะเป็นเพราะหลัวเซิ่น

หย่วนอยากจะช่วยจวนอิงกั๋วกงจริงๆ ถึงได้ยอม

แต่งงานกับเว่ยอี๋หนิง

“บ่าวยังสืบมาได้อีกว่า ก่อนหน้านี้ใต้เท้าเฉิงหลาง

ก็ไปสู่ขอที่จวนอิงกั๋วกง เดิมใกล้สำเร็จแล้ว…ทว่า

กลับถูกการแสดงที่ท่านส่งไปถึงประตูจวนทำลาย

ลง เกรงว่าคงเป็นเพราะเหตุนี้ ใต้เท้าหลัวจึง

จำเป็นต้องเข้าไปรับแทน มิเช่นนั้นคงไม่มีคนที่

เหมาะสมยินยอมแต่งงานกับคุณหนูของพวกเขา

แล้ว”

ชุ่ยอวี้ข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบมากที่สุด พยายาม

ไม่ล่วงเกินเซี่ยอวิ้น

ครั้นเซี่ยอวิ้นฟังถึงตรงนี้ก็ยิ่งตกตะลึง “เดิมทีเฉิง

หลางตั้งใจไปสู่ขอที่จวนอิงกั๋วกง”

ชุ่ยอวี้ผงกศีรษะเบาๆ เซี่ยอวิ้นรู้สึกเหมือนข้างหู

ตนมีเพียงเสียงดังหึ่งๆ นางไร้เรี่ยวแรงโดยพลัน

ล้มพับตัวอ่อนอยู่บนเก้าอี้เอน

เดิมเฉิงหลางก็ไม่มีความคิดอยากแต่งงานกับนาง

…ทว่านางกลับทำลายแผนการแต่งงานของเฉิง

หลาง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลัวเซิ่นหย่วนจำต้อง

แต่งงานกับเว่ยอี๋หนิง นี่มิได้หมายความว่านาง

ผลักหลัวเซิ่นหย่วนออกไปด้วยมือตนหรอกหรือ…

หากเฉิงหลางแต่งงานกับเว่ยอี๋หนิง หลัวเซิ่นหย่

วนก็ไม่ต้องแต่งรับเว่ยอี๋หนิงเป็นภรรยาแล้ว

“ข้าจะไปพบเขา!” เซี่ยอวิ้นลุกขึ้นยืนโดยพลัน

“ข้าต้องไปเกลี้ยกล่อมเขา หากไม่ชอบเว่ยอี๋หนิง

ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานช่วยเหลือนาง อย่างไรก็

ต้องมีคนไปสู่ขอนาง…” ครุ่นคิดไปมา นางก็กัด

ฟันแน่น “ข้าจะหาคนไปสู่ขอเว่ยอี๋หนิง ให้

ฮองเฮาประทานพระราชทานสมรสให้นาง!”

“คุณหนูรอง ท่านจะเลอะเลือนไม่ได้นะเจ้าคะ!”

ชุ่ยอวี้รีบประคองให้นางนั่งลง “นายท่านกั๋วกงได้

กล่าวไว้ในงานเลี้ยงแล้วว่ามีการหมั้นหมายไว้

บัดนี้ทุกคนต่างรู้แล้วว่าเป็นใต้เท้าหล้ว แล้ว

ฮองเฮาจะประทานสมรสพระราชทานได้อย่างไร!

