Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 140

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 140
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

วันรุ่งขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ อี๋หนิงก็ไปคารวะหลินไห่หรู

ที่ห้องโถงหลัก หนานเกอร์เพิ่งตื่นนอน หลินไห่หรู

สวมเสื้อผ้าให้เขา เขาใช้มือเล็กนุ่มขยี้ดวงตา ดู

น่ารักยิ่งนัก

อี๋หนิงอยู่กินมื้อเช้าที่เรือนของหลินไห่หรู หนาน

เกอร์ที่เพิ่งหัดเดินเตาะแตะปล่อยมือจากแขนของ

มารดา ดื้อดึงจะเดินเอง เขาเดินไปยังข้างกายอี๋ห

นิง ยื่นมือออกไปอย่างลังเล คิดจะหยิบตุ๊กตาเสือ

ของตน ทว่าตุ๊กตาเสือวางอยู่ด้านหลังอี๋หนิง อี๋ห

นิงจับมือของเขาไว้อย่างรวดเร็วจนเขาสะดุ้ง

ตกใจ

อี๋หนิงหยิบตุ๊กตาเสือจากด้านหลังมายื่นให้เขา

“หนานเกอร์ เจ้าดูสิว่านี่คืออะไร”

หนานเกอร์รีบกอดตุ๊กตาเสือแล้ววิ่งไปหลบหลัง

มารดา หลินไห่หรูตบก้นน้อยๆ ของเขา “กลัว

อะไรกัน เรียกพี่สะใภ้สิ!”

สองแม่ลูกเฉียวอี๋เหนียงเข้ามาคารวะหลินไห่หรู

เฉียวอี๋เหนียงอยู่ไม่นานก็จากไปด้วยท่าทีไร้

เรี่ยวแรงคล้ายปั่วยไข้ หลัวอี๋เหลียนยังต้องอยู่ที่

เรือนของหลินไห่หรูเพื่อเรียนทำอาหารกับสาวใช้

ชราคนหนึ่ง นางนั่งดื่มชารอด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ข้าจะเรียกบรรดาผู้ดูแลและสาวใช้ชราในจวน

มาให้เจ้ารู้จัก” หลินไห่หรูกล่าว “ต่อไปเจ้าจะได้

จัดการพวกเขาได้สะดวก”

ไม่นานบรรดาผู้ดูแลและสาวใช้ชราก็ทยอยเข้ามา

ดุจฝูงปลา พวกเขาเห็นนายหญิงสามคนใหม่นั่ง

อยู่ทางด้านขวามือ แม้รูปลักษณ์จะยังดูอ่อนเยาว์

แต่พวกเขาก็ยังก้าวไปข้างหน้าเพื่อทำการคารวะ

ด้วยความนอบน้อม ต่างเข้ามาแนะนำตัวกับอี๋ห

นิงทีละคนว่าผู้ใดรับผิดชอบเรื่องอาหารการกิน

ผู้ใดดูแลห้องครัว คอกม้าหรือห้องสะสางงาน

มีผู้เฒ่าบางคนที่ติดตามมาจากเมืองเปั่าติ้ง อี๋หนิง

คุ้นตา ทั้งยังสามารถขานชื่อของพวกเขาออกมา

ได้

หลินไห่หรูเล่าสถานการณ์ภายในจวนให้นางฟัง

“…นอกจากท่านพ่อของเจ้าที่สองสามวันกลับมา

ครั้ง ผู้อื่นล้วนอาศัยอยู่ในจวน จวนด้านข้างคือ

จวนของท่านปั้าเจ้า ห่างไปอีกตรอกหนึ่งก็คือ

ตระกูลเฉิง ข้าคล้ายจำได้ว่าคุณชายสี่แห่งตระกูล

เฉิงเฉิงหลางคือญาติผู้พี่ของเจ้า แต่ข้าไม่ค่อยได้

ไปมาหาสู่กับบรรดาฮูหยินของตระกูลเฉิงสัก

เท่าไร เป็นท่านปั้าของเจ้าที่ไปเยี่ยมเยือนอยู่

บ่อยครั้ง”

