Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 176

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 176
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

แสงอรุณโผล่พ้นชายคา ต้นไม้ในจวนหนิงหย่วน

โหวแผ่กิ่งก้านร่มรื่นสูงใหญ่ หิมะถูกปัดกวาดจน

สะอาดเกลี้ยงเกลา สาวใช้ชราย่างก้าวด้วยฝีเท้า

อันแผ่วเบา

หลัวอี๋หนิงลืมตาขึ้น ทันทีที่ก้มหน้าก็พบกับมือคู่

ใหญ่ที่ตรึงร่างนางไว้ ศีรษะนางหนักอึ้ง ลู่เจีย

เสวียนอนเกยคางบนศีรษะของนาง ข้อมือของ

เขาสวมหนังกวางชะมด ที่นิ้วโปั้งมือซ้ายมีแหวน

ที่เขามักสวมอยู่เป็นนิจ แหวนวงนี้สร้างความรู้สึก

ประหลาดให้แก่นาง อาจเป็นเพราะเห็นลู่เจียเส

วียสวมแหวนวงนี้อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นสำหรับนาง

สิ่งนี้จึงเป็นเครื่องหมายแห่งพลังอำนาจ

สิ่งนี้ทำให้หลัวอี๋หนิงคิดถึงภาพในขณะที่เขาเป็น

พ่อบุญธรรมของตน เขามักวางตนสูงส่ง มองนาง

ประหนึ่งมดตัวน้อยที่กำลังดิ้นรนด้วยสายตา

เพิกเฉย ไม่เคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือ มีเพียงยามที่

เขาอารมณ์ดีหรือได้รับผลประโยชน์เท่านั้นจึงจะ

ยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ นอกนั้นหากไม่ปันสีหน้า

เย็นชาก็วางท่าไม่แยแส ทำให้นางในยามนั้นทั้ง

รู้สึกเคียดแค้นและไร้พละกำลัง

นางขยับกายคิดจะปลีกตัวออก ทว่ามือของเขารั้ง

เอวของนางไว้ ลู่เจียเสวียเผยอเปลือกตาขึ้นมอง

นาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “จะไปที่ใด”

หลัวอี๋หนิงพลันบังเกิดความคิดอยากตอบโต้ สิ่งนี้

น่าประหลาดนัก อาจเป็นเพราะมนุษย์ทุกคนต่าง

มีความชั่วร้ายโดยสันดานกระมัง…นางเองก็เป็น

เพียงมนุษย์สามัญคนหนึ่ง

นางกล่าว “ข้าอยากกลับไปยังตระกูลหลัว ท่าน

ให้ข้ากลับไปได้หรือไม่”

คล้ายกับประโยคนี้จะกระตุ้นต่อมอารมณ์ของ

ลู่เจียเสวียให้พลุ่งพล่าน แววตาเขาพลันเปลี่ยนไป

เสียงหัวเราะดังขึ้น เขายื่นมือบีบคอนาง หลัวอี๋ห

นิงสัมผัสได้ถึงแรงที่บีบกระชับ มันรุนแรงขึ้นทุก

ขณะ บางทีนางอาจตายแบบนี้ นางไม่อยาก

เปิดเผยความอ่อนแอ แต่ลมหายใจของนางติดขัด

ขึ้นเรื่อยๆ นางจึงเริ่มดิ้นรนอย่างไม่อาจต้านทาน

ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนราง ทั่วทั้งร่างอึดอัด ลม

หายใจค่อยๆ รวยริน ความตายค่อยๆ คืบคลาน

เข้ามา

ในชั่วขณะนั้นเอง ลู่เจียเสวียก็ปล่อยมือ ครั้นหลัว

อี๋หนิงได้สติก็หอบหายใจเฮือกใหญ่ สำลักกระอัก

ไอจนน้ำตาพรั่งพรู

เฝั้ารอนางมานานแรมปีจนสุดท้ายนางก็กลับมา

แล้วเขาจะทำใจปล่อยนางไปได้อย่างไร เขาไม่

อาจทำใจได้แม้เพียงนิด ทว่าอย่างไรเขาก็ต้องให้

นางได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานเสียบ้าง อันที่จริง

แล้วเขาแทบไม่ได้ออกแรงเลยสักนิด

“ความรู้สึกนี้ทรมานมากใช่หรือไม่” เสียงเนิบช้า

ของลู่เจียเสวียดังขึ้นข้างหูนาง เขามีท่าทีผ่อน

คลายมากขึ้น “หลังจากเจ้าตาย ข้าก็ไปค้นหาเจ้า

ที่ใต้หน้าผา ทว่าหาอย่างไรก็หาไม่พบ…ความรู้สึก

ในยามนั้นก็เป็นเช่นนี้ แต่เมื่อได้เห็นสภาพของ

เจ้า…ข้ากลับรู้สึกทรมานเสียยิ่งกว่าตาย”

สภาพจิตใจในขณะนั้นต่างจากยามนี้

เขาในตอนนั้นคุกเข่าอยู่บนพื้น สำลักไอไม่หยุด

ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะลุกขึ้น เขาปกปั้องนาง

ไม่ได้ เขาหวังว่านางจะยังมีชีวิตอยู่

ในบทละครการแสดงเหล่านั้น ผู้ที่ตกจากหน้าผา

ต่างก็มีชีวิตรอดมิใช่หรือ แต่นางกลับไม่เป็น

เช่นนั้น ความจริงเป็นสิ่งน่ากลัว โหดร้ายอย่าง

แสนสาหัส มันไม่หลงเหลือความหวังใดให้เขา

เบื้องหน้ามีโลหิตเจิ่งนองไปทั่ว ในช่วงเวลาที่

ยาวนานราวกับกัลปาวสานนั้น เขาไม่อาจทนมอง

ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนางได้

ถ้อยคำของเขาราวกับคลื่นอันร้อนแรงจากเตาไฟ

แผดเผาจนนางเจ็บปวดทุรนทุราย

หลัวอี๋หนิงกุมลำคอสำลักไอ ทรมานอย่างแสน

สาหัส ในปีนั้นก็เป็นความรู้สึกทุกข์ทรมานเช่นนี้

รู้สึกเหมือนถูกคนทั้งโลกหักหลัง เจ็บปวดทรมาน

แต่กลับไร้คนรับฟัง

ลู่เจียเสวียดึงนางให้ลุกขึ้นนั่ง “รู้สึกทรมานใช่

หรือไม่ เช่นนั้นต่อไปก็อย่าได้กล่าวคำพูดเช่นนั้น

อีก” เขาเอ่ย “ลุกขึ้นมากินอาหารเช้า ข้าต้อง

ออกไปทำธุระข้างนอก เจ้าต้องไปกับข้า”