ที่สำคัญฮองเฮาไม่มีทางเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

อีกเป็นแน่ นอกจากนี้ใต้เท้าหลัวยังเชิญอาจารย์

ของตน สวีเก๋อเหล่าสวีเว่ยไปกล่าวเรื่องสู่ขอถึง

จวนแล้ว ต่อให้ท่านจะพูดอะไรก็ไร้ประโยชน์…”

มิใช่ว่าเซี่ยอวิ้นไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ นางเพียงแต่

รีบร้อนและเสียใจมากเกินไป

เซี่ยอวิ้นเอนศีรษะเข้ากับพนักพิงผ้าไหมหังโจวสี

ฟั้าลายกัวเตี๋ยเหมียนเหมียน[2] ร้องไห้ออกมา

น้ำตาไหลรินไปตามใบหน้าก่อนหยดลงไป นาง

กล่าวด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “แต่ข้าชอบเขา

มากมายถึงเพียงนี้”

นางมึนงงราวกับเด็กน้อยคนหนึ่ง น้อยครั้งที่

ชุ่ยอวี้จะเห็นคุณหนูผู้หยิ่งทะนงของพวกนางมี

สภาพเยี่ยงเด็กน้อยเช่นนี้

ชุ่ยอวี้ทำได้เพียงปลอบประโลมเซี่ยอวิ้น “ท่าน

ลองตรึกตรองดู ใต้เท้าหลัวยอมแต่งงานเพราะ

อยากจะช่วยน้องสาว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ใส่ใจ

เรื่องงานแต่งของตน คนเช่นนี้ หากท่านแต่งไป

แล้วจะเป็นอย่างไร ข้าคิดว่าคุณหนูแห่งจวนอิงกั๋ว

กงผู้นั้นแต่งออกไปแล้วก็ใช่ว่าจะมีชีวิตที่ดี ในเมื่อ

ใต้เท้าหลัวคิดว่านางเป็นเพียงน้องสาว มิเช่นนั้น

เหตุใดผ่านมานานหลายปีจึงไม่ได้หมั้นหมายเสีย

ที”

เซี่ยอวิ้นมองแสงตะวันนอกหน้าต่าง ต้นไห่ถัง

ออกดอกสีแดงบานสะพรั่ง นางเม้มริมฝีปาก ไม่รู้

ว่าได้ฟังบ้างหรือไม่

“ต่อให้เขาไม่ชอบเว่ยอี๋หนิงแต่ก็ยังแต่งงานกับ

นาง…”

ชุ่ยอวี้ยิ้มขื่นในใจ ปกติแล้วคุณหนูชาญฉลาด

เพียงใด เหตุใดทันทีที่พบใต้เท้าหลัวจึงเลอะเลือน

ขึ้นมาในบัดดล สิ่งสำคัญที่นางอยากจะกล่าวไม่ใช่

เรื่องชอบหรือไม่ชอบ

เซี่ยอวิ้นเบือนหน้าหนีไม่กล่าววาจา ในยามนี้เอง

ด้านนอกก็มีคนรายงานเข้ามาว่าสาวใช้ใหญ่ข้าง

กายฮูหยินมาขอพบ

เซี่ยอวิ้นเชิญอีกฝั่ายเข้ามา นางเห็นสาวใช้ผู้นั้น

เดินแหวกม่านเข้ามา ยอบตัวคารวะ ยิ้มให้นาง

แล้วกล่าว “คุณหนูรอง มีเรื่องมงคลใหญ่แล้วเจ้า

ค่ะ มีคนมาที่จวนของพวกเราเพื่อสู่ขอท่าน! ฮู

หยินกล่าวว่าเป็นคุณชายสี่ตระกูลเฉิง เฉิงหลาง

เขาขอให้ท่านอาหญิงของพวกเรามาช่วยสู่ขอ

ท่าน”

เหตุใดเฉิงหลางจึงเชิญคนมาสู่ขอนาง!

