Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 139

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 139
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

จวนในตรอกฝูเสวียหลังนี้เป็นจวนที่เก๋อเหล่าท่าน

หนึ่งทิ้งไว้ที่เมืองหลวงตอนที่ออกจากราชสำนัก

ยามนั้นเขาขายต่อให้กับสหาย กล่าวกันว่าเป็น

นักเขียนพู่กันแซ่เหยาคนหนึ่ง ทั้งยังมีตำแหน่งจิ้

นซื่ออีกด้วย ท่านจิ้นซื่อแซ่เหยาร่ำรวยมหาศาล

เขาตั้งใจสร้างจวนให้กว้างขวางโอ่อ่าเป็นพิเศษ

เฉลียง ศาลา ห้องใต้หลังคา ลานกว้างน้อยๆ

ล้วนถูกสร้างประดับตกแต่งอย่างวิจิตรหรูหรา

หลัวเซิ่นหย่วนซื้อต่อจากผู้ที่ซื้อจากท่านจิ้นซื่อ

เหยาอีกที

เรือนที่อี๋หนิงอาศัยอยู่ในยามนี้เป็นเรือนรูปแบบ

สองชั้น ชั้นนอกตกแต่งเป็นห้องหนังสือของ

หลัวเซิ่นหย่วน ห้องรับรองแขก ห้องด้านข้างทั้ง

สองด้านสามารถใช้เป็นที่พักผ่อนได้ ห้อง

ด้านหลังยังสร้างห้องครัวเล็กๆ ไว้ ส่วนชั้นใน

หลักๆ เป็นพื้นที่ของอี๋หนิง มีห้องโถงกลาง ห้อง

ด้านในทั้งสองด้านและห้องหู[1] สวนหน้าเรือนมี

ต้นไม้เก่าแก่ขนาดสูงใหญ่ปลูกอยู่หลายต้น ขนาด

ลำต้นหลายคนโอบ แผ่ร่มเงาเขียวขจีปกคลุมไป

ทั่วทั้งบริเวณ ต้นไห่ถัง กุหลาบ ไผ่หางหงส์ขึ้น

ประดับแซมหินไท่หู งดงามประหนึ่งบทกวี แม้

ฤดูกาลนี้ต้นไม้ใบหญ้าจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

บ้างแล้ว แต่ก็ให้เสน่ห์ที่ต่างออกไป

อี๋หนิงเดินผ่านประตูจันทราพร้อมหลัวเซิ่นหย่วน

เขาร่างสูงใหญ่ ไผ่หางหงส์ที่ปลูกเรียงรายอยู่ข้าง

ทางจึงพาดผ่านไหล่ของเขา เขายื่นมือมาโอบนาง

ไว้ ปั้องกันไม่ให้ต้นไผ่กวาดโดนตัวนาง “บริเวณนี้

มีพันธุ์ไม้หนาแน่น เดิมรู้สึกว่าไม่ควรเปลี่ยนแปลง

แก้ไขอะไรจึงไม่ได้ขยับเคลื่อนย้าย แต่หากเจ้าไม่

ชอบก็สามารถโยกย้ายได้”

อี๋หนิงเบี่ยงหน้าไปมองมือใหญ่ที่โอบตนไว้ ใบไผ่

กวาดผ่านมือของเขา นางรู้สึกแปลกพิกลอยู่บ้าง

ทว่าไม่นานเขาก็เก็บมือกลับไป

เห็นทีเขาคงตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตกับนางฉันพี่

น้อง

เมื่อคืนอี๋หนิงได้ใคร่ครวญอย่างจริงจังว่า แท้จริง

แล้วตนรู้สึกกับเขาอย่างไร นางรู้สึกพึ่งพิงเขา

เป็นความรู้สึกเคารพชื่นชมของน้องสาวที่มีต่อ

พี่ชายโดยแท้จริง ทั้งยังมีความรู้สึกพึ่งพิงที่สั่งสม

มาจากอดีต ทว่าในยามที่เขาเข้าใกล้กลับ

ก่อให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด บางทีอาจ

เป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่าง

กะทันหันนี้

นางมองความโอ่อ่าภายในจวนก็ประหลาดใจ

เล็กน้อย “พี่ชายสาม เหตุใดท่านจึงร่ำรวยขึ้น

อย่างกะทันหัน ท่านมีเงินเท่าไรกันแน่”

มีเพียงคนสนิทใกล้ชิดเท่านั้นที่กล้าถามตรงๆ โดย

ไร้การอ้อมค้อม หลัวเซิ่นหย่วนไม่รู้สึกอะไร เขา

ชำเลืองมองนางก่อนกล่าว “เจ้าบังเกิดความคิด

ต่อทรัพย์สินของข้ารึ”

