Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 168

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 168
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ต้องหารือเรื่องการแต่งงานของหลัวอี๋เหลียน

ติดต่อกันมาสองวันแล้ว อี๋หนิงยุ่งจนหัวหมุน

เฉียวอี๋เหนียงรู้สึกว่าเหลียนเจี่ยร์ของตนได้คู่ครอง

ที่ดี แผ่นหลังจึงยืดใบหน้าจึงเชิดขึ้น พร่ำขอสิ่งนั้น

สิ่งนี้อย่างเอาแต่ใจ

อี๋หนิงเพิ่งส่งผู้ดูแลกับสาวใช้ชราออกไปก็มีสาวใช้

คนหนึ่งเข้ามารายงาน กล่าวว่าเฉียวอี๋เหนียงไม่

พอใจชุดแต่งงานของหลัวอี๋เหลียน ยืนกรานจะ

แก้ไขให้จงได้

หลัวอี๋หนิงยุ่งจนหัวแทบลุกเป็นไฟ นางรีบ

เดินทางไปที่เรือนของหลินไห่หรู เฉียวอี๋เหนียง

กล่าวไปมา สุดท้ายก็เพราะไม่พอใจที่ชุดแต่งงาน

ไม่ใช่สีแดงเข้ม หลินไห่หรูที่กำลังดื่มน้ำแกงโสม

โดยมีสาวใช้สาวใช้ชราคอยปรนนิบัติ ครั้นได้ยินก็

อดแค่นเสียงเย้ยหยันขึ้นไม่ได้ “มิใช่ออกเรือนใน

ฐานะห้องหลัก แต่กลับต้องการสวมสีเช่นห้อง

หลัก นี่จึงจะทำให้เป็นที่ขบขันของผู้คน!”

หลัวเฉิงจางกำชับไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเห็นหลัวอี๋

เหลียนเป็นสำคัญ ความคิดเห็นของนางถือเป็นสิ่ง

สำคัญที่สุด หลินไห่หรูอดกลั้นคราแล้วคราเล่า

จะเป็นที่ขบขันหรือไม่มิใช่เรื่องสำคัญแล้ว ชุด

แต่งงานนี้ถูกแก้ไขถึงสามครั้งแล้ว หากยังต้องนำ

กลับไปทำใหม่อีก ความพยายามที่ทำมาทั้งหมดก็

ต้องเสียเปล่าแล้ว

ขณะที่อี๋หนิงไปถึง สาวใช้ชราที่ถูกส่งไปจัดเตียงที่

ตระกูลลู่ก็กลับมาถึงพอดี สาวใช้ชราจิบน้ำชา

ก่อนยิ้มกล่าวกับหลัวอี๋เหลียนอย่างประจบ

สอพลอ “คุณหนูท่านไม่ได้ไปด้วย จวนหนิงหย่

วนโหวยิ่งใหญ่อลังการยิ่งนัก ทันทีที่บ่าวก้าวผ่าน

ประตูก็พบกับกำแพงบังรัศมีขนาดใหญ่ องครักษ์

ที่รักษาการณ์อยู่ในเรือนล้วนเป็นทหารของ

ทางการ ถึงจะกล่าวว่าไม่มีหกพิธี แต่บ่าวก็

เห็นชัดว่ามีการประดับโคมไฟไปทั่ว จัดแจง

ประหนึ่งงานมงคลที่เป็นทางการไม่มีผิดเพี้ยน!

จวนโหวมีพิธีแต่งงาน ชาวบ้านทั้งสองข้างทาง

ล้วนกรายทางให้ ในจวนตระกูลโหวยังมีคนคอย

กรุยทางโดยเฉพาะ ชั่วชีวิตของบ่าวชราผู้นี้ยังไม่

เคยพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน”

ครั้นนางโจวทั้งสองที่มาร่วมชมความสนุกสนาน

ได้ยินก็อุทานอย่างตกตะลึง ยกย่องหลัวอี๋เหลียน

ว่าหาคู่ครองได้ดี

เฉียวอี๋เหนียงยิ่งมั่นใจกับเรื่องการแก้ไขชุด

แต่งงาน นางยกน้ำแกงบำรุงขึ้นดื่ม ก่อนกล่าว

ด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “เหตุใดจะสวมชุดสีแดงสด

ไม่ได้ ประเด็นสำคัญคือต้องให้ใต้เท้าผู้บัญชาการ

พอใจ ข้าว่าเกี้ยวก็จำเป็นต้องแก้ไข”

หลินไห่หรูที่คัดค้านชุดสีแดงเข้มแค่นเสียงเย้ย

หยัน “เช่นนั้นเจ้าต้องการเปลี่ยนคนด้วยหรือไม่”