เซี่ยอวิ้นลุกขึ้นโดยพลัน สีหน้ายิ่งย่ำแย่ นางตั้งสติ

แล้วกล่าวกับชุ่ยอวี้ “ประคองข้าไปยังห้องโถง

กลาง”

รอจนนางไปถึงห้องโถงกลางก็พบท่านอาหญิง

ของตระกูลตนกำลังสนทนากับท่านผู้เฒ่าอย่างมี

ความสุข “เฉิงหลางผู้นั้น ข้าไม่เคยพบใครมีรูป

โฉมหล่อเหลาเท่าเขามาก่อน นั่งอยู่ตรงนั้นก็

ประหนึ่งภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น ความสามารถ

ยังโดดเด่นเหนือคนทั่วไป ท่านผู้เฒ่าเฉิงวานเรื่อง

นี้กับข้า ข้าตรึกตรองดูแล้วก็เห็นว่าเป็นคู่ที่

เหมาะสมกันยิ่งนัก! จึงรีบมาเยือนถึงจวน”

เซี่ยเก๋อเหล่าย่อมมีความสุข ตระกูลฝั่ายชาย

จัดการเรื่องได้รวดเร็วยิ่ง เขาลูบเคราพลางยิ้มรับ

“แน่นอน เฉิงหลางเป็นผู้น้อยที่ข้าชื่นชมนัก”

ทันทีที่ท่านอาหญิงได้ยินคำกล่าวนี้ก็รู้ว่ามีหวัง

นางยิ่งกระตือรือร้น “ย่อมเป็นเช่นนั้น ได้ยินว่า

เขากำลังจะขึ้นเป็นขุนนางใหญ่ในฝั่ายตรวจการ

แล้ว! ช่างเหมาะสมกับอวิ้นเอ๋อร์ของพวกเรา!”

เซี่ยอวิ้นฟังถึงตรงนี้ก็กัดริมฝีปาก หากไม่เกิด

เหตุการณ์ไม่คาดคิด ท่านปูั่ต้องตกลงเรื่องงาน

แต่งนี้แน่ ครั้นคิดถึงนางคณิกาที่มีนามว่าเหลียนฝู

นางก็กระซิบเสียงเบา “หลังจากวันนั้น ข้าก็ไม่ได้

ยินเรื่องของนางอีก คนเล่า”

“บ่าวก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ หลังเข้าไปในจวนอิงกั๋วกง

แล้วก็ไม่เห็นนางออกมาอีก เห็นทีคงจะสร้าง

ความวุ่นวายไม่สำเร็จ”

เซี่ยอวิ้นทอดถอนใจช้าๆ ยามนั้นนางตรึกตรองไม่

รอบคอบ หากเกิดเรื่องอับอายพรรค์นี้ จวนอิงกั๋ว

กงต้องช่วยเฉิงหลางปกปิดแน่นอน หากมีคน

เหี้ยมโหดสักหน่อย ลงมือสังหารเหลียนฝู ต่อให้

เหลียนฝูอยากจะก่อความวุ่นวายอีกก็คงไร้โอกาส

แล้ว

เซี่ยเก๋อเหล่าเห็นหลานสาวเดินเข้ามาก็ยิ้มพลาง

กวักมือเรียกให้เข้าไปหา ท่านอาหญิงจับมือของ

เซี่ยอวิ้นเอาไว้แล้วกล่าวคำทักทาย

“อวิ้นเอ๋อร์เคยพบใต้เท้าเฉิงเฉิงหลางหรือไม่

นับเป็นผู้ที่เปียมด้วยความสามารถจริงๆ หล่อ

เหลางามสง่า หากเจ้าพบเขาแล้วต้องชอบเขา

เป็นแน่ ในเมืองหลวงนี้มีหญิงสาวอยากแต่งงาน

กับเขามากมายนับไม่ถ้วน”

เซี่ยอวิ้นไม่เอื้อนเอ่ยอะไรแล้ว

รอจนเซี่ยเก๋อเหล่าสั่งให้ผู้ดูแลส่งท่านอาหญิง

กลับไปจึงหันมาเอ่ย “อวิ้นเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่

ชอบเฉิงหลาง ทว่าคนที่คู่ควรกับเจ้าทั่วทั้งเมือง

หลวงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น มิสู้เจ้าไปพบเขาก่อน

แล้วค่อยว่ากันเถิด หากเจ้าชอบเขาขึ้นมาเล่า”

