Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 149

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 149
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

อี๋หนิงไม่มีเวลาตรึกตรองให้มาก นางไม่อาจรั้งอยู่

ที่นี่

ขณะที่นางเพิ่งตาย นางใคร่รู้อย่างยิ่งว่าเหตุใด

ลู่เจียเสวียถึงต้องสังหารนาง กระทั่งคิดอยากถาม

เขาต่อหน้า ทว่าหลายปีที่นางเฝั้ามองความเย็น

ชาของเขาที่มีต่อปั้ายวิญญาณของตนและผู้อื่น

แต่ไรมาเขาไม่เคยเอ่ยถึงตน ความเกลียดและ

ความรักที่อยู่ในหัวใจนางจึงจืดจางไปนานแล้ว

นางเพียงต้องการหลีกหนีให้ไกลจากเขา ชาตินี้ไม่

ขอติดต่อใกล้ชิดกับคนผู้นี้อีก

ผู้ใดจะรู้ว่าวันนี้นางเพียงเผยพิรุธเล็กน้อย ลู่เจียเส

วียก็ราวกับคนบ้า ผู้ใดจะรู้ว่าเขาต้องการทำสิ่งใด!

สังหารนางรึ หรือกักขังนางไว้ตลอดชีวิต ไม่ให้

นางได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ทำเช่นนี้ย่อมไม่มีผู้ใด

ล่วงรู้ถึงอดีตของเขา!

คล้ายลู่เจียเสวียจะตระหนักได้ถึงความตั้งใจของ

นาง เขาก้าวมาด้านหน้าหลายก้าวเพื่อคว้าตัวนาง

ทว่าอี๋หนิงผลักบานหน้าต่างออกแล้วกระโดดลง

ไปอย่างรวดเร็ว นางคาดไม่ถึงว่าด้านล่างจะมีเจิน

จูคอยเฝั้าอยู่! ราวกับอีกฝั่ายคาดเดาได้ล่วงหน้า

ว่านางต้องกระโดดมาทางหน้าต่าง เจินจูประคอง

นางขึ้นแล้วรีบพาจากไปทันที พวกเสิ่นเลี่ยนชัก

ดาบขึ้นทันควัน กรูเข้ามาโอบล้อมพวกนางไว้

อย่างรวดเร็ว

ลู่เจียเสวียยกมือยันขอบหน้าต่าง พลิกตัวกระโดด

ตามลงมา ทว่าเสิ่นเลี่ยนพาพรรคพวกเข้าล้อมอี๋ห

นิงพร้อมพาตัวนางออกจากลานกว้างไปอย่าง

รวดเร็วแล้ว

ขาซ้ายของลู่เจียเสวียได้รับบาดเจ็บจากการทำ

สงคราม มายามนี้เมื่อออกแรงเกินกำลังอย่าง

กะทันหัน อาการบาดเจ็บจึงคล้ายจะกำเริบ

เจ็บปวดรุนแรงจนทำให้เขาไม่สามารถไล่ตามไป

ได้ ลู่เจียเสวียฝืนค้ำตัวกับต้นไม้ ตวาดเสียงกร้าว

“หากเจ้าไม่อยากให้คนรอบกายเจ้าเดือดร้อนก็

กลับมาหาข้าซะ!”

ทหารคนสนิทปรี่เข้ามาประคองเขาอย่างรวดเร็ว

ทว่าคนหายไปแล้ว ลู่เจียเสวียหลับตาลง พรูลม

หายใจช้าๆ

เขาลืมตาขึ้น น้ำเสียงเข้มต่ำเย็นสะท้าน “ไปตาม

ตัวฮูหยินใหญ่ลู่มาพบข้า ข้ามีเรื่องจะถามนาง”

วันนี้เมื่อค้นพบเงื่อนงำแล้ว เขาจะต้องเค้นความ

จริงออกมาให้ได้! หลัวอี๋หนิง เจ้าจะหนีไปไหนได้!