เพิ่งกล่าวถึงตรงนี้ก็มีสาวใช้จากด้านนอกเข้ามา

รายงาน กล่าวว่าคุณชายสามมาแล้ว

วันนี้หลัวเซิ่นหย่วนสวมชุดคลุมสีเทาฟั้า ร่างสูง

ตระหง่าน บริเวณเอวห้อยปั้ายหยก บรรดาสาว

ใช้ชราและผู้ดูแลที่อยู่ในห้องคำนับเขา เซวียน

เกอร์และพวกกัวอี๋เหนียงต่างคารวะเขา

เช่นเดียวกัน คนผู้นี้ถือเป็นผู้ที่มีอำนาจสั่งเป็นตาย

โดยแท้จริง พวกเขาย่อมไม่กล้าเพิกเฉย

หลัวเซิ่นหย่วนนั่งลงดื่มชาไปถ้วยหนึ่ง หลัวอี๋

เหลียนจึงได้ลุกจากเก้าอี้ช้าๆ ขานเรียกพี่ชายสาม

เสียงต่ำเบา

หลัวเซิ่นหย่วนรับคำอืมเบาๆ แต่ไรมาเขาก็ปฏิบัติ

ต่อหลัวอี๋เหลียนน้องสาวผู้นี้เฉกเช่นคนแปลกหน้า

แม่นมอุ้มหนานเกอร์มาเบื้องหน้าหลัวเซิ่นหย่วน

ให้หนานเกอร์เรียกเขาว่าพี่ชายสาม

หนานเกอร์ไม่สนิทสนมกับเขา ถึงอย่างไรก็ไม่

ยอมเรียก หลัวเซิ่นหย่วนลูบศีรษะของเด็กน้อย

เพียงเท่านี้หนานเกอร์ก็หดตัวหลบเข้าไปอยู่ใน

อ้อมกอดของหลินไห่หรูแล้ว

หลินไห่หรูมองแล้วก็รู้สึกขัน นางเล่าถึงความ

เป็นมาให้อี๋หนิงฟัง “มีครั้งหนึ่งหนานเกอร์ไข้ขึ้น

สูงไม่ยอมดื่มยา พี่ชายสามของเจ้าจึงตีก้นเขาไป

สองสามที หนานเกอร์จดจำความแค้นไว้ ไม่ยอม

ทำตัวใกล้ชิดกับเขาอีก”

ทว่าหลัวเซิ่นหย่วนกลับกล่าวขึ้นช้าๆ “แต่ไรมา

พวกเด็กเล็กๆ ก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับข้า”

อี๋หนิงครุ่นคิดแล้วก็รู้สึกว่าจริง ช่วงที่เสี่ยวอี๋หนิงมี

อายุก่อนเจ็ดขวบก็ไม่ชอบเขา เซวียนเกอร์ก็คล้าย

จะกลัวเขา ทั้งที่เขามีรูปโฉมหล่อเหลา มีหญิงสาว

เข้าหานับไม่ถ้วน แต่เหตุใดจึงมีความสามารถ

พิเศษในการทำให้เด็กตกใจกลัวไปได้

นางนั่งลงข้างกายหลัวเซิ่นหย่วน ยิ้มพลางเอ่ย

ถามเขา “เช่นนั้นลูกของท่านจะทำอย่างไร”

หลัวเซิ่นหย่วนมองนาง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียง

มั่นคง “นี่คงต้องถามเจ้า”

อี๋หนิงฟังออกถึงความนัยในประโยค นางกระแอม

ไอด้วยใบหน้าแดงเรื่อ กลบเกลื่อนพลางปัดหัวข้อ

สนทนานี้ทิ้งไป “พี่ชายสาม มิใช่เมื่อครู่ท่านจะไป

หาท่านลุงหรือ เหตุใดจึงย้อนกลับมาเล่า”

“กำลังคิดว่าจะพาเจ้าไปเดินเล่นรอบๆ ”

หลัวเซิ่นหย่วนยื่นมือมาทางนาง “ไปเถิด ผู้ดูแล

เหล่านี้เจ้าพบหมดแล้วใช่หรือไม่”

