Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 191

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 191
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

หลัวอี๋หนิงไม่เคยคาดคิดว่าจะมีวันหนึ่งที่หลัวเซิ่น

หย่วนล่วงรู้

เสียงหึ่งๆ ปันปั่วนดังอื้อในหู บางทีนั่นอาจจะเป็น

เสียงอื้ออึงภายในหูจริงๆ นางฝืนแสร้งเอ่ยถาม

“ประโยคนี้ของท่านหมายความว่าอย่างไร”

เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวหลัวอี๋หนิง หลัวเซิ่นหย่วน

ยังจะมีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจอีกหรือ

เขาหลุบตาลง นั่งนิ่งมั่นคงดุจขุนเขา เขาหยิบ

กาน้ำชามารินชาให้ตนเอง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าใน

จวนแห่งนี้มีหน่วยสอดแนมอยู่เท่าไร”

“ทุกทางเดิน ทุกลานกว้าง ทุกวันมีผู้ใดกล่าวสิ่ง

ใด ทำเรื่องอะไรข้าล้วนรู้ทั้งสิ้น”

เมื่อเขาพูดจบก็สะบัดมือโยนสร้อยลูกประคำที่

เมื่อครู่นางให้สาวใช้ชราช่วยกันหาลงบนโต๊ะ

สร้อยไถลไปยังเบื้องหน้าอี๋หนิง ก่อนจะร่วงหล่น

ลงบนพื้น เสียงกระทบพื้นดังราวกับเสียงที่ตบ

กระทบบนใบหน้านาง

ที่สาวใช้ชราไม่ได้เอามาคืนนางเพราะตกไปอยู่ใน

มือของเขาแล้ว

“เหตุใดเจ้าจึงไม่กล่าวสิ่งใดเล่า ในปีนั้นเกิด

เหตุการณ์ใดขึ้นในตระกูลลู่” เขานิ่งไปชั่วครู่

ใบหน้าแฝงด้วยรอยยิ้มจาง “เมื่อไหร่กันที่เจ้าเคย

ไปอยู่ในตระกูลลู่ ทั้งยังเป็นภรรยาของลู่ซื่อ”

มือของหลัวอี๋หนิงสั่นเทา นางอยากก้มตัวลงไป

เก็บสร้อยลูกประคำแต่ก็ไม่กล้า

ทั้งร่างนางผุดไปด้วยเหงื่อเย็น นางยังคงไม่อยาก

เชื่อ แม้จะก่นด่าตนเองในใจพันครั้งหมื่นครั้งก็ไม่

อาจเปลี่ยนแปลงความจริงอันแสนโง่เขลานั้น เขา

ได้ยินแล้ว และล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว เขาฉลาด

หลักแหลมถึงเพียงนั้น ต้องคาดเดาได้หมดแล้ว

เป็นแน่ หัวสมองนางมึนงงสับสน นางกลืนน้ำลาย

คราแล้วคราเล่า ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงไปเก็บ

สร้อยลูกประคำเส้นนั้น

ทันใดนั้นนางก็ถูกเขากระชากตัวออกมา เขาลุก

พรวด ฟาดมือลงบนหลังมือของนางอย่างรวดเร็ว

“ห้ามเก็บ!” น้ำเสียงเขาแผดกร้าวราวกับดัง

สะท้อนมาจากขุมนรก

ดูเหมือนนางจะเจ็บปวดบริเวณที่ถูกตี ในที่สุดอี๋ห

นิงก็ย่อตัวลง กางแขนโอบกอดตนเองก่อนร้องไห้

ออกมา

“ที่เจ้าร้องไห้หมายความว่าอย่างไร เจ้าพูดสิ”