เห็นทีเขาคงไม่มีทางปล่อยนางไว้เพียงลำพังแล้ว

สุสานของตระกูลลู่อยู่บนภูเขาในเขตชานเมือง

ของเมืองหลวง พายุหิมะตกปกคลุมไปทั่ว เมื่อ

เดินตามขั้นบันไดหินที่เรียงสลับทับซ้อนขึ้นไปยัง

บนภูเขาก็จะพบกับสุสานของบรรพบุรุษ ด้านบน

มีประตูโค้งสูงใหญ่ ทั้งยังมีแผ่นศิลาจารึก อี๋หนิง

ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงมาที่นี่ นางเดินวนรอบหนึ่ง ที่

แห่งนี้เต็มไปด้วยต้นชางไปั่และต้นสน แม้จะเกิด

พายุหิมะ แต่พวกมันยังดูเขียวชอุ่ม รอบบริเวณมี

ทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนา

หลัวอี๋หนิงเหลือบเห็นหลุมฝังศพเล็กๆ หลุมหนึ่ง

ที่อยู่ถัดจากอดีตฮูหยินหนิงหย่วนโหว นางก้าว

เข้าไปช้าๆ ครั้นได้เห็นชื่อที่สลักอยู่บนปั้ายหลุม

ฝังศพ ลมหายใจก็พลันสะดุด นี่คือหลุมฝังศพของ

นาง!

นางยืนนิ่งอยู่หน้าหลุมฝังศพของตนเอง

ความรู้สึกที่ได้เห็นหลุมฝังศพของตนช่าง

ประหลาดนัก ในอดีตนางไม่เคยมายังสถานที่แห่ง

นี้ กระทั่งไม่รู้ว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่

ฉับพลันนั้นความรู้สึกก็แปรเปลี่ยนเป็นสับสน

ซับซ้อน ทะเลกลายเป็นผืนนา[1] ทุกสรรพสิ่ง

แปรเปลี่ยน คาดไม่ถึงว่าจะมีสถานที่เล็กๆ ที่ให้

นางได้หลับพักผ่อนไปตลอดกาล

หากได้นิทราใต้ผืนพิภพไปชั่วนิรันดร์ บางที

เรื่องราวทุกอย่างอาจจบสิ้น ได้อยู่อย่างสงบสุขไป

ชั่วกัลปาวสาน หลัวอี๋หนิงพลันตระหนักถึงจุดนี้

แต่นางยังคงรู้สึกยินดีที่ตนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ได้ประสบพานพบคนที่ดีต่อนางมากมาย ทั้งฮู

หยินผู้เฒ่าหลัว หลินไห่หรู หลัวเซิ่นหย่วน เว่ย

หลิง ทุกคนล้วนเป็นคนพิเศษในชีวิตนาง สำหรับ

นางแล้ว พวกเขาคู่ควรกับการได้รับทุกสิ่ง พวก

เขาทำให้นางมีชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม ไม่หวาดกลัว

กับทุกสิ่งที่ต้องเผชิญ

เมื่อหลัวอี๋หนิงเคลื่อนตัวเข้าใกล้จึงพบว่ามีบนนั้น

มีคำสลักจารึกถึงนาง

ภรรยาของข้าอี๋หนิง ชาวซุ่นเต๋อเมืองหลวง บุตรี

ของจิ้นซื่อชั้นรองหลัว อายุสิบหกปีแต่งเป็น

ภรรยาของเสวีย…

เป็นภรรยาของเสวีย

แต่งเป็นภรรยาเขา…

ลายมือของเขาสลักจารึกลงไป

แม้นางจะไม่ชอบลู่เจียเสวียแล้ว แต่เมื่อได้เห็นสิ่ง

นี้ หัวใจก็เกิดความสั่นคลอน นางจะไร้ซึ่งอารมณ์

ใดๆ ได้อย่างไร ในเมื่ออดีตเหล่านี้เคยเป็นชีวิต

ของนาง

ลู่เจียเสวียยืนอยู่ไม่ไกล กำลังพูดคุยกับผู้ใต้บัญชา

ปีใหม่ของทุกปีเขาต้องมาเซ่นไหว้และซ่อมแซม

สุสานบรรพชน เนื่องจากหลุมฝังศพของบรรพ

บุรุษมีความเชื่อมโยงกับความเจริญรุ่งเรืองของ

วงศ์ตระกูล ดังนั้นจึงต้องดูแลรักษาให้ดี เมื่อเขา

จบการสนทนาก็เดินมาหานาง ครั้นเห็นนางเดิน

ไปตรงบริเวณพื้นที่รกร้างก็กล่าว “เจ้าอย่าได้เกิด

ความคิดอื่นไป นั่นจะเป็นเพียงการทรมานตนเอง

เท่านั้น ตรงนั้นอากาศเย็นมาก รีบมาตรงนี้”

