Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 151

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 151
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

“ที่เชิญท่านมาครานี้ก็เพราะอยากหารือกับใต้เท้า

หลัวเรื่องการเดินทางไปซานซีของข้า” ลู่เจียเสวีย

ยกกาน้ำชาขึ้น รินชาให้เขาด้วยตัวเอง “ใต้เท้า

หลัวมีเส้นสายที่ซานซีมากมาย เห็นทีคงรู้เรื่องที่

ข้าสังหารเจิงหางแล้ว ที่สำคัญฮ่องเต้ยังทรงส่ง

ทหารไปกวาดล้างครอบครัวเขาที่ต้าถงแล้ว ไม่

ทราบว่าใต้เท้าหลัวจะพอโล่งใจบ้างหรือไม่”

หลัวเซิ่นหย่วนจิบน้ำชา ตั้งแต่สายข่าวตาย เขาก็

คาดเดาได้ว่าลู่เจียเสวียต้องสืบพบแล้ว พวกนั้นโง่

เขลาดุจหมู กล้าเคลื่อนไหวในขณะที่ลู่เจียเสวีย

ยังอยู่ในต้าถง แต่อย่างไรลู่เจียเสวียก็ไร้หลักฐาน

ในมือ จดหมายที่เขากับเจิงหางเขียนหากันถูก

ทำลายแล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดว่ากลยุทธ์รั้งทัพ

เพื่อสังเกตการณ์เป็นวิธีการที่ดีที่สุด

ลู่เจียเสวียเป็นคนฉลาด ความสัมพันธ์ระหว่างเขา

กับวั่งหย่วนไม่ลึกซึ้งนัก เขาไม่มีทางทุ่มทุนวางกล

อุบายเพื่อกลั่นแกล้งอีกฝั่าย นี่เป็นเรื่องไร้ความ

จำเป็นใดๆ

ทว่ายามนี้ หรือว่าลู่เจียเสวียจะเปลี่ยนความตั้งใจ

แล้ว

หลัวเซิ่นหย่วนแสร้งเบี่ยงประเด็น “ข้าน้อยย่อม

โล่งใจ คนที่สมรู้ร่วมคิดกับศัตรูทรยศแว่นแคว้น

ถูกใต้เท้าสืบหาตัวพบ ชายแดนย่อมสงบสุข นี่

นับเป็นผลงานของท่านผู้บัญชาการ”

ลู่เจียเสวียกล่าว “ ใต้เท้าหลัวไม่ต้องระแวดระวัง

ไป ข้าชื่นชมในตัวท่านนัก ท่านเหมือนข้าในวัย

หนุ่ม ข้ากระทั่งอยากสนับสนุนท่าน”

ขุนนางฝั่ายบุ๋นที่ลู่เจียเสวียตั้งใจบ่มเพาะคือเฉิง

หลาง ทว่าหลังจากเฉิงหลางหนีจากการควบคุม

ของเขา เขาก็ไม่ได้สนับสนุนเฉิงหลางเท่าไรอีก

หลัวเซิ่นหย่วนนิ่งเงียบ

นอกหน้าต่างมีลมกระโชกแรง ในที่สุดฝนก็ตกลง

มา หยาดฝนเทลงมาอย่างรวดเร็ว กระทบเข้ากับ

ซี่หน้าต่าง ลานกลางเรือนเต็มไปด้วยชั้นหมอก

หนา ไม่นานน้ำฝนก็รวมตัวเป็นสายธารเล็กๆ

ขับให้บรรยากาศภายในห้องยิ่งเงียบสงัด

“ข้าต้องการของสิ่งหนึ่งจากใต้เท้าหลัว หากใต้

เท้าหลัวยินดีมอบออกมา ต่อไปข้าจะสนับสนุน

ท่านอย่างเต็มกำลัง ให้ท่านได้นั่งในตำแหน่งท่าน

เจ้ากรมก้าวเข้าสู่เน่ยเก๋อ”

“เพียงใต้เท้าหลัวยินดีมอบหนังสือหย่าฉบับหนึ่ง

ออกมา” ในที่สุดลู่เจียเสวียก็ค่อยๆ เผย

จุดประสงค์ของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ออกมา เขา

กล่าวเสียงเบา “ข้าต้องการภรรยาของใต้เท้าหลัว

หลัวอี๋หนิง”

