Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 185

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 185
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ครั้นกลับมาถึงตรอกซินเฉียวก็เป็นยามวิกาลแล้ว

พวกเขาจึงไม่ได้ทำให้เป็นเรื่องอึกทึกครึกโครม

เพียงไปรายงานหลินไห่หรู นางเฉิน และสะใภ้ทั้ง

สองคนเท่านั้น แม้นางเฉินจะพอทราบเรื่องราว

อะไรมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดจาเหลวไหลออกไป

อย่างไรบุตรชายทั้งสองคนก็ยังต้องอาศัยบารมี

ของหลัวเก๋อเหล่า ไต้เม่าและเจินจูที่ไม่ได้พบอี๋ห

นิงมาเป็นเวลานานรีบรุดเข้ามากอดนางไว้พลาง

ร้องไห้ออกมาทันที เมื่อพวกนางได้เห็นเปั่าเกอร์ก็

ต้องอุทานอย่างตกใจและเข้ามารุมดูเจ้าก้อนน้อย

ในเรือนมีคุณชายน้อยเพิ่มขึ้นมาโดยไม่คาดคิด นี่

จะไม่ให้พวกนางตื่นเต้นได้อย่างไร เจินจูกล่าวกับ

อี๋หนิงด้วยรอยยิ้ม “ฮูหยินสามไม่ยอมบอกกล่าว

พวกเราก่อน พวกเราจะได้เตรียมการไว้ พวกเรา

ต้องทำหมอนรูปเสือน้อยให้กับคุณชายน้อย ทั้ง

ยังต้องตัดเย็บพวกของเล่นของเด็กน้อยให้เขา

ด้วย”