เขายื่นมือมาจับจูงหลัวอี๋หนิง พานางเดินลงเขา

หิมะเริ่มตกโปรยปรายอีกครั้ง ผสานเคล้าคลอไป

กับลมหนาว

รถม้ารออยู่ตรงเชิงเขา หลัวอี๋หนิงรู้ว่าลู่เจียเสวีย

จะพานางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าเป็นที่

ใด ผู้ที่ยังมีชีวิตเหลือรอดเพียงคนเดียวในปีนั้น

แท้จริงเขาหมายถึงผู้ใด

ภายในรถม้าถูกปิดสนิทจนมองไม่เห็นด้านนอก

อากาศด้านในอบอุ่น ลู่เจียเสวียนั่งอยู่ในรถม้า ฟัง

ผู้ใต้บัญชากล่าวรายงาน ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับ

ชายแดน ในเมื่อไร้หนทางหลบหนี นางจึง

พยายามนั่งให้ห่างจากเขา หลัวอี๋หนิงแง้มผ้าม่าน

ขึ้นเป็นช่องเล็กๆ ก่อนจะพบว่ายามนี้รถม้า

เคลื่อนตัวมาถึงนอกประตูอู่เหมินแล้ว

ลู่เจียเสวียพานางมาวังหลวงรึ

นางประหลาดใจเล็กน้อย รถม้าเคลื่อนตัวผ่าน

เส้นทางทอดยาวจากประตูด้านข้างเข้าสู่ด้านใน

พระราชวัง

ในเวลานี้ลู่เจียเสวียต้องปลีกตัวจากนางแล้ว เขา

ต้องไปรายงานตัวกับฮ่องเต้ที่พระตำหนักเฉียนชิง

เขาสั่งกำชับให้สาวใช้ชราสองคนนั้นตามเฝั้าดูอี๋ห

นิง อี๋หนิงถูกสาวใช้ชราสองคนคุมตัวอยู่บนเกี้ยว

จากนั้นเกี้ยวจึงเคลื่อนตัวผ่านทางเดินเล็กเข้าสู่

ตำหนักจิ่งเหริน

นางกำนัลส่งดอกฉาฮวาที่เพิ่งเด็ดจากโรง

เพาะเลี้ยงเข้ามา

ฮองเฮาอยู่ในพระตำหนักด้านข้าง นางเอนกายลง

บนหมอนอิงสีเหลืองสดที่ปักลายร้อยวิหคทะยาน

สู่หงส์ทอง ภายในห้องมีการเผาถ่าน แจกัน

เคลือบสี่ฤดูหรู่เหยาเรียวสูงที่อยู่ด้านข้างมีกิ่งดอก

เหมยแดงหลายกิ่งปักอยู่ นางอุ้มเตาอุ่นพกที่

ห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่เพื่อขจัดความหนาว นาง

กล่าวด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน “วันนี้ดอกเหมย

แดงที่ตัดมาไม่ค่อยงามสักเท่าไร มีแต่ดอกตูมยัง

ไม่ผลิบาน”

นางกำนัลที่คอยปรนนิบัติยอบกายลงกล่าว

“ฮองเฮาเพคะ อากาศหนาวเกินไป ดอกไม้เกรง

กลัวความหนาวจึงไม่ยอมผลิบาน หากเผาถ่านให้

ความอบอุ่นสักชั่วยามก็จะดีขึ้นแล้วเพคะ”

ฮองเฮาคล้ายตกอยู่ในภวังค์

นางกำนัลจากด้านนอกเดินเข้ามารายงาน

“ฮองเฮา…คนที่ท่านใต้เท้าผู้บัญชาการต้องการ

ให้พระองค์ทรงพบมาถึงแล้วเพคะ”

ฮองเฮานั่งหลังตรงโดยพลัน สุดท้ายนางก็ไม่

สามารถต่อต้านลู่เจียเสวียได้ นางพรูลมหายใจ

แผ่วเบา “ให้คนเข้ามา”

อันที่จริงนางก็ใคร่รู้นัก ว่าคนที่ลู่เจียเสวียให้

ความสำคัญเป็นผู้ใด นางให้คนรอบข้างถอย

ออกไป ไม่นานก็มีสาวใช้ชราร่างหนาตัวใหญ่เดิน

ประกบสตรีคนหนึ่งเข้ามา

หลัวอี๋หนิงที่ถูกห่อหุ้มกายด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สี

แดงเข้มยืนเงยหน้ามองการประดับตกแต่ง

โดยรอบจากระยะไม่ไกล นางเคยมาเยือนตำหนัก

จิ่งเหรินแห่งนี้ ครานั้นนางประสบเคราะห์ร้าย

สุดท้ายก็เป็นเขาที่กล่าวว่ายินดีแต่งรับนางเป็น

ภรรยา บัดนี้เมื่อนึกถึงทุกสิ่งอย่างก็ให้รู้สึก

เชื่อมโยงกัน

ฮองเฮาสั่งให้คนยกน้ำชาให้ นางจึงได้เห็นมือของ

อีกฝั่ายที่ยื่นออกมานอกเสื้อคลุม

ครั้นใบหน้าของนางเผยออกมา ฮองเฮาก็เบิก

ดวงตากว้าง

นี่มิใช่…บุตรสาวบุญธรรมของลู่เจียเสวียหรือ ในปี

นั้นนางแทบไม่เคยวางคนผู้นี้ไว้ในสายตา อีกฝั่าย

เป็นผู้ที่นางหมายมั่นจะให้เป็นเพียงชายารองของ

องค์ชายสาม!