คล้ายเขาจะรังเกียจหลัวอี๋หนิงที่แสดงท่าที

อ่อนแอเปราะบางเช่นนี้ เขาบีบปลายคางของ

นาง บังคับให้นางมองตน

หลัวอี๋หนิงร้องไห้จนมีสภาพน่าเวทนา ย่ำแย่อดสู

นางไม่อยากให้หลัวเซิ่นหย่วนเห็นสภาพเช่นนี้

ของตน นางไม่ชอบให้ผู้อื่นเห็นนางร้องไห้! ทว่า

หลัวเซิ่นหย่วนกลับไม่ยอมปล่อยให้นางก้มหน้า

ปลายคางของนางเจ็บปวดราวกับจะแตกเป็น

เสี่ยงๆ แล้วจะมีเวลามาสนใจสภาพอันน่าเวทนา

ของตนอีกได้อย่างไร!

เขาสะบัดมือออก ในที่สุดหลัวอี๋หนิงก็ลุกขึ้น บาง

ทีอาจเป็นเพราะความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นอย่าง

ฉับพลันทำให้นางไม่อาจสะกดกลั้นน้ำตาได้อีก

ยามนี้นางสงบนิ่งขึ้นเล็กน้อย อี๋หนิงยันขอบเตียง

ค่อยๆ ประคองตัวลุกขึ้นด้วยสภาพน่าเวทนา ไม่

เหลือสิ่งใดให้แก้ต่างแล้ว นอกเหนือจากกล่าว

ความจริง ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีวันหวนกลับมาเป็น

เช่นเดิม ทันใดนั้นหลัวอี๋หนิงก็หัวเราะออกมา

“ช่างเถิด ในเมื่อท่านอยากฟัง ข้าก็จะเล่า”

นางผายมือออกไปเล็กน้อย “นั่งลงแล้วค่อยฟัง

เถิด”

“ท่านรู้หรือไม่ว่าจริงลู่เจียเสวียมีภรรยาที่ตบแต่ง

ไว้คนหนึ่ง” หลัวอี๋หนิงถามขึ้น

หลัวเซิ่นหย่วนไม่ตอบ หลัวอี๋หนิงเองก็ไม่ได้รอให้

เขาตอบ นางกล่าวต่อไป “ภรรยาของเขาเป็นคน

จากตระกูลหลัวแห่งเมืองซุ่นเต๋อ ในตระกูลหลัว

เคยมีบัณฑิตจิ้นซื่อสองคน ต่อมาฮูหยินของนาย

ท่านสามหลัวก็เสียชีวิตลง ทิ้งบุตรสาวสองสาม

คนไว้ให้เขา ผู้ที่แต่งให้ลู่เจียเสวียก็คือนางหลัวผู้ที่

มีอายุน้อยที่สุด นางเติบโตขึ้นมาโดยปราศจาก

มารดา ต่อมานางได้พบกับลู่เจียเสวียในวัยหนุ่ม

ลู่เจียเสวียอยากแต่งรับนางเป็นภรรยา ทว่าชาติ

กำเนิดของนางหลัวไม่คู่ควรกับเขา เขาจึงทุ่มเท

ทุกวิถีทางเพื่อตบแต่งนางเข้าสู่ตระกูลลู่”

คล้ายนางกำลังคิดถึงเรื่องราวในอดีตเหล่านั้น

หลัวเซิ่นหย่วนยิ่งฟังสีหน้าก็ยิ่งดำคล้ำ นี่เป็นเรื่อง

ที่เขาไม่อยากได้ยินมากที่สุด…คราแรกเขานึก

อยากให้นางบอกเล่าให้ละเอียด ทว่ายามนี้กลับ

รู้สึกเสียใจแล้ว

“ต่อมาในตระกูลลู่นั้น ลู่เจียเสวียไร้ตำแหน่ง

สถานะ เขาจึงลอบวางแผนช่วงชิงบรรดาศักดิ์

ซื่อจื่อจากพี่ชาย เขาพยายามคิดปกปั้องนางหลัว

ที่เขาแต่งรับกลับมาด้วยหัวใจ ไม่ว่าเรื่องใดก็ไม่

ยอมบอกกล่าวนาง เอาแต่แสร้งทำตัวเป็น

คุณชายเสเพล นางหลัวจึงถูกเขาปิดบังไปเช่นนี้

ต่อมาระหว่างการช่วงชิงอำนาจ นางได้ตกจาก

หน้าผาจนเสียชีวิต แต่หลังจากการตายของนาง

ลู่เจียเสวียก็ได้ขึ้นเป็นขุนนางผู้ทรงอำนาจ”