ครั้นเห็นเซี่ยอวิ้นนิ่งเงียบ เซี่ยเก๋อเหล่าก็พูดต่อ

“ข้าเชิญเฉิงหลางมาที่จวนแล้ว บัดนี้เขารออยู่ที่

ห้องโถงด้านหน้า มีพ่อเจ้าต้อนรับ เจ้าไปดูพร้อม

ข้าเถิด”

เซี่ยอวิ้นเงยหน้าขึ้น ในชีวิตนาง น้อยครั้งนักที่จะ

ประสบความยากลำบากใดๆ เด็กชายในตระกูล

เฉลียวฉลาดไม่เท่านาง บิดามารดาพี่ชายน้องชาย

ต่างรักเอ็นดูนาง ท่านปั้ายังเป็นถึงฮองเฮา ทั้งยัง

โปรดปรานนางมากที่สุด ตั้งแต่วัยเยาว์นางก็

เติบโตข้างกายท่านปั้า สามขวบรู้จักอักษรพันตัว

ห้าขวบสามารถท่อง ‘คัมภีร์หลุนอวี่[3]’ ได้ อายุ

แปดขวบก็ติดตามท่านปูั่เรียนหนังสือ

นางสูดลมหายใจลึก ในเมื่อท่านปูั่ยืนกรานจะให้

นางพบให้ได้ เช่นนั้นก็พบเถิด

นางติดตามท่านปูั่ไปยังห้องโถงด้านหน้า

เฉิงหลางกำลังนั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้ สนทนา

ปราศรัยกับท่านพ่อของนางอย่างมีความสุข

รอยยิ้มวาจาอ่อนโยน เมื่อได้ยินเสียงก็หันกลับมา

มองปราดหนึ่ง

เซี่ยอวิ้นมองเขา ไม่รู้เพราะเหตุใดนางจึงนึกถึงวัน

นั้น เป็นภาพเหตุการณ์ที่นางได้พบเขาในตรอก

ซินเฉียวครั้งแรก เขาเดินผ่านร่มเงามืดเข้ามา

แสงสีเหลืองนวลจากตะเกียงขับให้ใบหน้าเขา

งดงามดุจหยก หล่อเหลาไร้พันธนาการ นางไม่

เคยพบคนที่น่ามองมากกว่าเขามาก่อน กระทั่ง

คิดไม่ออกว่าจะมีสตรีนางใดสามารถยืนเคียงข้าง

เขาได้ หากไม่มีหลัวเซิ่นหย่วน คนผู้นี้ย่อมโดด

เด่นมาก

เฉิงหลางปรายตามองไปยังชายกระโปรงสีน้ำเงิน

ปักลายดอกกล้วยไม้ที่โผล่ออกมาจากม่านบังลม

เขาไม่อาจแต่งงานกับคนผู้นั้นได้แล้ว นางล่วงรู้ถึง

จิตใจอันสกปรกโสมมของเขาเสียแล้ว ทั้งเขาเอง

ยังเกือบจะใช้กำลังครอบครองนาง การที่นาง

สามารถปฏิบัติต่อเขาด้วยจิตใจปกติก็นับว่ามิใช่

เรื่องง่ายแล้ว เฉิงหลางตระหนักดี ความ

ปรารถนาและหลงใหลในวัยเยาว์เหล่านั้น เขาทำ

ได้เพียงกักเก็บไว้ภายใต้จิตใจส่วนลึก ไม่รู้ว่า

เมื่อไรจะปะทุออกมาอีกครั้ง

มุมปากเขาปรากฏรอยยิ้มหยัน