อย่างไรเฉียวอี๋เหนียงก็เป็นอนุ เมื่อถูกหลินไห่หรู

ตอกกลับต่อหน้า ใบหน้าจึงเปลี่ยนเป็นซีดเขียว

แต่ก็ไม่กล้าโต้ตอบ

หลัวอี๋หนิงยกพู่กันขึ้นมาจุ่มน้ำหมึก “เฉียวอี๋

เหนียง อย่างไรเหลียนเจี่ยร์ก็แต่งออกไปเป็นอนุ

ให้ดีที่สุดควรสำรวมสักหน่อย จะใช้สีแดงสดไม่ได้

ระหว่างสีชมพูเข้มกับสีแดงสว่าง ท่านเลือกมาสี

หนึ่ง”

เฉียวอี๋เหนียงรู้สึกว่าลู่เจียเสวียโปรดปรานหลัวอี๋

เหลียน แม้หลัวอี๋เหลียนจะวางตนโอหังในจวน

ตระกูลโหวก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่มีผู้ใดเข้าใจถึง

ความสำคัญของการได้รับความโปรดปรานจาก

บุรุษมากไปกว่านาง ดังนั้นนางจึงไม่สนใจคำพูด

ของหลัวอี๋หนิงสักเท่าไร นางยังคงยิ้มกล่าว “เหตุ

ใดจึงแก้เป็นสีแดงสดไม่ได้ อี๋หนิง ท่านเป็น

พี่สะใภ้สามของเหลียนเจี่ยร์ ไม่มีเหตุผลที่อยาก

เห็นนางไม่ได้ดี”

หลัวอี๋หนิงปรายตามองนางด้วยสายตาเรียบเฉย

หันกลับไปจุ่มหมึกเขียนอักษรพลางกล่าว “หาก

ท่านยังไม่พอใจก็ไปพูดกับท่านพ่อเถิด ดูว่าเขา

ยินดีจะทำให้ท่านหรือตระกูลหลัวต้องขายหน้า”

“ข้าว่านายท่านต้องถือความคิดเห็นของใต้เท้าผู้

บัญชาการเป็นสำคัญ” เฉียวอี๋เหนียงกล่าว

อี๋หนิงเงยหน้าขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุน

“เรื่องความไม่สงบสุขภายในบ้าน หากเฉียวอี๋

เหนียงยินดีกล่าวออกไป ข้าเองย่อมไม่ใส่ใจ”

พูดถึงตรงนี้เฉียวอี๋เหนียงจึงได้ยอมอดกลั้นไม่

กล่าวอะไรอีก นางในยามนี้ไม่มีทางโมโหจนโง่งม

ทำเรื่องอะไรที่กระทบต่องานแต่งของหลัวอี๋

เหลียน

หลัวอี๋เหลียนจับมือของเฉียวอี๋เหนียงไว้ กล่าว

ด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้สามเปียมไปด้วยเจตนาดี

กาลข้างหน้าเหลียนเจี่ยร์คงต้องตอบแทนให้

มาก”

อี๋หนิงยิ้มบาง “ไม่ต้องเกรงใจ”

กล่าวจบก็วางพู่กัน สั่งให้สาวใช้ชราเอาไปแก้ไข

อีกครั้ง

พรุ่งนี้เป็นวันตงจื้อ[1] ต้องไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษจึง

ไม่ต้องไปเข้าร่วมประชุม แต่การเดินทางกลับไป

เซ่นไหว้บรรพบุรุษที่เมืองเปั่าติ้งไม่ใช่เรื่องสะดวก

นัก หลัวเฉิงจางจึงให้ห้องหลักจัดเตรียม

เครื่องเซ่นไหว้เนื้อสัตว์สามชนิด หลังจากเสร็จสิ้น

การเซ่นไหว้ช่วงเช้า หลัวเซิ่นหย่วนและพวกหยาง

หลินก็ออกไปด้านนอก กระทั่งมื้อเที่ยงก็ไม่ได้กิน

ช่วงบ่ายหลัวอี๋เหลียนอยากไปที่วัดเพื่อทำการขอ

พรจึงจำเป็นต้องมีคนไปเป็นเพื่อน อี๋หนิงรู้สึกว่า

ตนควรอยู่ให้ห่างจากวัดและสถานที่อื่นๆ ให้ดี

ที่สุด นั่นคือไม่ออกจากจวน นางจึงปฏิเสธอย่าง

อ้อมค้อม หลินไห่หรูและพี่สะใภ้สองนางโจวจึงไป

เป็นเพื่อนโดยมีบรรดาสาวใช้สาวใช้ชราราย

ล้อมรอบกายหลัวอี๋เหลียน เดินทางออกไปอย่าง

เอิกเกริก

อี๋หนิงกำลังบอกว่าอยากจะกลับไปพักผ่อนที่

เรือนเจียซู่ก็เห็นหลัวเซิ่นหย่วนที่อยู่นอกประตู

ฉุยฮวาเหมิน เขา หยางหลิงและรองเสนาบดีกรม

คลังอีกสองสามคนเพิ่งเดินทางมาจากด้านนอก

คนเหล่านั้นน่าจะกำลังหารือเรื่องเกี่ยวกับราช

สำนัก ใบหน้าของหลัวเซิ่นหย่วนปรากฏรอยยิ้ม

จางๆ

อี๋หนิงหยุดยืนมองเขาจากระยะไกล ขณะที่สหาย

ร่วมงานสนทนากับเขายังต้องให้ความเคารพเขา

อย่างยิ่งยวด ถึงจะเป็นการสนทนาปราศรัยทั่วไป

แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าตัดบทเขา ด้านนอกมีหิมะสุม

เป็นกองใหญ่ เกล็ดหิมะโปรยภายใต้แสงอาทิตย์

บางเบา เขาสวมเสื้อคลุมขนกระรอกที่นางทำให้

หลายวันก่อน เรือนร่างสูงตรงตระหง่าน หล่อ

เหลาดุจต้นสน แม้อยู่ท่ามกลางผู้คน แต่เพียง

ปราดมองก็สามารถเห็นเขาได้

หัวใจของอี๋หนิงรู้สึกสงบเป็นอย่างยิ่ง ทันใดนั้น

นางก็เกิดความคิด เขามีสิ่งใดต่างไปจากชาติภพที่

แล้วหรือไม่

ชาติภพก่อนนางทำได้เพียงเฝั้ามองเขาจาก

ระยะไกล พวกเขาทั้งสองคนต่างไม่รู้จักกัน แต่

บัดนี้กลับมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากที่สุด

อี๋หนิงกำลังชั่งใจว่าควรเข้าไปทักทายหรือไม่ พวก

หลัวเซิ่นหย่วนก็สังเกตเห็นนางจากระยะไกลก่อน

หยางหลิงกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม “หลัวซง ไม่ได้

พบฮูหยินของท่านนานแล้ว ข้าควรไปทักทายเสีย

หน่อยหรือไม่”

“นางเป็นภรรยาของผู้อื่น เจ้าจะไปทักทายเพื่อ

อันใด” หลัวเซิ่นหย่วนไม่สบอารมณ์ ทุกคราที่ห

ยางหลิงได้พบอี๋หนิงเป็นต้องแสดงความ

กระตือรือร้น เขากับฮูหยินของบ้านเขามี

ความสัมพันธ์ไม่ปรองดองนัก หยางหลิงมักมาที่

หน่วยงานด้วยใบหน้าที่มีรอยแผลอยู่บ่อยครั้ง

ยามนี้เมื่อเขาได้พบอี๋หนิงแล้วเป็นกระไรไป

“เจ้ารออยู่ที่นี่” หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว ก่อนจะก้าว

เท้าไปหาอี๋หนิง

อี๋หนิงเห็นเขาเดินเข้ามาจึงเอ่ยถาม “พี่ชายสาม

ท่านพาสหายร่วมงานกลับมาด้วยหรือ”

หลัวเซิ่นหย่วนหยุดชะงัก ขณะกำลังจะพูดอะไร

เสียงของหยางหลิงก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง “นาย

หญิงสามหลัว พวกเราไม่ได้พบกันนานแล้ว!”

อี๋หนิงมองดวงตาเรียวโค้งของหยางหลิงก็คิดถึงฮู

หยินหยางผู้น่าสนุกในครอบครัวของเขา จึงฉีกยิ้ม

กว้างแล้วกล่าว “พี่หยาง ไม่ได้พบกันเสียนาน ไม่

รู้ว่าฮูหยินหยางสบายดีหรือไม่ ข้ายังไม่มีเวลาไป

เล่นที่เรือนของนางสักที”

“นางสบายดีมาก มีอะไรไม่ดีกัน!” หยางหลิงก

ล่าว

จากนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน

จากร่างของคนเบื้องหน้า หลัวเซิ่นหย่วนนิ่งเงียบ

ไม่เอื้อนเอ่ยวาจา ดังนั้นเขาจึงไม่กล่าวอะไรแล้ว

ในใจลอบรำพันว่าสหายผู้นี้ช่างไม่รู้จักการล้อเล่น

เอาเสียเลย จิตใจคับแคบ ทั้งยังขี้หึง เคราะห์ดีที่

แม่นางเว่ยสามารถทนเขาได้!

เมื่อหลัวเซิ่นหย่วนเห็นเขาถอยกลับไปจึงกล่าว

“อืม ข้าเชิญพวกเขามาหารือ อีกครู่ยังต้อง

ออกไปด้านนอก แต่วันนี้ข้าจะกลับมาเร็ว หลาย

วันก่อนเจ้ามิได้กล่าวว่าอยากไปชมเทศกาล

งานวัดหรือ วันนี้น่าจะมี คืนนี้ข้าสามารถไปเป็น

เพื่อนเจ้าได้”