หลัวเซิ่นหย่วนนิ่งเงียบหลับตาลง เสียงลมหายใจ

หนักหน่วงดังสะท้อนท่ามกลางรัตติกาลอัน

ยาวนาน

“แต่บางทีอาจเป็นเพราะดวงชะตาของนางหลัว

ยังไม่ถึงคราจบสิ้น ดวงวิญญาณอ้างว้างร่อนเร่จึง

ได้ตกไปอยู่ในร่างของเด็กสาวที่เพิ่งเสียชีวิต

จากนั้นนางก็ดำเนินชีวิตต่อไปแทนเด็กสาวผู้นั้น…

เด็กสาวผู้นั้นมีพี่ชายที่ถือกำเนิดจากอนุคนหนึ่ง

พี่ชายผู้นั้นรักและปกปั้องนางอย่างยิ่ง ทว่าตัวเด็ก

สาวเล่า นางกลับไม่ได้มองพี่ชายที่ถือกำเนิดจาก

อนุผู้นั้นเป็นเช่นมนุษย์…ท่านรู้หรือไม่ว่านางหลัว

ผู้นั้นคือผู้ใด”

“พอแล้ว! ไม่ต้องพูดแล้ว!” หลัวเซิ่นหย่วนพลัน

ระเบิดอารมณ์ เขาตัดบทนาง

“ก็คืออี๋หนิงที่อยู่ตรงหน้าท่าน” หลัวอี๋หนิงพูด

ต่อไป หากไม่พูดให้ชัดเจน…ความสัมพันธ์นี้ย่อม

ไม่ดีขึ้นมาได้ไปตลอดกาล

ราวกับธารน้ำแข็งที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ดุจลม

หนาวสะท้านที่คลอเคล้าไปด้วยเสียงโปรยปราย

ของหิมะ ชักนำให้ทั้งร่างเขาจมดิ่งลงสู่เบื้องล่าง

เสียงแหลกสลายและเสียงโห่ร้องคำรามดังกึกก้อง

เรื่องราวในอดีตที่ฟังดูไร้สาระนี้ราวกับบาดแผลที่

กำลังทำลายเขาให้ดับสูญ สตรีผู้นี้เคยเป็นของ

ผู้อื่น เคยใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น เสียงหัวเราะต่ำของ

เขาดังขึ้น “ข้าคิดมาโดยตลอดว่าข้ากับลู่เจียเสวีย

มีความแค้นต่อกันเรื่องการแย่งชิงภรรยา เห็นที

คงไม่ผิดแล้ว เพียงแต่สถานะผิดไปก็เท่านั้น เมื่อ

กล่าวเช่นนี้ก็กลับกลายเป็นข้าหลัวเซิ่นหย่วนที่

แย่งชิงภรรยาของผู้อื่น”

“ส่วนเจ้า เดิมก็ควรเป็นฮูหยินแห่งจวนหนิงหย่

วนโหว” สายตาที่เขามองนางแฝงร่องรอยเสียดสี

จางๆ “ดังนั้นเจ้าจึงพบเขาคราแล้วคราเล่า ทั้งยัง

ช่วยเขาเก็บรักษาสร้อยลูกประคำคุ้มครองกาย”

หลัวอี๋หนิงถูกเขากล่าวหาเช่นนี้ก็ปวดร้าวโดย

พลัน

เขาหมายความว่าอย่างไร ที่พบลู่เจียเสวียใช่ว่า

นางยินยอม นางเองก็ไม่ยินดีที่จะเล่าเรื่องเหล่านี้

นางแทบอยากให้เรื่องเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง ทว่านี่