“ข้าเพียงถามด้วยความใคร่รู้เท่านั้น รายได้ของ

ตระกูลหลัวปีหนึ่งมีเพียงห้าหกพันตำลึง เหตุใด

พอมาอยู่ในมือท่านกลับอู้ฟูั่ขึ้นมา…หากท่านมี

หนทางสร้างความมั่งคั่งอะไร ข้าก็อยากลองฟังดู

บ้างเท่านั้น” ในมือของอี๋หนิงมีอยู่หกหมื่นตำลึง

นางเกิดความสนใจที่จะต่อยอดเงินจากเงิน

“เจ้าหาเงินนี้ไม่ได้ นั่นเป็นการซื้อขายที่อันตราย”

หลัวเซิ่นหย่วนล้มล้างความคิดของนาง การ

เจรจากับเสือเพื่อขอหนังเสือ[2]มิใช่เรื่องที่เหมาะ

กับนาง นางเป็นคนยืนหยัดไม่ย่อท้อ สำหรับคน

เช่นพวกเขาถือว่าไร้เดียงสาเกินไป มิใช่กล่าวว่า

นางไม่เข้าใจเรื่องทางโลก แต่บางครั้งมนุษย์ก็

แตกต่างกันมากเกินไป โลกของพวกฮูหยินใน

เรือนในจะเหมือนกับโลกของพวกเขาได้อย่างไร

แต่ไรมาหลัวเซิ่นหย่วนไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็น

ความเก่งกาจ แม้เงินเหล่านี้จะหามาง่าย แต่มี

เพียงไม่กี่คนที่กล้าทำ ความกดดันทางจิตใจ ไม่ใช่

มนุษย์คนใดก็สามารถแบกรับได้

“เจ้าวางใจเถิด ข้ายังจำคำกล่าวในวันแต่งงานได้

หากเจ้าอยากจะดูแล ข้าก็จะให้ผู้ดูแลเอาสมุด

บัญชีให้เจ้า” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

อี๋หนิงไม่สนใจจะจัดการเงินของเขา ทว่านาง

ยังคงยิ้มกว้างพลางตอบรับ “เช่นนั้นท่านเอาสมุด

บัญชีมาให้ข้าก็พอ”

ทั้งสองคนพูดคุยกันจนถึงหน้าประตู นอกประตูมี

องครักษ์อยู่สองสามนาย ครั้นเห็นหลัวเซิ่นหย่วน

ก็ก้าวเข้ามาคารวะ ขานเรียกอย่างนอบน้อม “ใต้

เท้า”