ทุกสิ่งภายในห้องยังคงมีสภาพเฉกเช่นยามที่อี๋ห

นิงจากไป ไร้การขยับเคลื่อนย้ายใดๆ และ

แน่นอนว่าย่อมไร้ร่องรอยการดำรงอยู่ของเด็ก

น้อย

แม่นมวางเปั่าเกอร์ลงบนเตียงอุ่น เขารู้สึกแปลกที่

จึงคลานไปมา รอบข้างล้วนเป็นบรรดาสาวใช้สาว

ใช้ชราที่กำลังห้อมล้อมมองเขา ครั้นเขาไม่เห็น

มารดาก็ส่งเสียงอื้ออ้าพลางกวาดตามองอย่าง

ฉงน

อี๋หนิงมองทุกสิ่งรอบกายที่ยังคงเป็นเช่นเดิม

ความรู้สึกที่ไม่อาจพรรณนาค่อยๆ แผ่ซ่านปก

คลุมหัวใจ ยามที่นางจากไป ในกล่องเล็กยังมีงาน

เย็บปักที่นางยังทำไม่เสร็จ เข็มยังคงปักอยู่บนผ้า

ที่ตรึงบนสะดึง กิ่งดอกล่าเหมยที่นางตัดมาในเช้า

วันนั้นยังคงปักแน่นิ่งอยู่ในแจกันเคลือบบนขอบ

หน้าต่าง กระทั่งตำแหน่งการวางก็ยังเหมือนเดิม

นางจำสิ่งนี้ได้เพราะวันนั้นนางนึกขัดตาที่เจ้าสิ่งนี้

มาบังแสงในการปักผ้าจึงเอาไปวางไว้บนขอบ

หน้าต่าง แม้แต่ถ้วยน้ำชาที่นางเคยดื่มค้างไว้ใบ

นั้นก็ยังคงอยู่ที่เดิม

ไร้การขยับย้ายใดๆ ไม่อะไรขยับแม้เพียงเศษ

เสี้ยว

ความหนาวเหน็บอันเป็นเอกลักษณ์ของเหมันต์

ค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่กระดูกของนาง

ก่อนที่หลัวเซิ่นหย่วนจะไปรับนาง เขาไม่ได้บอก

กล่าวผู้ใด เมื่อหลินไห่หรูได้ยินว่านางกลับมาแล้ว

ก็รีบให้สาวใช้สวมถุงเท้าเสื้อคลุมให้ จากนั้นก็เดิน

ฝั่ายามวิกาลมาพบนาง ครั้นหลินไห่หรูได้พบอี๋ห

นิงก็จับมือของนางไว้อย่างตื้นตันไม่ยอมปล่อยอยู่

นาน อี๋หนิงจึงโยนเรื่องอื่นไว้ข้างหลังชั่วคราว เมื่อ

นางเห็นหลินไห่หรูร้องไห้ออกมาก็ตกใจ รีบ

ปลอบประโลมอีกฝั่ายเป็นพัลวัน

หลินไห่หรูกล่าวด้วยเสียงขาดๆ หายๆ “ข้ายัง

หลงนึกว่าเตียงที่ทำให้เจ้าจะไม่ได้ใช้แล้ว!”

หลัวอี๋หนิงกล่าว “จะไม่ได้ใช้ได้อย่างไร ได้ใช้

แน่นอน ท่านคิดว่าเกิดเรื่องกับข้าหรือ”

หลินไห่หรูทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ “ข้าปากไม่ดี…เจ้า

กลับมาแล้วก็ดี กลับมาแล้วก็ดีแล้ว!”

หลัวเซิ่นหย่วนไปจัดการเรื่องในจวน ครั้นกลับมา

ก็ยังเห็นสองแม่ลูกสนทนาปราศรัยกันไม่จบ ไม่

พบกันนานหนึ่งปี สตรีทั้งสองคล้ายจะมีเรื่องให้

พูดคุยไม่หยุด เขานั่งจิบชาอยู่ด้านข้างครู่หนึ่ง

เมื่อเห็นว่าพวกนางยังคงพูดคุยไม่จบจึงสวมเสื้อ

คลุมแล้วไปอ่านเอกสารที่ห้องหนังสือ

ครานี้เขานั่งดูเอกสารอยู่นาน จนกระทั่งแสง

เทียนริบหรี่ลงเขาจึงถามบ่าวไพร่ “ยามใดแล้ว”

“ใต้เท้า เป็นยามไฮ่[1]แล้วขอรับ” บ่าวรับใช้กล่าว

หลัวเซิ่นหย่วนถึงได้พรูลมหายใจแล้วปิดหนังสือ

ลง เพียงชั่วครู่ที่ไม่ได้พานพบ ในใจก็ร้อนรุ่มคะนึง

หา แม้จะรู้ว่านางกลับมาแล้วก็ตาม

ฝีเท้าของเขาเร็วกระชั้นจนผู้ติดตามแทบตามไม่

ทัน เขามองแสงเทียนที่ยังคงสว่างจากห้องที่อยู่

ไกลออกไป ครั้นได้ยินเสียงหัวเราะเปรมปรีดิ์

อารมณ์ขุ่นมัวก็เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง เขายืนอยู่ตรง