ไม่ใช่สิ่งที่นางเลือกได้ “…หากท่านอยากเข้าใจ

เช่นนี้จริง ถูกต้อง หากข้ายังไม่ตาย ยามนี้ข้าก็

ควรจะเป็นฮูหยินของหนิงหย่วนโหว” นางคล้าย

กำลังเย้ยหยันตนเอง

“เขารู้ตั้งแต่เมื่อไร” หลัวเซิ่นหย่วนข่มกลั้น

ความรู้สึกที่ใกล้จะพังทลาย เขาถามต่อ “บอกข้า

มาว่าลู่เจียเสวียรู้ตั้งแต่เมื่อไร!”

น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชาอย่างยิ่งยวด หลัวอี๋ห

นิงยิ้มขื่น ก่อนจะตอบ “หลังจากพวกเราแต่งงาน

กันได้สามเดือน…วันที่ข้าได้รับบาดเจ็บวันนั้น”

ครานี้เขานิ่งเงียบไปนาน

เมื่อนึกถึงเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ระหว่าง

นางกับลู่เจียเสวีย เรื่องที่นางเกลี้ยกล่อมไม่ให้เขา

ไปต่อสู้กับลู่เจียเสวีย เรื่องที่นางถูกลู่เจียเสวีย

ลักพาตัวไป บรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติยามที่

นางอยู่กับลู่เจียเสวียก่อนหน้านี้ ลู่เจียเสวียมี

ความดื้อดึงต่อนางอย่างน่าพิศวง…ที่แท้เรื่อง

เหล่านี้ก็ล้วนมีสาเหตุ

สองคนนี้เคยเป็นสามีภรรยา! แต่นางไม่เคยบอก

กล่าวเขา นางปิดบังเขามาโดยตลอด!

“เจ้ารู้ว่าเขาคืออดีตสามีของเจ้า แต่ก็ยังรับเขา

เป็นบิดาบุญธรรม เคลื่อนไหวไปมาในกำมือของ

เขา…” หลัวเซิ่นหย่วนเดินไปหยุดเบื้องหน้านาง

เขาโน้มตัวลง ท่วงท่ายังคงดูสง่างาม “หลัวอี๋หนิง

เจ้าบอกข้ามาว่าในยามที่เจ้าอยู่เบื้องหน้าลู่เจียเส

วีย เจ้ากำลังคิดสิ่งใด”

หลัวอี๋หนิงยิ้มขื่น “ข้ากำลังคิดอะไร…ข้าจะคิด

อะไรได้ ข้าไม่คู่ควรและไม่เหมาะสมกับความรัก

ของเขา เขาสามารถครอบครองผู้ใดก็ได้ คำพูด

ของข้าในวันนี้คงทำให้เขายอมล่าถอยได้แล้ว ข้า

ไม่คู่ควรที่จะให้เขามาทำดีต่อข้า หากปราศจาก

ข้าเขาก็ยังมีชีวิตที่ดีได้ ข้าก็เป็นดั่งปีศาจที่ทำร้าย

ผู้คน…ยิ่งไปกว่านั้นข้าได้แต่งงานกับท่านแล้ว

เหตุใดท่านจึงยังต้องถามคำถามเหล่านี้อีกเล่า”

มือของนางที่วางอยู่บนโต๊ะออกแรงกำแน่น

มือของหลัวเซิ่นหย่วนที่วางอยู่บนขอบโต๊ะกระชับ

แน่น “ข้าขอถามเจ้าเป็นคำถามสุดท้าย เจ้าในวัย

เยาว์ที่ดีต่อข้า แท้จริงแล้วเพราะมีจุดประสงค์

ใด”