อี๋หนิงได้ยินก็ดีใจนัก พี่ชายสามมักมีภารกิจรัดตัว

อยู่เป็นนิจ หากไม่ใช่เทศกาลวันสำคัญ แม้แต่

วันหยุดเขาก็ยังยุ่ง ส่วนวันสำคัญก็มักมีงานเลี้ยง

อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงในตระกูลหรือ

การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ พวกนางสองคนมีเวลา

ออกไปด้านนอกเสียเมื่อไร

เทศกาลงานวัดครื้นเครงยิ่ง แต่นางออกจากจวน

ไม่บ่อยนัก ในวัยเยาว์เคยเห็นเพียงครั้งสองครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลตงจื้อหรือเทศกาลหยวน

เซียว[2] ที่บริเวณข้างวัดฝั่าจาวมักมีการจัดงานอยู่

เสมอ นางอยากไปชมเหลือเกิน

“เช่นนั้นข้าจะรอท่านกลับมา” อี๋หนิงกล่าว “ใช่

แล้ว ข้าเก็บเนื้อแพะตุ๋นจากเรือนของท่านแม่ไว้

ให้ท่าน ช่วงเย็นท่านจะได้กลับมากิน”

เขาผงกศีรษะก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปหาสหาย

ร่วมงาน

หยางหลิงกล่าวด้วยเสียงโอดครวญ “หลัวซาน

เจ้านี่ช่างไม่รู้จักการสร้างสัมพันธ์จริงๆ! ข้ากับ

นายหญิงบ้านเจ้าถือว่ารู้จักกันมานมนานแล้ว

เพียงทักทายจะเป็นกระไรไป!”

“ประเด็นสำคัญคือข้ากลัวว่าเมื่อเจ้ากลับไปแล้ว

ฮูหยินของเจ้าจะถือสาหาความกับเจ้า” อารมณ์

ของหลัวเซิ่นหย่วนสงบลงเล็กน้อย เขาเอ่ยด้วย

เสียงเนิบช้าต่ำเบา “ไปเถิด ไปคุยที่ห้องหนังสือ”

คนทั้งกลุ่มค่อยๆ หายลับไป

อี๋หนิงคิดถึงงานวัดที่จะไปคืนนี้ นางให้สาวใช้ไป

หาเสื้อคลุมที่มีเนื้อผ้าหนามาสักสองตัวเพื่อ

ปั้องกันความหนาว เจินจูที่กำลังตบเสื้อคลุมด้วย

ไม้ปัดฝุั่นอยู่อีกด้านกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ยากนัก

ที่จะเห็นท่านมีความสุขเช่นนี้”

อี๋หนิงมองไปยังทิวทัศน์ซึ่งปกคลุมด้วยอาภรณ์สี

เงินสะท้อนรับกับท้องฟั้าสีครามนอกหน้าต่าง

ตั้งแต่ที่ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องของลู่เจียเสวีย นาง

ก็ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเช่นนี้มานานแล้ว นางยังให้

เจินจูมาช่วยวางกระดาษเพื่อวาดภาพทิวทัศน์

หิมะ

ยามที่หลัวเซิ่นหย่วนไม่อยู่ นางจึงจะวาดรูปได้

หากเขาอยู่ เขาต้องชี้จุดวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

ที่นางวาดรูปเพราะรู้สึกสนุกเท่านั้น อยากได้คำ

วิพากษ์วิจารณ์มากมายจากเขาเสียเมื่อไร

หลังจากอี๋หนิงวาดเสร็จก็หยิบภาพวาดของเขา

จากในกระถางเคลือบขนาดใหญ่ซึ่งวางอยู่

ด้านข้างขึ้นมาภาพหนึ่งเพื่อเปรียบเทียบ ภายใน

ห้องมีการจุดกระถางไฟสร้างความอบอุ่น เต่าที่

นางเลี้ยงไว้ด้านนอกถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาด้านใน

มันเคลื่อนไหวไปมาเล็กน้อยภายในอ่างเคลือบ

ขนาดใหญ่ นางรู้สึกว่าตนยังต้องฝึกฝนอีกสิบปีจึง

จะมีฝีมือเทียบชั้นเขาได้ อี๋หนิงวางภาพกลับไปที่

เดิม ก่อนจะเอนกายอยู่ข้างกระถางไฟ นอน

พักผ่อนชั่วครู่

นางตื่นเพราะสาวใช้มาปลุก “…แม่นางหก

กลับมาจากการจุดธูปขอพรแล้วเจ้าค่ะ ทั้งยังพา

แขกมาด้วย! ยามนี้ฮูหยินไปที่บ้านหลัก นายท่าน

จึงให้ท่านไปช่วยต้อนรับเจ้าค่ะ”

แขกที่หลัวอี๋เหลียนพากลับมาก็คือฮูหยินเฉาที่มา

ในคราก่อน กล่าวว่าบังเอิญพบขณะที่กำลัง

เดินทางมายังตระกูลหลัว

ขณะที่อี๋หนิงเดินเข้าไปในห้องของกลางก็ได้ยิน

น้ำเสียงอ่อนละมุนของหลัวอี๋เหลียน “ทุกสิ่งล้วน

ราบรื่นดีเจ้าค่ะ ทำให้ฮูหยินต้องกังวลแล้ว”