อี๋หนิงได้ยินคำประกาศกร้าวของลู่เจียเสวีย นาง

พิงตัวเข้ากับผนังรถม้า เจินจูตรวจสอบบาดแผล

บนร่างกายนาง อี๋หนหิงไม่ได้ฝึกยุทธ์เช่นลู่เจียเส

วีย ต่อให้มีต้นทับทิมช่วยรองรับแต่การกระโดด

จากชั้นสองก็ทำให้นางได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง

ข้อศอกและหัวเข่าเกิดรอยฟกช้ำหลายจุด ข้อเท้า

เคลื่อนไหวไม่ได้แล้ว เริ่มมีอาการปวดระบม

เจินจูรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย “ท่านไปพูดอะไร

ล่วงเกินใต้เท้าผู้บัญชาการแล้วใช่หรือไม่ บ่าวเห็น

เขาดึงท่านไปด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด บ่าวตกใจจน

ต้องรีบไปตามเสิ่นเลี่ยน…”

เหตุการณ์เมื่อครู่น่าตกใจเกินไป ยามนี้เมื่ออี๋หนิง

ได้เอนกายบนหมอนถึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง อี๋ห

นิงโคลงศีรษะ ก่อนเอ่ยถาม “พวกท่านปั้าทราบ

เรื่องหรือไม่”

“ท่านพาคนล่วงหน้ากลับไปแล้วเจ้าค่ะ น่าจะไม่

ทราบเรื่อง ทว่าเรื่องค่อนข้างใหญ่โต คงจะมีคน

ในจวี๋เต๋อจวงรู้เห็นแล้ว”

ยามนี้นางไม่มีเวลาสนใจผู้อื่นแล้ว จะอย่างไรก็สุด

แท้แต่คนเหล่านั้น อย่างน้อยก็ไม่มีผู้ใดเห็น

เหตุการณ์ภายในห้องว่าเป็นอย่างไร อี๋หนิงคิดถึง

คำพูดของลู่เจียเสวีย…เขาหมายความว่าอย่างไร

ทำให้คนรอบข้างต้องเดือดร้อน เขาหมายถึงผู้ใด

เขาคิดจะลงมือกับพี่ชายสามรึ หรือจะลงมือ

กับเว่ยหลิงบิดาของนาง

สำหรับอดีตภรรยาที่ถูกเขาสังหาร อดีตภรรยาผู้

ไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้ว่ามีตัวตน เหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้

จะบีบบังคับให้นางกลับไปด้วยจุดประสงค์ใด!

“บาดแผลนี้ของท่านจะอธิบายอย่างไร…” เจินจู

ลำบากใจ “เกรงว่าคงยากที่นายท่านเขยจะไม่

สังเกต”

“สั่งกำชับทุกคนที่มาวันนี้ว่าห้ามปริปากก็พอ”

หลัวอี๋หนิงไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ให้ผู้อื่นฟังอย่างไร

เป็นเพราะถูกบิดาบุญธรรมประทุษร้าย ดังนั้น

นางจึงถูกบีบคั้นให้กระโดดหอ หากปล่อยให้เรื่อง

แพร่งพรายออกไป ให้นางชิงผูกคอตายกับขื่อ

หลีกเลี่ยงไม่ให้ตระกูลเว่ยต้องพลอยเดือดร้อนไป

ด้วยจะดีเสียกว่า

คนทั้งกลุ่มเดินทางไปยังโรงหมอเพื่อทำแผล ก่อน

จะรีบกลับไปที่ตระกูลหลัว

เมื่อกลับถึงตระกูลหลัว สีฟั้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นมืด