เพราะรู้ว่าในกาลข้างหน้าเขาจะขึ้นเป็นท่านราช

เลขาธิการ ควบคุมใต้หล้า มีอำนาจไร้เทียมทาน

หลัวอี๋หนิงหลับตาลง ทันใดนั้นนางก็สำลักหายใจ

ไม่ออก น้ำตาพรั่งพรูไม่ขาดสาย คราแรกเพราะ

นางมีจุดประสงค์เช่นนี้จริง แต่นั่นก็ได้

เปลี่ยนแปลงไปนานแล้ว รอยแผลเป็นที่มือขวา

ของเขาทำให้นางรู้สึกซาบซึ้ง เพราะไม่มีผู้ใดดีต่อ

เขา นางจึงบังเกิดความเวทนาสงสารและเพราะ

เขาเป็นพี่ชายสามของนาง เป็นเช่นนี้มาช้านาน

แล้ว

“เพราะเจ้าอยากหาผลประโยชน์จากข้าใช่

หรือไม่” หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว เขาไพล่มือไว้

ด้านหลัง เรือนร่างสูงตระหง่านดุจขุนเขา “เจ้าไม่

เคยแคลงใจว่าข้าจะสอบผ่านจิ้นซื่อหรือไม่ แต่ไร

มาก็มั่นใจในตัวข้าเต็มกำลัง”

เขาไม่รู้เรื่องราวในปินเหล่านั้น แต่ด้วย

สัญชาตญาณ เขารู้ว่าสิ่งที่เขาคิดไว้ไม่ผิด

“พี่ชายสาม…” นางเดินไปจับมือเขาไว้ ทว่าเขา

กลับหลบเลี่ยง

นางอธิบายเสียงแผ่วเบา “เริ่มแรกเดิมทีเป็น

เช่นนั้น ทว่าต่อมาก็ไม่ใช่แล้ว ต่อมาไม่ใช่แล้ว…”

สำหรับเขาเรื่องนี้คงสำคัญมาก หากนางดีต่อเขา

เพราะเหตุผลนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ของเขา พ่อ

ของเขา ทุกคนที่อยู่รอบกายเขา…ต่างจำเป็นต้อง

ทำดีต่อเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาย่อมรู้สึก

ผิดหวังอย่างยิ่ง กอปรกับสตรีผู้นี้ยังเป็นภรรยา

ร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นคู่เคียงที่จะร่วมเรียงเคียง

หมอนไปจนแก่เฒ่า จะมีบุรุษคนใดบ้างที่ไม่ใส่ใจ

จุดนี้ ครั้นหลัวอี๋หนิงคิดถึงตรงนี้ก็หวาดกลัวจนทั้ง

ร่างสั่นสะท้าน

ทว่าทันใดนั้นอี๋หนิงก็รู้สึกเศร้าสลด นางเอ่ยอย่าง

ยากลำบาก “หากท่านถือสาเรื่องในอดีตของข้า

กับลู่เจียเสวีย ถ้าท่านคิดถือสาจริงก็สามารถหย่า

ข้าได้ การไม่พบกันย่อมดีที่สุด หากเป็นไปได้…ข้า

อยากพาเปั่าเกอร์ไปด้วย เขายังเล็ก ไม่อาจห่าง

มารดา”

เมื่อนางพูดถึงตรงนี้ น้ำตาก็เอ่อล้นจนสายตาพร่า

มัว อันที่จริงนางแทบจะทรุดตัวคุกเข่าลงเบื้อง

หน้าเขาแล้ว เพราะเหตุนี้นางจึงไม่เห็นสีหน้า

อารมณ์ของเขาและไม่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใด

นางได้ยินเสียงเขากวาดเชือกถักมงคลและลูกปัด

แก้วที่ถูกจัดเก็บอย่างดีแล้วบนโต๊ะทิ้งลงด้านล่าง!