องครักษ์เหล่านี้เรียกขานเขาว่าใต้เท้า ไม่ใช่

คุณชายสาม เห็นทีคงเป็นคนที่เขาเพาะบ่มไว้ รับ

ฟังคำสั่งจากเขาเพียงผู้เดียว

หลัวเซิ่นหย่วนเพียงรับคำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

ท่าทางที่เขามีต่อผู้ใต้บัญชาคือความเมินเฉยเย็น

ชา เมื่อเทียบกันแล้ว น้ำเสียงที่เขาใช้พูดคุยกับ

นางนับว่าอ่อนโยนมากแล้ว

เขาพานางเดินไปยังห้องโถงกลาง

หลินไห่หรูกับหนานเกอร์และแม่นมพำนักอยู่ที่

ห้องหลัก เรือนของหลัวเซิ่นหย่วนอยู่ด้านข้าง

เรือนของหลินไห่หรู เฉียวอี๋เหนียงและหลัวอี๋

เหลียนอาศัยอยู่ในเรือนเล็กเสากวงที่มีต้นท้อ

ล้อมรอบทางด้านหลัง หลังจากบ้านหลักย้ายมา

เมืองหลวงก็อาศัยอยู่ในตรอกฝูเสวีย วันนี้เป็นวัน

พบปะเครือญาติ นางเฉินจึงมาเยี่ยมเยือนด้วย

หลินไห่หรูแต่งกายเรียบร้อยนั่งรออยู่ในห้องโถง

หลัก นางมองอี๋หนิงด้วยรอยยิ้มเมตตา อี๋หนิงถูก

นางมองจนขนลุกชัน หลัวเฉิงจางนั่งอยู่ข้างกาย

หลินไห่หรู เขารับถ้วยน้ำชาคำนับจากอี๋หนิง เมื่อ

ได้ยินนางเรียกขานเขาว่าท่านพ่อ สีหน้าก็พลัน

แข็งทื่อ ตามหลักการแล้ว หลังจากแก้ไขสรรพ

นามคำเรียกขานต้องให้ซองแดง หลัวเฉิงจาง

ไม่ได้ใส่ใจนัก เขาเพียงให้ซองแดงซองหนึ่งอย่าง

ขอไปที

เมื่อโหลวมามาที่อยู่ด้านหลังอี๋หนิงได้เห็นว่าซอง

แดงนั้นเป็นเพียงซองแดงธรรมดา ในใจก็คล้าย

ตระหนักได้ถึงบางสิ่ง

ทว่าหลินไห่หรูกลับมีความสุขอย่างยิ่งยวด

“เหมยเอ๋อร์ เจ้ามานี่เร็วเข้า!” นางให้เหล่าสาวใช้

ชราเคลื่อนฉากกั้นลมด้านข้างออก ให้อี๋หนิงได้

เห็นสิ่งที่ตนมอบให้

นั่นคือเตียงปั๋าปูั้ไม้แดงแกะสลักฝังทองบริสุทธิ์

หลังหนึ่ง สีทองอร่าม อี๋หนิงเดินเข้าไปใกล้ก็

พบว่าแกะสลักเป็นลวดลายลูกเต็มบ้านหลานเต็ม

เมือง บริเวณสายคาดเอวของทารกล้วนฝังด้วย

ทับทิม

ครั้นหลัวเฉิงจางได้เห็นของขวัญของหลินไห่หรู

ชิ้นนี้ สีหน้าก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ เขากระแอมไอ

เบาๆ เพื่อให้หลินไห่หรูสังเกตเห็น

แต่ไรมาหลินไห่หรูมักล่าช้าต่อความรู้สึกไม่สบ

อารมณ์ของสามีอยู่แล้ว นางกล่าวต่อ “อี๋หนิง

เจ้าดูว่าชอบหรือไม่ ข้าตั้งใจให้ช่างไม้รีบแกะสลัก

ออกมา หากเจ้าชอบก็สามารถย้ายไปยังห้องของ

พวกเจ้าได้ทันที! เจ้าดูสิ บนชิ้นงานนี้แกะสลัก

เป็นลายลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง นี่แกะได้ดี

เพียงใด ข้าตั้งใจหาช่างไม้ที่ฝีมือเยี่ยมที่สุด…”

เมื่อเห็นสายตาของหลินไห่หรูที่มองลายแกะสลัก

ทองคำบริสุทธิ์เหล่านั้นด้วยความชื่นชมราวกับจะ

ช่วยนางย้ายเข้าไปในห้องในห้วงขณะถัดไป อี๋ห

นิงก็สำลักจนหน้าแดงก่ำ “ท่านแม่ ไม่จำเป็น

หรอกเจ้าค่ะ! เตียงของข้าดีอยู่แล้ว”

มิน่าเล่าหลัวเซิ่นหย่วนถึงได้บอกว่าเป็นของขวัญ

ชิ้นใหญ่!

นางหันกลับไปมองหลัวเซิ่นหย่วนปราดหนึ่ง เขา

นั่งลงดื่มชา หลินไห่หรูไม่กล้ากล่าวเช่นนี้กับเขา

“เจ้าไม่ชอบลวดลายนี้หรือ” หลินไห่หรูเห็น

ท่าทางอี๋หนิงคล้ายไม่ค่อยพอใจก็ลังเลครู่หนึ่ง

“อันที่จริงข้าไม่ค่อยชอบลายกวนอิมประทาน

บุตรสักเท่าไร แต่หากเจ้าต้องการเปลี่ยนเป็นลาย

ก็ทำได้”

อี๋หนิงสังเกตเห็นชัดเจนว่ามุมปากของหลัวเซิ่นหย่

วนยกหยักเป็นรอยยิ้ม

“ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกเจ้าค่ะ ข้าชอบลายนี้…” อี๋ห

นิงกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ “ทว่าการเคลื่อนย้าย

เตียงของคู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานถือเป็นเรื่อง

ต้องห้าม ท่านว่าพวกเราย้ายไปเก็บไว้ยังคลังก่อน

ดีหรือไม่”