เขาหันหน้ากลับไป ใบหน้าหล่อเหลาไร้ร่องรอย

โอนอ่อน ไม่เห็นหลัวเซิ่นหย่วนอยู่ในสายตา

เพราะเขาคิดว่าหลัวเซิ่นหย่วนไม่คู่ควร

หลัวเซิ่นหย่วนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา “ช่าง

ไม่ประจวบเหมาะเอาเสียเลย หากใต้เท้าลู่กล่าว

ว่าต้องการแขนขาของสหายร่วมงาน หรือกระทั่ง

ชีวิตของบิดาข้า ไม่แน่ข้าอาจตรึกตรองดู

เพียงแต่ข้าน้อยไม่มีวันมอบภรรยาให้ผู้อื่น”

“อันที่จริงข้าน้อยไร้ความคิดร่วมมือกับใต้เท้า

การร่วมมือกับใต้เท้าลู่ต้องมีความสัมพันธ์อันแน่น

แฟั้นกับท่าน มิเช่นนั้นอาจถูกท่านทอดทิ้งได้

ภรรยาของข้าน้อยยังรออยู่ที่บ้าน วันนี้คงต้องขอ

ตัวก่อน”

กล่าวจบก็ประสานมือเดินจากไป ที่ด้านนอกมีคน

กางร่มรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

“เช่นนั้นใต้เท้าหลัวต้องระวังตัวแล้ว สถานการณ์

ในราชสำนักเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไร้ซึ่ง

ความแน่นอน” ลู่เจียเสวียกล่าว

หลัวเซิ่นหย่วนชะงักเพียงชั่วครู่ ก่อนจะคลี่ยิ้ม

ออกมา ลู่เจียเสวียกำลังข่มขู่เขารึ ลู่เจียเสวียถึง

ขั้นข่มขู่เขา ความสัมพันธ์ระหว่างอี๋หนิงกับลู่เจีย

เสวียคงไม่ธรรมดา…เขาเดินออกจากจวนผู้

บัญชาการโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ลู่เจียเสวียคิดไม่ถึงว่าหลัวเซิ่นหย่วนจะปฏิเสธ

เขาไม่คาดคิดว่าขุนนางที่สนใจแต่หน้าที่การงาน

จะมีความรู้สึก

ฝนเทกระหน่ำ ลู่เจียเสวียมองพายุฝนด้านนอก

พยายามข่มอารมณ์บ้าคลั่งที่ซ่อนเร้นนั่นลงไปอีก

ครั้ง หลายปีแล้วที่ยามโพล้เพล้ไม่มีคนมายืนรอ

รับเขาตรงประตู ไม่มีคนมาคอยไถ่ถามว่าโจ๊กร้อน

หรือไม่ เขาก้าวผ่านสายธารโลหิตเพียงลำพังนาน

แรมปี ในที่สุดก็มีวันนี้ที่เขาตะครุบหางของนางไว้

ได้ และเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยมือ

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็จะไม่สนใจสิ่งใดแล้ว

พายุฝนทำให้หลัวอี๋หนิงกังวลอย่างมาก กอปรกับ

หลัวเซิ่นหย่วนยังไม่กลับมาสักที

บนตั่งอุ่นขนาดใหญ่ข้างหน้าต่าง หนานเกอร์

กำลังง่วนอยู่กับของเล่น ตัวต่อปริศนาเจ็ดแผ่น

หมอนรูปเสือ ชุดตุ๊กตา เขาโก่งก้นน้อยๆ ดันแผ่น

ตัวปริศนาไปมา สักพักก็กลับมาทำตัวแนบติดกับ

อี๋หนิงอย่างรักใคร่ประหนึ่งเติบโตบนร่างนาง มือ

เล็กดุจรากบัวโอบรอบลำคอนางไว้ ขานเรียกว่า

พี่สาวไม่หยุด

อี๋หนิงจับก้นน้อยๆ ของเขา ถูกเขาหอมจน

หัวเราะไม่หยุด “หนานเกอร์ หากเจ้าขยับอีกจะ

ตกลงไปแล้วนะ!”