ดำแล้ว เลยเวลามื้อเย็นแล้ว

หลัวเซิ่นหย่วนให้สาวใช้ชราเก็บมื้อเย็นไว้ให้นาง

อาหารถูกเก็บไว้ในหม้อนึ่งเพื่ออุ่นร้อน มีเนื้อนึ่ง

แปั้ง นกพิราบตุ๋นซานเย่า เนื้อวัวเส้นผัดพริก

หยวกและแตงกวาหั่นฝอยปรุงรสกับน้ำส้มหมัก

เปรี้ยว ทว่าอี๋หนิงไร้ซึ่งความอยากอาหาร นาง

ครุ่นคิดถึงการกระทำในระหว่างวันของตน

ช่วงเวลาที่เผชิญหน้ากับลู่เจียเสวีย สามารถกล่าว

ได้ว่านางช่างโง่เชลา นางเกลียดตัวเองที่หลายปี

มานี้ไม่ก้าวหน้าขึ้นสักเท่าไร ทว่าเรื่องโง่เขลาก็ทำ

ลงไปแล้ว ไร้หนทางแก้ไขแล้ว บัดนี้ลู่เจียเสวียเริ่ม

สงสัยในตัวนาง แล้วต่อจากนี้เขาอยากจะทำสิ่งใด

ต่อ

เทียนถูกจุดขึ้นภายในห้อง ปกติระหว่างมื้อ

อาหารมักเป็นอี๋หนิงที่เจื้อยแจ้วเจรจา หลัวเซิ่น

หย่วนเป็นผู้ฟัง ชีวิตประจำวันของอี๋หนิงเกิดเรื่อง

สัพเพเหระมากมาย หลัวอี๋อวี้เอย หลัวอี๋ซิ่วเอย

นางมักรวบรวมมาเล่าให้เขาฟัง บรรยากาศ

ระหว่างมื้ออาหารจึงมีชีวิตชีวาตลอดเวลา ส่วน

หลัวเซิ่นหย่วน เป็นเพราะความเคยชินที่เพาะบ่ม

มาตั้งแต่วัยเยาว์ ยามอยู่บนโต๊ะอาหาร หลัวเซิ่น

หย่วนจึงแทบไม่เคยปริปาก วันนี้เมื่อนางไม่พูด

บนโต๊ะจึงเหลือเพียงเสียงถ้วยชามกระทบกัน

“เพียงไปดื่มชา เหตุใดจึงล้มจนมีสภาพเช่นนี้”

หลัวเซิ่นหย่วนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ทั้งยัง

พันแผลได้น่าเกลียดนัก อีกครู่ไปเอาพวกยาทา

ผ้าพันแผลเข้ามา ข้าจะพันให้เจ้าใหม่”

“ข้าเห็นว่าผลทับทิมบนต้นงามนักจึงอยากเก็บ

กลับมาฝากพวกท่านสักหน่อย” อี๋หนิงเตรียมคำ

แก้ตัวไว้ล่วงหน้า “ข้านำกลับมาหลายตะกร้า

เชียว ท่านอยากกินหรือไม่”

หลัวเซิ่นหย่วนปรายตามองนาง “ต้องพันแผลจน

มีสภาพเยี่ยงนี้แล้วยังจะกินอีก ต่อไปไม่อนุญาต

ให้ไปกับหลัวอี๋ซิ่วแล้ว”

ครั้นนางยังเล็กก็ชอบขลุกอยู่กับหลัวอี๋ซิ่ว ทั้งยัง

มักเกิดเรื่องอยู่เป็นนิจ หลัวเซิ่นหย่วนไม่ค่อยชอบ

หลัวอี๋ซิ่วสักเท่าไร เหตุใดออกเรือนแล้วยังกลับมา

อยู่ที่บ้านมารดาอีก อีกฝั่ายควรกลับไปบ้านสามี

ได้แล้ว มิเช่นนั้นผู้อื่นจะมองอย่างไร “พรุ่งนี้ข้า

จะไปพูดกับท่านลุงให้เชิญคนตระกูลจูมารับนาง

กลับไป”

“พรุ่งนี้นางก็จะกลับไปเองแล้ว!” อี๋หนิงทำได้

เพียงดึงแขนของเขาไว้แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ท่านอย่าโกรธเลย ภายหลังข้าระวังเสียหน่อยก็

สิ้นเรื่องแล้ว อันที่จริงแค่บาดแผลบนผิวหนัง

เท่านั้น ไม่ได้บาดเจ็บถึงเอ็นถึงกระดูก”

หลัวเซิ่นหย่วนเห็นนางไร้ความอยากอาหารก็วาง

ตะเกียบลง ก่อนจะเรียกคนมาเก็บโต๊ะ

เขายกขาที่ได้รับบาดเจ็บข้างนั้นของนางมาวาง

บนเข่าตน เลิกชายกระโปรงของนางขึ้นเล็กน้อย

จากนั้นจึงบีบคลึงข้อเท้าของนาง อี๋หนิงปวดจน

หน้าเปลี่ยนสี ร้องครวญครางออกมา เขาเงยหน้า

มองนาง เอ่ยถามด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

“เจ็บเพียงผิวภายนอก…รึ”

อี๋หนิงเพียงกล่าวว่า “คราหน้ามิกล้าแล้วเจ้าค่ะ”

เขาเห็นนางน่าสงสารจึงลูบศีรษะนางปลอบ

ประโลม “เอาล่ะ ไม่เจ็บแล้ว”

สาวใช้นำผ้าพันแผลมาแล้ว เขาพันให้นางใหม่

พันได้สวยงามน่ามองประหนึ่งบ๊ะจ่างลูกเล็กๆ ที่

ถูกห่ออย่างพิถีพิถัน

“พี่ชายสาม ท่านเรียนรู้ทักษะนี้มาจากที่ใด” อี๋ห

นิงยกเท้าขึ้นดู สวยงามจริงๆ เขาใช้ชีวิตอย่าง

เคร่งครัด พู่กันภายในห้องหนังสือต้องจัดวางเรียง

ไปในทิศทางเดียวกัน หนังสือต้องจัดเรียงตาม

ประเภท แม้แต่การพันบาดแผลก็ใช่

“เอาคำกล่าวมาจากที่ใดเยอะแยะ” หลัวเซิ่นหย่

วนวางนางลงบนเตียง “สองสามวันนี้พักฟืนให้ดี

อย่าได้เคลื่อนไหว รู้หรือไม่”

