Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 152

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 152
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

วันรุ่งขึ้นอี๋หนิงได้รับจดหมายจากเฉิงหลาง

หากไม่ใช่เพราะตระกูลหลัวไปมาหาสู่ไม่สะดวก

เฉิงหลางคงมาหานางด้วยตนเองแล้ว เขาบอกว่า

สำหรับนางสถานการณ์ในยามนี้อันตรายเกินไปที่

จะอยู่ในเมืองหลวง หากเป็นไปได้ เขาหวังจะส่ง

นางออกไป

อี๋หนิงตอบกลับจดหมายเขา บัดนี้นางไม่กล้า

เคลื่อนไหวโดยพลการ เพียงหวังว่าเฉิงหลางจะ

ว่างพอที่จะจับตาดูการเคลื่อนไหวของลู่เจียเสวีย

หากเรื่องนี้ไม่เป็นการรบกวนเขาจนเกินไป

อี๋หนิงนิ่งเงียบ แล้ววางพู่กันลง

ไม่รู้ว่าลูกของเหลียนฝูเป็นอย่างไรบ้าง ยามนั้น

นางเลือกที่จะปกปั้องเฉิงหลางโดยไม่แม้แต่จะ

ไตร่ตรอง เพราะจิตใจนางเอนเอียงไปทางเฉิง

หลาง

หากเป็นแต่ก่อน นางคงอาศัยสถานะผู้อาวุโสถาม

เขาไปตามตรงแล้ว ทว่าบัดนี้นางกลับไม่กล้า

แม้แต่ถ้อยคำก็ยังต้องเลือกอย่างระมัดระวัง

เพราะเกรงว่าความห่วงใยจะทำให้เขาเข้าใจผิด

“…นายหญิง คุณชายสามกลับมาจากเรือนของฮู

หยินแล้ว บอกให้ท่านรีบไปเตรียมตัวเจ้าค่ะ”

สาวใช้เข้ามารายงาน

วันนี้หลัวเซิ่นหย่วนจะพานางไปคารวะสวีเว่ย เขา

ได้บอกไว้ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว ประจวบเหมาะที่ท่าน

มหาบัณฑิตกู้จะมาเยี่ยมเยือนพอดี ตระกูลสวีจึง

อาศัยโอกาสนี้จัดงานเลี้ยงขึ้น

อี๋หนิงผงกศีรษะ ก่อนจะเรียกสาวใช้ให้เข้ามาช่วย

เปลี่ยนอาภรณ์

ด้านนอกยังคงมีฝนประเดี๋ยวหยุดประเดี๋ยวตก

พายุเปลี่ยนเป็นฝนโปรย ตกเป็นระยะๆ ตลอดทั้ง

วัน

เฉิงหลางอ่านจดหมายที่นางเขียนอีกครั้ง

เดิมเขาคิดว่านางคงไม่สนใจเขาแล้ว ทว่ายามนี้

นางยังยินยอมให้เขาช่วยเหลือ เขาซึ่งเป็นหัวหน้า

ฝั่ายตรวจการผู้สง่างาม ตอนนี้กลับสัมผัสได้ถึง

ความกลัวในภาระที่นางไหว้วาน เพราะแต่ไรมา

เขาก็ไม่เคยได้รับการให้ค่าจากนางมาก่อน เดิม

จดหมายฉบับควรถูกเผาทิ้ง แต่เมื่อเห็นตัวอักษร

ของนาง เขาก็หักใจไม่ลง เฉิงหลางหยิบกล่องที่ใช้

สำหรับใส่จดหมายสำคัญออกมาแล้ววางจดหมาย

ลงไป จากนั้นก็นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะหนังสือ มองฝน