กรอบประตู เมื่อเห็นหลัวอี๋หนิง ความร้อนรุ่มใน

ใจจึงค่อยๆ บรรเทาลง หลัวเซิ่นหย่วนคลายมือที่

กำออกช้าๆ

อี๋หนิงกล่อมเจ้าก้อนน้อยหลับไปแล้ว ยามนี้ดวง

หน้าเล็กอ่อนนุ่มกำลังซบลงบนแขนของนาง แสง

จากกระถางไฟทำให้ตัวพวกนางดูแดงเรื่อ นางนึก

สนุกจึงบีบนิ้วก้อยของลูกน้อยเบาๆ น่าสนุกจริง

เชียว นางยังงับลงไปเบาๆ ด้วย เจ้าก้อนน้อยรู้สึก

คันยุบยิบ ขาเล็กๆ ที่อยู่ใต้ผ้าห่มจึงออกแรงเตะ

ไปครั้งหนึ่ง

หลัวเซิ่นหย่วนยังไม่คุ้นชินกับการดำรงอยู่ของลูก

น้อย เขามองนางที่อยู่กับลูกด้วยอารมณ์ที่ยังไร้ซึ่ง

ความยินดี

“ดึกมากแล้ว พักผ่อนเถิด” หลัวเซิ่นหย่วนอุ้มลูก

น้อยออกจากอ้อมอกนาง ไม่รู้ว่ากำลังฝันถึงอะไร

เจ้าก้อนน้อยจึงออกแรงเตะขาในอ้อมกอดของ

บิดา ทว่าเพียงชั่วครู่เขาก็ถูกส่งไปให้แม่นม

หลัวอี๋หนิงตกตะลึง หากเปั่าเกอร์ตื่นมากลางดึก

ไม่พบนาง เขาต้องร้องไห้เป็นแน่ อันที่จริงนางก็

รู้สึกเหนื่อยที่ต้องเลี้ยงดูเขา แต่ก็จนปัญญาเพราะ

ผู้อื่นปลอบโยนเขาไม่ได้

“ไม่ร้องหรอก เมื่อคืนก็ไม่ร้องมิใช่หรือ” หลัวเซิ่น

หย่วนนิ่งไม่ไหวติง

หลัวอี๋หนิงกล่าวเสียงต่ำ “เมื่อคืนเป็นเพราะท่าน

โชคดี…” ใต้เท้าเก๋อเหล่ายังอยู่ในช่วงพรากจาก

ระยะสั้นผูกพันรักมั่นยิ่งกว่าเพิ่งแต่งงาน เพิ่งได้

ลิ้มลองเนื้อไม่นาน ยามนี้กำลังอยู่ในช่วงเปียม

ด้วยกำลังวังชา

บรรดาสาวใช้ถอยออกไป เขาดึงนางมานอน ม่าน

เตียงถูกปล่อยลง ภายในห้องเหลือตะเกียงเพียง

สองดวงเท่านั้น

ร่างกายของหลัวอี๋หนิงเขม็งตึงราวกับสายธนู ผ้า

นวมลายดอกโบตั๋นสีแดงสดดิ้นขอบทองทั้งนุ่มลื่น

และเรียบเนียน สตรีน้อยเอวบางสะโพกผาย

งดงามน่ามองเป็นอย่างยิ่ง เขาทาบทับลงมาจาก

ด้านบน ตรึงร่างนางไว้ ลมหายใจถี่กระชั้นหนัก

หน่วง ทั้งสองคนรัดพันเกี่ยวกระหวัด ร่างเขาเอง

ก็เขม็งตึงจนเจ็บปวด ทว่าแอ่งน้ำที่ชื้นเปียกนั่น

กลับเข้าไปไม่ง่ายนัก

แนวไรผมของเขาเปียกชื้นไปทั่ว อาจเป็นเพราะ

เหงื่อที่ผุดออกมา

หลัวอี๋หนิงถูกเขายกร่างขึ้นเล็กน้อย สองขาของ

นางสั่นสะท้าน ทั้งเสียวซ่านและอ่อนยวบ ผลพวง

จากเมื่อคืนยังคงหลงเหลือไม่ได้อันตรธารหายไป

อย่างสมบูรณ์

ช่วงเอวของเขาค่อนข้างหนัก หลัวอี๋หนิงจึงกอด

รัดแผ่นหลังของเขาไว้ หลังจากปล่อยให้นางได้ทำ

ความคุ้นเคยสักพัก เขาก็ไม่อนาทรต่อคำอ้อน

วอนของนางที่ว่าเร็วหรือลึกเกินไปอีก พุ่งตรงเข้า

ไปด้านใน

ขาของอี๋หนิงเหยียดตึงด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

ทว่าสำหรับบุรุษแล้ว มีหรือที่ครั้งเดียวจะ

เพียงพอ เคราะห์ดีที่นางเคยผ่านการคลอดบุตร

แล้ว มิเช่นนั้นด้วยขนาดของเขา ต่อให้นางมี

โอกาสเจริญเติบโตอีกสามปีก็ไร้ประโยชน์ ยามนี้

เจ้าสิ่งนั้นขยายใหญ่จนนางเจ็บปวด หลัวอี๋หนิง

ถูกผลักขึ้นสู่ยอดคลื่นแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อนางเห็น