หลัวอี๋หนิงยอบกาย “ถวายพระพรฮองเฮา ไม่ได้

พบกันเสียนานเพคะ”

นางนั่งลงแล้วหยิบกาน้ำชาจากเตาอุ่นมารินน้ำชา

ให้ตนเอง ไอร้อนพวยพุ่งจากถ้วยน้ำชา “ที่หม่อม

ฉันมาพบพระองค์ก็เพราะลู่เจียเสวียกล่าวว่าเขา

ได้ขอร้องให้พระองค์ทรงบอกเล่าเรื่องราวของ

จวนหนิงหย่วนโหวในปีนั้นให้หม่อมฉันฟังเพคะ”

ครั้นฮองเฮาได้ยินนางเรียกขานนามของลู่เจียเส

วียโดยตรงก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ ถึงจะกล่าวว่า

หลัวอี๋หนิงเป็นบุตรสาวบุญธรรม ทว่าลู่เจียเสวียก

ลับปฏิบัติต่อนางไม่เหมือนบุตรสาวบุญธรรมแม้

เพียงเศษเสี้ยว ในวังหลวงยังมีจ้าวหมิงจูที่แขวน

สถานะบุตรสาวบุญธรรมของเขา แต่เขาก็ไม่ค่อย

เอ่ยถึงสักเท่าไร ส่วนสาวใช้ชราสองคนนั้นที่มา

ปรนนิบัตินาง ท่าทีดูคล้ายจะมาเฝั้านางเสีย

มากกว่า

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงรำพึงรำพัน “ช่างเถิด ไม่รู้

ว่าเขาจะลากผู้ที่ไม่มีส่วนพัวพันเช่นเจ้าเข้ามาเพื่อ

อะไร แต่หากเจ้าต้องการฟัง ข้าก็จะเล่า เพียงแต่

เมื่อออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้ว เจ้าต้องลืมทุก

สิ่งทุกอย่างให้หมดสิ้น”

นางเปลี่ยนแปลงชื่อคนในเหตุการณ์เป็นบุคคลอื่น

กันตนเองออกจากเรื่องราว

ฮองเฮาเรียกนางกำนัลข้างกายมาเปลี่ยนถ่านใน

เตา บรรยากาศภายในห้องอบอุ่นจนทำให้รู้สึก

ง่วงงุนประหนึ่งได้นอนอาบแสงอาทิตย์ที่กำลัง

พอเหมาะในยามบ่าย ทุกสิ่งรอบกายล้วนดูอบอุ่น

เนือยเนิบ ไร้ซึ่งอันตรายใดๆ

แต่ด้วยเหตุนี้ ความตื่นตระหนกกับแผนการร้าย

ในอดีตและเรื่องราวซ่อนเร้นเหล่านั้นจึงคล้าย

ไม่ได้พลุ่งพล่านมากเช่นที่ควรจะเป็น

อี๋หนิงจับจ้องไปที่ใบหน้าของฮองเฮาตลอดเวลา

ฮองเฮาสาธยายเรื่องราวเหล่านั้นออกมาอย่าง

แช่มช้า ยิ่งเล่าก็ยิ่งพูดไม่ออก

ระหว่างที่ฮองเฮากำลังสาธยาย หลัวอี๋หนิงก็

ปะติดปะต่อเหตุการณ์ต่างๆ ออกมาเป็นเรื่องราว

ที่สมบูรณ์ เรื่องนี้สอดคล้องกับเงื่อนงำที่นางได้

รับรู้ทั้งหมด จุดที่เคยสงสัยก็ได้รับการแถลงไข

เช่นเหตุใดหลังจากนางเสียชีวิต ลู่เจียเสวียจึงไม่

เคยแต่งงานอีก หรือเหตุใดบางครั้งลู่เจียหรันจึง

มองนางด้วยสายตาวิปริตพิกล

จากนั้นหลัวอี๋หนิงจึงซักถามฮองเฮาอีกสองสาม

คำถาม ยิ่งไต่ถามก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่ฮองเฮาเล่าอาจ

เป็นความจริง!

ลู่เจียเสวียไม่มีความจำเป็นต้องสังหารนาง ด้วย

ความสามารถของเขา หากคิดจะแย่งชิง

บรรดาศักดิ์โหวย่อมทำได้โดยไม่ต้องอาศัยความ

ตายของนางมาเป็นชนวนเหตุ ผู้ที่สังหารนาง…

กลับกลายเป็นคนที่นางคาดไม่ถึง!

เขาไม่ใช่คนที่สังหารนางจริงๆ !

เช่นนั้นที่นางโกรธแค้นลู่เจียเสวียมานานแรมปีจะ

มีความหมายใด การแก้แค้นเหล่านั้นของนางจะมี

ความหมายอย่างไร

เขาไม่เคยทำอะไร แต่กลับต้องสูญเสียภรรยา ถูก

โจมตีอย่างหนักหน่วง เรื่องราวในอดีตระหว่างทั้ง

สองเหล่านั้น เขารักนางด้วยใจจริง

ที่ปิดบังหลอกลวงก็เพราะต้องการปกปั้องนาง

ความอ่อนโยนและอารมณ์ขันในปีนั้น บัดนี้กลับ

แปรเปลี่ยนเป็นความกระด้างเย็นชา นี่ล้วนเป็น

โชคชะตาที่หยอกล้อกับผู้คน

ฮองเฮาเห็นนางนิ่งเงียบไปจึงกล่าวขึ้นอีกครั้ง

“ผ่านมานานหลายปีแล้ว อันที่จริงความทรงจำ

ของข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เริ่มเลือนรางแล้ว…บางที

อาจมีจุดที่ละเลยไป”

ครั้นนางเห็นหลัวอี๋หนิงมีสีหน้าผิดปกติจึงเอ่ยถาม

“เจ้า…รู้สึกไม่สบายหรือ”

หลัวอี๋หนิงลุกขึ้น “ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรง

ห่วงใย หม่อมฉันสบายดี เพียงแต่คงต้องทูลลา

แล้วเพคะ”