ที่แท้เขาก็มาเพราะต้องการพานางไปเดินชม

รอบๆ ด้วยตัวเอง

อี๋หนิงกล่าวลาหลินไห่หรู นางเดินตามเขาออกมา

จากห้องโถงหลัก มองแผ่นหลังของเขาพลางย่าง

ก้าวไปตามระเบียงทางเดิน แสงแดดด้านนอก

สาดกระทบบนไหล่เขา สวนในเรือนถูกประดับ

ตกแต่งไปด้วยโบราณวัตถุ เขาเดินตรง เอามือ

ไพล่หลัง ดูงดงามเป็นพิเศษราวกับก้าวออกมา

จากภาพวาด เช่นเดียวกับสวนแห่งนี้ “สระบัว

แห่งนี้ปลูกบัวสีชมพู ยามนี้ใบบัวเหี่ยวเฉาแล้ว

พอถึงช่วงคิมหันต์ก็จะเกิดฝักอ่อน เจ้าสามารถ

เด็ดฝักอ่อนมากินได้ เวทีการแสดงที่อยู่ด้านข้าง

เพิ่งสร้างเสร็จ ยังไม่เคยใช้มาก่อน ช่วงคิมหันต์

ที่นี่จะเย็นสบายมาก ด้านข้างมีศาลาตากอากาศ

ไว้คอยหลบร้อนหลังหนึ่ง ช่วยคลายร้อนในช่วง

หน้าร้อนได้ดีนัก”

“เมื่อข้ามสะพานแล้วก็จะพบต้นพุทรา ยามนี้

พุทราแดงกำลังออกผลเต็มต้น เจ้าอยากไปเก็บ

สักหน่อยหรือไม่” เขาหันหน้ามาถามนางอย่าง

กะทันหัน

ครั้นนางยังเด็กคล้ายนางจะชอบกินพุทรา ทั้งยัง

ชอบแอบวิ่งมาเก็บผลพุทราและผีผาที่เรือนของ

เขา ยามนั้นนางมาพร้อมหลัวอี๋ซิ่วแล้วถูกเขาจับ

ได้ เขาจึงส่งผีผาไปที่เรือนของท่านย่าตะกร้าหนึ่ง

เพื่อแกล้งนาง

อี๋หนิงกำลังฟังเขาอย่างตั้งใจจนตกอยู่ในภวังค์

ตอนนี้จึงร้อง “อ๋า…พุทรา”

หลัวเซิ่นหย่วนมองนางอยู่นาน มุมปากยกหยัก

ขณะกล่าว “ข้ากำลังพูดให้เจ้าฟัง แต่เจ้ากลับใจ

ลอย”

“เปล่านะเจ้าคะ” อี๋หนิงรีบแก้ต่างเป็นพัลวัน ทั้ง

ยังปรี่เข้าไปทุบหลังให้เขา “ลำบากท่านแล้ว ใต้

เท้าหลัวผู้สูงศักดิ์มีภารกิจมากมาย แต่ยังต้องพา

ข้าเดินชมจวนอีก ข้าจะใจลอยได้อย่างไร ข้า

เพียงแต่ตั้งใจฟังมากเกินไป” นางคงไม่อาจพูดว่า

นางมองแผ่นหลังเขาจนใจลอยได้กระมัง!

หลัวเซิ่นหย่วนหันกลับไปส่งสัญญาณให้สาวใช้

ชรานำตะกร้าเข้ามา เขาพานางข้ามสะพานไปยัง

เรือนฝังประจิม บริเวณทางเข้าเรือนมีต้นพุทรา

ปลูกอยู่หลายต้นดั่งที่เขากล่าวไว้ ยามนี้กำลังงอก

งามดีมาก ผลพุทราแดงห้อยเต็มกิ่งก้าน

แสงอาทิตย์ลอดผ่านกิ่งไม้ กลิ่นหอมของพุทรา

แดงอบอวลไปทั่วลาน ผลสุกเต็มที่แล้ว

อี๋หนิงลอบคิดในใจ ช่างประจวบเหมาะนัก นาง

จะได้นำผลพุทราแดงบางส่วนไปชงกับชา นางให้

สาวใช้ชราเก็บไปหลายตะกร้า ผลพุทราเหล่านี้

สุกแล้ว หากไม่กินก็คงเน่า

บรรดาสาวใช้ชรายุ่งวุ่นวายกันขึ้นมา อี๋หนิงก็เข้า

ไปร่วมเก็บด้วย ตำแหน่งที่อยู่สูง ทั้งนางและสาว

ใช้ชราต่างเอื้อมไม่ถึง นางจึงหันไปมองหลัวเซิ่น

หย่วนโดยไม่รู้ตัว เขารูปร่างสูง คนสูงย่อมมีหน้าที่

แบกภาระความรับผิดชอบที่มากกว่า

หลัวเซิ่นหย่วนทอดถอนใจพลางก้าวเข้าไปสอง

สามก้าว เขาสูงใหญ่ แน่นอนว่าผลที่เก็บได้ย่อม

แดงและใหญ่ที่สุด พุทราสดผลสีแดงใหญ่ถูกใส่

เข้าไปในตะกร้าของนางผลแล้วผลเล่า “เท่านี้คง

พอแล้วกระมัง”