เขาเร่งความเร็วก็หลงนึกว่าคงใกล้จะจบสิ้นแล้ว

ทว่าคาดไม่ถึงว่าเขาจะอุ้มนางขึ้นและเปลี่ยน

ท่วงท่าอีกครั้ง…

เขาก้มหน้าจุมพิตบนแก้มของนาง ลมหายใจ

ยังคงหนักหน่วง “ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”

“พี่ชายสาม…” หลัวอี๋หนิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อน

เอ่ยถาม “ข้าเพียงอยากถามท่าน…ต่อไปต้องเป็น

เช่นนี้ทุกคืนหรือ”

“มิเช่นนั้นเจ้าเข้าใจว่าอย่างไร” น้ำเสียงของเขา

ทุ้มต่ำ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงถามคำถามนี้

“เจ้าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามครรลองของข้า

แน่นอนว่ายามนี้…หรือเจ้าคิดจะให้ข้าทำกับผู้ใด”

“มิใช่” หลัวอี๋หนิงคิดอยากจะอธิบายให้กระจ่าง

ทว่าทันทีที่ขยับร่างกาย ทั้งสองก็ขมวดแน่น หลัว

อี๋หนิงปวดร้าวมากเพราะการขยายตัวของสิ่งนั้น

เมื่อคิดถึงวันเวลาอันยาวไกลไร้ที่สิ้นสุดก็ตัดสินใจ

ว่าต้องหารือกับเขา “มิใช่ว่าควรมีเวลาพักผ่อน

บ้างหรือ เช่นวันเว้นวัน หรือผ่านไปสองวันค่อย

ทำครั้งหนึ่ง”

หลัวเซิ่นหย่วนพูดด้วยหัวคิ้วที่ขมวดมุ่น “เจ้ารู้สึก

เหนื่อยเกินไปหรือ”

“แน่นอน หากวันสองวันยังพอไหว ร่างกายของ

ท่านแข็งแรงกำยำ แต่ข้ามิได้มีพละกำลังเช่น

ท่าน!”

บุรุษเพียงได้เริ่มลิ้มลองกินเนื้อ ทั้งยังเป็นคนที่ตน

หลงใหลก็แทบทนไม่ไหวอยากจะอยู่ด้วยทุกวัน

ทั้งเขายังเป็นคนที่เปียมด้วยกำลังวังชามากกว่า

คนอื่นๆ “หากเจ้าเหนื่อยค่อยบอกข้า…” เขา

ระดมจุมพิตต่อไป ผิวสัมผัสใต้ริมฝีปากสั่นสะท้าน

นางถูกกระตุ้นด้วยลมหายใจของเขาอีกครั้ง ทั้ง

สองคนเกี่ยวกระหวัดโอบรัด สุมไฟโหมแรง

กระหน่ำ จังหวะถี่กระชั้นขึ้น บรรยากาศภายใน

ห้องพลันเปลี่ยนเป็นร้อนระอุ

ในยามนี้เองก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงร้องไห้ของเด็ก

ดังใกล้เข้ามา ประตูถูกเคาะเป็นจังหวะร้อนรน

“ฮูหยิน ฮูหยิน บ่าวกล่อมคุณชายน้อยไว้ไม่อยู่

แล้ว…”

ตามมาด้วยเสียงร้องไห้งอแงระคนเสียงอู้อี้เรียก

หามารดาของดาวนำโชคตัวน้อยของอี๋หนิง

หลัวเซิ่นหย่วนชะงักไปในบัดดล ใบหน้าพราว

ด้วยเหงื่อชื้น เสียงเคาะประตูด้านนอกยังคงดังไม่

หยุด หลัวอี๋หนิงมองแผงอกแน่นขนัดใต้เสื้อด้าน

ในที่คลายออกของเขา ใบหน้านางแดงก่ำ “ข้า

บอกแล้วว่า…เขาต้องร้องไห้!”