สองวันมานี้นางทั้งได้รับไอเย็น ทั้งต้องระหกระเห

เร่ร่อน ยามนี้ศีรษะจึงรู้สึกหนักอึ้ง แข้งขาอ่อน

แรง ยามที่อยู่ในต้าถงนางไม่ได้พักฟืนร่างกายให้

ดี

ฮองเฮามองมือของนางที่อยู่ใต้แขนเสื้อสีแดงสด

บนข้อมือมีกำไลทองและกำไรหยกอย่างละวง ไม่

รู้ว่านี่คือการแต่งกายรูปแบบใด ไม่มีผู้ใดสวมใส่

เยี่ยงนี้ หรือลู่เจียเสวียจะมีความชมชอบเช่นนี้

ฮองเฮากล่าว “ไม่ต้องร้อนรนไป ดูสีหน้าเจ้าซีด

เซียวนัก ข้าจะให้หมัวมัวข้างกายมาตรวจร่างกาย

เจ้า นางเป็นคนที่ข้าเรียกใช้เป็นประจำ มีทักษะ

ทางการแพทย์เลิศล้ำ” กล่าวแล้วก็ให้คนไปตามส

วีหมัวมัวเข้ามา หลัวอี๋หนิงเห็นฮองเฮายืนกราน

เช่นนั้นจึงนั่งลง

สวีหมัวมัวยืนรออยู่ด้านนอก เมื่อเดินเข้ามาก็จับ

ชีพจรให้หลัวอี๋หนิง

ภายในไม่กี่ลมหายใจ สวีหมัวมัวก็รำพันขึ้นเสียง

หนึ่ง การที่นางได้ถวายการปรนนิบัติข้างกาย

ฮองเฮาก็เพราะมีความชำนาญในการตรวจรักษา

โรคของสตรี หากมีสิ่งผิดปกติอันใด นางย่อม

สามารถตรวจพบได้ทันที

สวีหมัวมัวค่อยๆ คลายมือออก ก่อนกล่าวด้วย

รอยยิ้ม “นายหญิงท่านนี้ตั้งครรภ์ตั้งแต่วัยเยาว์

ไม่ควรได้รับไอเย็น จำเป็นต้องบำรุงครรภ์ให้ดีเพ

คะ”

เดิมอี๋หนิงยังตกอยู่ในภวังค์ ไม่ได้ตั้งใจฟังให้ดี

ทว่าหลังจากนั้นไม่นานนางก็พลันตระหนักได้ว่าส

วีหมัวมัวกำลังกล่าวถึง…ตั้งครรภ์

สวีหมัวมัวชะงักนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเกลี้ยกล่อม

“ครรภ์นี้ของท่านยังไม่มั่นคง ท่านได้กินยาบำรุง

ครรภ์ตามเวลาหรือไม่ นายหญิงคงเพิ่งตั้งครรภ์

เป็นครั้งแรก ไม่รู้ถึงความสำคัญของการบำรุง

ครรภ์ ยาบำรุงครรภ์ต้องกินให้ตรงตามเวลา”

ทันใดนั้นด้านนอกก็มีเสียงขันทีรายงานขึ้น กล่าว

ว่าลู่เจียเสวียมารับนางแล้ว

เนื่องจากห้องโถงด้านข้างเป็นสถานที่รับรองแขก

ลู่เจียเสวียจึงเดินเข้ามาได้โดยตรง เขายังสวมเสื้อ

คลุมขนกระรอก มุมปากยกหยักเป็นรอยยิ้มบาง

“ฮองเฮาทรงตรัสเรื่องเหล่านั้นให้เจ้าฟังแล้วใช่

หรือไม่”

หลัวอี๋หนิงเงยหน้ามองเขา ฉับพลันนั้นก็บังเกิด

ความรู้สึกตื่นตระหนก นางตั้งครรภ์แล้ว…ทั้งยัง

เป็นลูกของหลัวเซิ่นหย่วน! หากลู่เจียเสวียล่วงรู้…

หัวใจนางเต้นรัว ทว่านางห้ามไม่ทันการณ์แล้ว

สวีหมัวมัวคารวะลู่เจียเสวียก่อนกล่าว “ข้าน้อย

เสียมารยาทแล้ว เห็นทีท่านคงเป็นฮูหยินของ

ท่านโหว! โหวฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ ยาบำรุงครรภ์

ต้องดื่มไม่ให้ขาด ขอให้ท่านใต้เท้าผู้บัญชาการ

โปรดระวังด้วย”

รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เจียเสวียอันตรธานหายไป

โดยพลัน

“ยาบำรุงครรภ์…” เขาพึมพำเสียงแผ่วเบา

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ อายุครรภ์สองเดือนยังไม่มั่นคง

เป็นช่วงที่ต้องดูแลบำรุงให้ดี”

ลู่เจียเสวียกล่าว “ข้าทราบแล้ว ขอบคุณหมัวมัว

เป็นอย่างยิ่ง วันนี้กระหม่อมคงต้องทูลลาฮองเฮา

แล้ว เมื่อมีโอกาสจะมาเข้าเฝั้าอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”

เขาหันไปมองอี๋หนิงแล้วยื่นมือมาจับนางไว้ ครั้น

เห็นนางไม่เคลื่อนไหวก็ยิ้มออกมา “เจ้ายังไม่ลุก

อีกรึ”

หลัวอี๋หนิงถูกเขาลากออกจากตำหนักจิ่งเหริน

อันที่จริงเขาไม่ได้ก้าวเท้าเร็วนัก สีหน้ายังไร้

ร่องรอยผิดปกติ เพียงแต่บรรยากาศรอบกาย

กลับหนักอึ้งราวมรสุมที่กำลังก่อตัวในเดือนหก

หลัวอี๋หนิงกระทั่งสงสัยว่าตนอาจเกิดภาพลวง

เขาพานางขึ้นบนรถม้าโดยไม่พูดอะไร ไร้ซึ่ง

ปฏิกิริยารุนแรง เขาหันไปกล่าวกับสารถีว่า “ไป

ตามถนนด้านหน้านั่น”