หลินไห่หรูไม่ค่อยรู้เรื่องข้อห้ามต่างๆ ในหมู่

ตระกูลคหบดีเองก็ไม่มีข้อห้ามเหล่านี้ มากสุดก็

เป็นเรื่องฮวงจุ้ยหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ ซึ่งหาก

ไม่ดีก็อาจส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งได้

ในเมื่ออี๋หนิงกล่าวว่ามี เช่นนั้นก็มีแล้วกัน! นาง

ครุ่นคิดก่อนให้สาวใช้ชราช่วยอี๋หนิงย้ายกลับไปที่

คลังเก็บของ

หลัวเฉิงจางฟังถึงตรงนี้ก็นึกอยากพูดบางสิ่ง แต่

เมื่อเห็นสายตาของหลัวเซิ่นหย่วนที่ทอดมองมา

ในนั้นแฝงด้วยการเตือนหลายส่วน แม้จะไม่อยาก

ยอมรับ ทว่ายามนี้…เขาไม่กล้าขัดความต้องการ

ของบุตรชาย

แน่นอนว่าเขาไม่ชอบอี๋หนิง! เขาไม่เคยพบ

บุตรสาวตระกูลใดแต่งงานโดยมีองครักษ์เป็นสิน

เจ้าสาวมาก่อน เมื่อเห็นพวกเสิ่นเลี่ยน ใบหน้าเขา

จึงพลันเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ มาวางมาดโอหัง

กระไร ยามที่เขาดื่มชา ใบหน้าก็ยังบึ้งตึง

รอจนอี๋หนิงยกน้ำชาเสร็จเรียบร้อย คนอื่นๆ จึง

ค่อยๆ ทยอยเดินเข้ามา

ผู้ที่อยู่ในที่นี้ล้วนเป็นสตรี หากหลัวเซิ่นหย่วนจะ

อยู่ต่อคงไม่เหมาะสม เขาจึงกล่าวลาหลินไห่หรู

ก่อนจะไปสะสางงานที่ห้องหนังสือ

หลินไห่หรูให้สาวใช้ชรายกพวกเมล็ดแตงผลไม้

และของว่างต่างๆ เข้ามา นานแล้วที่อี๋หนิงไม่ได้

พบคนเหล่านี้ นางกวาดตามองโดยรอบ

อาจเพราะมีเรื่องต้องกังวลมากมาย นางเฉินจึงดู

แก่ขึ้นกว่าแต่ก่อนไม่น้อย คนก็ดูอ่อนล้าไร้

เรี่ยวแรง ไม่ค่อยสนทนากับอี๋หนิงแล้ว หลัวอี๋อวี้

เกล้าผมเฉกเช่นสตรีออกเรือน รูปลักษณ์ไม่ต่าง

จากหลายปีก่อนสักเท่าไร ปฏิบัติต่อทุกคนด้วย

ความเย็นชา ส่วนหลัวอี๋ซิ่วกำลังปอกเปลือกองุ่น

ช้าๆ

หลินไห่หรูแนะนำพี่สะใภ้ทั้งสองคนให้อี๋หนิงรู้จัก

หากจะกล่าวไปก็บังเอิญนัก แม้พี่สะใภ้ทั้งสองคน

จะไม่ใช่คนตระกูลเดียวกัน แต่ก็แซ่โจวเหมือนกัน

ดังนั้นจึงเรียกขานพวกนางว่านางโจวใหญ่กับนาง

โจวเล็ก นางโจวใหญ่มาจากตระกูลโจวแห่งทง

โจว เคยมีบรรพบุรุษที่เป็นเก๋อเหล่า บิดาเป็นจิ้

นซื่อ นางโจวเล็กเป็นคนเมืองหลวง ฐานันดรไม่

โดดเด่นเท่านางโจวใหญ่ ทว่าตระกูลมั่งคั่งกว่า

นางโจวใหญ่ ทั้งสองคนมีชาติกำเนิดต่างกันจึงไม่

ค่อยลงรอยกันนัก

อี๋หนิงยอบกายขานเรียกพี่สะใภ้ใหญ่พี่สะใภ้รอง

นางมองสองพี่น้องหลัวอี๋อวี้ ก่อนมองสองนางโจว

ใหญ่เล็ก ครั้นเห็นทุกคนต่างมีสีหน้าบึ้งตึงก็ทำได้

เพียงทอดถอนใจกับไม่สงบสุขของบ้านหลัก ฮวง

จุ้ยคงไม่ดีนัก

หลัวอี๋เหลียนมาพบอี๋หนิง นางยอบกายเรียกขาน

เสียงแผ่วเบา “พี่สะใภ้สาม” อี๋หนิงผงกศีรษะ

ด้วยรอยยิ้ม ก่อนมอบกำไลหยกวงหนึ่งให้นาง

เป็นของขวัญ

หลัวอี๋เหลียนมองนาง เหมือนจะพอเข้าใจแล้วว่า

เหตุใดหลัวเซิ่นหย่วนจึงกล้าขัดต่อความต้องการ

ของวงศ์ตระกูล หรือกระทั่งต่อให้ต้องทรยศต่อ

ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องก็ต้องแต่งงานกับอี๋หนิง

เวลาผ่านไปไม่ถึงสองปี ตัวอี๋หนิงเองมีอายุเพียง

สิบสี่ปีเท่านั้น แต่ไม่ว่าผู้ใดได้ยลรูปโฉมของนางก็