“เจ้าค่ะ” นางย่อมตอบรับเขาอย่างเชื่อฟัง

“ประสบเรื่องยุ่งยากใด เจ้าสามารถบอกกล่าวข้า

ได้” หลัวเซิ่นหย่วนสำทับขึ้นอีกประโยค “บัดนี้

ข้าเป็นสามีของเจ้าแล้ว มีเรื่องอะไรข้าย่อมช่วย

เจ้าแก้ไข”

นางกินพริกหยวกที่ไม่ชอบไปหลายชิ้น ทว่ากลับ

ไม่ยอมคีบเนื้อนึ่งแปั้งของโปรดอยู่หลายครา

ตะเกียบของนางไม่ได้คีบอาหารชนิดอื่นนอกจาก

พริกหยวกสักครั้ง เพียงเพราะพริกหยวกจานนั้น

อยู่ใกล้นางมากที่สุด นางต้องมีเรื่องในใจเป็นแน่

“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” อี๋หนิงกล่าว “เพียงดูการ

แสดงจนรู้สึกเหนื่อยเท่านั้น”

รอจนถึงช่วงเข้านอนในเวลากลางคืน ด้านนอก

ดับเทียนแล้ว มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องผ่านบาน

หน้าต่างกระดาษเข้ามา อี๋หนิงมองไปยังมุ้งแขวน

ด้านบน มองเชือกถักมงคลที่ห้อยอยู่บริเวณทั้งสี่

มุม นางครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนหันไปกล่าวว่า

“พี่ชายสาม ท่าน…สนิทคุ้นเคยกับลู่เจียเสวีย

หรือไม่”

หลัวเซิ่นหย่วนนอนอยู่ด้านนอก ทั้งสองคนห่าง

กันเพียงหนึ่งฉื่อ เขาลืมตาขึ้น “มีอันใดรึ”

อี๋หนิงพูดต่อ “ก็ไม่มีอะไร ข้าเพียงรู้สึกว่าคนผู้นี้

น่ากลัวเหลือเกิน…” นางไม่อยากทำให้หลัวเซิ่น

หย่วนต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย หากลู่เจียเสวีย

สร้างความลำบากให้เขาจริง ก็มีความเป็นไปได้ที่

นางจะไปร้องขอความเมตตาจากลู่เจียเสวีย

“ข้าคุ้นเคยกับเขาอย่างยิ่ง” หลัวเซิ่นหย่วน

หลับตาลงอีกครั้ง “เจ้าอย่าได้เอาแต่ครุ่นคิดเรื่อง

นี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

อย่าได้กังวล”