ที่ตกโปรยปราย หัวคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย

เหตุใดลู่เจียเสวียจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาได้…

หลายปีแล้ว เขาสงสัยมาโดยตลอดว่าลู่เจียเสวีย

คือผู้ที่สังหารหลัวอี๋หนิง จุดที่น่าสงสัยมีมากมาย

หากลู่เจียเสวียไม่ใช่มือสังหาร เหตุใดหลังจากเกิด

เรื่อง เขาจึงไม่เคยเอ่ยถึงอดีตภรรยาของตน เหตุ

ใดจึงต้องใส่ร้ายเซี่ยหมิ่น

เซี่ยหมิ่นต้องไม่ใช่ผู้ที่สังหารอี๋หนิงแน่นอน ปีนั้น

หลัวอี๋หนิงไปกับนางและถูกสาวใช้ของนางผลัก

ตกหน้าผา ทันทีที่ผู้อื่นลงมือสอบสวนย่อมสงสัย

นางทันที ทว่าเซี่ยหมิ่นไม่ใช่คนโง่เขลา ปัญหา

สำคัญคือหลังจากอี๋หนิงตาย ลู่เจียเสวียก็อาศัย

สาเหตุการตายของอี๋หนิงมาสร้างความเดือดร้อน

ให้ลู่เจียหรันและเซี่ยหมิ่นทันที ใช้เป็นข้ออ้างใน

การยึดครองตำแหน่งอย่างสมเหตุสมผล

อี๋หนิงตายไปแล้วครั้งหนึ่ง จะปล่อยให้นางถูก

ลู่เจียเสวียทำร้ายเป็นครั้งที่สองไม่ได้เป็นอันขาด

นัยน์ตาของเฉิงหลางทอประกายคมกร้าวดุจ

กระบี่ เขาให้องครักษ์ที่คอยปรนนิบัติเข้ามา ก่อน

จะกระซิบสั่งการเสียงเบา

ทันใดนั้นเวลานี้ก็มีบ่าวรับใช้จากเรือนหน้าเข้ามา

รายงาน “คุณชาย…ใต้เท้าผู้บัญชาการมาขอรับ!

กล่าวว่ามีเรื่องต้องการสอบถามท่าน”

ลู่เจียเสวียมาพบเขา…

เฉิงหลางพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีนัก เขาเหลือบ

ตามองกล่องจดหมายแล้วเก็บมันลงไปในลิ้นชัก

ก่อนจะเดินไปต้อนรับลู่เจียเสวีย

ลู่เจียเสวียเดินฝั่าฝนพรำเข้ามา ตามติดด้วยเหล่า

องครักษ์ที่พกดาบติดกาย เดินเข้าไปในสวนเล็ก

ของเรือนด้านหน้าท่ามกลางสายฝน เฉิงหลางยืน

รออย่างเงียบเชียบ ลู่เจียเสวียเข้ามาก็นั่งลงบน

เก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ ปลดเสื้อคลุมที่มีหมวกด้านหลัง

ออกพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “น้าไม่ได้

มาเยี่ยมเจ้านานแล้ว ดังนั้นวันนี้จึงมาพบเจ้า”

เฉิงหลางเป็นคนฉลาดหลักแหลม เวลานี้ในหัวเขา

เต็มไปด้วยความคิดมากมาย ประการแรก ลู่เจีย

เสวียกำลังสงสัยเขาอยู่ใช่หรือไม่ เขาเริ่มครุ่นคิด

ถึงเรื่องเหล่านั้นที่เคยกระทำไว้อย่างรวดเร็ว แต่ก็

พบว่าไม่มีพิรุธใด เขาทำสิ่งต่างๆ ด้วยความ

ระมัดระวัง ลู่เจียเสวียไม่น่าจะค้นพบ ประการที่

สอง ลู่เจียเสวียมาหาเขาด้วยจุดประสงค์ใด

ในช่วงเวลาสำคัญนี้ หากอีกฝั่ายมาด้วยเรื่องของ

อี๋หนิง เหตุใดจึงต้องมาหาเขา เป็นไปไม่ได้ที่อีก

ฝั่ายจะให้เขาจัดการหลัวอี๋หนิง ลู่เจียเสวียไม่ค่อย

ไว้ใจเขาแล้ว

เขาสงบสติอารมณ์ ก้าวเข้าไปประสานมือ “ท่าน

น้าเพิ่งฝั่าสายฝนมา ข้าจะให้บ่าวไปต้มชาร้อนให้

ท่านดื่มเพื่อช่วยขับไอเย็น”

“ไม่จำเป็น ข้าไม่ได้มาเพื่อดื่มชา” ลู่เจียเสวียนั่ง

บนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม กล่าวด้วยท่าทีผ่อน

คลาย “ข้ามาเพื่อถามคำถามหลานชายสองสาม

ข้อเท่านั้น”

หัวใจของเฉิงหลางกระตุกโดยพลัน

เขาตระหนักทันที ใช่ว่าจะไร้ช่องโหว่

มีช่องโหว่ จดหมายฉบับนั้น! เขากับอี๋หนิงต่างก็

ละเลยจุดนี้ ในมือของลู่เจียเสวียมีทั้งคนของค่าย

เทพสงครามและองครักษ์เสื้อแพรครึ่งหนึ่ง!