ต้องลุ่มหลง กระทั่งงดงามเหนือกว่าตนไปแล้ว

ต่อให้อายุยังน้อยแล้วจะอย่างไรเล่า

ต่างกล่าวกันว่า ที่หลัวเซิ่นหย่วนแต่งรับอี๋หนิง

เป็นภรรยาเพราะอยากจะช่วยเหลือนาง คน

เหล่านั้นย่อมเป็นคนที่ไม่เคยพบอี๋หนิงมาก่อน

อี๋หนิงงดงามกว่านางในยามที่นางอายุสิบสี่สิบห้า

ไปมาก ยามนี้อีกฝั่ายสวมเปั้ยจึผ้าไหมหังโจวสี

ชมพูม่วง กระโปรงสีจันทร์นวล เรือนร่างอรชร

กล่าวกันว่าเฉียวอี๋เหนียงในยามที่มีอายุเท่านี้ก็ทำ

ให้ผู้คนต้องตกตะลึงเช่นเดียวกัน มิเช่นนั้น

หลัวเฉิงจางจะรับนางเป็นอนุหลังจากปรนนิบัติ

รับใช้ได้ไม่นานได้อย่างไร

หลัวอี๋เหลียนอายุมากกว่าอี๋หนิงสองปี อายุสิบหก

เป็นช่วงที่ควรหมั้นหมายแล้ว เพียงแต่เฉียวอี๋

เหนียงเอาแต่เลือกสรรเกินสมควรจึงยังคู่ครองดีๆ

ให้หลัวอี๋เหลียนไม่ได้สักที

ยามนี้ยังตกลงเรื่องหมั้นหมายไม่ได้ ไม่รู้ว่า

สุดท้ายนางจะได้แต่งกับคนเช่นไร

ผ่านไปครู่หนึ่งสาวใช้ชราก็พาตัวเซวียนเกอร์ที่

สวมเสื้อคลุมยาวเข้ามา

หลัวเซวียนหย่วนในวัยหนุ่มน้อยยิ่งดูไม่คุ้นเคยกับ

อี๋หนิง ยามนี้เขาเรียนหนังสือกับหลัวเฉิงจาง เขา

ตัวสูงกว่าหลัวอี๋เหลียนแล้ว แม้กัวอี๋เหนียงจะเป็น

คนถูกเลี้ยงดู ทว่าอย่างไรก็เป็นพี่น้องร่วมอุทรกับ

หลัวอี๋เหลียน ดังนั้นจึงสนิทสนมกับนางมากกว่าพี่

น้องคนอื่นๆ เขายืนอยู่ข้างกายพี่สาว พูดคุยกับ

หลัวอี๋เหลียน อี๋หนิงมองเขาที่เติบโตขึ้น เมื่อเห็น

เขามีรูปลักษณ์บางส่วนละม้ายคล้ายคลึงกับ

พี่ชายสามก็รู้สึกประหลาดใจ

อี๋หนิงมองภาพฉากหน้าของคนตระกูลนี้ที่ดูเงียบ

สงบ ก่อนจิบชาในถ้วยอีกครั้ง

ยามเที่ยงบรรดาสตรีก็ย้ายมาพักผ่อนกันที่โถงบุป

ผา บ่าวรับใช้ส่งถาดแตงหวานเข้ามา หลัวอี๋ซิ่ว

รับมาก่อนจิ้มขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

หลัวอี๋อวี้มองแล้วก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้า

ถูกตามใจจนเคยตัวแล้ว ไม่รู้จักเคารพลำดับ

อาวุโส ในห้องนี้คนแรกที่ไม่ควรได้กินก่อนผู้ใดก็

คือเจ้า”

หลัวอี๋ซิ่วได้ยินก็ตบโต๊ะเสียงดังประหนึ่งถังดิน

ระเบิดที่ถูกจุด “หลัวอี๋อวี้ เจ้าจะมาวางท่า

ประหลาดไปเพื่ออันใด ข้ากินแล้วจะอย่างไร! ใน

บ้านผู้อื่นไม่กล้าโอ้อวดแสนยานุภาพ ทว่าพอ

กลับมาก็สำแดงอิทธิฤทธิ์แล้ว!”

อี๋หนิงคาดไม่ถึงว่าความสัมพันธ์ของสองพี่น้องจะ

เดินมาถึงจุดนี้ ครั้นหันไปมองหลินไห่หรูก็พบว่า

นางมีสีหน้าปกติ เห็นทีคงจะคุ้นชิน เพียงแต่นาง

เฉินกลับมีสีหน้าเขียวคล้ำ ทว่าไม่มีผู้ใดใส่ใจสอง

คนนั้น

หลัวอี๋อวี้โต้กลับ “เจ้าอยากกินแล้วผู้อื่นให้เจ้ากิน

แล้วรึ สาวใช้จะเหยียบหัวเจ้าอยู่แล้วยังทำ

เพิกเฉยอยู่อีก”

สองพี่น้องโต้คารมจนใกล้จะทะเลาะกัน เคราะห์

ดีที่เมื่อคืนแขกยังกลับไปไม่หมด มิเช่นนั้นคง

เกลี้ยกล่อมไม่อยู่

หลัวอี๋ซิ่วเดือดดาลมาก จะทะเลาะก็เถียงสู้หลัว

อี๋อวี้ไม่ได้ นางดึงอี๋หนิงไปดื่มชาที่ห้องด้านข้าง

อี๋หนิงจึงกล่าวกับนาง “สองปีแล้ว เหตุใดท่านกับ

พี่สาวท่านถึงยังไม่ลงรอยกันอีก สู้กันประหนึ่งไก่

ชน”