อี๋หนิงใช้ผ้าซับเหงื่อเช็ดผลพุทราผลหนึ่ง ก่อนยื่น

ให้เขา “พี่ชายสาม นี่คือค่าแรงของท่าน”

หลัวเซิ่นหย่วนผงกศีรษะพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อี๋หนิง โฉนดเรือนนี้ลงเป็นนามของข้า เจ้าใช้

ของของข้ามาจ่ายเป็นค่าแรงให้ข้างั้นรึ การค้านี้

คำนวณได้ไม่เลว เห็นทีหากมอบบัญชีในจวนให้

เจ้าเป็นผู้ดูแลย่อมไม่มีทางเสียเปรียบ”

อี๋หนิงยัดผลพุทราใส่ปากเขา “มีกินก็ถือว่าไม่เลว

แล้ว”

เขาตบศีรษะนางเบาๆ จะอย่างไรเขาก็เป็นขุน

นางในราชสำนัก

หลังเดินในสวนไปรอบหนึ่ง อี๋หนิงก็ถือตะกร้าที่

เต็มไปด้วยผลพุทราสดใหม่กลับไป

มื้อค่ำกินในห้องโถงหลัก หลัวเฉิงจางเองก็อยู่ด้วย

กัวอี๋เหนียงยืนปรนนิบัติเขากินข้าวอยู่ด้านข้าง

คนจากบ้านหลักก็มาร่วมด้วย

หลายปีแล้วที่อี๋หนิงไม่ได้พบบรรยากาศเช่นนี้

พวกเขาจะมีบรรยากาศกินข้าวร่วมกันเช่นนี้ก็ใน

ยามที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

หลัวหวยหย่วนถามเรื่องการสอบประเมินในกรม

พิธีการกับหลัวเซิ่นหย่วน

เขาทำงานอยู่ในกรมพิธีการมาหนึ่งปีแล้ว บัดนี้ยัง

เป็นเพียงเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง

“ทั้งที่กรมพิธีการเป็นหน่วยงานที่ไม่มีเนื้องาน

มากมาย ทว่ายามปกติกลับไม่กล้าทำตัวเอื่อย

เฉื่อย การสอบประเมินครั้งนี้ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะ

ออกมาเป็นอย่างไร…” น้ำเสียงของหลัวหวยหย่

วนแฝงด้วยความกลัดกลุ้ม “หากประเมินไม่ผ่าน

เกรงว่าคนต้องโดนไล่ออก”

“ฝั่าบาททรงให้ความสำคัญกับเรื่องพิธีกรรมและ

การบวงสรวงอย่างยิ่ง ทุกปีจะมีการจัดงานพิธี

บวงสรวงครั้งใหญ่ ท่านอยู่ในกรมพิธีการก็ดีแล้ว

มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งสูง” หลัวเซิ่นหย่วนเอ่ย

ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ขุนนางที่ปรึกษากรมพิธี

การที่ประเมินท่านเป็นสหายรักของหยางหลิง ไว้

ข้าช่วยพูดให้ท่านก็ได้แล้ว การสอบประเมินถือ

เป็นเรื่องรอง ต้องดูว่าท่านสามารถหาโอกาสไป

ปรากฏตัวต่อหน้าพระพักตร์ฝั่าบาทได้หรือไม่”

หลัวหวยหย่วนโล่งใจขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มพลางยก

จอกขึ้นชน

อี๋หนิงฟังแล้วก็ครุ่นคิด รอจนกลับไปแล้วจึงเอ่ย

ถาม “พี่ชายสาม ท่านจะให้ใต้เท้าหยางช่วยพูด

นี่จะเหมาะสมหรือไม่”