การมีองครักษ์เสื้อแพรในมือทำให้ล่วงรู้เรื่องราวที่

เกิดขึ้นในเมืองหลวงได้อย่างรวดเร็ว ปกติ

องครักษ์เสื้อแพรจะอยู่ใต้พระบัญชาของฮ่องเต้

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาสืบทอดต่อเนื่องมา

จนถึงยามนี้ ฮ่องเต้มักไว้วางใจผู้บัญชาการ

หลังจากเรื่องของเจิงอิ้งคุนคราก่อน ฮ่องเต้ก็ยิ่งไม่

ไว้วางใจพวกขุนนาง ถึงขั้นตรวจตราคุมเข้มแน่น

หนา สุดท้ายจึงมอบองครักษ์เสื้อแพรครึ่งหนึ่งกับ

ลู่เจียเสวียเพื่อให้เขาคอยสั่งการติดตามการ

เคลื่อนไหวในเมืองหลวง!

แต่ไรมาอำนาจการสั่งการองครักษ์เสื้อแพรไม่เคย

ปั่าวประกาศให้คนภายนอกได้รับรู้ ดังนั้นแม้แต่

เขาจึงลืมเรื่องนี้ไป!

เฉิงหลางใจเต้นไม่เป็นส่ำ พยายามรักษารอยยิ้ม

สง่างามไว้บนใบหน้า “ท่านน้าอยากทราบเรื่องใด

เพียงส่งคนเรียกหลานไปพบก็ได้แล้ว เหตุใดจึง

ต้องมาด้วยตัวเอง”

“ผู้อื่นจะรับมือเจ้าได้อย่างไร หลานชายผู้เชื่อฟัง

ของข้า” ลู่เจียเสวียหัวเราะออกมา จากนั้นก็ยก

มือขึ้น มีคนรีบประสานมือรับคำสั่ง มุ่งหน้าไปที่

โต๊ะหนังสืออย่างรวดเร็ว สีหน้าของเฉิงหลาง

แปรเปลี่ยนโดยพลัน เขารู้แล้ว! เขารีบปรี่เข้าไป

เพื่อช่วงชิง ทว่าเขาซึ่งไม่เป็นวรยุทธ์จะต่อกรกับผู้

ใต้บัญชาของลู่เจียเสวียได้อย่างไร

ผู้ใต้บัญชาของลู่เจียเสวียหยิบจดหมายในกล่อง

ออกมาส่งให้ลู่เจียเสวีย เขารับมาคลี่ออกเปิดอ่าน

เงียบๆ

ฝนด้านนอกยังคงโปรยปราย มือที่ถือจดหมาย

ค่อยๆ กำแน่น

ข้อกระดูกบนหมัดปูดโปน เขาผุดรอยยิ้มไร้ซึ่ง

อารมณ์ใดๆ ออกมา

“เป็นนางจริงๆ ”

เก็บตัวจำศีลอยู่นาน ทว่ายามนี้เขาสามารถมั่นใจ

ได้แล้ว เพียงแต่ในความยินดียังระคนด้วยความ

โกรธเคืองและอิจฉาริษยา อารมณ์สับสนซับซ้อน

อย่างยิ่งยวด ทุกช่วงเวลาทุกอารมณ์ล้วนเข้มข้น

รุนแรงผสมปนเป ไม่อาจแยกแยะว่าเป็นอารมณ์

ใด

เขาลุกขึ้นเดินมาเบื้องหน้าเฉิงหลาง ก่อนกล่าว

ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุกเข่าลง”

“ท่านน้า…” เฉิงหลางรู้ว่าทุกสิ่งจบลงแล้ว เขา

กล่าวเสียงพึมพำ “ท่านปล่อยนางไปเถิด นาง

ไม่ใช่คนเดิมผู้นั้นแล้ว”

“คุกเข่าลง!”