เฉียวอี๋เหนียงเป็นอนุ ไม่อยู่ในสถานะที่จะปรากฏ

ตัวได้ เมื่อหลินไห่หรูไม่อยู่ หลัวอี๋หนิงจึงจำต้อง

ออกมาต้อนรับ

อี๋หนิงนำคนเดินเข้าไปในห้องโถง ก่อนจะคารวะฮู

หยินเฉา

ฮูหยินเฉามองนางพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ครา

ก่อนได้พบกันแล้ว ท่านก็คือพี่สะใภ้สามของแม่

นางหกใช่หรือไม่”

อี๋หนิงให้สาวใช้ยกชาชั้นเลิศให้นาง “ใช่แล้วเจ้า

ค่ะ ท่านแม่ไปที่เรือนของท่านปั้า เกรงว่าต้องรอ

อีกสักครู่จึงจะกลับมา ฮูหยินโปรดอย่าได้ถือสา

เรื่องการแต่งงานนี้ หากท่านมีอะไรต้องการสั่ง

กำชับก็สามารถกล่าวกับข้าได้”

หลัวอี๋เหลียนเห็นนางมาแล้ว มุมปากก็ผุดรอยยิ้ม

หยัน

นางเก็บมือที่แต่งแต้มปลายเล็บด้วยน้ำจากดอก

เทียนช้าๆ บนข้อมือเรียวงามสวมกำไลหยกคู่หนึ่ง

เพียงอี๋หนิงปราดตามองก็รู้ว่าเป็นหยกเขียวชั้น

เลิศ มูลค่าเหลือคณามิอาจประเมิน

เกรงว่าในมือของเฉียวอี๋เหนียงคงไม่มีสิ่งของ

เช่นนี้

“ข้ามาที่นี่เพราะอยากจะดูว่าแม่นางหกเป็น

อย่างไรบ้าง ในจวนมีการเตรียมการเป็นอย่างไร

แล้ว ใต้เท้าผู้บัญชาการกล่าวไว้ว่าวันงานไม่อาจ

เลื่อน” ฮูหยินเฉาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “นอกจากนี้ก็

ไม่มีเรื่องอื่นใดแล้ว แต่ข้ายังต้องถามสักประโยค

ในตระกูลมีคนไปส่งเจ้าสาวหรือไม่ นายท่านโหว

กล่าวไว้ว่า หากจะให้ดีที่สุดควรมีพี่สะใภ้ตามไป

ส่ง หลีกเลี่ยงไม่ให้แม่นางอี๋เหลียนเกิดความไม่คุ้น

ชินยามไปถึงตระกูลลู่”

ลู่เจียเสวียเพียงแต่งรับอนุ เขายังอยากได้คนไปส่ง

เจ้าสาวด้วยหรือ ผู้มีอำนาจคับฟั้าคิดอยากทำสิ่ง

ใดก็ได้ตามอำเภอใจ

ยิ่งไปกว่านั้นจะให้นางไปส่งเจ้าสาวได้อย่างไร!

ยามนี้นางเกรงกลัวหวาดระแวงลู่เจียเสวียเป็น

ที่สุด

“เรื่องการส่งตัวเจ้าสาวคงต้องมีการหารือภายใน

บ้านก่อน” อี๋หนิงกล่าว “ข้าตัดสินใจไม่ได้ เกรง

ว่าคงต้องรอให้ท่านแม่กลับมาก่อนแล้วค่อยหารือ

กัน”

ฮูหยินเฉาหัวเราะออกมา กล่าวเสียงเนิบช้า “นี่ก็

ต้องขึ้นอยู่กับพวกท่าน เพียงแต่เมื่อเป็นคำของใต้

เท้าผู้บัญชาการ ข้าจึงนำมาถ่ายทอดเท่านั้น”

ถ้อยคำพรรค์นี้ เพียงฟังก็รู้ว่าไม่สบอารมณ์ที่ได้

ยินคำปฏิเสธของนาง

ทันใดนั้นก็มีเสียงรายงานขึ้นจากด้านนอกว่า

หลัวเฉิงจางมาแล้ว ปกติเขาจะมาต้อนรับขับสู้

แขกสตรีได้อย่างไร ทว่าฮูหยินเฉาเป็นตัวแทน

ของลู่เจียเสวีย ดังนั้นจึงถือเป็นกรณีพิเศษ ทันทีที่

หลัวเฉิงจางเข้ามาก็เหลือบตามมองหลัวอี๋หนิง

ด้วยสายตาเย็นชา ฮูหยินเฉาลุกขึ้นต้อนรับเขา

หลัวเฉิงจางยิ้มพลางบอกให้นางนั่งลง “ต้อง

รบกวนฮูหยินเฉามาถึงที่นี่ เมื่อครู่ข้าได้ยินคำของ

ท่านจากด้านนอกแล้ว การที่บุตรสาวของข้า

ได้รับความสำคัญจากท่านผู้บัญชาการถือเป็น

เกียรติของนาง ท่านผู้บัญชาการต้องการคนไปส่ง

เจ้าสาว แน่นอนว่าย่อมได้! ท่านเพียงกลับไป

รายงานก็พอ”

สีหน้าของฮูหยินเฉาผ่อนคลายลงเล็กน้อย

“ขอบคุณใต้เท้าหลัวที่เข้าใจ เช่นนั้นข้าจะกลับไป

รายงานท่านผู้บัญชาการ!”