จานหยกที่มีลูกปัดใหญ่เล็กร่วงหล่น ลูกปัดแก้ว

กระจายไปทั่วพื้น สีสันสดใสงดงาม ต้องแสงเป็น

ประกายระยิบระยับ

เขาหอบหายใจ จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็น

ชา “เปั่าเกอร์เป็นบุตรชายคนโตของข้า เจ้ามี

สิทธิ์อะไรพาตัวเขาไป”

เขาราวกับเปลี่ยนเป็นคนแปลกหน้าที่นางไม่รู้จัก

ท่ามกลางการปะทะ ความอ่อนโยนอบอุ่น

เหล่านั้นล้วนอันตรธานสูญสิ้น

“พี่ชายสาม!” นางหมายจะเข้าไปจับมือเขา ทว่า

เขากลับสะบัดออก

เป็นความถือสา โกรธแค้น ริษยา! อดีตที่นางเคย

มีกับลู่เจียเสวีย เรื่องปิดบังที่นางมีต่อเขา

ผลประโยชน์ที่นางแสวงหาจากเขา ยังมีอารมณ์

เดือดดาลต่อถ้อยคำที่นางพูดกับเขาเหล่านั้น! ให้

หย่าขาดจากนางรึ นางคิดจะจากไปเช่นนี้หรือ

เรื่องเหล่านี้ที่พุ่งเข้าจู่โจมทำให้เขาทั้งริษยาทั้ง

เคียดแค้น

“หลัวอี๋หนิง ข้าไม่ได้มีสติสัมปชัญญะถึงเพียงนั้น”

หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว “เจ้ากับข้าต้องห่างกันสัก

พัก เจ้า…ไปนอนก่อน”

เขาเดินออกไปด้านนอก

สาวใช้ด้านนอกได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่

กล้าเข้ามา จนกระทั่งใต้เท้าหลัวออกมาแล้วพวก

นางจึงได้พากันยอบกายขานเรียกว่าใต้เท้าหลัว

เจินจูเหลือบเห็นจากหางตาว่ามือขวาของเขา

คล้ายได้รับบาดเจ็บมีเลือดไหลซึม นางรีบกล่าว

“ใต้เท้า มือของท่าน…”

เมื่อครู่คงถูกบาดเข้า…

หลัวเซิ่นหย่วนกุมบาดแผลด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ไม่เป็นอะไร” รอยบาดแผลนี้เขาจะเก็บไว้เพื่อ

นาง เขาใช้แขนเสื้อสีเข้มพันไว้รอบหนึ่ง ก่อนจะ

บังคับให้ตนเดินจากไป

เขาจำต้องหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่อาจทำให้นาง

บาดเจ็บ เขาต้องเผชิญหน้ากับอดีตของนางด้วย

ความเยือกเย็น ทั้งยังต้องให้เวลานางขบคิดให้ถี่

ถ้วน อย่างน้อยนางก็ควรคิดว่าจะทำอย่างไร

ต่อไป!

พวกเจินจูต่างสงสัยใคร่รู้ พวกนางรีบกรูเข้าไป

ด้านใน

หลัวอี๋หนิงทรุดตัวร้องไห้อยู่บนพื้น พวกนางรีบ

ประคองอี๋หนิงขึ้นมา มือที่จับมือของพวกนางสั่น

เทา เสียงของนางดังขึ้น “เจินจู ข้าว่าเขาคงไม่

ต้องการข้าแล้ว…เขาไม่มีทางต้องการข้าแล้ว…”

หากบุรุษผู้หนึ่งได้ล่วงรู้ว่าสตรีผู้หนึ่งเคยร่วมเรียง

เคียงหมอนเป็นภรรยาของผู้อื่น เขาจะยังต้องการ

นางอีกหรือ นี่ก็คือผลกรรมของนาง ไม่ว่าลู่เจียเส

วียจะเป็นคนที่ชักนำให้นางต้องเปิดเผยเรื่องนี้

หรือไม่ แต่นี่ก็คือผลกรรมของนาง!

“นายหญิง ท่านกำลังกล่าวอะไรเจ้าคะ” เจินจู

หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตาให้นาง “อะไร

ต้องการหรือไม่ต้องการกัน ใต้เท้าจะไม่ต้องการ

ท่านได้อย่างไร!”