น้ำเสียงของลู่เจียเสวียพลันเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว

เฉิงหลางทำได้เพียงคุกเข่าลงอย่างเชื่อฟัง ใบหน้า

สง่างามซีดขาว ทว่าสันกรามเกร็งแน่น ไม่เอื้อน

เอ่ยออกมาอีกแม้เพียงประโยคเดียว

“เจ้ารู้นานแล้วว่านางคือผู้ใด เจ้ายังคิดจะแต่ง

นางเป็นภรรยา…”

ลู่เจียเสวียเดินไปด้านหน้า เงื้อมือตบลงไปฉาด

หนึ่ง นี่เป็นครั้งที่สองที่เฉิงหลางถูกอีกฝั่ายตบ

หน้า ทว่าครานี้ตบได้เหี้ยมโหดนัก บนใบหน้า

ปรากฏรอยบวมรูปมือทันที ลู่เจียเสวียดึงสาบเสื้อ

เขาพลางกล่าวเสียงเย็นเยียบ “เจ้าคิดเรื่องนี้มา

นานเพียงใดแล้ว เจ้าเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ ข้ายัง

หลงนึกว่าเจ้าเป็นพวกชอบหยอกเย้ามวลบุปผา

งาม ทว่าสุดท้ายเจ้ากลับเป็นพวกเนรคุณ หมาย

ปองในตัวนาง! นางมิใช่คนที่เลี้ยงเจ้าจนเติบใหญ่

รึ!”

เฉิงหลางหายใจหอบ เขายิ้มเงียบๆ “ท่านน้า

หากยามนั้นข้าไม่แต่งรับนางเป็นภรรยาก็ไม่มีผู้ใด

ยินยอมแต่งกับนางแล้ว”

ยามนั้นอี๋หนิงตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคาย

ไม่ออก นอกจากแต่งงานก็ไร้ซึ่งหนทางอื่นใด

นอกจากนี้ยังไม่มีผู้ใดกล้าแต่งรับนางเป็นภรรยา

ลู่เจียเสวียในยามนั้นต้องไปจากเมืองหลวงเพื่อสืบ

คดีของเจิงอิ้งคุน หรือต่อให้เขาอยู่ เกรงว่าคงไม่

แยแสเรื่องนี้เพราะเขาไม่รู้ ไม่รู้เรื่องราวใดๆ

ทั้งสิ้น

ลู่เจียเสวียโยนตัวเฉิงหลางลงกับพื้น

ผ่านไปเนิ่นนานจึงหัวเราะออกมา “ดีมาก”

เขาอดกลั้นจนถึงขีดสุดแล้ว

เขาสะบัดมือ ก่อนจะพาคนออกไปด้านนอก

ภายนอกมีเพียงเสียงฝนพรำ เฉิงหลางลุกขึ้น ไม่มี

เวลาสนใจบาดแผลของตน

ในที่สุดลู่เจียเสวียก็รู้แล้ว!

ทว่าเหนือความคาดหมายนัก ลู่เจียเสวียไม่คิด

สังหารหลัวอี๋หนิง แต่คล้ายยังมีเจตนาครอบครอง

นาง ในเมื่อเขาไม่สังหารนางก็แสดงว่าต้องการตัว

นาง เช่นนั้นอย่างน้อย…อี๋หนิงก็ไร้อันตรายถึงชีวิต

เขาควรช่วยผู้ใด ช่วยหลัวเซิ่นหย่วนรึ แต่หากถูก

ลู่เจียเสวียล่วงรู้เข้า ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะ

ถูกโบยจนตาย ที่สำคัญหากไม่ใช่เพราะหลัวเซิ่น

หย่วนเข้ามาขัดขวาง ไม่แน่ว่ายามนี้อี๋หนิงก็อาจ

ตกเป็นของเขาไปแล้ว

หากอี๋หนิงแต่งงานกับเขา เขาย่อมปกปั้องนาง

เป็นอย่างดี ทำเรื่องให้เงียบสนิทไร้ร่องรอยพิรุธ

จะปล่อยให้ลู่เจียเสวียรู้ได้อย่างไร!

ในเมื่อมีลู่เจียเสวียเข้ามาพัวพัน เรื่องนี้ย่อมไม่ง่าย

อีกต่อไป

เฉิงหลางสูดลมหายใจแล้วเรียกคนเข้ามา “…ส่ง

จดหมายไปที่จวนตระกูลหลัว มอบให้หลัวเซิ่นหย่

วน!”