หลินไห่หรูยอมจำนนต่อบุตรชายของตนแล้ว นาง

สั่งสอนอย่างไรก็ไม่จำเสียที นางอดบีบจมูกเล็กๆ

ของเขาไม่ได้ “หากพี่ชายสามของเจ้าได้ยิน เจ้า

ต้องโดนตีก้นเป็นแน่”

หนานเกอร์มึนงงกับการกระทำของมารดา หลิน

ไห่หรูผุดเสียงหัวเราะออกมา รู้สึกว่าบุตรชายช่าง

น่าขันนัก

อี๋หนิงลูบศีรษะของหนานเกอร์ สัมผัสได้ถึงความ

อ่อนโยนอย่างยิ่งยวด เป็นนางที่ปกปั้องเด็กคนนี้

จนมีชีวิตรอดปลอดภัยหนานเกอร์

ชาติภพที่แล้วนางไร้บุตร ไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึง

ความรู้สึกของการเป็นมารดา

อี๋หนิงกล่าวลาหลินไห่หรู หลัวเซิ่นหย่วนยังไม่

กลับมา จิตใจนางจึงยังคงกระสับกระส่าย

อี๋หนิงกางร่ม เตรียมออกไปรอเขาที่กำแพงบัง

รัศมีด้วยตนเอง

ทว่าเมื่อเดินไปได้เพียงครึ่งทางก็พบกับเขา ทันที

ที่หลัวเซิ่นหย่วนเห็นนางคิ้วก็ขมวดมุ่น

“เหลวไหลเสียจริง ด้านนอกฝนตกแรงถึงเพียง

นี้!” แผลที่เท้าของนางยังไม่หายดี วิ่งออกมาข้าง

นอกทำอะไร!

เขารับร่มมากางให้นาง ก่อนโอบนางไว้แล้วเดิน

เข้าไปในเฉลียงทางเดิน รอจนเข้าไปในห้องแล้ว

อี๋หนิงจึงพบว่าแผ่นหลังและบ่าของเขาเปียกชื้น

ไปด้วยน้ำฝน หลัวเซิ่นหย่วนเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ในห้องอาบน้ำ พอออกมาก็พบนางกำลังนั่งขัดตะ

หมาดอยู่ข้างโต๊ะ พินิจมองกระดานหมาก

อี๋หนิงเห็นเขาสวมเสื้อเพียงชั้นเดียว

ภาพยามเช้ายังกระจ่างชัด ครั้นเห็นแผงอกแน่น

ขนัด นางก็เบนสายตาแล้วเอ่ยถาม “พี่ชายสาม

เหตุใดวันนี้ท่านจึงกลับค่ำนัก”

หลัวเซิ่นหย่วนนั่งลงตรงข้ามนาง “เพิ่งเสร็จ

ภารกิจที่กรมโยธา มีงานมากมายต้องสะสาง”

เขาหยิบหมากสีขาวขึ้น ไม่ได้ตรึกตรองอะไรนักก็

วางลงไป ทำลายสถานการณ์หมากที่กำลังจนมุม

ของอี๋หนิงได้อย่างง่ายดาย เขาเอ่ยถามนาง

“กำลังคิดสิ่งนี้อยู่หรือ”

อี๋หนิงส่ายศีรษะ นางเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอก

ประตู พายุฝนยังคงโหมกระหน่ำ ท้องฟั้ามืดสนิท

แสงเทียนที่จุดภายในห้องส่องลงบนร่างเขา เงา

สูงใหญ่ทอดยาวมาถึงเบื้องหน้านาง ราวกับเขา

กำลังยืนอยู่ตรงหน้า บังลมฝนไว้ด้านนอกอย่าง

เงียบสงัดไร้สุ้มเสียง ทว่ากลับให้ความรู้สึกสงบ

มั่นคง

“ข้าให้สาวใช้เก็บมื้อเย็นไว้ให้ท่าน ท่านไม่กลับมา

เสียที ข้าหิวจึงกินไปก่อนแล้ว” อี๋หนิงให้สาวใช้

ยกอาหารเข้ามา

หลัวเซิ่นหย่วนโคลงศีรษะ เขานิ่งไปชั่วครู่ ก่อน

เอ่ยถามนาง “อี๋หนิง เมื่อวานที่หอสุราจวี๋เต๋อจวง

เจ้าได้พบกับลู่เจียเสวียใช่หรือไม่”

มือของอี๋หนิงที่กำลังเก็บหมากบนกระดานพลัน

ชะงัก

เมื่อวานแค่เขาไม่ได้ตามนางไปด้วยก็ก่อให้เกิด

เรื่องวุ่นวายใหญ่โตถึงเพียงนี้ เพียงมองก็รู้ว่าท่าที

ที่ลู่เจียเสวียมีต่ออี๋หนิงไม่ปกติ ด้วยอุปนิสัยของ

นาง นางจะปีนต้นไม้เพื่อขึ้นไปเก็บผลทับทิมได้

อย่างไร ต้องมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นถึงได้

ตกมาจากที่สูง

เมื่อวานเขารู้แล้ว เพียงแต่ไม่ได้เปิดโปงนาง

เท่านั้น

“เขาทำอะไรเจ้า เจ้าถึงได้ต้องกระโดดลงจากหอ

เขาเป็นบิดาบุญธรรมของเจ้า แต่กลับทำเรื่องผิด

ต่อหลักจริยธรรมหรือ” หลัวเซิ่นหย่วนถามต่อ

เขาเดาได้อย่างไร!