หลัวอี๋ซิ่วกล่าวอย่างโมโห “ให้ข้ากับนางลงรอย

กันรึ เจ้าดูสิว่านางเข้ากับผู้ใดได้บ้าง กับแม่สามี

ของตนยังทะเลาะจนเข้าหน้าไม่ติด นี่มิใช่เพราะ

อาศัยว่าผู้อื่นชมชอบนางหรอกรึ พี่เขยหลิวมาหา

นางสามหนแล้ว นางก็ยังไม่ยอมกลับไป…”

อี๋หนิงมองสีหน้าไม่สบอารมณ์ของอีกฝั่ายก็พลัน

เข้าใจกระจ่าง นางกล่าวเสียงเบา “พี่เขยห้าไม่

เคยมาหาท่านหรือ”

หลัวอี๋ซิ่วส่ายหน้า “ไม่เคย…เพียงให้สาวใช้ชรามา

ส่งจดหมายให้ข้า กล่าวว่าอย่าเลียนแบบผู้อื่นทำ

ตัวเหลวไหล อี๋หนิง ที่ข้าแต่งงานกับเขาเพราะ

ชอบเขาด้วยใจจริง ข้าดูแลเรือน ทำตัวอ่อนโยนก็

เพื่อเขา ทว่าเขากลับไม่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีค่า…”

แววตาของนางคล้ายเลื่อนลอยเล็กน้อย “เจ้าว่า

เพราะเหตุใดคนบางคน ทันทีที่เกิดมาก็มีคนหลง

รัก ต่อให้ทำตัวเลวร้ายอย่างไรก็ยังมีคนชอบนาง

ทว่าบางคนต่อให้ดีสักเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ ข้าไม่

เข้าใจ”

อี๋หนิงลอบถอนใจ ทำได้เพียงปลอบประโลมนาง

“ต่างคนต่างมีดวงชะตาของตน วันนี้แม่น้ำบูรพา

พรุ่งนี้แม่น้ำประจิม[3] ไม่รู้ว่ากาลข้างหน้าจะเป็น

อย่างไร”

หลัวอี๋ซิ่วฟังคำของอี๋หนิงก็คล้ายรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย

ไม่คิดถือสาหาความเป็นจริงเป็นจังอะไร ทันใด

นั้นดวงตาของนางก็กลอกกลิ้งไปมา ทั้งยังแฝง

ด้วยแววเจ้าเล่ห์ของสาวน้อยอยู่หลายส่วน “ข้า

ยังมีเรื่องอยากถามเจ้า เหตุใดเจ้าจึงแต่งงานกับ

หลัวเซิ่นหย่วน! ข้าได้ยินคนว่ากันว่า…ด้านนั้น

ของพี่ชายสามเจ้าคล้ายจะไม่ปกติ เจ้ารู้สึก

อย่างไรบ้าง ไฉนอารมณ์เจ้าวันนี้จึงดูไม่เลว”

อี๋หนิงเข้าใจได้โดยพลันว่าหลัวอี๋ซิ่วกำลังพูดถึง

เรื่องอะไร นางอยากจะหยิกหลัวอี๋ซิ่วให้ตายจริงๆ

อี๋หนิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ท่านไปฟังผู้ใด

มา!”

“สาวใช้ของพี่ชายสามเจ้าอย่างไรเล่า…ได้เห็นใน

ขณะที่ปรนนิบัติพี่ชายสามเจ้าอาบน้ำ”

ตั้งแต่เล็กหลัวอี๋ซิ่วก็รักการนินทา ขณะที่นางเด็ก

กว่านี้ ไม่ว่ามารดาจะกล่าววาจาว่าร้ายอะไรก็จะ

นำมาเล่าให้อี๋หนิงฟัง

อี๋หนิงทำได้เพียงกล่าวว่า “ข้าอายุยังน้อย ดังนั้น

จึงยังไม่ได้ร่วมหอ ต่อไปท่านอย่าได้ฟังถ้อยคำ

เหลวไหลอีก!”

“ยังไม่ได้ร่วมหอรึ” หลัวอี๋ซิ่วมองอี๋หนิงอย่างตก

ตะลึง นางพูดต่อ “พี่ชายสามของเจ้าเป็นรอง

เสนาบดีกรมโยธา ทั้งรูปลักษณ์ก็หล่อเหลา คนที่

อยากแต่งงานกับเขาต่อแถวยาวตั้งแต่ฝังบูรพา

จรดฝังประจิม แม้ข้าจะเคยได้ยินว่าที่เขาแต่งงาน

กับเจ้าเพราะอยากจะช่วยเหลือเจ้า ทว่าเจ้าก็ต้อง

อาศัยโอกาสนี้จับเขาให้มั่น มิเช่นนั้นนี่จะมิเท่ากับ

เป็นการสูญเสียโอกาสครั้งใหญ่หรอกหรือ”