“จะให้ข้าไปไต่ถามเองก็ย่อมได้ แต่ยากจะ

หลีกเลี่ยงให้เป็นที่สะดุดตา ที่สำคัญข้าเป็นรอง

เสนาบดีกรมโยธา ไม่สะดวกเข้าไปแทรกแซงเรื่อง

ในกรมพิธีการ พวกหยางหลิงเป็นคนในระดับ

เดียวกัน พูดคุยได้ง่ายกว่า” หลัวเซิ่นหย่วน

อธิบายให้นางฟัง

อี๋หนิงลังเลอยู่ชั่วครู่ อันที่จริงนางอยากถามว่า

เหตุใดหลัวเซิ่นหย่วนจึงต้องช่วยเหลือหลัวหวย

หย่วน หนึ่งพู่กันไม่อาจร่างอักษรหลัวได้สองตัว

หรือสำหรับพี่ชายสาม หลัวหวนหย่วนก็ถือเป็น

หน่วยสนับสนุนของเขา

“อันที่จริงเพียงข้าอยู่ในเมืองหลวงอีกวัน เขาก็ไม่

มีวันได้ขึ้นเป็นขุนนางตำแหน่งสูงกว่าขั้นห้า”

หลัวเซิ่นหย่วนพลันกล่าว “ช้าเร็วเขาก็ต้องถูก

โยกย้ายไปดินแดนห่างไกล แต่ในเมื่อเขาเอาแต่

คิดอยากอยู่ในเมืองหลวง เช่นนั้นก็แล้วแต่เขา

เถิด”

เมื่อเดินถึงประตูก็มีคนวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยท่าที

รีบร้อน “ใต้เท้า…”

ดูเหมือนมีเรื่องต้องการหารือกับเขา หลัวเซิ่นหย่

วนมีท่าทีเคร่งเครียดขึ้นมา อี๋หนิงจึงเดินเข้าไป

ก่อน ผลพุทราที่เก็บมามีบางส่วนที่กินไม่หมด

นางให้สาวใช้ชราเอาไปตากแดดทำเป็นผลพุทรา

แห้ง

วันนี้ที่ห้องหนังสือมีการหารือกันจนถึงค่ำ

กลางดึกเขายังเดินทางไปที่เรือนหน้า

ตอนที่อี๋หนิงนอนหลับ นางรู้สึกว่าเขาไม่ได้เข้ามา

นอน ครั้นตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเขา นางหันไปเรียก

สาวใช้ชรา “หากวันหน้าคุณชายสามทำงาน

ข้ามคืนอีกก็จงปลุกข้า ยามที่เขากำลังยุ่งจะให้ข้า

มัวแต่นอนไม่ได้”

จะให้นางช่วยชงชาอยู่ด้านข้างก็ได้

สาวใช้ชรามีท่าทีลำบากใจเล็กน้อย “ใต้เท้า

กลับมาก็กำชับเป็นพิเศษว่าอย่ารบกวนท่าน อย่า

ทำให้ท่านตื่น พวกบ่าวจะก้าวเดินแต่ละครั้งก็

ต้องผ่อนฝีเท้าให้แผ่วเบา เขากล่าวว่าท่านกำลัง

อยู่ในวัยเจริญเติบโต ต้องนอนให้มากเจ้าค่ะ”

อี๋หนิงฟังถึงตรงนี้ก็ชะงักนิ่ง

ยามบ่ายระหว่างทางไปที่เรือนของหลินไห่หรู อี๋ห

นิงก็พบกับนางเฉินที่พานางโจวทั้งใหญ่เล็กมา

เยี่ยมเยือนพอดี ทุกคนกำลังสนทนาเรื่องสีผึ้งทา

ปากและเครื่องหอม นางโจวเล็กชมชอบเรื่อง

เหล่านี้จึงสาธยายประหนึ่งสมบัติล้ำค่า

“วันนี้ตระกูลเฉิงมีแขกมาเยี่ยมเยือน” นางเฉิน

กล่าว “ใต้เท้าเฉิงเชิญพวกเราไปชมการแสดง มิสู้

เจ้าพาอี๋หนิงไปด้วยกัน นางเพิ่งแต่งเข้ามา ต้องให้

รู้จักสนิทสนมกับบรรดาฮูหยินนายหญิงไว้บ้าง”

หลินไห่หรูกล่าวอย่างไม่แยแส “สนิทสนมกับคน

พวกนั้นไปไย ข้าเห็นแต่ละคนเอาแต่ปันหน้า

เหม็นเปรี้ยว”

สีหน้านางเฉินแข็งค้างโดยพลัน โหลวมามารีบลุก

ขึ้นมาจากทางด้านหลังของอี๋หนิงทันที ก่อนกล่าว

ด้วยรอยยิ้ม “ฮูหยินใหญ่กล่าวได้มีเหตุผล นาย

หญิงสามของพวกเราเพิ่งมาครั้งแรก อย่างไรก็

ต้องไป”