หลัวอี๋หนิงนิ่งเงียบ อย่างไรช้าเร็วเขาก็ต้องรู้

ดังนั้นนางจึงตัดสินใจจะสารภาพตามตรง “วัน

นั้นข้าบังเอิญได้พบเขา เป็นความจริงที่ถูกเขาบีบ

คั้นจนต้องกระโดดลงจากหอ สำหรับสาเหตุนั้น

…”

ครั้นมองเขา อี๋หนิงก็ทำได้เพียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ขมขื่น “ข้าบอกตามตรง แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่

เข้าใจ หากต้องการถามจริงๆ เขา…อาจมี

ความคิดเช่นนั้นต่อข้าจริง”

สิบกว่าปีแล้ว คนผู้นั้นยังคงไม่ยอมปล่อยนางไป

ปีนั้นเขาฝักใฝั่ในอำนาจ ใช้ใบหน้าที่ฉาบด้วย

รอยยิ้มขี้เล่นปกปิดความทะเยอทะยาน หากจะ

กล่าวว่านางไร้ความรู้สึกใดคงเป็นไปไม่ได้ ทุกครั้ง

ที่เห็นเขา ภายในร่างกายและจิตใจของนางก็

ยังคงรู้สึกเจ็บปวด

อี๋หนิงพลันคิดถึงบางสิ่งจึงถามเขา “พี่ชายสาม

ลู่เจียเสวีย…ข่มขู่ท่านใช่หรือไม่”

ดังนั้นวันนี้เขาถึงได้กลับมาดึกดื่น ทั้งยังถามนาง

เรื่องเหล่านี้!

คนตรงหน้ากำลังฟังนาง สันกรามของเขาคมชัด

หล่อเหลา ร่างสูงใหญ่คอยคุ้มกันลมฝนให้นาง

เขาเอื้อมมือออกมา กล่าวสำทับอีกประโยค

“บอกความจริงข้ามาเถิด เมื่อวานเจ้าต้องพูดปด

เป็นแน่”

แม้กาลข้างหน้าเขาจะขึ้นเป็นท่านราชเลขาธิการ

มีอำนาจคับฟั้า กุมราชสำนักอยู่ในฝั่ามือ ทว่า

ยามนี้ประสบการณ์ของเขายังน้อย จะต่อกรกับ

ลู่เจียเสวียได้อย่างไร!

หากลู่เจียเสวียสร้างความลำบากให้เขา…

หลัวเซิ่นหย่วนเป็นบุตรแห่งสวรรค์ แต่ไรมาผู้อื่น

ต้องเป็นฝั่ายแหงนหน้ามอง จะให้หลัวเซิ่นหย่วน

ร่วงลงมาจากฟั้าไม่ได้ เขาคู่ควรกับได้รับความ

เคารพนับถือจากผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้น เป็นเพราะ

นาง เขาจึงต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก

เรื่องของลู่เจียเสวียไม่ควรนำพาความเดือดร้อน

มาสู่เขา

ครั้นอี๋หนิงคิดถึงตรงนี้ก็เสียใจ นางหลับตาลง

ตัดสินใจจะพูดตามตรง “ลู่เจียเสวียกล่าวว่าข้า

เหมือนกับศัตรูของเขา ดังนั้นจึงปฏิบัติต่อข้าเยี่ยง

นี้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงรับข้าเป็นบุตรสาวบุญธรรม

วันนั้นในหอจวี๋เต๋อจวง เขาขวางข้าไว้ไม่ยอมให้

ข้าจากไป ดังนั้นข้าจึงได้กระโดดลงมา…ข้ากลัวว่า

เขาจะสร้างความเดือดร้อนให้ท่าน”