แม่นมชิวเหนียง

นางเป็นแม่นมของเปั่าเกอร์มากว่าหกเดือนแล้ว

ในระยะเวลาหกเดือนนี้ แม้ต้องระหกระเหเร่ร่อน

หรือกระทั่งเคยผ่านสงครามในเมืองเซวียนฝูมา

ก่อน แต่ก็ไม่มีคราใดที่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นเช่น

ในยามนี้ นางอุ้มคุณชายน้อยก้าวเข้าไปในห้อง

ใต้เท้าหลัวกำลังยืนพิงเตียงเชียนกง สีหน้ากล่าว

ได้ว่าย่ำแย่ เขากำลังผูกรัดเสื้อของตนด้วยท่าทีไม่

รีบไม่ร้อน มือของเขางามยิ่งนัก เป็นมือที่สามารถ

กำหนดความเป็นความตายของผู้คนได้

ฮูหยินยื่นมือออกมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเร่ง

เร้า “รีบส่งมาให้ข้าเร็วเข้า”

ชิวเหนียงมั่นใจมากว่านางเห็นใต้เท้าหลัวปราด

มองไปทางฮูหยินด้วยสายตาไม่สบอารมณ์อย่าง

ยิ่ง กระทั่งนางเองก็ยังรู้สึกสะพรึงหวาดหวั่น

เมื่อเปั่าเกอร์เข้าสู่อ้อมกอดของมารดาแล้วก็เอน

ตัวเข้าหาหน้าอกของมารดา หลัวอี๋หนิงสั่งให้ชิว

เหนียงถอยออกไป

ชิวเหนียงรู้สึกซาบซึ้งอย่างล้นเหลือ รีบถอย

ออกไปราวกับโผทะยาน

หลัวอี๋หนิงคลายเสื้อตนออกช้าๆ เปั่าเกอร์ใช้จมูก

น้อยๆ ซุกไซ้อยู่นานก่อนจะหาตำแหน่งที่ถูกต้อง

ได้ เขาใช้มือดึงปัดปั่ายราวกับลูกหมา ก่อนจะ

ดูดกลืนลงไปอย่างว่านอนสอนง่าย ยามนี้เขาหยุด

ร้องไห้แล้ว อี๋หนิงรู้สึกฉงนงงงวย หรือกลิ่นจะต่าง

ไปจากเดิม มิฉะนั้นเหตุใดเขาจึงต้องควานหา

ตำแหน่งเล่า มีสิ่งใดต่างไปจากเดิมหรือ!

พอนางเงยหน้าขึ้นก็พบว่าหลัวเซิ่นหย่วนมายืนอยู่

ข้างเตียงแล้ว

บางทีอาจเป็นเพราะความคิดที่อยากจะโยนเจ้า

ตัวเล็กนี่ออกไป สายตาของหลัวเซิ่นหย่วนจึงเต็ม

ไปด้วยความเย็นชา แน่นอนว่าเป็นเพราะแรง

ปรารถนาของเขายังไม่ถูกเติมเต็ม

เขาก้าวขึ้นบนเตียงแล้วนั่งลงข้างกายนาง

น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้น “เจ้าจะกล่อมเขานอน

ไม่ได้”

หลัวอี๋หนิงบีบมือเล็กนุ่มนิ่มของเปั่าเกอร์อย่างจน

ปัญญา “แม่นมไม่สามารถกล่อมเขาได้จริงๆ …”

หลัวเซิ่นหย่วนโบกมือ “มีสิ่งใดที่กล่อมไม่ได้กัน

ข้าในวัยเยาว์ก็เป็นแม่นมที่เลี้ยงดูจนเติบใหญ่

หากไม่ได้จริงๆ ก็ให้หย่านมเสีย เด็กติดแม่เกินไป

ย่อมไม่ดี ต้องให้เขารู้จักพึ่งพาตนเองให้ได้ในเร็ว

วัน”