หลัวอี๋หนิงคนเดียวย่อมไม่อาจต้านทานลู่เจียเสวีย

มีเพียงหลัวเซิ่นหย่วนเท่านั้นที่พอจะปกปั้องนาง

ได้

จวนของสวีเว่ยอยู่ห่างจากตรอกฝูเสวียไม่ไกลนัก

นั่งรถม้าเพียงหนึ่งเค่อก็ถึงแล้ว เพราะท่านปูั่ของ

กู้จิ่งหมิงมหาบัณฑิตกู้กลับมายังเมืองหลวง งาน

เลี้ยงในวันนี้สวีเว่ยจึงเชิญเหล่ามหาบัณฑิตมาเข้า

ร่วมด้วย ทำให้มีคนเข้าออกจวนอย่างครึกครื้น

หลัวเซิ่นหย่วนเพิ่งไปถึงลานกว้างเรือนหน้าก็ถูก

อาจารย์เรียกตัวไว้ บอกให้เขาไปคารวะท่าน

มหาบัณฑิตกู้ เมื่อนับดูแล้ว ท่านมหาบัณฑิตกู้ก็

คือท่านตาของอี๋หนิง เพียงแต่ไม่ได้ไปมาหาสู่กัน

นัก

หลัวเซิ่นหย่วนกล่าวกับอี๋หนิง “เจ้ารอข้าตรง

ทางเดินประเดี๋ยว” จากนั้นก็เดินไปสนทนากับ

อาจารย์

นี่เป็นครั้งแรกที่อี๋หนิงได้พบสวีเว่ย เขาเตี้ยกว่าที่

นางจินตนาการไว้เล็กน้อย เตี้ยกว่าพี่ชายสามถึง

ครึ่งศีรษะ ดูสุภาพอย่างยิ่ง ใบหน้าเปือนยิ้ม อี๋หนิ

งอดคิดถึงจุดจบของเขาในหลายปีหลังจากนี้ไม่ได้

คาดไม่ถึงว่าเขาจะมีอัธยาศัยดีเช่นนี้ พี่ชายสาม

ก้มศีรษะฟังเขา คลี่ยิ้มออกมาเป็นครั้งคราว บาง

คราก็แลกเปลี่ยนบทสนทนากับสวีเว่ย พูดคุยกัน

อยู่ครู่หนึ่ง หลัวเซิ่นหย่วนก็หันมากวักมือเรียก

นาง

อี๋หนิงเดินเข้าไป หลัวเซิ่นหย่วนแนะนำนาง

“ท่านนี้ก็คือภรรยาของศิษย์ขอรับ”

แสงอาทิตย์ด้านนอกกำลังพอเหมาะ ท้องฟั้า

แจ่มใสอากาศไม่ร้อน เงาต้นไม้วูบไหวบนพื้นดิน

เขายืนอยู่ข้างกายนาง กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่รีบไม่

ร้อน

อี๋หนิงคลี่ยิ้ม ยอบตัวคารวะสวีเว่ย “คารวะใต้

เท้าสวี วันนี้รบกวนท่านแล้ว”

“ไม่ต้องเกรงใจไป” สวีเว่ยมองอี๋หนิงด้วยรอยยิ้ม

กว้างพลางกล่าว “อายุยังน้อยจริงๆ เซิ่นหย่วน

เจ้าอย่าได้รังแกนาง”

หลัวเซิ่นหย่วนยิ้ม “นางยังเล็กนัก” ดังนั้นจึงยัง

ได้รับการดูแลจากเขาประหนึ่งเด็กน้อย

สวีเว่ยเดินนำไปก่อนก้าวหนึ่ง ให้หลัวเซิ่นหย่วน

ติดตามมาด้านหลัง

หลัวเซิ่นหย่วนหันหน้ามากระซิบกับอี๋หนิง “อีก

สักครู่สาวใช้จะนำเจ้าไปที่เรือนของฮูหยินสวี เจ้า

อยู่เล่นกับพวกฮูหยินสวีเสียก่อน มีเรื่องอะไรก็ให้

เจินจูมาหาข้า เข้าใจหรือไม่”