เซี่ยอวิ้นไม่อยากแต่งงานกับเขา เช่นนั้นเขาก็ต้อง

แต่งงานกับนางให้ได้ เขามีวิธีการมากมายที่จะ

ต่อกรกับสตรีพรรค์นี้

หลังผ่านพิธีน่าจี๋ บรรยากาศในจวนอิงกั๋วกงก็ยิ่ง

คึกคัก หลังจากใต้เท้าสวีกลับไปไม่นาน หลัวเซิ่น

หย่วนก็เคลื่อนย้ายสินสอดที่ตระเตรียมไว้จาก

ตรอกฝูเสวียมายังจวนอิงกั๋วกง

รายการสินสอดรวมกันแล้วมีมูลค่ากว่าสี่หมื่น

ตำลึง

เว่ยหลิงหยิบรายการสินสอดมาดูอยู่ค่อนวัน เขา

หัวเราะพลางกล่าว “ลูกเขยของข้าคนนี้เยี่ยม

ยอดนัก!” ต่อให้ตระกูลหลัวจะร่ำรวยเพียงใดก็

เป็นตระกูลขุนนางธรรมดา ทรัพย์สมบัติมีจำกัด

ไม่รู้ว่าเขาเอาเงินสี่หมื่นตำลึงนี้ออกมาได้อย่างไร

คงจะมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วจริงๆ ทว่า

ในปีนั้นที่เขาพาอี๋หนิงกลับมา เพื่อเป็นการแสดง

น้ำใจ เขาได้มอบตั๋วเงินให้หลัวเฉิงจางไว้ห้าหมื่น

ตำลึง ไม่รู้ว่าถูกรวมอยู่ในนี้หรือไม่ นั่นคือเงินห้า

หมื่นตำลึงเชียวนะ แม้จะเป็นจวนอิงกั๋วกงก็นับว่า

ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ

เว่ยหลิงเรียกผู้ดูแลเข้ามา รอจนเมื่อผู้ดูแลเข้า

มาแล้ว เขาก็กล่าวทันที “เอารายการสินสอดของ

คุณหนูไปรวมไว้ในสินเจ้าสาว ให้พาเจินจูไปด้วย

รอนางแต่งเข้าจวนแล้วค่อยบอกนาง” เขา

อยากจะสร้างความประหลาดใจให้บุตรสาว ครั้น

นางออกเรือนไปแล้วและได้เห็นรายการสิน

เจ้าสาวก็จะรับรู้ถึงความดีของบิดาเอง

ผู้ดูแลที่เพิ่งเดินเข้ามาเกือบสะดุดล้มตรงธรณี

ประตู เอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก “นายท่านกั๋วกง

เช่นนั้นสินเจ้าสาวของคุณหนู เมื่อรวมกันแล้วจะ

ไม่มากถึงเจ็ดหมื่นตำลึงเลยหรือขอรับ”

“เยอะหรือ” เว่ยหลิงถามด้วยรอยยิ้ม

มากเกินไปแล้ว! ที่สำคัญ มองท่าทางเช่นนั้นของ

นายท่านกั๋วกงสิ ราวกับลำพองใจอย่างยิ่งที่ได้รับ

สินสอดจำนวนมหาศาลจากตระกูลหลัว ผู้ดูแล

ปาดเหงื่อพลางถาม “นายท่านกั๋วกง จวนอิงกั๋ว

กงของพวกเรายังคงเหลือทรัพย์สมบัติอยู่ใช่

หรือไม่ขอรับ”