หลัวเซิ่นหย่วนได้ยินก็เงียบไปเนิ่นนาน ก่อนเอ่ย

ว่า “เรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังข้า ข้าควร

รับรู้ เจ้าเองก็ควรบอกกล่าวให้ข้าฟัง เข้าใจ

หรือไม่”

แม้เขารู้แล้วจะไม่สบายใจ แต่อย่างน้อยก็จะได้

เตรียมตั้งรับไว้ เขาจะไม่ยอมให้อี๋หนิงต้องเจอกับ

ลู่เจียเสวียอีกเป็นอันขาด

“ถึงเดิมทีข้าจะรู้ แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะสร้าง

ความเดือดร้อนโดยไร้ต้นสายปลายเหตุ” อี๋หนิง

กล่าว นางไม่สามารถบอกเล่าเรื่องอดีตของตนให้

หลัวเซิ่นหย่วนฟังได้ มิใช่เพราะนางไม่ยินดี นาง

เก็บเรื่องราวในอดีตเหล่านั้นไว้ในใจจนแทบ

หายใจไม่ออก แต่จะให้พูดอย่างไรเล่า ความลับ

ในอดีตเป็นดั่งขี้เถ้าที่มอดไหม้ ภายใต้ขี้เถ้า

เหล่านั้นก็คือซากกระดูกที่เหม็นเน่า

นางเป็นภรรยาของลู่เจียเสวีย ที่สำคัญยังถูกเขา

ทำร้าย หากพูดออกไป ต่อไปนางจะเผชิญหน้า

กับหลัวเซิ่นหย่วนอย่างไร ในฐานะอะไร

หลัวเซิ่นหย่วนยื่นมือออกมาช้าๆ โอบบ่าอันแสน

บอบบางของนางไว้ ถามด้วยน้ำเสียงต่ำว่า “มี

เพียงเท่านี้หรือ”

สำหรับเขา เป็นเรื่องง่ายที่จะแยกแยะวิเคราะห์สี

หน้าท่าทางของผู้อื่น

อี๋หนิงรู้ว่าเขายังคงเคลือบแคลงสงสัย ในใจนาง

ลอบยิ้มขมขื่น นางชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนเอื้อมมือ

ออกไปกอดไหล่เขาเอาไว้ “ที่ข้ารู้ก็มีเพียงเท่านี้”

จะไม่ให้นางไม่กลัวว่าลู่เจียเสวียจะลงมือทำอะไร

กับผู้คนข้างกายนางได้อย่างไร ความหวาดกลัวที่

นางมีต่อลู่เจียเสวียเรียกได้ว่าเป็นสัญชาตญาณ

แต่เพื่อไม่ให้หลัวเซิ่นหย่วนพบเห็นพิรุธ นางจึง

พยายามข่มกลั้นอารมณ์ไว้

เรื่องนี้พัวพันระหว่างนางกับลู่เจียเสวีย นางไม่

อยากลากเขามาเกี่ยวข้อง

น้อยครั้งที่นางจะกอดเขาก่อน

ร่างอุ่นนุ่มของนางแนบชิดในอ้อมกอดของเขา

หลัวเซิ่นหย่วนแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนยื่นมือ

ออกมากอดนางแน่น เขาหันมากล่าวกับนาง

“สำหรับข้า การถูกเขาวางแผนร้ายใส่ไม่ถือเป็น

เรื่องใหญ่อันใด ขอเพียงเจ้าอย่าได้โกหกข้า”