เขาเพิ่งจะมีอายุครึ่งขวบเท่านั้น ยังไม่รู้กระทั่ง

วิธีการเดิน! จะให้เขาพึ่งพาตนเองได้อย่างไร

ในเวลานี้เองก็มีคนจากด้านนอกส่งจดหมายเข้า

มา เป็นจดหมายด่วน หลัวเซิ่นหย่วนครุ่นคิดอยู่

ชั่วครู่ก่อนเดินออกไป

เขายืนอยู่บริเวณด้านล่างของบันได ลมราตรี

หนาวเสียดแทงกระดูก ผู้ที่มารายงานกล่าวด้วย

น้ำเสียงแผ่วเบา “ท่านเก๋อเหล่า…ลู่เจียเสวียกลับ

มาแล้ว นำกองทัพกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว

ขอรับ ยามนี้ได้เข้าไปรายงานตัวในวังหลวงแล้ว!”

เป็นดั่งที่คาดไว้ เขาสามารถกลับมาได้! รองแม่

ทัพผู้นั้นสังหารเขาไม่สำเร็จ ที่สำคัญทันทีที่

กลับมา เขาก็รีบเข้าวังไปรายงานตัว เกรงว่าคง

กลับมาพร้อมกับชัยชนะ

“…จับตาดูเขาไว้ก็พอ” หลัวเซิ่นหย่วนครุ่นคิด

เมื่อสั่งการเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาในห้อง

ในที่สุดหลัวอี๋หนิงก็กล่อมเปั่าเกอร์นอนสำเร็จ

นางลูบหลังเพื่อช่วยให้เขาเรอนมออกมา นางเอ่ย

ถาม “มีเรื่องอันใดหรือถึงต้องมารายงานยาม

วิกาล”

หลัวเซิ่นหย่วนจับจ้องไปที่ใบหน้าของนาง “ลู่เจีย

เสวียกลับมาแล้ว”