ด้านหน้าเป็นประตูวังหลวงสีแดงชาดที่กำลังเปิด

กว้าง ทันใดนั้นเขาก็ยื่นแขนออกมาโอบกอดนาง

ไว้จากด้านหลัง

หลัวอี๋หนิงเห็นร่างคนหลายคนกำลังเดินออกมา

จากพระตำหนักเฉียนชิง ครั้นพวกเขาเดินเข้ามา

ใกล้ เพียงนางปราดตามองก็เห็นเขาที่อยู่ในกลุ่ม

คนอย่างชัดเจน ร่างสูงโปร่งหล่อเหลาในชุดขุน

นาง เขาดูผ่ายผอมลงเล็กน้อย หรืออาจเป็น

เพราะมุมมองที่นางเห็นจากตรงนี้ เขาถูกรายล้อม

ด้วยขุนนางคนอื่น ยังคงมีท่าทีสงวนวาจา เขา

ก้าวลงบันได ในชั่วขณะนี้เองที่ระยะห่างระหว่าง

เขากับนางใกล้กันมากที่สุด ห่างกันเพียงห้าจั้ง

เท่านั้น

ทันใดนั้นหลัวอี๋หนิงก็ไม่อาจควบคุมตนเอง นาน

แล้วที่นางไม่ได้พบเขา! นางอยากตะโกนเรียกชื่อ

เขา บอกว่านางอยู่ตรงนี้!

ทว่าลู่เจียเสวียยื่นมือออกมาปิดปากนางไว้ เขา

กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน “เขาไม่มีทางได้ยิน”

หลัวอี๋หนิงดิ้นรนจนน้ำตาไหลพราก ริมฝีปากสั่น

ระริก มีเพียงเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังออกมาอย่าง

ยากลำบาก

คล้ายหลัวเซิ่นหย่วนสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เขาหัน

กลับมามองปราดหนึ่ง แต่เมื่อไม่พบอะไรจึงเดิน

จากไปไกล จากระยะไกลมีเกี้ยวที่รายล้อมด้วย

บ่าวรับใช้กำลังรอเขาอยู่ แม้อาจารย์ต้องประสบ

เคราะห์กรรม ทว่าบารมีอำนาจของเขากลับยิ่ง

แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน บัดนี้เกี้ยวของเขาสามารถ

เข้าวังหลวงได้แล้ว

มีคนคุกเข่าอยู่นอกประตูเฉียนชิง พายุหิมะตกปก

คลุมไปทั่ว คนผู้นั้นสวมเสื้อเนื้อบาง เพียงหลัวอี๋ห

นิงปราดตามองก็รู้ว่านั่นคือหยางหลิง ขุนนาง

หลายคนของฝั่ายชิงหลิวยอมล่าถอยไปแล้ว ที่ยัง

ยืนหยัดอยู่มีไม่มาก เกี้ยวของหลัวเซิ่นหย่วน

เคลื่อนผ่านเขาไปโดยไม่แม้แต่จะหยุดลง ผู้ที่หาม

เกี้ยวก็มีสีหน้าเมินเฉย ร่างบอบบางของหยางห

ลิงโงนเงนใกล้จะยืนหยัดไม่อยู่

สวีเว่ยใกล้ต้องโทษประหารแล้ว นี่คือโอกาสครั้ง

สุดท้ายของเขา ทว่าหลัวเซิ่นหย่วนไม่สนใจเขาแม้

เพียงนิด ทุกเรื่องราวดำเนินไปเฉกเช่นชาติก่อน

หยางหลิงถูกกำหนดให้ต้องตาย หลังเขาตาย

กลุ่มขุนนางในราชสำนักก็จะเกิดความโกรธแค้น

แต่วั่งหย่วนก็ยังสามารถสยบพวกเขาได้ เรื่อง

เหล่านี้อยู่ใกล้นางถึงเพียงนี้ เกิดขึ้นอยู่เบื้องหน้า

นาง!

ในที่สุดมือของลู่เจียเสวียก็คลายออก หลัวอี๋หนิง

สะบัดมือของลู่เจียเสวีย นางอยากฟาดเขาจริงๆ

ผู้ใดจะรู้ว่าเขากลับรั้งมือของนางไว้ “อย่าได้ลง

มือกับข้า ในท้องของเจ้ามีเด็กอยู่ เจ้าไม่รู้หรือ”

“เมื่อคืนข้าให้คนมาจับชีพจรให้เจ้า” ลู่เจียเสวีย

เอ่ยปาก “ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้ว ข้าเพียงกำลังระงับ

อารมณ์ เจ้าอย่าได้ยั่วโมโหข้า”

เขาดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง ก่อนกล่าวกับ

นางด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยามเที่ยงอาจารย์

ของเขาจะโดนทัณฑ์ประหารแล้ว ทว่าด้วยเหตุนี้

อำนาจของเขาจะยิ่งแข็งแกร่ง เจ้ากล่าวว่าพี่ชาย

สามของเจ้าเป็นขุนนางน้ำดีรึ แก่นแท้ของเขาก็ไม่

ต่างจากข้า ไม่ใช่คนดีอะไร”

เขาไม่ใช่คนดีจริงๆ …หลัวอี๋หนิงรู้มาโดยตลอด

รอบกายของนางจะมีคนดีสักกี่คน นางเองก็ไม่ใช่

คนดี ลู่เจียเสวียยิ่งมากด้วยกลอุบาย เขายิ่งไม่ใช่

คนดี

ลู่เจียเสวียลูบผมของนางอย่างเนิบช้า เขาเงยหน้า

กล่าวด้วยแววตาเยียบเย็น “ยามนี้หลัวเซิ่นหย่วน

กำลังรุ่งโรจน์ แต่เพียงข้าคิดกำราบ เขาก็ไม่

สามารถต่อกรกับข้าได้ เรื่องที่เจ้าตั้งครรภ์ อันที่

จริงข้าอยากฆ่าเขานัก…หากเจ้าไปจากเมืองหลวง

พร้อมข้า ข้าก็จะปล่อยเขาไป”