หลัวอี๋หนิงร้องไห้น้ำตาไหลพรั่งพรู เจินจูประคอง

นางขึ้น ก่อนจะพบว่าทั้งร่างของนางอ่อนยวบไร้

เรี่ยวแรง ยิ่งเข้าสู่ช่วงกลางดึกอากาศยิ่งหนาว

เสียงตีฆ้องบอกโมงยามผ่านไปแล้ว มีเด็กบาง

บ้านเริ่มฉลองปีใหม่เร็วกว่าบ้านอื่น ไกลออกไป

ยังมีเสียงจุดประทัด อี๋หนิงกลับมาได้สติ พิงร่าง

ลงบนกำแพงอันเย็นเยียบ

ความอ่อนแอถูกชะล้างไปพร้อมหยาดน้ำตา นาง

สงบนิ่งขึ้น นางควรไปหาเขา…แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องพูด

อะไร เช่นนั้นก็ไปสารภาพความจริงเถิด

หากหลัวเซิ่นหย่วนไม่ชอบนางแล้วก็ให้เขาหย่า

นางเสีย เช่นนั้นนางก็จะกลับไปเลี้ยงตนจนแก่

เฒ่าที่จวนอิงกั๋วกง

หลัวอี๋หนิงครุ่นคิดอย่างสะลึมสะลือ ราตรีนี้นาง

นอนไม่หลับ จนถึงยามจื่อ[1]ถึงได้ผล็อยหลับไป

ก่อนนอนนางได้สั่งกำชับสาวใช้ “พรุ่งนี้ให้ปลุกข้า

ยามเฉิน[2]”

พรุ่งนี้เป็นวันที่สามสิบ วันส่งท้ายปีเก่า ขุนนางใน

ราชสำนักล้วนพักผ่อน เขาไม่ต้องไปเข้าร่วม

ประชุม

อี๋หนิงนอนหลับไม่สนิท นางฝันถึงใบหน้าเย็นชา

ของลู่เจียเสวีย ยามที่เขาจากไปไม่แม้แต่จะ

ชายตาแล มองนางราวกับรังเกียจนางอย่าง

ยิ่งยวด นางฝันถึงหลัวเซิ่นหย่วนที่กำลังเขียน

จดหมายหย่าให้นาง ตัวอักษรช่างคุ้นเคยนัก แต่

นางกลับเห็นรายละเอียดไม่ชัด นางยังฝันถึง

บรรดาหีบสิ่งของของนางที่ถูกจัดเก็บอย่าง

เรียบร้อย ของเหล่านั้นถูกหามออกจากตระกูล

หลัว ตั้งแต่ต้นจนจบหลัวเซิ่นหย่วนไม่ได้ปรากฏ

ตัวสักครั้ง ในความฝันไม่มีเงาร่างของเขาอีกแล้ว!

หลัวอี๋หนิงสะดุ้งตื่นโดยพลัน เหงื่อผุดท่วมกาย

นางแหวกม่านเรียกเจินจู

เจินจูบิดผ้าเช็ดหน้าให้นางพลางกล่าว “ยังไม่ถึง

ยามเฉินเลยเจ้าค่ะ…เมื่อคืนท่านนอนดึก นอนต่อ

อีกสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”

หลัวอี๋หนิงสวมใส่เสื้อผ้าแล้วเอ่ยถาม “คุณชาย

สามเล่า”

“ยามนี้น่าจะนอนอยู่ในห้องหนังสือของเรือนหน้า

เจ้าค่ะ ไม่ได้ยินว่าออกไปแล้ว” เจินจูกล่าว

หลัวอี๋หนิงจึงได้พรูลมหายใจโล่งอก

นางนั่งลงหน้าโต๊ะประทินโฉม ก่อนจะพบว่า

สภาพในวันนี้ดูอิดโรยอย่างยิ่ง นางใช้แปั้งผัด

ปกปิด ก่อนจะใช้ไขสีกุหลาบแต่งแต้มริมฝีปาก

ใบหน้าถึงได้ดูมีสีสันขึ้นมาบ้าง ไต้เม่าเกล้าผมทรง

มวยเมฆคล้อยให้นาง “วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า

บ่าวจะปักเป็นปินทองดอกเสาเย่าให้ท่าน ปินเล่ม

นี้งดงามมาก”