อี๋หนิงถึงได้หันกลับมา นางเอื้อมมือไปจับมือของ

หลัวเซิ่นหย่วนเอาไว้ เขาปล่อยให้นางกุมมือ ผ่าน

ไปครู่หนึ่งเมื่อหันไปมองก็พบว่านางดำดิ่งสู่ห้วง

นิทราแล้ว เขาดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดเพื่อให้นาง

หลับสบายยิ่งขึ้น

นางพบลู่เจียเสวียที่จวี๋เต๋อจวง แท้จริงแล้วเกิด

เรื่องอะไรขึ้นกันแน่

….ถึงทำให้นางตกอยู่ในภวังค์เช่นนี้

จวนหนิงหย่วนโหวมิใช่ผู้ก่อตั้งแว่นแคว้น แต่มี

คุณงามความดีอันโดดเด่นในการทำสงครามของ

อ๋องเหลียวที่ผิงติ้ง บรรพบุรุษของตระกูลลู่จึงได้

อวยบรรดาศักดิ์เป็นท่านโหว แต่ผู้ที่ทำให้จวนห

นิงหย่วนโหวขึ้นเป็นตระกูลขุนนางอันดับหนึ่งโดย

แท้จริงก็คือลู่เจียเสวีย ตั้งแต่การบุกทำสงครามที่

อาณาเขตเหนือจนถึงการสนับสนุนฮ่องเต้ขึ้น

ครองบัลลังก์ คุณงามความดีในการทำสงคราม

ขจรขจาย ทำให้จวนหนิงหย่วนโหวมีชื่อเสียง

ยิ่งใหญ่เป็นหนึ่งในใต้หล้า

ทว่าลู่เจียเสวียมิใช่คนชอบเสพสุข จวนหนิงหย่วน

โหวจึงไม่ได้ขยับขยายให้กว้างขวาง มีเพียง

บรรดาสาวใช้สาวใช้ชรา นานมาแล้วมีคนส่ง

โฉมงามมาให้เขา ทว่าเขากลับปฏิเสธไม่ยอมรับ

ไว้ หลายปีมานี้จึงไม่มีคนส่งโฉมงามให้เขาอีก

จำนวนคนฝังบูรพาของจวนหนิงหย่วนโหวจึงร่อย

หรอลงทุกวัน

เซี่ยหมิ่นถูกคนของลู่เจียเสวียเชิญตัวมายังห้อง

โถงกลางของฝังบูรพา ที่นี่ไม่มีสิ่งใดต่างไปจาก

หลายปีก่อน ต้นนวี่เจินตรงประตูห้องโถง ทหาร

องครักษ์ที่คุ้นกันหนาแน่น นางกระทั่งคิดถึง

เรื่องราวในหลายปีก่อนขึ้นอีกครั้ง ยามที่ลู่เจียเส

วียถือกระบี่เข้ามาภายในจวน กลิ่นของต้นนวี่เจิน

หอมตลบอบอวล เลือดหยดจากปลายกระบี่ ยังมี

ศีรษะของสามีนางที่กลิ้งหลุนๆ มาหยุดข้างกาย

นาง

กระทั่งก่อนตาย ลู่เจียหรันก็คงไม่เคยคาดคิดว่า

น้องชายจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ คนที่

หัวเราะสรวลเสเฮฮาไร้ยางอายอยู่เป็นนิจ

น้องชายผู้โง่เขลาคนนั้น

กระบี่ในมือลู่เจียเสวียฟันศีรษะของเขาอย่างไร้

ความปรานี

ลู่เจียเสวียปักกระบี่ลงดินพร้อมกับคุกเข่า

เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วไม้จันทน์แดง ยามนั้น

ท่านผู้เฒ่าหนิงหย่วนโหวยังมีชีวิต เขาโมโหจนทั้ง

ร่างสั่นสะท้าน เจ้าคนเลือดเย็นไร้หัวใจ! ลู่เจียเส

วียซุ่มปกปิดตัวตนอยู่แรมปีก็เพื่อกำจัดพี่ชาย!

เขาอยากฆ่าลู่เจียเสวียจึงชักกระบี่ออกมา เตรียม

จะแทงไป ทว่าลู่เจียเสวียกลับคลี่ยิ้มออกมาแล้ว

ตวัดกระบี่รับไว้ ภายในไม่กี่กระบวนท่า นายท่าน

ผู้เฒ่าก็ถูกสกัดคุมตัว คนด้านนอกล้วนเป็นคน

ของลู่เจียเสวีย

ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นโลหิต

เซี่ยหมิ่นเห็นชัดเจนถึงภาพสามีที่กำลังเบิกตา

กว้าง เลือดหลั่งรินออกมาจากรอยแผลฟันศีรษะ

ดังนั้นทุกครั้งที่นางเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้ ทั้งที่ยัง

ไม่ทันทำอะไร ร่างกายก็เริ่มสั่นเทาแล้ว รู้สึกทั้ง

หวาดกลัวและโกรธแค้น นางเป็นเพียงสตรีใน

ห้องหอคนหนึ่ง ต่อให้เฉลียวฉลาดมากแผนการ

เพียงใดก็ทนเห็นภาพสามีตนถูกผู้อื่นตัดศีรษะต่อ

หน้าไม่ได้ ที่นางยังไม่เสียสติก็นับว่ามีจิตใจ

เข้มแข็งเกินพอแล้ว

น้อยครั้งที่ลู่เจียเสวียจะต้องการพบนาง นอกเสีย

จากเขาต้องการของสิ่งใดจากนางจึงจะพบนาง

ที่นี่ ณ สถานที่แห่งนี้อารมณ์ของนางจะอ่อนไหว

มากที่สุดจึงถูกเขายั่วยุได้ง่าย

เซี่ยหมิ่นก้าวขึ้นบันได นางเห็นลู่เจียเสวียนั่งอยู่ใน

ห้องโถง ทั้งสองด้านล้วนเป็นองครักษ์คนสนิท

ของเขา

เซี่ยหมิ่นสังเกตได้ว่าสภาพการณ์ของลู่เจียเสวีย

ไม่ปกติอย่างยิ่ง ต่างจากกลิ่นอายสบายอารมณ์

ราวกับทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมเหมือนเช่นที่

ผ่านมา บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดดุจไร้

อากาศ ผู้ดูแลหลายคนยืนกุมมือ ปิดปากเงียบ

ร่างกายสั่นเทา ลู่เจียเสวียวางของในมือลงอย่าง

เนิบช้า เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นนางจึงปริปาก

“ในเมื่อมาแล้วก็นั่งลงเถิด พี่สะใภ้”