อี๋หนิงฟังถึงตรงนี้ก็ตระหนักได้ทันทีว่าเมื่อครู่

หลัวเฉิงจางแอบฟังอยู่ด้านนอกมาโดยตลอด

รอจนผู้ดูแลและสาวใช้ชราส่งฮูหยินเฉากลับไป

แล้ว หลัวเฉิงจางจึงได้ปันสีหน้าบึ้งตึง น้ำเสียงไม่

ค่อยดีนัก “สะใภ้สาม เหลียนเจี่ยร์ใกล้จะแต่งงาน

กับใต้เท้าผู้บัญชาการแล้ว ไม่ว่าเขาพูดอะไร บ้าน

เราก็ต้องพยายามตอบรับเต็มกำลัง เจ้ากล้า

ปฏิเสธคำของฮูหยินเฉาได้อย่างไร! หากมิใช่

เพราะข้าได้ยินจากด้านนอกแล้วเดินเข้ามา เจ้า

จะจัดการสถานการณ์นี้อย่างไร”

อี๋หนิงลุกขึ้น “ท่านพ่อ ตั้งแต่อดีตกาลก็ไม่มี

หลักการที่ต้องส่งตัวเจ้าสาวที่แต่งเข้าไปเป็นอนุ

หากท่านอยากส่งก็ไปส่งเถอะ เพียงแต่ข้าจะไม่ไป

ส่ง ท่านเลือกสะใภ้ใหญ่พี่สะใภ้รองออกมาสักคน

เถิด”

หลัวเฉิงจางรู้สึกว่านางช่างไม่รู้จักการประจบ

สอพลอเอาเสียเลย “ไปส่งตัวเจ้าสาวให้เหลียน

เจี่ยร์แล้วจะเป็นอย่างไร ทั้งยังเป็นการไปส่งที่

จวนหนิงหย่วนโหว นี่ถือเป็นการลดฐานะของเจ้า

หรือ! เจ้าไม่ยินยอมก็ช่างเถิด มีผู้ใดบ้างที่ไม่แย่ง

ชิงกันไปส่ง ใช่ว่าขาดเจ้าเพียงคนเดียวจะไม่

สำเร็จ!”

หลัวอี๋หนิงไม่อยากโต้เถียงกับเขาด้วยเรื่องนี้จึง

กล่าวลาด้วยสีหน้าเย็นชา

เมื่อเห็นนางจากไป หลัวอี๋เหลียนจึงจับมือของ

บิดาเอาไว้ “พี่สะใภ้สามกล่าวกับท่านเช่นนี้ช่างไร้

ความเกรงใจนัก ท่านเป็นพ่อสามีของนาง ตาม

หลักการไม่ว่าท่านสั่งให้นางทำอะไร นางก็ไม่ควร

โต้เถียงสักคำ หากท่านให้นางไปส่งเจ้าสาวแล้ว

นางจะกล้าไม่ไปส่งหรือ!”

หลัวเฉิงจางตบมือของนางเบาๆ “พี่ชายสามของ

เจ้าคอยปกปั้องนางอยู่ เบื้องหลังยังมีท่านอิงกั๋ว

กง ข้าไม่อาจกล่าววาจารุนแรงเกินไป ทว่าต่อไป

เมื่อเจ้าแต่งกับผู้บัญชาการลู่แล้ว ไม่ว่าเจ้าพูด

อะไร นางย่อมไม่กล้าโต้ตอบเจ้า เจ้ารอไปเถิด!”

อันที่จริงในใจหลัวอี๋เหลียนก็ตระหนักชัด เพียงแต่

นางรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่านั้น

จากนั้นหลัวเฉิงจางก็สั่งกำชับนางเรื่องหลังออก

เรือน หลัวอี๋เหลียนฟังเขาด้วยรอยยิ้ม

ยามบ่ายหลังจากหลัวเซิ่นหย่วนกลับมา หลัวอี๋ห

นิงก็เล่าให้เขาฟังเรื่องคำขอส่งตัวเจ้าสาวของ

ลู่เจียเสวีย

หลัวเซิ่นหย่วนย้อนถาม “เขาได้ระบุหรือไม่ว่า

ต้องให้ผู้ใดไปส่ง”

“ไม่ได้กล่าวไว้” อี๋หนิงเพิ่มเกี๊ยวลงในถ้วยเนื้อ

แพะของเขา ก่อนราดด้วยเครื่องปรุงอีกหนึ่งช้อน

“ข้าปฏิเสธไปแล้ว ท่านพ่อน่าจะไปเชิญพี่สะใภ้

ใหญ่มาช่วย ตระกูลของนางพอมีพื้นเพอยู่บ้าง

ท่านพ่อให้ความสำคัญกับจุดนี้”