เว่ยหลิงเลิกคิ้ว “คำกล่าวนี้ของเจ้าคืออะไรกัน

บุตรสาวของข้าอิงกั๋วกงออกเรือน จะมีสินเจ้าสาว

เยอะหน่อยมิได้หรือไร” เขามีบุตรสาวเพียงคน

เดียว หากไม่ให้นางแล้วจะให้ผู้ใด พอคิดถึงนางที่

ใกล้จะเป็นสะใภ้ของตระกูลอื่น ยามแต่งออกไปก็

ต้องคอยปรนนิบัติรับใช้แม่สามี ดูแลเรื่องภายใน

ครอบครัว เว่ยหลิงก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์

สินเจ้าสาวคือสิ่งที่ช่วยหนุนหลังนาง สินเจ้าสาว

ยิ่งมาก หลังก็ยิ่งตั้งตรง ที่สำคัญในตระกูลของ

พวกเขายังมีเจ้าหลัวเฉิงจางผู้นั้นอยู่

เว่ยหลิงรู้สึกว่าตนควรไปพูดคุยกับหลัวเฉิงจางสัก

หน่อย

อี๋หนิงมองรายการสินสอด ในใจก็ลอบคิดว่า

พี่ชายสามต้องเสียเปรียบครั้งใหญ่แล้ว นางเพียง

ออกเงินไปสองหมื่นตำลึง ทว่าเขากลับมอบสี่

หมื่นตำลึงกลับมา แต่ไรมาหลัวเฉิงจางก็เป็นคน

ตระหนี่ หากรู้ต้องไม่สบอารมณ์แน่นอน

นางกินผลสาลี่ของฤดูสารทที่เพิ่งวางขาย ก่อนสั่ง

ให้สาวใช้ไปตามถิงเกอร์มากินสาลี่

ประจวบเหมาะกับซงจือเข้ามารายงานพอดี

“คุณหนู ฮูหยินรองหลัวกับฮูหยินของซื่อจื่อติ้ง

เปั่ยโหวมาขอพบเจ้าค่ะ พวกนางเพิ่งมาจากเรือน

ของฮูหยินผู้เฒ่า กำลังมุ่งหน้ามาที่เรือนของพวก

เราเจ้าค่ะ”

หลินไห่หรูกับพี่สาวใหญ่มา! นานแล้วที่อี๋หนิง

ไม่ได้พบพวกนางจึงให้สาวใช้รีบไปเชิญพวกนาง

เข้ามา

หลินไห่หรูอุ้มหนานเกอร์เข้ามา ทันทีที่เห็นอี๋หนิง

ก็ยิ้มออกมา

อี๋หนิงอยากอุ้มหนานเกอร์ อยากหยอกล้อเขา

ทว่าหนานเกอร์ที่อายุใกล้ขวบหนึ่งกลับขี้อายนัก

เพิ่งมาถึงจวนอิงกั๋วกง เขายังไม่คุ้นชินจึงซุกตัวอยู่

ในอ้อมกอดของหลินไห่หรู เม้มริมฝีปากเล็กๆ

แน่น อี๋หนิงมองแก้มชมพูนุ่มของเขา ก่อนจะหอม

แก้มเขาไปครั้งหนึ่ง เขารีบหลบเข้าไปในอ้อมกอด

ของหลินไห่หรู ไม่กล้ามองอี๋หนิงอีก

“เด็กคนนี้ขี้ขลาดนัก” หลินไห่หรูกล่าว “เหมือน

พ่อของเขา พ่อของเขาบอกว่ายามยังเด็กก็มี

อุปนิสัยเช่นนี้”

ทว่าอี๋หนิงชอบเด็กขี้อาย เห็นแล้วก็นึกอยาก

หยอกล้อ นางอุ้มหนานเกอร์มาไว้ในอ้อมแขน

ของตน หนานเกอร์ไม่ได้ร้องไห้งอแงแต่อย่างใด

เพียงจับสาบเสื้อของอี๋หนิงไว้ ไม่กล้าขยับ

เคลื่อนไหว หลังจากนางหยอกล้อเขาอยู่พักหนึ่ง

เขาก็เรียกอี๋หนิงด้วยเสียงนุ่มเบา “พี่สาว” ทั้งยัง

ขานเรียกซ้ำๆ ไม่หยุด

หลินไห่หรูเอ่ย “พี่สาวรึ บัดนี้ควรเรียกพี่สะใภ้

แล้ว” นางสอนหนานเกอร์ให้เปลี่ยนคำเรียกขาน

ทว่าหนานเกอร์กลับยืนกรานจะเรียกพี่สาว เขา

มองมารดาอย่างสับสน คล้ายไม่เข้าใจว่าเหตุใด

มารดาจึงสอนให้เขาเรียกว่าพี่สะใภ้

หลัวอี๋ฮุ่ยเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมา นางหันหน้า

ไปกล่าวกับอี๋หนิง “เมื่อครู่หารือกับท่านย่าของ

เจ้าเรียบร้อยแล้ว กอปรกับเจตนาของพี่ชายสาม

เจ้า วันแต่งงานจึงกำหนดเป็นวันที่แปดเดือน

เก้า”