อี๋หนิงตีหน้าผากนาง ก่อนยกชาพุทราขิงที่อยู่

ตรงหน้ากระดกจนหมด “พวกเราไปพูดคุยกัน

ด้านนอกเถิด ข้าได้ยินมาว่าครานี้ท่านปั้าสี่ของ

พวกท่านก็มาด้วย ท่านไม่อยากออกไปดูหรือ”

ตระกูลหลัวมีญาตินอกตระกูลไม่มากนัก ยาม

บ่ายอี๋หนิงจึงได้รู้จักท่านปั้า พี่สะใภ้ของ

ลูกพี่ลูกน้อง ญาติสาวผู้น้องทีละคนๆ ทุกคนล้วน

อาศัยอยู่ในเมืองหลวง ในอดีตไม่เคยได้พบกัน มี

เด็กน้อยสองสามคนวิ่งเล่นไปมาเพราะอยากเห็น

เจ้าสาวคนใหม่ อี๋หนิงได้รับของขวัญเป็นกระบุง

ทั้งยังได้มอบเม็ดถั่วทองออกไปหลายถุง

จากนั้นหลินไห่หรูก็เรียกสะใภ้ใหม่สองคนและ

นางเฉินไปเล่นไพ่ผายจิ่ว หลัวอี๋ซิ่วใช้ไพ่แกล้ง

หนานเกอร์จนเขาหัวเราะเผยฟันที่เพิ่งขึ้น เขายื่น

มือออกมาแย่งชิง “พี่สาวข้า…จะเอา!”

อี๋หนิงหยิบน้ำตาลก้อนมาแกล้งเขา นานแล้วที่

หนานเกอร์ไม่ได้พบอี๋หนิง ดังนั้นจึงไม่สนิทสนม

กับนางเช่นแต่ก่อนแล้ว เด็กคนนี้ขี้อาย มักขลาด

กลัว เขาหลบอยู่ด้านหลังหลัวอี๋ซิ่ว ไม่กล้าเล่นกับ

อี๋หนิง อี๋หนิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก คนที่

อุปนิสัยเช่นหลินไห่หรูกลับให้กำเนิดเด็กเช่น

หนานเกอร์ออกมาได้ นางเย้าแหย่เขา “หนาน

เกอร์ ข้าคือพี่สาวอี๋หนิงอย่างไรเล่า”

หนานเกอร์แทะแตงหวาน ยังคงหลบอยู่ด้านหลัง

หลัวอี๋ซิ่ว เขาลอบยื่นศีรษะออกมาเป็นครั้งคราว

เพื่อมองนาง

อี๋หนิงจึงทำได้เพียงออกไปด้านนอก ช่วยแนะนำ

การวางไพ่ให้หลินไห่หรู นางเล่นเป็นเพื่อนคนใน

บ้านอยู่สองชั่วยาม เมื่อคืนนางนอนดึกจึงรู้สึก

เหนื่อยล้ามาก ด้านนอกยังมีเสียงแขกดังอึกทึก

นางจึงเข้าไปในห้องของหลินไห่หรูเพื่อนอนหลับ

สักครู่

นางตื่นเพราะถูกปลุก มีคนตบไหล่นางเบาๆ “อี๋ห

นิง ตื่นเถิด พวกเราต้องกลับแล้ว”

พวกเรา…ผู้ใดมาเรียกนับสรรพนามเป็นพวกเรา

นางลืมตาอย่างมึนงงก็พบหลัวเซิ่นหย่วนที่ยืนอยู่

ด้านข้าง น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนกว่ายามปกติ

เล็กน้อย

ครั้นเห็นนางตื่นแล้ว เขาจึงหยิบเสื้อคลุมของนาง

ที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้นางสนมขึ้นมา “ไปกันเถิด”

เหตุใดหลินไห่หรูจึงไม่ปลุกนาง หลับไปนานถึง

เพียงนี้…อี๋หนิงเดินตามเขาอยู่ด้านหลังเพื่อกลับที่

พัก หลัวเซิ่นหย่วนให้คนไปยกสำรับที่จัดเตรียมไว้

มาให้นาง

อี๋หนิงกินพลางมองผ่านบานประตูไป นางมองเขา

ที่กำลังสะสางงานในห้องหนังสือ หลัวเซิ่นหย่วน

กำลังหารือเรื่องการหลอมแร่ทองแดงกับผู้ใต้

บัญชา เขากล่าวได้ทรงพลังมาก เพียงหัวคิ้วของ

เขาขมวดขึ้น น้ำเสียงของผู้ใต้บัญชาก็พลัน

เปลี่ยนเป็นระมัดระวัง

หลัวเซิ่นหย่วนสะสางงานเสร็จก็เดินเข้ามา เมื่อ

เห็นนางดื่มน้ำแกงไปเพียงครึ่งถ้วยก็กล่าว “เจ้า

ตั้งใจกินข้าวให้ดี”