ในมือลู่เจียเสวียกุมอำนาจทหาร หลายปีมานี้

ตำแหน่งของเขาอยู่เหนือผู้คน ไม่มีผู้ใดสามารถ

ต่อกรกับเขาได้

“ท่านหมายความว่าอย่างไร” หลัวอี๋หนิงถาม

“ข้าตั้งครรภ์ลูกของหลัวเซิ่นหย่วนแล้ว ท่าน…”

สีหน้าของลู่เจียเสวียซับซ้อนอย่างยิ่งยวด

น้ำเสียงของเขาราบเรียบ “…อี๋หนิง ข้าจะไม่ถือ

สาเรื่องเหล่านี้ ข้ารอเจ้ามาสิบสี่ปี ข้าทนรอต่อไป

ไม่ไหวแล้ว”

“ใต้เท้าหลัว ท่านเป็นอะไรไปหรือ”

ครั้นเห็นเขาคล้ายจิตใจไม่สงบนิ่ง องครักษ์ที่

ติดตามอยู่ข้างรถม้าจึงเอ่ยถาม

“ไม่มีอะไร” หลัวเซิ่นหย่วนส่ายศีรษะพลางกล่าว

ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีการตอบกลับจาก

องครักษ์เสื้อแพรหรือไม่”

“มีการตอบกลับแล้วขอรับ กล่าวว่าใต้เท้าผู้

บัญชาการกำลังสะสางภารกิจอยู่ที่เมืองต้าถง”

องครักษ์เอ่ย “ส่วนสารลับ ข้าน้อยได้เผาทิ้งแล้ว”

หลัวเซิ่นหย่วนหลับตาลง เขากล่าว “พรุ่งนี้

เดินทางไปยังต้าถง”

“ใต้เท้า ใต้เท้าหยางผู้นั้น…ดูน่าเวทนายิ่งนัก”

องครักษ์มีท่าทีลังเลเล็กน้อย “ทั้งเมืองเย็นจน

เป็นน้ำแข็งแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมถอย อากาศ

หนาวเย็นถึงเพียงนี้”

หลัวเซิ่นหย่วนไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด

หลัวเซิ่นหย่วนเพิ่งกลับถึงจวนก็มีคนวิ่งเข้ามา

รายงานด้วยท่าทีร้อนรน เขากล่าวเสียงหอบ

เหนื่อย “ใต้เท้า…ในวัง…ในวังเกิดเรื่องแล้ว

ขอรับ!”

หัวใจของหลัวเซิ่นหย่วนพลันกระตุกเบาๆ เมื่อครู่

ยามเที่ยงสวีเว่ยเพิ่งถูกตัดศีรษะหน้าตลาด

บัดนี้หากในวังจะเกิดเรื่องก็คงมีเพียงเรื่องของห

ยางหลิง

เป็นไปตามการคาดเดา สุดท้ายอาจารย์ผู้มี

พระคุณก็ยังต้องถูกตัดศีรษะ หลังจากหยางหลิง

ทราบข่าวนี้ก็นิ่งเงียบไปนาน สุดท้ายก็ตัดสินใจ

สละชีพใช้ชีวิตฟั้องร้องวั่งหย่วน อาจารย์ไม่เคย

กระทำเรื่องทุจริต ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อบ้านเมือง

ประชาชน แต่สุดท้ายกลับต้องพบกับจุดจบอันน่า

อนาถ ราษฎรทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้ว่าใต้เท้าสวี

สวมเครื่องแบบขุนนางทั้งปี[2] พบเจอผู้ใดก็มักฉีก

ยิ้มกว้าง เขาชอบสั่งถั่วแระและสุราอุ่นร้อน

ความชอบของเขามีเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้

เท่านั้น แต่พวกที่ฉ้อโกงทุจริต ซื้อขายตำแหน่ง

ขุนนาง ใส่ร้ายปั้ายสีขุนนางอื่น กลับไม่มีผู้ใดกล้า

กล่าวโทษเพียงเพราะอำนาจของพวกเขายิ่งใหญ่

เกินไป ทำได้เพียงปล่อยให้คนเหล่านั้นใส่ร้ายขุน

นางผู้จงรักภักดี!

ทว่าฮ่องเต้จะฟังคำของเขาได้อย่างไร เพราะ

ความรำคาญโมโหที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ฮ่องเต้

จึงพิโรธหนัก มิใช่บอกว่าแม้ต้องสละชีพก็ยืน

กรานจะฟั้องร้องรึ เช่นนั้นก็สั่งโบยเขาให้ปางตาย

ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!

หยางหลิงถูกโบยไปยกหนึ่ง ผู้ที่โบยนั้นมิได้มี

เรี่ยวแรงธรรมดา ข้อมือหนากำยำ เมื่อโบยลงไป

แต่ละครั้งล้วนสร้างความสั่นสะเทือนเสียหายถึง

อวัยวะภายใน! ลมหายใจของหยางหลิงรวยริน

จากนั้นเขาก็ถูกลากไปขังไว้ในคุก

หลัวเซิ่นหย่วนเดินทางไปยังคุกใหญ่ของกรม

อาญาเพื่อเยี่ยมเขา

เกี้ยวเคลื่อนตัวเข้าไปในกรมอาญาอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่หลัวเซิ่นหย่วนเห็นเขา ดวงตาก็หรี่เล็กลง