นั่นมิใช่ว่าเหลืออีกไม่ถึงครึ่งเดือนหรอกหรือ!

อี๋หนิงตะลึงไปเล็กน้อย “เป็นเขาที่ตัดสินใจหรือ”

เขาที่กล่าวถึงย่อมหมายถึงหลัวเซิ่นหย่วน หลัวอี๋

ฮุ่ยผงกศีรษะ “เป็นเขา ท่านย่าเจ้าก็ตกลงแล้ว

เจ้ารู้สึกว่าไม่ดีหรือ”

มิใช่ว่าไม่ดี ทว่ากะทันหันเกินไป…อี๋หนิงเองก็พูด

ได้ไม่ชัดเจนนัก ตอนที่นางตอบตกลงจะแต่งกับ

เขา นางเองก็คาดไม่ถึงว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้

หลัวอี๋ฮุ่ยวางถ้วยน้ำชาลง แล้วหยิบสมุดเล่มหนึ่ง

ออกมาจากแขนเสื้อ “อี๋หนิง เจ้าดูสิ่งนี้”

อี๋หนิงรับมาดู ยิ่งดูก็ยิ่งคุ้นเคย นางเงยหน้าขึ้น

มองหลัวอี๋ฮุ่ยอย่างตกตะลึง “นี่คือ…” นี่คือสิน

เจ้าสาวที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวทิ้งไว้ให้นางในปีนั้น!

ยามที่นางไปจากตระกูลหลัว นางไม่ได้เอาไปด้วย

อันที่จริงตอนนั้นนางไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้

หลัวอี๋ฮุ่ยผงกศีรษะ “เป็นพี่ชายสามของเจ้าที่ช่วย

เอามาให้เจ้า ยามนั้นที่เจ้าจากไป ท่านพ่อไม่ได้

เอาให้เจ้า เพื่อช่วยเจ้าแล้วเขาลงทุนลงแรงไปไม่

น้อย” ตอนที่นางรู้ว่าหลัวเซิ่นหย่วนจะแต่งงาน

กับอี๋หนิง นางตกใจมาก รู้สึกว่านี่เป็นเรื่อง

เหลวไหลเกินไป กระทั่งนั่งรถม้าทั้งคืนไป

สอบถามเรื่องราวกับหลัวเซิ่นหย่วนที่ตรอกซิน

เฉียว น้ำเสียงของนางไม่ค่อยดีนัก หลัวเซิ่นหย่วน

ไม่เอื้อนเอ่ยอะไร สุดท้ายจึงย้อนถามนาง “หาก

ข้าไม่แต่งอี๋หนิงเป็นภรรยาแล้วท่านจะทำอย่างไร

เป็นพี่สาวใหญ่ที่สามารถดูแลนางได้ตลอดชีวิต

หรือจวนอิงกั๋วที่สามารถดูแลนางได้ตลอดชีวิต”