นี่คือความปรารถนาดีของนางเฉิน ญาติจากแดน

ไกลก็มิสู้เพื่อนบ้านเรือนเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

ผู้ที่อยู่ละแวกใกล้เคียงยังเป็นขุนนางในราชสำนัก

ข่าวสารที่ติดต่อกันภายในวงสตรีถือว่ามี

ประโยชน์

ความสำคัญของแวดวงสตรีไม่ต้องกล่าวก็เป็นที่

เข้าใจ อี๋หนิงคิดแล้วก็ดึงแขนของหลินไห่หรู “มิสู้

พวกเราไปด้วยกันเถิดเจ้าค่ะ! ข้ากำลังอยากชม

การแสดงอยู่พอดี”

หลินไห่หรูหันมาถามนางอย่างไม่อ้อมค้อม “เจ้า

ไม่ชอบชมการแสดงมิใช่หรือ”

อี๋หนิง: “…”

รถม้าของนางเฉินจอดอยู่ตรงประตู เดินทางไม่กี่

ก้าว พวกเขาก็มาถึงประตูจวนตระกูลเฉิง ตระกูล

เฉิงเป็นตระกูลบัณฑิต จวนจึงถูกสร้างตกแต่ง

อย่างวิจิตรเลิศหรู รถม้าวิ่งผ่านทางเล็กๆ ไปยัง

เวทีที่เพิ่งสร้างขึ้น คนสองสามคนลงมาจากรถม้า

ครั้นเห็นฮูหยินทั้งสองท่านของตระกูลเฉิง นาง

เฉินก็พาอี๋หนิงเข้าไปแนะนำตัวกับบรรดาฮูหยินที่

อาศัยอยู่ละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง เมื่อทุกคนรู้

ว่าอี๋หนิงคือภรรยาของหลัวเซิ่นหย่วนก็พากันจับ

จ้องอยู่หลายครา

ฮูหยินใหญ่เฉิงนำทุกคนไปนั่ง นางเฉินเอ่ยถามฮู

หยินใหญ่เฉิง “ข้าได้ยินว่าวันนี้จะมีแขกคนสำคัญ

มาเยือน มิทราบว่าเป็นท่านใดหรือ”

น้ำเสียงของฮูหยินใหญ่เฉิงกดต่ำลงเล็กน้อย

“คุณชายสี่ของตระกูลพวกเราใกล้จะหมั้นหมาย

แล้ว ท่านทราบเรื่องนี้หรือไม่”

“แน่นอนว่าย่อมทราบ แต่ไม่รู้ว่ากับตระกูลใด”

ฮูหยินใหญ่เฉิงยิ้ม “กล่าวว่าเป็นคุณหนูรองเซี่ย

นายท่านผู้เฒ่าลั่นวาจาแล้วว่าต้องดูแลนางให้ดี นี่

พวกเราถึงได้รีบตั้งเวทีการแสดงขึ้นมิใช่หรือ”

บิดาของเฉิงหลางคือนายท่านสามเฉิง ตระกูลเฉิง

มีคุณชายสี่คน มีเพียงเฉิงหลางเท่านั้นที่มี

สติปัญญาเลิศล้ำ มารดาของเขายังเป็นพี่สาวโดย

สายเลือดของลู่เจียเสวีย ทุกคนในตระกูลต่างพา

กันเอาอกเอาใจเขา ดังนั้นท่านปั้าทั้งสองจากบ้าน

ข้างเคียงจึงกังวลกับเรื่องของเขาอย่างยิ่ง

นางเฉินได้ยินก็ตกตะลึง “เป็นนางรึ…นางมิใช่

หลานสาวแท้ๆ ของฮองเฮาหรอกหรือ”

“ถูกต้อง” ฮูหยินใหญ่เฉิงยิ้ม “เป็นหลานสาวสาย

ตรงของท่านเซี่ยเก๋อเหล่า มิเช่นนั้นท่านผู้เฒ่าเฉิง

ของพวกเราจะยอมให้นางแต่งกับเฉิงหลางรึ!”