อี๋หนิงลอบรำพันในใจ ยังจะให้นางเล่นอีกหรือ

เห็นนางเป็นเด็กน้อยจริงๆ! นางพยักหน้ารับ

หลัวเซิ่นหย่วนจึงได้เดินไปยังห้องโถงหน้า

สาวใช้ด้านข้างยอบกายแล้วกล่าว “นายหญิงสาม

หลัว เชิญตามบ่าวมาทางนี้เจ้าค่ะ”

อี๋หนิงเดินผ่านประตูจันทราโดยการนำทางของ

สาวใช้ ระหว่างทางนางครุ่นคิดเรื่องของสวีเว่ย

การตายของสวีเว่ยถือเป็นเรื่องใหญ่ ยามนั้น

กระทั่งเกิดการจลาจลของราษฎรในเมืองหลวง

เพราะต้องการปกปั้องใต้เท้าสวีที่ถูกจองจำโดยไร้

ความผิด ดังนั้นนางจึงจดจำได้อย่างแม่นยำว่า

เป็นรัชศกจือเต๋อปีที่สาม มีคำร่ำลือในหมู่

ประชาชนว่าสาเหตุเป็นเพราะวั่งหย่วน ทว่า

น่าเชื่อถือเพียงใดนั้นนางไม่รู้ อย่างไรในสายตา

ของราษฎรทั่วไป เรื่องเลวร้ายทุกเรื่องล้วนเกิด

จากการกระทำของวั่งหย่วน หรือไม่ก็เป็นฝีมือ

ของคนในพรรคพวกของวั่งหย่วน ในสายตาของ

ประชาชน คนดีคนเลวสามารถแยกแยะได้ง่าย

เช่นเดียวกับการแยกหน้าขาวหน้าดำ

ทุกสิ่งที่นางล่วงรู้ล้วนเป็นข้อมูลเพียงด้านเดียว

ทว่าหลังจากพบสวีเว่ย ความรู้สึกในใจก็ต่างไป

จากเดิมแล้ว

ในหกกรม รองเสนาบดีในกรมขุนนางกรมอาญา

กรมพิธีการส่วนใหญ่จะถูกผลักดันโดยวั่งหย่วน

ฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับเขาอย่างมาก เขาแผ่

ขยายพรรคพวก สร้างฐานอำนาจไปทั่วราชสำนัก

อันที่จริงสวีเว่ยก็อยู่ภายใต้แรงบีบคั้นของวั่งหย่

วน หากเป็นคนธรรมดาสามัญจะต้านทานได้

อย่างไร ต่อให้รูปลักษณ์ภายนอกของสวีเว่ยดูเป็น

มิตรอย่างไร ทว่าภายในย่อมมีฝีมือโหดเหี้ยม

เด็ดขาด นางรู้สึกว่าการตายของสวีเว่ยต้องไม่ใช่

เรื่องธรรมดา

สาวใช้พานางเดินผ่านทางเดินเล็กๆ ช่วงหนึ่ง

หลัวอี๋หนิงเห็นเบื้องหน้าตนเป็นต้นกุ้ยฮวาที่กำลัง

ผลิดอกหลายต้น ถัดจากต้นกุ้ยฮวาเข้าไปก็คือโถง

บุปผา มีบรรดาฮูหยินนายหญิงหลายคนกำลัง

มองสาวใช้เด็ดดอกกุ้ยฮวา ดอกกุ้ยฮวาในจวน

ของใต้เท้าสวีเป็นพันธุ์จ้วงหยวนหงตันกุ้ย ดอกสี

แดงส้ม กลิ่นหอมอวล ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเวลานี้ ฮู

หยินสวีจึงมักเชิญทุกคนมาที่จวนเพื่อเด็ดดอกกุ้

ยฮวา

ฮูหยินสวีคือภรรยาที่ตบแต่งใหม่ของสวีเว่ย อายุ

ผ่านวัยสี่สิบแล้ว ทว่าบำรุงดูแลเรือนร่างได้อย่างดี

เยี่ยม

นางเรียกให้อี๋หนิงมานั่งข้างกาย ดึงมืออี๋หนิงไว้

แล้วพินิจมองซ้ายมองขวา ก่อนยิ้มพลางกล่าว

ชมเชย “เซิ่นหย่วนรูปลักษณ์หล่อเหลา ทว่า

สะใภ้ผู้นี้กลับดูไม่เลวยิ่งกว่า”