หลัวเซิ่นหย่วนกินเกี๊ยวแล้วกล่าว “เช่นนั้นก็

แล้วแต่เขาเถิด จะให้ผู้ใดไปส่งก็แล้วแต่เขา เจ้า

เก็บของเรียบร้อยแล้วหรือยัง อีกสักครู่เมื่อกิน

ข้าวเสร็จก็จะออกเดินทางแล้ว”

ห่อสัมภาระใบเล็กของอี๋หนิงถูกจัดเก็บเรียบร้อย

มีทั้งของว่าง เมล็ดแตง ผลไม้แห้ง และกาน้ำชา

ต่างๆ

ทว่าสุดท้ายหลัวเซิ่นหย่วนกลับไม่ยอมให้นางเอา

อะไรติดตัวไป เขาให้นางสวมเสื้อคลุมที่มีหมวก

ด้านหลังแล้วพานางออกจากจวนไปเที่ยวชม

งานวัด

แม้จะเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว ทว่าบรรยากาศ

ภายในงานวัดยังดูครึกครื้น ตามตรอกซอกซอย

ถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟ รอบข้างเต็มไป

ด้วยชาวบ้านที่จับจูงบุตรชายบุตรสาว คนขับ

เกวียนวัว ลากม้าล่อ ผู้คนสัญจรขวักไขว่ ยังมีรถ

ม้าของตระกูลร่ำรวยสูงศักดิ์ซึ่งบ่าวไพร่คอย

ติดตามอยู่เบื้องหลัง ระหว่างทางมีของกินต่างๆ

นานา ทั้งเมล็ดแตงคั่ว ถั่วคั่ว พุทราแห้ง ลูกพลับ

แห้ง สาลี่เชื่อม ขนมน้ำตาลกุ้ยฮวา

เพียงมองก็ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา อี๋หนิงให้คนลงไป

ซื้อของ

ทว่าหลัวเซิ่นหย่วนกลับรั้งนางเอาไว้ “อาหารข้าง

ทางนี้…”

อี๋หนิงมองเขา “ในวัยเยาว์มิใช่ว่าท่านซื้อให้ข้าอยู่

บ่อยครั้งหรอกหรือ”

หลัวเซิ่นหย่วนเหลือบมองนางแล้วกล่าว “ของที่

ซื้อให้เจ้าจะเลือกซื้ออย่างสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร

ของทั้งหมดล้วนซื้อมาจากร้านขนมร้านใหญ่ เจ้า

รู้สึกว่าพวกมันเหมือนกับขนมที่ซื้อมาจากข้างทาง

โดยสุ่มสี่สุ่มห้าหรือ”

หัวใจของอี๋หนิงกระเพื่อมไหวเล็กน้อย นางกล่าว

“เช่นนั้นก็ไม่ซื้อแล้ว!”

นางลงจากรถม้าไม่ได้ หิมะด้านนอกถูกเหยียบจน

ละลายแล้ว พื้นเปียกแฉะสะท้อนเงาสีแดงของ

โคมไฟ นางนั่งอยู่ข้างกายเขา ทั้งสองคนใกล้ชิด

กันอย่างยิ่งยวด ภายในรถมืดสลัวยิ่งนัก นางนั่ง

ข้างเขาเงียบๆ เช่นนี้ก็รู้สึกคล้ายกับเขาอ่อนโยน

ขึ้นมาเล็กน้อย ได้ยินเสียงลมหายใจดังชัด อี๋หนิง

พลันบังเกิดความรู้สึกไม่กล้าเคลื่อนไหว

หลัวเซิ่นหย่วนสั่งให้รถม้าหยุด ก่อนสั่งการเสียง

ต่ำสองสามประโยค ไม่นานก็มีองครักษ์วิ่งก้าว

เล็กๆ เข้ามา ในมือถือถุงขนมก้อนน้ำตาลกุ้ยฮวา

ก้อนน้ำตาลที่เพิ่งตัดยังคงร้อนลวกมือ

เขาส่งให้นางพลางกล่าว “กินเถิด เจ้ากินได้เพียง

สิ่งนี้”

อันที่จริงอี๋หนิงไม่ค่อยอยากกินสักเท่าไร ทว่ากลิ่น

ของก้อนน้ำตาลกุ้ยฮวาร้อนๆ หอมเหลือเกิน นาง

เพิ่งกัดได้เพียงก้อนหนึ่งก็เงยหน้าถามเขา “สิ่งนี้

รสชาติดีทีเดียว ท่านอยากลองหรือไม่”