อี๋หนิงจิบชาเงียบๆ ไม่นานก็เห็นเซี่ยอวิ้นที่กำลัง

ถูกคนประคองลงจากรถม้า

ฮูหยินใหญ่เฉิงกับฮูหยินรองเฉิงเข้าไปต้อนรับนาง

ด้วยตัวเอง สีหน้าของเซี่ยอวิ้นเรียบเฉย มองไม่

ออกว่ามีความสุขหรือไม่ นางยังวางตนเฉกดวง

จันทราที่ถูกล้อมรอบด้วยหมู่ดาว ครั้นเดินเข้ามา

เพียงปราดตามองก็พบอี๋หนิงที่นั่งดื่มชาอยู่

ท่ามกลางนายหญิงคนอื่นๆ

อี๋หนิงไม่คิดอยากล่วงเกินคุณหนูรองเซี่ย

หากล่วงรู้ว่าแขกคนสำคัญผู้นี้คือเซี่ยอวิ้น นาง

ยินดีจะอยู่ที่จวน นั่งมองสองแม่ลูกเฉียวอี๋เหนียง

คู่นั้นเสียมากกว่า ในเมื่อสองแม่ลูกเพียงส่งสายตา

ประหนึ่งดาบอ่อนมาให้นาง ทว่าคุณหนูรองเซี่ย

กลับชอบส่งดาบจริงปืนจริง

แต่เซี่ยอวิ้นก็ไม่ได้สนใจนาง เพียงนั่งชมการแสดง

อยู่ข้างกายนาง รอจนตระกูลเฉิงกินมื้อเที่ยงเสร็จ

แล้ว บรรดาฮูหยินจึงตั้งกลุ่มสี่คนเล่นไพ่ผายจิ่ว

อี๋หนิงเล่นไปสองสามตา คล้ายโชคจะไม่เข้าข้าง

เสียไพ่จนตั๋วเงินที่พกมาหนึ่งร้อยตำลึงหายวับไป

หลัวอี๋ซิ่วลงเล่นแทนนาง แต่ก็แพ้ได้อย่างน่า

สังเวชยิ่งกว่า พวกนางแพ้จนเงินที่พกมาหมดถึง

ได้ถอยออกมาจากวงไพ่ มาสูดอากาศที่ด้านนอก

ชั่วคราว แต่เพิ่งจะนั่งลงในศาลานอกโถงบุปผาก็

เห็นเซี่ยอวิ้นเดินตรงมาหานาง

เซี่ยอวิ้นสวมเปั้ยจึสีแดงสดปักขอบด้วยทองคำ

กระโปรงปักลายสีพื้น ช่วงเอวแขวนปั้ายหยกไข

แพะไว้ก้อนหนึ่ง

นางนั่งลงข้างกายอี๋หนิง เนิ่นนานกว่าจะปริปาก

ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เจ้าว่าเหตุใดจึงเป็นเจ้า”

“เขาไม่รักเจ้า เจ้าจะติดตามเขาไปเพื่ออะไร”

เซี่ยอวิ้นกล่าว “หากคบหาในฐานะพี่น้อง เจ้าคิด

ว่าเขาจะอยู่กับเจ้าได้ตลอดไปหรือ”

เซี่ยอวิ้นเป็นคนฉลาดมาก นางสามารถคาดเดาได้

ว่าเหตุใดหลัวเซิ่นหย่วนจึงแต่งงานกับอี๋หนิง

อี๋หนิงไม่เอื้อนเอ่ยอะไร

“หากเจ้ารู้ความก็จะรู้ว่าเขาเพียงสงสารเจ้า

เท่านั้น” เซี่ยอวิ้นยิ้มออกมาช้าๆ แฝงด้วยความ

ทระนงเล็กน้อย “ข้ากับเขาสามารถสนทนา

บทความโคลงกลอนร่วมกันได้ เรื่องในราชสำนัก

ข้ายังสามารถช่วยเหลือเขาได้ แล้วเจ้าทำอะไรได้

บ้าง ยามนี้เจ้าแต่งงานกับเขาก็รังแต่จะเป็นการ

สร้างความลำบากให้เขา”

“แม่นางรองเซี่ยคิดมากเกินไปแล้ว” อี๋หนิงมอง

นางด้วยสายตาเรียบเฉย “ในเมื่อท่านหมั้นหมาย

กับญาติผู้พี่เฉิงหลางแล้ว เหตุใดจึงยังมายุ่งกับ

เรื่องของผู้อื่นอีก”