บรรดาฮูหยินคุณหนูในสถานที่แห่งนี้ต่างสงสัย

ใคร่รู้ในตัวหลัวเซิ่นหย่วนอย่างยิ่งยวด ครั้นเห็นว่า

อี๋หนิงอายุยังน้อยก็ยิ่งปฏิบัติต่อนางอย่างอ่อนโยน

มากขึ้น ถามไถ่นางอยู่หลายคำ

ตอนนี้อี๋หนิงถึงเพิ่งรู้ว่า ผู้ที่สวมเปั้ยจึสีม่วงปักลาย

สี่มงคลสมปรารถนาก็คือฮูหยินของหยางหลิง

รูปลักษณ์สะอาดหมดจด ทว่ายามปริปากพูด

กลับดูเป็นคนเปิดเผยไม่สนใจพิธีรีตอง ฮูหยินสวี

สนิทสนมกับฮูหยินหยางจึงกล่าวกับนางว่า “นาย

หญิงสามหลัวไม่เคยมาที่จวนของพวกเรามาก่อน

เจ้าสนทนากับนางให้มากหน่อย”

ฮูหยินหยางยิ้มจนตาหยี “อาจารย์หญิงวางใจเถิด

เจ้าค่ะ น้องสาวอี๋หนิงเรียกขานข้าว่าพี่สาวเซวียน

หรงก็พอ ใต้เท้าหลัวกับสามีของข้าเป็นจิ้นซื่อ

สำนักเดียวกัน พวกเราพี่สาวน้องสาวย่อมถือว่า

ใกล้ชิดกัน”

อี๋หนิงน้อมรับ ยิ้มพลางเรียกขาน ‘พี่สาวเซวียน

หรง’

ฮูหยินหยางเป็นบุตรสาวของผู้นำชนเผ่าใน

ดินแดนสู่ ดังนั้นจึงไม่ถือระเบียบกฎเกณฑ์เช่น

คุณหนูในเมืองหลวง ทันทีที่ทั้งสองคนสนทนากัน

ฮูหยินหยางก็พบว่านายหญิงสามหลัวเองก็เป็น

คนช่างเจรจาและมีจิตใจกว้างขวาง ทั้งสองคน

ต่างรู้สึกต้องชะตากัน ฮูหยินหยางจับมือของนาง

ไว้ กล่าวด้วยสีหน้าปีติยินดี “วันหลังน้องสาวอี๋ห

นิงก็ไปที่จวนของข้าบ้าง ข้าทำอาหารได้อร่อย

ที่สุด ในละแวกนี้เจ้าไม่สามารถหารสชาติเช่นนี้ได้

แน่นอน”