เซี่ยหมิ่นกำมีดเล็กในแขนเสื้อ สีหน้าตึงเครียด

“เจ้าจะทำอะไรอีก” น้ำเสียงเย็นชารังเกียจอย่าง

ยิ่งยวด “ในมือข้าไม่มีสิ่งที่เจ้าต้องการแล้ว “

“ข้ารู้” ลู่เจียเสวียกล่าว “ข้าได้ยินว่าวันนี้พี่สะใภ้

ไปดื่มชาที่จวี๋เต๋อจวง”

ครั้นเซี่ยหมิ่นได้ยินเช่นนี้ ดวงตาก็เปล่งประกาย

วาบ เขาอยากจะพูดอะไร

“ข้าเพียงไปชมการแสดง คงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ

ท่านโหวกระมัง” เซี่ยหมิ่นให้สาวใช้ประคองมือ

หันหลังจะก้าวจากไป “ทากท่านโหวเพียง

ต้องการถามเรื่องนี้ เกรงว่าข้าคงไม่อาจอยู่เป็น

เพื่อนแล้ว”

“ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงสังหารลู่เจียหรัน แต่

ไม่สังหารท่าน” เสียงของลู่เจียเสวียดังขึ้นจาก

ด้านหลังนาง

เซี่ยหมิ่นไม่ได้หันกลับ นางลืมตามองความมืดมิด

ของราตรี ผืนฟั้าประหนึ่งดวงเนตรดำขนาดมหึมา

ก่อให้นางรู้สึกเจ็บปวด ทว่าก็ด้านชาราวกับกำลัง

จมน้ำ

“ลู่เจียหรันไม่รักท่าน ท่านตายไปเขาก็ไม่รู้สึก

อะไร สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดก็คืออำนาจ

ดังนั้นข้าถึงได้แย่งชิงอำนาจของเขา แต่หากข้า

สังหารท่าน นั่นจะเป็นเรื่องประจวบเหมาะ ช่วย

ส่งเสริมพิธีบูชายัญความรักระหว่างท่านกับเขา

ข้าอยากให้ท่านมีชีวิตต่อไปเพื่อจะได้รู้ซึ้งถึง

รสชาติความทรมานของการต้องมีชีวิตเพียงลำพัง

ท่านจะต้องค่อยๆ ทนทุกข์ทรมานจนตาย”

เซี่ยหมิ่นบีบมือสาวใช้แน่น นางหันกลับไป ก้าว

ไปเบื้องหน้าเขาอย่างรวดเร็วอย่างไม่อาจสะกด

กลั้นอารมณ์ “เจ้ามันคนเสียสติ! ข้าจะมีชีวิตเพื่อ

ดูเจ้ารับผลกรรม เจ้าสัตว์เดรัจฉานเลือดเย็น ไร้

ความปรานี เจ้าฆ่าพี่ชายของเจ้า ฆ่าภรรยาของ

เจ้า ช้าเร็วเจ้าต้องได้รับผลกรรมแน่นอน!”

ลู่เจียเสวียยิ้มหยัน “พี่สะใภ้ ข้าวสามารถกินสุ่มสี่

สุ่มห้าได้ แต่วาจาจะกล่าวพล่อยๆ มิได้ พี่ชาย

ใหญ่ถูกโจรสังหาร ส่วนภรรยาของข้าถูกท่านทำ

ร้ายจนถึงแก่ความตาย”

“ท่านรู้ว่าข้าให้ความสำคัญแก่นาง ท่านฉลาดถึง

เพียงนี้ จะมองไม่ออกหรือว่าที่ข้าสามารถแต่งรับ

นางมาเป็นภรรยาได้ล้วนเป็นเพราะการวางแผน

ของข้า มีเพียงตัวนางเท่านั้นที่ไม่เคยล่วงรู้ ข้ากับ

ลู่เจียหรันแก่งแย่งอำนาจกัน การที่ท่านเชิญนาง

ไปเที่ยวชมธรรมชาติ มิใช่เพราะต้องการใช้นาง

มาข่มขู่ข้าหรอกหรือ รอจนเมื่อข้าไปถึง สาวใช้

ของท่านก็ผลักนางตกหน้าผาไปแล้ว ข้าโบยสาว

ใช้ผู้นั้นจนตายและแยกร่างให้สุนัขกิน! แต่นางก็

ไม่สามารถฟืนกลับมาได้แล้ว”