น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย

ชั่วชีวิตนี้อี๋หนิงอาจไม่มีวันได้ล่วงรู้ว่าการมีอยู่ของ

นางสำคัญต่อเขาเพียงใด

ยามยังอยู่ในตระกูลหลัวที่ความสัมพันธ์นี้ถือเป็น

เรื่องต้องห้าม เขาก็บังเกิดความรู้สึกต่ออี๋หนิงแล้ว

ความรู้สึกนี้ประดุจแสงสว่างในชีวิต ตั้งแต่วัยเยาว์

นางก็ก้าวเข้ามาในเส้นทางดำมืดอันโดดเดี่ยวของ

เขา แม้ต่อมาเขาจะยิ่งเย็นชาไร้ความปรานี

กระทั่งแทบหลงลืมตัวเอง นับวันอำนาจในราช

สำนักก็ยิ่งเพิ่มพูน ทว่าสุดท้ายคนผู้นี้ก็ยังเป็น

จุดอ่อนในใจเขา

ในที่สุดอี๋หนิงก็ยินยอมแต่งงานกับเขา

หากนางไม่ตอบตกลง เขาอาจจะวางแผนบีบ

บังคับให้นางจำยอม ไม่ว่านางจะชอบหรือไม่

หากมีวันหนึ่งที่นางคิดจากไป เขาก็อาจถึงขั้น

กักขังนางเอาไว้

อี๋หนิงนิ่งเงียบ มองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนห่า

ใหญ่ยังตกไม่หยุด ไม่รู้จะหยุดลงเมื่อไร ท่ามกลาง

ราตรีอันมืดมิด ต้นกล้วยน้ำว้าบริเวณลานกลาง

เรือนถูกฝนสาดจนโยกไหวไปมา นางยิ้มขื่น ไม่

พูดปดรึ! เพียงคำร้องขออันน้อยนิด นางผงก

ศีรษะ ก่อนซุกศีรษะเข้ากับซอกคอของเขา นาง

จะไม่มีวันโกหกเขา เว้นเสียจากไร้ทางเลือก!

“ไม่เป็นไร พี่ชายสามอยู่นี่แล้ว” เพราะหลงนึกว่า

นางกำลังหวาดกลัว เขาจึงอุ้มนางขึ้น

สาวใช้ภายในห้องเดินเข้ามา ไม่รู้เพราะเหตุใด

เขาจึงส่งสัญญาณมือเป็นเชิงให้สาวใช้เงียบ เขา

ตบหลังนางเบาๆ ราวกับนางเป็นเด็ก จากนั้นจึง

วางนางลงบนเตียง “วันนี้เข้านอนเร็วหน่อยเถิด”

เขาวางนางลง ส่วนตนก็เอนตัวลงนอนข้างกาย

นาง

อี๋หนิงกอดแขนของเขาเอาไว้

หลัวเซิ่นหย่วนหลุดหัวเราะ หันไปดึงตัวนางเข้า

มา ให้นางหลับในอ้อมกอดของเขา เสียงของเขา

ดังขึ้นเหนือศีรษะ เปียมไปด้วยแรงดึงดูด “รีบ

นอนเถิด พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้า”

เขาตบหลังนางเบาๆ อีกครั้งคล้ายกำลังกล่อม

นางนอน

ต่อให้เรือนร่างนางจะเล็กเพียงใด นางก็ไม่ใช่เด็ก

น้อยแล้ว!