“อร่อยหรือ เช่นนั้นให้ข้าลองบ้าง” เขากล่าว

อี๋หนิงหยิบก้อนน้ำตาลกุ้ยฮวาก้อนหนึ่งขึ้น

ขณะที่นางกำลังยื่นเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเขา

ทันใดนั้นม่านก็ถูกปล่อยลง ท่ามกลางแสงสลัว

สิ่งอุ่นร้อนสิ่งหนึ่งทาบทับลงบนกลีบปากนาง อี๋ห

นิงไม่ทันตั้งตัว อันที่จริงนั่นเป็นเวลาเพียงชั่ว

ประเดี๋ยวเท่านั้น ภายในพื้นที่เล็กแคบ นางถูก

ร่างเขาโอบกอดไว้ ภาพรอบด้านพร่ามัว ริมฝีปาก

และฟันอวลไปด้วยกลิ่นหอมของก้อนน้ำตาลกุ้

ยฮวา

“หวานนัก” เขากล่าว

อี๋หนิงได้ยินเสียงอึกทึกของการแสดงเชิดสิงโต

ด้านนอก มือนางยังถูกเขากอบกุมไว้ ในใจลอบ

คิดว่าเหตุใดเขาจึงยังมีท่าทีสงบนิ่งราวกับไม่มีสิ่ง

ใดเกิดขึ้นได้! ก้อนน้ำตาลกุ้ยฮวาที่อยู่ในมือนาง

ไม่ได้ถูกแตะต้องอีกแม้เพียงชิ้นเดียว แท้จริงเมื่อ

ครู่เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะซื้อก้อนน้ำตาลให้นาง!

เมื่อถึงสมาคมการค้าแห่งซานซี หลัวเซิ่นหย่วนก็

พานางลงจากรถม้า บนหอสมาคมการค้าแห่งนี้

สามารถชมทั้งโคมม้าวิ่ง การเชิดสิงโต และคนปัน

ขนมน้ำตาล ขณะที่อีกด้านหนึ่งสามารถชมพิธี

ปลดปล่อยน้ำและดินของวัดได้ บรรยากาศ

ครื้นเครงยิ่งนัก บรรดาชนชั้นสูงศักดิ์ที่อยากมา

เที่ยวชมงานวัดมากกว่าครึ่งจะมายังสถานที่แห่งนี้

ระหว่างทางอี๋หนิงไม่ได้พูดคุยกับเขามากนัก

ผู้ดูแลออกมาต้อนรับหลัวเซิ่นหย่วน ก่อนจะเดิน

นำไปยังชั้นสอง บริเวณชั้นสองมีฉากกั้น บนชั้น

ประดับของฉากกั้นเต็มไปด้วยสิ่งของจำพวกไผ่ใบ

เกล็ด อี๋หนิงเดินตามหลัวเซิ่นหย่วนขึ้นไปยังชั้น

บน ก่อนจะพบว่าด้านข้างมีฉากกั้นบานหนึ่งเปิด

อยู่ ผู้ที่นั่งอยู่ด้านในแลดูคุ้นตา อี๋หนิงพินิจมองก็

พบว่าเป็นเซี่ยอวิ้น! บุรุษใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่

ด้านข้างนาง หากมิใช่เฉิงหลางแล้วจะเป็นผู้ใด

ทั้งสองคนยังพาบรรดาสาวใช้ชราและบ่าวไพร่มา

ด้วย พวกเขาอยู่ชื่นชมงานวัดที่นี่ ไม่ทัน

สังเกตเห็นพวกเขา

เมื่อคิดดูแล้ว ตระกูลเฉิงเองก็ตั้งอยู่ละแวกนี้ ไม่

ไกลจากที่นี่นัก

หลัวเซิ่นหย่วนเห็นเซี่ยอวิ้นที่นั่งอยู่ข้างเฉิงหลาง

จึงหันกลับไปถามอี๋หนิง “เจ้าอยากไปทักทาย

หรือไม่”

“ช่างเถิด” อี๋หนิงไม่รู้ว่าจะสนทนาอะไรกับพวก

เขาจึงดึงตัวหลัวเซิ่นหย่วนไว้เตรียมจะจากไป

ในขณะนั้นเอง เซี่ยอวิ้นก็หันมาพบพวกเขา นาง

ลุกขึ้น กล่าวกับอี๋หนิงด้วยรอยยิ้ม “ใต้เท้าหลัว

นายหญิงสามหลัว ช่างประจวบเหมาะนัก พวก

ท่านอยากจะมานั่งด้วยกันหรือไม่”

เฉิงหลางได้ยินคำของเซี่ยอวิ้น มือที่ถือถ้วยชาก็

นิ่งค้างไปเล็กน้อย

——————–

1. วันตงจื้อคือวันเทศกาลฤดูหนาว เป็นวันที่

กลางวันสั้นที่สุด กลางคืนยาวนานที่สุดใน

รอบปี เทศกาลนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า

เทศกาลบัวลอย

2. เทศกาลหยวนเซียวหรือเทศกาลโคมไฟ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 168"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdfrh4
ท่านบัณฑิตเจ้าขา… ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน!
18/06/2026
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
19/06/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.