ฮูหยินหยางรักการลิ้มรสอาหาร ส่วนที่มีค่าใช้จ่าย

มากที่สุดในจวนก็คือห้องครัว นางสามารถคิดค้น

อาหารรูปแบบใหม่ออกมาได้มากมาย แม้หลัวอี๋ห

นิงจะรักการกิน ทว่ามีอุปนิสัยเกียจคร้าน ให้

อะไรก็กินอย่างนั้น ครั้นได้พบคนเช่นฮูหยินหยาง

จึงเข้ากันได้ดียิ่ง เมื่อได้ยินฮูหยินหยางพรรณนา

ถึงอาหารการกินในบ้านตนจึงเกิดความสนใจ นัด

กันไว้ว่าหากมีเวลาจะไปเยี่ยมนางที่จวน

ขนมแปั้งนึ่งกุ้ยฮวาที่ได้จากการเก็บดอกกุ้ยฮวา

ถูกส่งเข้ามา ดอกกุ้ยฮวาที่เพิ่งเก็บใหม่ให้กลิ่น

หอมหวาน รสชาติดียิ่ง ทว่าน้ำผึ้งดอกกุ้ยฮวายังมี

รสชาติฝาด ต้องเก็บไว้อีกหลายวันถึงจะเอา

ออกมากินได้ ฮูหยินสวีให้สาวใช้แบ่งใส่ขวด

เคลือบเล็กๆ เพื่อแจกจ่ายให้กับบรรดาฮูหยินที่อ

ยู่ ณ ที่นี้เอากลับไปคนละขวด

ยามนี้ใกล้ถึงช่วงเที่ยงแล้ว ฮูหยินสวีนำทุกคนไป

ยังสถานที่จัดงานเลี้ยงด้านหน้าเพื่อร่วมกันกิน

อาหาร งานเลี้ยงแบ่งเป็นด้านในกับด้านนอก กั้น

ด้วยฉากกั้นหินอ่อน ทว่าด้านในสามารถเห็นด้าน

นอกผ่านช่องว่างของฉากกั้นได้

หลัวอี๋หนิงกับฮูหยินหยางกำลังหารือกันว่าจะ

กำจัดรสฝาดของดอกกุ้ยฮวาอย่างไร “ใช้วิธีการ

ลวกย่อมได้ ทว่ากลิ่นหอมจะจางลง”

นางได้เรียนรู้เรื่องจิปาถะมากมาย เรื่องเย็บปัก

ทำอาหารล้วนได้เรียนรู้อย่างละเล็กอย่างละน้อย

ชีวิตของสตรีเรือนในน่าเบื่อไร้รสชาติ นอกจาก

เล่นไพ่ชมการแสดงแล้วก็ศึกษาเรื่องเหล่านี้

ฮูหยินหยางส่ายศีรษะ “ห้ามทำให้กลิ่นหอมถูก

ทำลาย การหมักด้วยเกลือเล็กน้อยถือเป็นวิธีที่ดี

ที่สุด”

อี๋หนิงฟังแล้วก็หัวเราะ “ไม่เคยพบการใช้เกลือ

หมักมาก่อน เช่นนั้นหากชิมแล้วจะไม่แปรเปลี่ยน

เป็นน้ำผึ้งกุ้ยฮวาเค็มหรอกหรือ”

ขณะกำลังกล่าวถึงตรงนี้ก็มีเสียงเอ็ดตะโรดังขึ้น

จากด้านนอก มีคนเดินเข้ามา อี๋หนิงมองผ่านฉาก

กั้น ทันใดนั้นมุมปากก็กระตุก เหตุใดจึงเป็นเซี่ยอ

วิ้น

พบศัตรูบนทางแคบ ไม่ว่านางไปที่ใดก็พบเซี่ยอ

วิ้น

สิ่งที่สำคัญคือ ทุกครั้งที่นางได้พบเซี่ยอวิ้นล้วน

ต้องมีเหตุร้าย

อี๋หนิงคิดไว้ว่าหลังจากนี้ยามออกจากจวน นาง

ต้องเรียนรู้การดูฤกษ์ยามแล้ว เซี่ยอวิ้นเดินตาม

ท่านผู้เฒ่าเคราขาวคนหนึ่งเข้ามา ชายชราผู้นั้น

สวมชุดขุนนางขั้นสอง ท่าทางไม่แยแส น่าจะเป็น

ท่านเซี่ยเก๋อเหล่า งานเลี้ยงด้านหน้ามีสวีเว่ย

ท่านมหาบัณฑิตกู้อยู่ พวกเขาเป็นสหายเก่าแก่มา

นานแรมปีจึงได้กล่าวคำทักทายกัน

เซี่ยเก๋อเหล่าแนะนำเซี่ยอวิ้นให้ทุกคนได้รู้จัก

“นางคือหลานสาวข้า เซี่ยอวิ้น พานางออกมาพบ

เห็นโลกภายนอกเสียหน่อย”

เซี่ยอวิ้นยิ้มพลางขานเรียกท่านปูั่สวีท่านปูั่กู้อย่าง

เชื่อฟัง นางเกล้าผมเช่นสตรีที่ออกเรือนแล้ว

ลำคอยาวระหงงดงาม แต่ไรมาเซี่ยเก๋อเหล่าก็

เลี้ยงดูเซี่ยอวิ้นเช่นเด็กผู้ชาย ดังนั้นจึงพานาง

ออกมาพบปะคนสำคัญอยู่บ่อยครั้ง แม้นางจะ

ออกเรือนแล้ว แต่เฉิงหลางก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับ

นางในเรื่องนี้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงติดตามเซี่ย

เก๋อเหล่าออกมาด้านนอก

วันนี้นางติดตามท่านปูั่มาพบมหาบัณฑิตกู้ผู้ที่มี

ชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วใต้หล้า

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 152"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
19/06/2026
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpdf-061
หวนคืนชะตาแค้น
02/11/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.