คนผู้นั้นคือจุดอ่อนโยนและผ่อนคลายที่สุดในใจ

เขา การเลินเล่อเพียงชั่วครู่ทำให้จุดนั้นหายลับไป

จากมือ แล้วเขาจะไม่สิ้นหวังได้อย่างไร

บนใบหน้าของเซี่ยหมิ่นปรากฏรอยยิ้มสิ้นหวัง

“ข้าไม่เคยอยากสังหารนาง! แต่เจ้ากลับกล่าวว่า

ข้าเป็นคนฆ่าเพื่อจะได้สร้างความลำบากให้ข้ากับ

ลู่เจียหรัน ผู้อื่นอาจไม่รู้ แต่ข้าจะไม่เข้าใจเจ้าหรือ

ลู่เจียเสวีย ข้ามีความผิดจริง ข้าไม่ควรคิดจะใช้

นางเป็นตัวประกัน ทว่าเจ้าเองก็รู้เรื่องราวเหล่านี้

แต่กลับปล่อยตามน้ำ นางต้องไม่วันอภัยให้เจ้า

ข้าขอบอกเจ้าอย่างแสบทรวงที่สุด ต่อให้นางยังมี

ชีวิต พวกเจ้าก็ไม่มีทางเป็นไปได้! ลู่เจียเสวีย นี่ก็

คือผลกรรมของเจ้า!”

ลู่เจียเสวียเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะดังลั่น

“เพราะว่าบัดนี้นางเป็นภรรยาของผู้อื่นไปแล้ว ที่

สำคัญยังนับถือข้าเป็นบิดาบุญธรรมด้วยใช่

หรือไม่”

เซี่ยหมิ่นตะลึงงันประหนึ่งถูกสาดด้วยน้ำเย็น นี่

ลู่เจียเสวียกำลังหลอกล่อนางหรือ

นางคิดว่าคนผู้นั้นคืออี๋หนิงกลับชาติมาเกิด นาง

ละอายต่ออี๋หนิง หากไม่ใช่เพราะตน อี๋หนิงคงไม่

ต้องตายโดยไร้ความผิด ในเมื่ออี๋หนิงกลับชาติมา

เกิดใหม่แล้วก็ควรตัดขาดจากเรื่องราวในภพชาติ

ที่แล้ว อี๋หนิงควรมีชีวิตที่ดี จะถูกลากเข้าสู่

สถานที่เน่าเหม็นเช่นจวนหนิงหย่วนโหว สถานที่

ที่มีแต่ความอึดอัดดำมืด พาให้คนอยากอาเจียน

เช่นนี้ไม่ได้!

“ข้าให้คนตรวจสอบแล้ว เจ้าเคยไปดูการแสดงที่

เสียงอวิ๋น น้อยครั้งที่เจ้าจะออกจากจวน ครานั้น

เจ้านัดนางสนทนาเป็นการส่วนตัว” น้ำเสียงของ

ลู่เจียเสวียไร้อารมณ์ “ตั้งแต่วันนั้น เจ้าก็เริ่มจับ

ตามองจวนตระกูลหลัว เจ้าเคยส่งจดหมายสอง

สามฉบับ ทว่าจดหมายของเจ้าไม่เคยถูกส่งเข้าไป

เพราะหลัวเซิ่นหย่วนให้คนตรวจสอบจดหมายทุก

ฉบับที่ส่งเข้าไปในตระกูลหลัว ซึ่งโดยปกติย่อมไม่

ถึงมือนาง ที่จดหมายฉบับแรกของเจ้าสามารถส่ง

ถึงมือนางได้คงเป็นเพราะโชคช่วยทั้งสิ้น”

“เจ้าอยากพบนางอีกครั้ง แต่นางกลับมีอุปนิสัย

เกียจคร้านไม่ชอบออกจากจวน ต่อให้ออกจาก

จวนก็มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูล

ขุนนาง หากเจ้าออกไปจะเป็นการดึงดูดความ

สนใจจากผู้อื่น ดังนั้นเมื่อได้ยินว่านางไปยังจวี๋

เต๋อจวง เจ้าจึงเร่งตามไป แต่เจ้าไม่รู้ว่าข้าก็อยู่ที่

นั่นด้วย”

“นางยังคงโง่เขลาถึงเพียงนั้น เปิดเผยตัวตนกับ

เจ้าจนได้” ลู่เจียเสวียสงบนิ่งอย่างยิ่ง ทว่ามือซึ่ง

จับที่วางแขนบีบแน่นประหนึ่งคีมเหล็ก กระทั่ง

คล้ายกับมีเสียงกร๊อบดังออกมาจากที่วางแขน

“นางไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น!” เซี่ยหมิ่นโต้กลับอย่าง

ไม่อาจหักห้าม “เจ้าอย่าได้ไปรบกวนนางอีก นาง

ไม่ใช่หลัวอี๋หนิงผู้นั้นแล้ว เจ้าให้นางมีชีวิตสงบสุข

ของตัวเองมิได้หรือ!”