ยามนั้นนางตะลึงไปชั่วครู่ จากนั้นจึงไม่ได้กล่าว

อะไรอีก

“ข้ารู้” อี๋หนิงลูบขอบสมุดสีเหลืองทอง แววตา

เลื่อนลอยไปชั่วขณะ

ตั้งแต่เล็กหลัวเซิ่นหย่วนก็ดีต่อนางมาโดยตลอด

ทว่าเขามีอุปนิสัยเย็นชา ยากจะแสดงอารมณ์

ออกมา นอกจากคืนฝนตกคืนนั้น อี๋หนิงเองก็ยัง

ไม่เข้าใจ เขาชอบนางจริงๆ หรือ

เขาเสนอให้พวกเขาสองคนสานสัมพันธ์กันต่อใน

ฐานะพี่ชายน้องสาว นางประหลาดใจเล็กน้อย

ทว่าสุดท้ายก็ตอบตกลง พอตรึกตรองแล้วให้เป็น

เช่นนั้นก็ดี อย่างไรนางก็ยังเด็ก

ทว่าหลินไห่หรูกลับไร้ซึ่งความประหลาดใจ

อันที่จริงหลังจากตบหน้าหลัวเซิ่นหย่วนครั้งนั้น

นางก็รู้ว่าหัวใจของลูกเลี้ยงคนนี้มิได้เกิดความ

สั่นคลอน นางรอวันนี้มานานแล้ว นางไม่ได้กังวล

เท่าหลัวอี๋ฮุ่ย แต่งรับกลับมาก็ดี ตัวนางเองก็จะ

เปลี่ยนเป็นแม่สามีของอี๋หนิง จากนั้นยังต้องกังวล

ว่าจะมีแม่สามีคนใดไม่ดีต่ออี๋หนิงอีกหรือ ทั้งยัง

เป็นการแก้ปัญหาเรื่องการแต่งงานของหลัวเซิ่น

หย่วน ที่สำคัญยังเป็นการแก้ปัญหาที่ทำให้เขามี

ความสุข ครั้นคิดถึงตรงนี้ ทั้งร่างของหลินไห่หรูก็

รู้สึกผ่อนคลาย กินข้าวได้มากกว่ายามปกติหลาย

ถ้วย ทุกวันนอนหลับสนิท มีความสุขเหลือคณา

เฝั้ารอวันที่อี๋หนิงจะแต่งเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนนาง

นางแกล้งให้หนานเกอร์เรียกอี๋หนิงว่าพี่สะใภ้อีก

ครั้ง หนานเกอร์หยิบสาลี่ในมือมากิน ไม่สนใจ

มารดาแล้ว

ก่อนฝั่ายหญิงจะแต่งออกไปไม่สามารถพบเจอ

ฝั่ายชายได้ อี๋หนิงไม่ได้พบหลัวเซิ่นหย่วน ไม่รู้ว่า

เขากำลังคิดอะไรทำอะไร อันที่จริงนี่คืออารมณ์

ชนิดหนึ่งที่ทำให้คนบังเกิดความรู้สึกคาดหวังอัน

เต็มเปียม

เมื่อมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของหลิน

ไห่หรู นางก็พลันบังเกิดความรู้สึกประหม่าอย่าง

มากต่อวันแต่งงานที่ใกล้เข้ามา

เขาสวมชุดแต่งงานสีแดงสดก้าวเข้ามาหานาง

ร่างเขาสูงตระหง่าน ภาพนั้นต้องน่ามองมากเป็น

แน่!

——————–

1. เตียงมู่เชียนกงปั๋าปูั้ เป็นเตียงแบบจีน

ขนาดใหญ่โบราณ เกิดขึ้นในช่วยปลาย

ราชวงศ์ชิง มักใช้ในชนชั้นสูง มีลักษณะคล้าย

ห้องเล็กในห้องอีกที เตียงอยู่ด้านในสุด ถัดมา

ด้านนอกอาจมีเก้าอี้ โต๊ะ มุมวางอ่างล้างหน้า

2. กัวเตี๋ยเหมียนเหมียน เป็นลายมงคลหนึ่ง

ของจีน

3. คัมภีร์หลุนอวี่เป็นคัมภีร์พื้นฐานของสำนัก

ปรัชญาขงจื้อ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 132"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
20/06/2026
NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
N1lN39
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
05/12/2025
aileenQCSjP
ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
06/03/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.