สภาพหยางหลิงย่ำแย่กว่าที่เขาคิดไว้มาก เนื้อบน

แผ่นหลังเละยุ่ยจนเห็นกระดูก สภาพจวนเจียน

สิ้นใจอยู่รอมร่อ

แม้ต้องสละชีพก็ยืนกรานจะฟั้องร้อง หาก

ล้มเหลวก็คือการสิ้นชีวา

หากไม่ใช่เพราะมีคนลงมือหนักหน่วงกว่ายาม

ปกติ เขาไม่มีทางถูกโบยจนอาการสาหัส ผู้ที่ลง

มือย่อมรู้จักผ่อนแรงหนักเบา เห็นได้ชัดว่าผู้ลงมือ

โบยได้รับคำสั่งมา

หลัวเซิ่นหย่วนเดินไปหยุดข้างกายเขา เมื่อหยางห

ลิงเงยหน้าขึ้นก็พบกับหลัวเซิ่นหย่วน เขาฝืน

กล่าวออกมา “…ยังหลงนึก…ยังหลงนึกว่าฮ่องเต้

จะทรงรับฟังบ้าง…”

หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว “ขันทีที่อยู่ใกล้พระวรกาย

ฝั่าบาทเป็นคนของวั่งหย่วน จะทูลรายงาน

อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา”

หลัวเซิ่นหย่วนรู้สึกว่าหยางหลิงช่างโง่งมนัก สวี

เว่ยไม่ควรเลือกคนที่โง่เขลาถึงเพียงนี้ ทว่าก็เป็น

คนผู้นี้ที่ยินยอมพลีชีพเพื่อสวีเว่ย ทันใดนั้นหยาง

หลินก็จับมือของหลัวเซิ่นหย่วนเอาไว้ เขาคลี่ยิ้ม

ออกมา “ข้าเพียงอยากทำอะไรบ้าง อาจารย์ดีต่อ

ข้าถึงเพียงนั้น…ข้าจะผิดต่อเขาไม่ได้ เมื่อเทียบ

กับเจ้าแล้ว ที่ผ่านมาข้าอ่อนแอเกินไป…อันที่จริง

เป็นความจงใจของข้า…ข้าถูกโบยจนตาย…เมื่อ

พวกเขารู้ต้องเดือดดาลเป็นแน่ ราชสำนักย่อม

วุ่นวายจนไม่อาจควบคุม”

หยางหลิงมีความคิดจะใช้ความตายของตน

กระตุ้นอารมณ์ของฝั่ายชิงหลิว กระตุ้นขุนนางผู้มี

อารมณ์ด้านชาเหล่านั้น

เขาไร้เรี่ยวแรงแล้ว บริเวณหลังและสะโพกทายา

ไว้แล้ว ทว่าเลือดยังคงรินไหลออกมาไม่หยุด เมื่อ

สูญเสียโลหิตเป็นจำนวนมากก็ไร้หนทางยื้อชีวิต

แล้ว

เขาใกล้สิ้นใจแล้ว!

หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว “เหตุใดเจ้าจึงต้องทำเช่นนี้

…ช้าเร็วย่อมมีหนทาง”

หยางหลิงเอ่ย “หนทาง…อันใด” เขาหลับตาลง

รู้สึกอ่อนล้า “พวกเขาเริ่ม…หวาดกลัวกันแล้ว…

ข้าเพียงแต่คิดถึง เซวียนหรง หากข้าไม่กลับไป…

นางคงโมโห…ยามข้ากลับบ้านไม่ตรงเวลา นางก็

มักจะโมโหเสมอ…”

“ข้าผิดต่อนาง…” หยางหลิงกล่าว “ไม่อาจอยู่

เป็นเพื่อนนางได้แล้ว…”

หลัวเซิ่นหย่วนถูกเขากุมมือไว้แน่น เอื้อนเอ่ยสิ่ง

ใดไม่ออก

ในที่สุดหยางหลิงก็ทำให้อารมณ์ของเขาสั่นคลอน

เขาคุกเข่าลงอย่างเชื่องช้า

“เจ้าไม่ต้องพูดอีกแล้ว ข้าจะให้คนไปเชิญหมอที่

ดีที่สุด ยาสมานแผลถูกเลือดชะล้างออกไป

หมดแล้ว ยาเล่า” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “รีบ

ไปเอายามาเร็วเข้า!”

หยางหลิงเริ่มลืมตาไม่ขึ้นแล้วเพราะเปลือกตา

หนักอึ้งเกินไป

“เจ้าฉลาดกว่าข้า…เจ้าไม่ชอบข้า ทว่าข้าใกล้ตาย

แล้ว เจ้าต้องสังหารเขา…จะปล่อยเขาไว้ไม่ได้…”

หลัวเซิ่นหย่วนบีบมือเขาแน่น

“เจ็บเหลือเกิน ข้าพลิกตัวไม่ได้ เจ็บปวดเหลือทน

…” หยางหลิงพึมพำเสียงแผ่วเบา

หลัวเซิ่นหย่วนหลับตาลง เขามองหยางหลิงที่เริ่ม

นิ่งไป มือสิ้นเรี่ยวแรง เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียง

สงบนิ่ง “แน่นอน”

ใต้หล้านี้จักต้องมีมวลวาโยอันยิ่งใหญ่

ไม่ใช่ทุกคนที่ละโมบชีวิตรักตัวกลัวตาย ไม่ใช่ทุก

คนที่ลุ่มหลงในชื่อเสียงเกียรติยศ ต้องมีคนพรรค์

นี้ คนที่หยิ่งผยอง คนที่ทระนงในศักดิ์ศรี

หลัวเซิ่นหย่วนลุกขึ้นยืน

เรื่องหลังจากนี้ให้เขาเป็นผู้จัดการเอง

——————–

1. ทะเลกลายเป็นผืนนา เปรียบถึงการ

เปลี่ยนแปลงแบบที่พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

2. สวมเครื่องแบบขุนนางทั้งปี ในที่นี้อุปมา

ถึงการทำงานเพื่อราษฎรทั้งปี

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 176"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
18/06/2026
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024
e7-4d3a
สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
12/06/2026
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.