มิเช่นนั้นก็จะโตแค่นี้ กระทั่งสูงไม่ถึงไหล่ของเขา

อี๋หนิงวางตะเกียบลง “ข้ากินไม่ลงแล้ว วันนี้ข้า

กินแตงหวานที่เรือนของท่านแม่ไปเยอะแล้ว”

“แตงหวานจะช่วยให้ท้องอิ่มได้อย่างไร” เขาหยิบ

ถ้วยของนางขึ้นมาแล้วตักน้ำแกงเป็ดตุ๋นเกาลัดลง

ไปครึ่งถ้วย ก่อนยื่นไปตรงหน้านาง” กินเสีย”

อี๋หนิงทำได้เพียงกินไปอีกครึ่งถ้วย นางไปอาบน้ำ

ด้วยท้องที่กลมแน่น รอจนได้นั่งเอนกายบนเตียง

เพื่อเตรียมอ่านหนังสือ นางก็คิดถึงถ้อยคำ

เหล่านั้นของหลัวอี๋ซิ่ว

คั่นกลางด้วยม่านสีแดงชั้นหนึ่ง นางเห็นหลัวเซิ่น

หย่วนเดินเข้ามา เขาแหวกม่านผืนบางออก ก้ม

หน้ากล่าวกับนาง “อี๋หนิง ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป

ข้าจะไปนอนในพื้นที่ที่กั้นไว้ด้านข้าง”

อี๋หนิงชะงัก “ท่าน…” นางเอ่ยถาม “เพราะเหตุ

ใด ท่านอนของข้าไม่ดีหรือ”

หลัวเซิ่นหย่วนยิ้มขมขื่น “มิใช่ ท่านอนของเจ้าดี

มาก”

อี๋หนิงพลันตระหนักได้ทันทีถึงเหตุผลที่เขาทำ

เช่นนี้ นางจึงตอบรับเสียงเบา “ข้าจะให้สาวใช้

ชราหยิบผ้านวมมาให้ท่าน” แต่เมื่อขานเรียกไป

สองครั้งกลับไม่มีคนเดินเข้ามา นางจึงไปหยิบ

ด้วยตัวเอง เมื่อเข้ามาก็พบพื้นที่เล็กๆ ที่กั้นส่วน

ออกมาจากเตียงเชียนกง นางไม่อยากให้เขานอน

ตรงนี้ นี่เป็นพื้นที่ที่สาวใช้ชราใช้นอนเมื่อต้องอยู่

เวรดึก ทั้งแคบและเล็ก ร่างเขาสูงใหญ่ถึงเพียงนั้น

จะนอนได้อย่างไร

“มิสู้ให้ข้านอนที่นี่ ท่านนอนที่เตียงเถิด” อี๋หนิง

หันไปกล่าวกับเขา

ทั้งสองคนไม่อาจแยกเตียงนอนกันจริงๆ เพิ่ง

แต่งงานก็แยกเตียง หากคนด้านนอกรู้เข้าก็ไม่รู้ว่า

จะร่ำลือกันอย่างไร

หลัวเซิ่นหย่วนจึงถอนหายใจยาว “ช่างเถิด”

เขานอนโดยสวมเสื้อผ้าทั้งชุด ก่อนจะเรียกอี๋หนิง

มานอนด้วยกัน ค่ำคืนนี้อี๋หนิงได้ยินเสียงเขานอน

พลิกกายไปมาราวกับนอนหลับไม่สนิท นางเองก็

นอนไม่หลับ อยากถามไถ่เขาว่าหรือจะให้นางไป

นอนยังพื้นที่กั้นด้านข้างดี ผู้ใดจะคิดว่าทันทีที่

แตะถูกแขนของเขา หลัวเซิ่นหย่วนก็ตะครุบมือ

นางไว้ อี๋หนิงตกใจ มือที่คว้าจับมีเรี่ยวแรงมาก

จากนั้นมือก็คลายออกช้าๆ น้ำเสียงที่พูดออกมา

แหบพร่าเล็กน้อย “อี๋หนิง อยู่ให้ห่างจากข้าเสีย

หน่อย”

เขาปล่อยมือนางออก

ในม่านราตรี อี๋หนิงหันไปมองร่างของเขา ก่อนจะ

ค่อยๆ เก็บมือกลับมา

——————–

1. ห้องหูคือห้องขนาดเล็กที่สร้างขนาบข้าง

ห้องหลักซ้ายขวา ซึ่งคล้ายกับใบหู

2. การเจรจากับเสือเพื่อขอหนังเสือเป็น

สำนวนหมายถึงการขอผลประโยชน์จากคน

ชั่ว ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นไปได้ยาก

3. วันนี้แม่น้ำบูรพาพรุ่งนี้แม่น้ำประจิม

หมายถึงสรรพสิ่งไม่แน่นอน

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 139"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023
3c08b0
ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
11/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.