เดิมเซี่ยอวิ้นก็ไม่วางอี๋หนิงอยู่ในสายตา นางเล่น

กำไลที่มือตน “อันที่จริงหากเจ้ายินดีมาหาข้าใน

เวลานั้น ให้ข้าทูลขอให้ฮองเฮาทรงช่วยหาคู่ครอง

ให้เจ้าก็ได้แล้ว บัดนี้เจ้าแต่งงานกับเขาแล้วก็อย่า

โทษว่าข้าเพ่งเล็งเจ้า ไม่แน่ว่ากาลข้างหน้าพวก

เราอาจต้องเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ถึงยามนั้น

ข้ากับญาติผู้พี่เฉิงหลางของเจ้าจะไปเยี่ยมเยือน

เจ้าถึงหน้าประตู”

แววตาของเซี่ยอวิ้นแฝงด้วยความหยิ่งทระนงเฉก

เช่นที่ผ่านมา นี่เป็นอุปนิสัยที่ถูกปลูกฝังโดย

กำเนิดของนาง มิได้เจาะจงผู้ใด

อี๋หนิงก้มศีรษะ ก่อนจะคลี่ยิ้มแช่มช้า นางลุกขึ้น

แล้วกล่าวว่า “คุณหนูรองเซี่ย เรื่องของข้ากับ

หลัวเซิ่นหย่วนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับท่าน ต่อให้

พี่ชายสามไม่ชอบข้า แม่นางรองเซี่ยถามแล้วจะมี

ประโยชน์อันใด หรือเขาจะชอบท่าน”

เซี่ยอวิ้นคาดไม่ถึงว่านางจะโต้กลับ

“ส่วนเรื่องที่ข้าแต่งงานกับผู้ใดนั้นก็เป็นเรื่องของ

ข้า ไม่ต้องให้ท่านมาซักถาม” หลัวอี๋หนิงกล่าว

เน้นย้ำทีละคำ

เซี่ยอวิ้นลุกขึ้นแล้ว นางคาดไม่ถึงว่าหลัวอี๋หนิงจะ

แสดงท่าทีแน่วแน่เช่นนี้ ทว่านางกลับคลี่ยิ้ม

ออกมา “แม่นางเว่ยสามารถหลอกตัวเองและ

ผู้อื่นได้ เจ้าใช้ชีวิตกับเขาเช่นนี้ไปตลอดชีวิต

สำหรับเขาแล้ว เจ้าก็เป็นเพียงสตรีเรือนในคน

หนึ่งเท่านั้น”

“เห็นทีแม่นางรองเซี่ยคงคิดว่าในหัวใจผู้อื่น ตน

เป็นดุจแสงจันทร์ดั่งดอกโยวถานฮวา[1]” อี๋หนิง

ยอบกายลงเล็กน้อย “โปรดอย่าถือสาหากข้าพูด

ตามตรง ในสายตาของข้า แม่นางรองเซี่ยก็ไม่

แตกต่างอะไรกับหญิงสาวเหล่านั้น ถูกความอิจฉา

ริษยาครอบงำบดบังสติเช่นเดียวกัน ยกย่องตน

เป็นผู้วิเศษเลิศเลอ ทว่ากลับไม่เคยทำสิ่งใดที่เป็น

ประโยชน์ออกมาเช่นเดียวกับพวกนาง แม่

นางรองเซี่ยได้รับการตั้งนามตามเต้ายวิ้นสตรีผู้

เปียมด้วยความสามารถ เต้ายวิ้นมีคำกล่าวอันโด่ง

ดังประโยคหนึ่งว่า ‘มิสู้ประลองเปั่าปุยหลิวให้

ล่องลอยทั่วฟั้า’ ทว่าแม่นางรองเซี่ยกลับคิดใช้

อำนาจมากดข่มผู้อื่น ท่านว่านี่มิใช่เรื่องน่าเศร้า

หรอกรึ”

“หากข้ายินยอมเป็นสตรีเรือนใน เช่นนั้นแล้ว

เกี่ยวข้องกับแม่นางรองเซี่ยอย่างไร” อี๋หนิงกล่าว

ประโยคสุดท้ายจบก็นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหมุน

กายเดินจากไป

——————–

1. ตามตำนานกล่าวว่าสามพันปีดอกโยว

ถานฮวาจะออกดอกสักครั้ง จึงให้เชิง

ความหมายเป็นสิ่งของหายากล้ำค่า

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 140"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
aileen4188
เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
05/03/2023
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.