มือของอี๋หนิงที่กำลังลูบหลังเปั่าเกอร์ชะงัก

“เขายังไม่ตาย ข้าเดาว่าว่าเขาน่าจะกลับมา

พร้อมกับชัยชนะ ฝั่าบาททรงเรียกเขาเข้าพบ

กลางดึก” หลัวเซิ่นหย่วนพูดต่อ

เขาได้รับเกียรติยศมากว่าครึ่งชีวิต ทั้งยังประสบ

ความสำเร็จในด้านการทหารมาตลอดชีวิต เขายัง

ไม่ตาย อารมณ์ของอี๋หนิงสับสนซับซ้อนอย่าง

ยิ่งยวด นางรู้ว่าถึงเวลาที่หลัวเซิ่นหย่วนต้อง

ประจันหน้ากับลู่เจียเสวียแล้ว การที่หลัวเซิ่นหย่

วนวางแผนลอบสังหารลู่เจียเสวีย สาเหตุไม่ใช่

เพราะนางเท่านั้น หลักๆ ยังมีเหตุผลอื่นอีก ทว่า

สุดท้ายหลัวเซิ่นหย่วนจะสามารถเอาชนะลู่เจียเส

วียได้จริงหรือ ชาติภพก่อนกระทั่งวันที่นางดับสูญ

บทสรุปของคนทั้งสองก็ยังไม่ปรากฏ

หลัวเซิ่นหย่วนเฝั้ามองสีหน้าของหลัวอี๋หนิงอยู่

ตลอด เขาเชี่ยวชาญด้านนี้ ขณะที่เขาเฝั้า

สังเกตการณ์สีหน้าของอี๋หนิง อย่างน้อยก็มีจุด

หนึ่งที่เขาสามารถมั่นใจได้ นางไม่ได้นึกรังเกียจ

ลู่เจียเสวีย หากนางแสดงอารมณ์ออกมามากกว่า

นี้แม้เพียงเศษเสี้ยว เกรงว่าเขาคงไม่อาจระงับ

อารมณ์ไว้ได้แล้ว

“เช่นนั้นท่านมีแผนการอย่างไร” หลัวอี๋หนิงเอ่ย

ถาม

“เรื่องนี้ข้าคงไม่กล่าวกับเจ้าแล้ว ยังคงเหมือน

เช่นแต่ก่อน เพียงเจ้าไม่ไปพบเขา” เขาก้มหน้า

จุมพิตบนหน้าผากของนาง ริมฝีปากของเขาเย็น

เยียบ

เมื่ออี๋หนิงตื่นในวันรุ่งขึ้น หลัวเซิ่นหย่วนก็ลุกจาก

เตียงเตรียมเดินทางไปเน่ยเก๋อแล้ว ยามนี้สถานะ

เขาต่างไปจากอดีต เวลาว่างจึงยิ่งน้อยลง ขบวน

เดินทางของเขาเอิกเกริกยิ่งใหญ่ เมื่ออี๋หนิงเห็น

เขาในชุดขุนนางขั้นสองก็รู้สึกแปลกตาไปเล็กน้อย

ยามนี้นางเป็นฮูหยินของท่านเก๋อเหล่าแล้ว ทว่า

อย่างไรก็ยังรู้สึกไม่คุ้นชินนัก

นางส่งเขาออกไปด้านนอก ก่อนกลับมาแต่งกาย

ให้ตนเอง

เปั่าเกอร์ขอให้แม่นมอุ้มไปเล่นตรงบริเวณลาน

กว้าง หลัวอี๋หนิงจำได้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่หลัวอี๋

เหลียนจะกลับมาเยี่ยมบ้าน พวกนางไม่เจอกัน

หนึ่งปีแล้ว นางใช้หวีที่จุ่มด้วยน้ำกุ้ยฮวาสางผม

ปากก็เอ่ยถามเจินจู “ข้าได้ยินว่าหลัวอี๋เหลียน

แต่งเป็นจี้ซื่อให้กับคหบดีเมืองซูโจวคนหนึ่ง เรื่อง

เป็นมาอย่างไร”

ด้วยความเข้าใจของนางที่มีต่อคนในตระกูลหลัว

หลัวอี๋เหลียนไม่มีทางยอมเป็นจี้ซื่อของผู้อื่น และ

ยิ่งไม่มีทางยอมแต่งให้กับคหบดี ต่อให้คหบดีผู้

นั้นจะร่ำรวยเพียงใด ทว่าเหล่าชาวนาคหบดีก็ยัง

ถือเป็นชนชั้นที่ต่ำต้อยกว่า ด้วยอุปนิสัยของ

หลัวเฉิงจาง แม้ต้องให้หลัวอี๋เหลียนแต่งงาน

กับจวี่เหรินตกอับยากแค้นก็ไม่มีทางยอมให้

บุตรสาวแต่งงานกับพวกคหบดี

เจินจูกดเสียงต่ำกระซิบข้างหูนาง “ท่านยังไม่รู้

กล่าวแล้วก็น่าสนใจยิ่งนัก! เรื่องนี้เริ่มจากเมื่อครึ่ง

ปีก่อน เป็นเรื่องราวใหญ่โตเชียวเจ้าค่ะ”

“เรื่องของท่านในครานั้น ตระกูลลู่เพียงกล่าวว่า

พวกเขาได้แต่งรับคุณหนูเจ็ด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เบื้อง

ลึกใด ทว่าครึ่งปีต่อมากลับเกิดเรื่องราวอื้อฉาวขึ้น

คุณหนูหกยากจะหาสามีในเมืองหลวงแล้ว

บรรดาตระกูลขุนนางที่ค่อนข้างมีประวัติขาว

สะอาดล้วนไม่ต้องการคนเยี่ยงนาง กล่าวว่านาง

จะนำพาความไม่สงบสุขมาสู่ครอบครัว ทำลาย

โชคลาภของวงศ์ตระกูล นายท่านรองทั้งโมโหทั้ง

ร้อนรน หากมิใช่เพราะมีคุณชายสี่ช่วยกอบกู้

สถานการณ์ก็ไม่แน่ว่านายท่านรองอาจใช้กฎของ

ตระกูลมาจัดการกับคุณหนูหก”

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่” อี๋หนิงวางหวีลง

——————–

1. ยามไฮ่คือช่วงเวลา 21.00 น.-23.00 น.

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 185"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-061
หวนคืนชะตาแค้น
02/11/2023
NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
19/06/2023
6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.