หลัวอี๋หนิงผงกศีรษะ หลังจากล้างมือแล้วก็เดินไป

ยังห้องครัว ก่อนจะเริ่มลงมืออย่างชำนาญ นาง

ทำของว่างขึ้นมาหลายจาน ยังมีเกี๊ยวไส้เนื้อแพะ

ผสมกับเห็ดอีกหนึ่งชาม กว่าจะนวดแปั้ง ทำแผ่น

แปั้งและห่อไส้เสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าครึ่ง

ชั่วยามแล้ว ท้องฟั้าเริ่มมีแสงสว่างรำไร

หลัวอี๋หนิงยกกล่องอาหารเดินไปยังเรือนหน้า

นางเดินผ่านเรือนเจียซู่ ย่างเท้าผ่านระเบียง

ทางเดิน

หน้าประตูห้องหนังสือมีบ่าวรับใช้ยืนเฝั้า

รักษาการณ์อยู่สองสามคน เมื่อเห็นนางก็คารวะ

“นายหญิง ใต้เท้ายังคงนอนอยู่ขอรับ ยังไม่ตื่น”

“เช่นนั้นข้าก็จะรอ พวกเจ้าไม่ต้องไปปลุกเขา รอ

เขาตื่นแล้วค่อยเข้าไปรายงาน…” หลัวอี๋หนิงถือ

กล่องอาหารเช้า นางนั่งลงบนเก้าอี้ศิลาหน้าห้อง

หนังสือพลางครุ่นคิดว่า อันที่จริงนางไม่ควรทำ

เกี๊ยว เกรงว่ากว่าเขาจะตื่นขึ้นมา เกี๊ยวคงอืดจน

กินไม่ได้แล้ว เมื่อก่อนเขามักออกไปตั้งแต่เช้าตรู่

นางจึงไม่ทัน…ไม่ทันทำอาหารเช้าให้แก่เขา นี่

นับเป็นครั้งแรก

รอจนดวงตะวันเริ่มปรากฏแสงอาทิตย์สาดส่องลง

บนโต๊ะศิลา ภายในห้องจึงมีเสียงดังเล็ดลอด

ออกมา ฟังคล้ายมีสาวใช้กำลังปรนนิบัติอยู่ด้าน

ใน บ่าวรับใช้เข้าไปรายงาน ถึงตอนนี้อี๋หนิงรอมา

ได้ครึ่งชั่วยามแล้ว

อันที่จริงใช่ว่าหลัวเซิ่นหย่วนตื่นสาย แต่เป็นนางที่

ตื่นเช้า

เมื่อหลัวอี๋หนิงเห็นบ่าวรับใช้เดินออกมา มือที่วาง

อยู่บนที่จับกล่องอาหารก็กระชับแน่น บ่าวรับใช้

เดินเข้ามาโค้งตัว “นายหญิง ใต้เท้าตื่นแล้วขอรับ

ท่านเรียกให้นายหญิงเข้าไป”

หลัวอี๋หนิงหยิบเกี๊ยวที่ขึ้นอืดของตนแล้วลุกขึ้น

หัวใจพลันเต้นระส่ำ

——————–

1. ยามจื่อคือช่วงเวลา 23.00 น.-01.00 น.

2. ยามเฉินคือช่วงเวลา 07.00 น.-09.00 น.

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 191"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
16/06/2026
6541d756
พันธสัญญาลวงรัก
25/09/2025
novelpdf-059
แมวน้อยของนายท่าน
24/03/2023
novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.