“ส่งฮูหยินกลับไป” ลู่เจียเสวียโบกมือ

เขาลุกขึ้น อันที่จริงเขายังไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร

ว่าเป็นนาง ทว่าบัดนี้เขาค่อยๆ มั่นใจขึ้นแล้ว

อารมณ์พลุ่งพล่านในใจยิ่งนานก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้น

เรื่อยๆ

เซี่ยหมิ่นแทบจะทิ้งตัวคุกเข่าลงต่อหน้าเขา นาง

สะอื้นไห้ไม่เป็นศัพท์ “เจ้าทำร้ายลู่เจียหรัน ทั้งยัง

ทำร้ายลูกของข้า เจ้าปล่อยนางไปเถิด นางไม่มี

ความเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้าแล้ว…ยามนี้นางมีชีวิต

ที่มีความสุข มีคนคอยปกปั้องนางรักนาง เหตุใด

เจ้าจึงยืนกรานจะไปรบกวนนางให้จงได้!”

ลู่เจียเสวียกำหมัดแน่น เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยว

กราด “หุบปาก! นางคือภรรยาของข้า ข้าไม่เคย

พูดว่าอยากจะหย่ากับนาง ไม่เคยกล่าวว่าอยาก

แยกกับนาง นางยังเป็นฮูหยินโหวแห่งตระกูลลู่!”

ครั้นได้รับรู้เรื่องนี้ เขาก็แทบสะกดกลั้นอารมณ์ที่

ข่มกลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว

หลัวอี๋หนิงหลอกเขา ทุกคนปิดบังเขา ดีมาก

ประเสริฐยิ่งนัก!

“แต่นางแต่งงานกับผู้อื่นแล้ว…” เซี่ยหมิ่น

พยายามกำจัดความคิดเหล่านั้นของเขา

“พี่สะใภ้ ท่านคิดผิดเรื่องหนึ่ง” ลู่เจียเสวียแค่น

เสียงหัวเราะออกมา “ต่อให้บัดนี้นางจะตกอยู่ใน

มือของผู้อื่น หากข้าต้องการให้นางเป็นของข้า ข้า

ก็สามารถจัดการได้ทุกเมื่อ ท่านคิดว่าตำแหน่งผู้

บัญชาการตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาไม่มีประโยชน์

อันใดหรือ”

เซี่ยหมิ่นตัวอ่อนยวบ ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น ความ

หยิ่งทะนงของนางทำให้นางไม่สามารถกล่าว

วาจาวิงวอนผู้อื่นได้ นางหลับตาลงและแหงนหน้า

ขึ้น เป็นนางที่ทำให้หลัวอี๋หนิงต้องประสบความ

เดือดร้อน…เป็นนาง หลังค้นพบว่าอี๋หนิงคือคนผู้

นั้น นางก็ควรคิดว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เหตุใดยังต้องไปติดต่อกับอีกฝั่ายอีก

สาวใช้ประคองเซี่ยหมิ่นขึ้น นางออกไปจากห้อง

โถงหน้าด้วยฝีเท้าซวนเซ ทุกย่างก้าวใต้ฝั่าเท้าราว

กับมีเงามืดทอดยาว แม้แต่สาวใช้ก็ยังไม่สามารถ

ประคองนางให้เดินอย่างมั่นคง เซี่ยหมิ่นน้ำตาริน

ไหลไม่หยุด

สาวใช้พลอยร้องไห้ไปด้วย “ฮูหยิน อย่าเสียใจไป

เลยเจ้าค่ะ ล้วนผ่านไปแล้ว…ล้วนผ่านไปแล้ว…”

บรรยากาศในเรือนหน้าเงียบสงัดอยู่เนิ่นนาน

ลู่เจียเสวียกล่าวกับผู้ใต้บัญชา “ข้าอยากพบ

หลัวเซิ่นหย่วน”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 149"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
19/06/2026
novelpdfrh4
ท่านบัณฑิตเจ้าขา… ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน!
19/06/2026
QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.