อี๋หนิงเอนตัวเข้ากับแผงอกแน่นที่ร้อนผ่าวกว่าตน

บังเกิดความรู้สึกปลอดภัย ในห้วงฝันคล้ายมีบาง

คนกำลังปกปั้องนาง นางไร้มารดาคอยปกปั้อง

หมัวมัวผู้เฒ่าผู้ที่เลี้ยงดูก็จากไป ชีวิตในจวนเป็น

ดุจจอกแหนลอยตามผิวน้ำ ไร้ที่พึ่งพิง ไม่มีผู้ใดสัก

คนที่เป็นของนางโดยแท้จริง ทว่าบัดนี้คนผู้นี้

กำลังคุ้มครองปกปั้องนาง แล้วยังจะมีอะไรไม่

เพียงพออีก

ค่ำคืนราตรี นอกหน้าต่างยังคงมีฝนตกหนัก มีคน

อีกผู้หนึ่งอยู่ในห้อง เขานอนอยู่ข้างกายนาง

สุดท้ายอี๋หนิงก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไปเช่นนี้

เซี่ยอวิ้นนั่งอยู่ภายในห้อง กำลังแกะผลเหอเถา

กิน ผลเหอเถาชั้นเลิศถูกแกะใส่จานเล็ก อารมณ์

นางดีขึ้นไม่น้อย

วันนี้ท่านผู้เฒ่าเฉิงกับบรรดาสะใภ้สนทนาเรื่อง

‘คัมภีร์แห่งทะเลและขุนเขา’ ปกติแล้วต่อหน้าฮู

หยินผู้เฒ่าเฉิง ฮูหยินใหญ่เฉิงมักวางท่าลำพองใจ

ทว่าครั้นสนทนาถึงหัวข้อเหล่านี้ ฮูหยินใหญ่เฉิง

กลับกล่าวไม่ออกแม้เพียงประโยค ทำได้เพียงนั่ง

ปอกองุ่นอยู่ด้านข้าง แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ใน

ที่สุดเซี่ยอวิ้นก็สามารถโต้ตอบนางได้บ้างแล้ว

อารมณ์จึงปลอดโปร่งอย่างยิ่ง มื้อเช้ายังกิน

ข้าวต้มไปถึงสองถ้วย

หลังจากคุ้นเคยกับวิธีการของฮูหยินใหญ่เฉิงแล้ว

เซี่ยอวิ้นก็เริ่มรับมือได้บ้าง

เฉิงหลางนั่งคัดอักษรอยู่ภายในห้อง เซี่ยอวิ้นแกะ

ผลเหอเถา นางครุ่นคิด ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง

หนังสือ ยกจานไปยังเบื้องหน้าเขาแล้ววางบนโต๊ะ

หนังสือ

เฉิงหลางคัดตัวอักษรต่อไป เขาเงยหน้ามองนาง

ก่อนกล่าว “ขอบคุณ”

เขาไม่ได้รับอนุ มีเพียงสาวใช้ห้องข้างรูปโฉม

สะคราญสองคนเท่านั้น วันนั้นเซี่ยอวิ้นเรียกมา

คุยแล้ว รูปลักษณ์เย้ายวน นางพินิจมองด้วย

รอยยิ้ม ก่อนมอบของขวัญเป็นปินทองไปสองอัน

แล้วส่งตัวกลับไปในสภาพเดิม สาวใช้สองคนนั้น

นอบน้อมเชื่อฟัง ไม่กล้าเล่นเล่ห์อันใด

นอกเหนือจากนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะสะอาดเรียบ

ง่ายกว่าที่นางคิดไว้ เพียงแต่จำนวนครั้งที่ทั้งสอง

คนร่วมหอกันมีไม่มากนัก หมัวมัวของเซี่ยอวิ้นจึง

เริ่มร้อนรนเล็กน้อย

เซี่ยอวิ้นคิดถึงการร่วมสัมพันธ์ในคืนนั้นเป็นครั้ง

คราว ทว่าต่อมาภาพที่ปรากฏในหัวก็สลับ

สับเปลี่ยนเป็นหลัวเซิ่นหย่วน

เฉิงหลางเป็นคนที่เปียมด้วยเสน่ห์คนหนึ่ง เช่น

ยามนี้ที่เขากำลังคัดอักษร ม่านไผ่ถูกม้วนขึ้น

ครึ่งหนึ่ง แสงอาทิตย์ส่องลงบนไหล่ของเขา

ใบหน้าหล่อเหลาเหลือคณาที่พาให้ผู้คนต้อง

หลงใหล เขามีกลิ่นอายดุจขุนเขาสูงตระหง่าน

ธารน้ำเอื่อยที่ห้อมล้อมด้วยไผ่เขียวสูงสง่างาม

เซี่ยอวิ้นเคยได้ยินผู้อื่นพรรณนาถึงเฉิงหลาง ทุก

คนล้วนกล่าวทำนอง ‘ฐานันดรสูงศักดิ์ ชื่อเสียง

ลือขจรทั่วเมืองหลวง หยาดฟั้ามาดินเป็นหนึ่งไม่มี

สอง’

นางเคยบอกเฉิงหลาง ทว่าเฉิงหลางได้ยินแล้วก็

เพียงยิ้มอย่างไม่ยี่หระ ‘หยาดฟั้ามาดิน เป็นเจ้าที่

หยาดฟั้ามาดินมากกว่า’

เซี่ยอวิ้นไม่รู้ว่าเขาเจตนาหรือไม่ ทว่าเพียง

ประโยคสั้นๆ ของเขาประโยคเดียว ใบหน้าของ

นางก็แดงเรื่อ นางนั่งลงหน้าคันฉ่องทองแดง

ก่อนพบว่าแก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ นางคิดถึง

บุตรสาวตระกูลเกา หญิงสาวจากฉินหวยเหล่านั้น

ที่ศิโรราบชื่นชมหลงใหลเขาสุดหัวใจ นางลอบคิด

ในใจว่า เขาก็ไม่ได้มีลูกไม้สักเท่าไร เหตุใดจึงมีคน

หลงใหลมากมายเพียงนี้

บัดนี้เขาเป็นสามีของนางแล้ว

“ท่านกำลังเขียนอะไรรึ” เซี่ยอวิ้นชะโงกหน้าไป

มอง “ฉินเซียวกงยึดครองเซียวหาน[1]ไว้อย่าง

มั่นคง เข้าครอบครองดินแดนหย่งโจว จักรพรรดิ

ขุนนางเฝั้าสอดแนมราชวงศ์โจว อำนาจแข็งแกร่ง

ควบคุมใต้หล้า…กั้วฉินลุ่น[2] เหตุใดจึงเขียนสิ่งนี้

ท่านต้องถกการเมืองกับฮ่องเต้หรือ”

เซี่ยอวิ้นกล่าว “ข้ารู้ว่าฮ่องเต้ไม่โปรดปราน

บทความนี้ กล่าวถึงฉินหวังจื่ออิงเมื่อไรเป็นต้อง

ทรงขมวดพระขนงอยู่ร่ำไป”

“ว่างจึงเขียนไปเท่านั้น หากให้ข้าถกเรื่อง

การเมืองกับพระองค์ มิสู้ถกเรื่อง ‘คัมภีร์ลัทธิเต๋า’

เพื่อขอความโปรดปรานจากพระองค์จะไม่ดีกว่า

รึ” เฉิงหลางกินผลเหอเถาไปสองผล ก่อนส่งคืน

ให้นาง “เจ้ากินให้มากหน่อยเถิด”

เซี่ยอวิ้นกัดริมฝีปาก “เฉิงหลาง ท่านไม่มีชื่อรอง

หรือ” จะให้นางเรียกขานว่าเฉิงหลางตลอดไปคง

มิได้กระมัง

“ข้าไม่มีชื่อรอง” เฉิงหลางกล่าว

“เช่นนั้นจะให้ข้าเรียกท่านว่ากระไร มิสู้เรียกท่าน

ว่าอาหลาง” เซี่ยอวิ้นคิดว่าชื่อเขามีเพียงตัวอักษร

เดียว ไม่ง่ายที่จะเรียกขานแบบอื่น

เฉิงหลางฟังถึงตรงนี้ มุมปากก็ยกหยักเป็นรอยยิ้ม

เย็น เขาวางพู่กันลง เดินไปบีบแก้มนางเบาๆ

รอยยิ้มอ่อนโยนหล่อเหลา ทว่าระคนด้วยความ

มาดร้าย เสียงทุ้มต่ำคลุมเครือ “เรียกเช่นนี้มิสู้

เรียกว่าสามี เจ้าว่าอย่างไร”

เซี่ยอวิ้นพูดไม่ออกราวกับกำลังถูกคนผู้นี้ล่อลวง

“นี่…”

“หยอกเจ้าเล่นเท่านั้น” ไม่นานเขาก็ปล่อยนาง

“ข้ามีชื่อรองที่ตั้งในภายหลัง นามว่ามู่หลิน”

ชื่อรองนี้ตั้งได้ไร้รสนิยมเหลือเกิน…เซี่ยอวิ้นกำลัง

ครุ่นคิดก็เห็นองครักษ์คนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้าน

นอกอย่างรีบร้อน เขายื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้เฉิง

หลาง

เฉิงหลางรับมาเปิดอ่าน จากนั้นหัวคิ้วก็ค่อยๆ

ขมวดมุ่น

เป็นเรื่องอะไร…เซี่ยอวิ้นใคร่รู้ เหตุใดจึงทำให้เฉิง

หลางเผยสีหน้าเช่นนี้ออกมา แต่นางยังคงนั่ง

อย่างสงบเสงี่ยมบนที่นั่งของตนพลางจิบชา

เฉิงหลางก้าวยาวๆ มาเอ่ยกับนาง “เจ้าออกไป

ก่อน ข้ามีธุระด่วน”

เซี่ยอวิ้นจึงไม่ได้นั่งในห้องหนังสือของเขาอีก

ทันทีที่นางเดินออกจากห้องหนังสือ บานประตูก็

ปิดลง นางนึกฉงนสงสัย คงเป็นเรื่องด่วนจากราช

สำนักกระมัง อันที่จริงนางสามารถช่วยเสนอ

ความคิดเห็นได้ คราหน้านางควรสนทนากับเขา

เรื่องกิจวัตรประจำวันของฮ่องเต้

——————–

1. เซียวหานหมายถึงเขาเซียวซานและหุบ

เขาหานกู่กวน

2. กั้วฉินลุ่นเป็นผลงานของเจียอี้ เป็น

บทความที่วิเคราะห์ถึงจุดบกพร่องต่างๆของ

ราชวงศ์ฉินจากแง่มุมต่างๆ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 151"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
03/07/2023
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.