Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 27

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 27
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

อี๋หนิง ไม่รอให้เสวี่ยจือมาเรียกก็ลุกขึ้นมานั่งแล้ว

เสวี่ยจือไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไร นางยอบตัวลง

“เจี่ยเอ๋อร์ เรื่องของคุณหนูสี่นั้น…”

อี๋หนิงพยักหน้า “เมื่อครู่ข้าได้ยินเจ้ากับซงจือคุย

กันแล้ว ไม่ต้องพูดให้มากความ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้

ข้า ข้าจะไปที่ห้องโถงกลาง”

เสวี่ยจือกุมมือนางไว้แล้วเอ่ยเสียงเบา “เจี่ยเอ๋อร์

ถึงพวกเราจะรู้เรื่องนี้แต่ไม่ใช่พวกเราที่แพร่ง

พรายออกไป ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเรา…ท่าน

อย่าได้กังวลไปเจ้าค่ะ”

ทว่าอี๋หนิงกลับไม่คิดเช่นนั้น

ยามที่ค้นพบกระดาษข้อความ นางก็รู้ว่านี่เป็น

เรื่องยุ่งยากแล้ว หากพูดออกไป ด้วยอุปนิสัยของ

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวย่อมไม่มีทางปล่อยหลัวอี๋อวี้ไว้

แน่นอน แต่ไหนแต่ไรความสัมพันธ์ระหว่างนาง

กับหลัวอี๋อวี้ก็ไม่ค่อยดีนักการฉีกหน้าเป็นเรื่องที่

ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ หากไม่กล่าวออกไปแล้วถูก

ผู้อื่นค้นพบ พวกนางก็ต้องถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้อง

ด้วย ดังนั้นอี๋หนิงจึงนึกถึงวิธีการประนีประนอม

และเอ่ยเตือนหลัวอี๋อวี้ หวังว่าอีกฝั่ายจะรู้จัก

สำรวม

เดิมเข้าใจว่าเรื่องนี้คงจะผ่านไปเช่นนี้ คิดว่าหลัว

อี๋อวี้คงไม่โง่เขลาจนถูกผู้อื่นจับได้ แต่คาดไม่ถึงว่า

เรื่องนี้จะถูกเปิดเผยออกมา

เป็นผู้ใดที่ค้นพบ ที่สำคัญคือยังรายงานไปถึงฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวโดยตรงอีก

เสวี่ยจือประคองอี๋หนิงให้ลุกขึ้น สางผมให้ผู้เป็น

นาย และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เสร็จแล้วก็เดินไป

ยังห้องโถงกลางเป็นเพื่อนนาง

ในเรือนเงียบสงบจนน่าหวาดหวั่น ราวกับหาก

เข็มตกกระทบพื้นสักเล่มก็จะได้ยิน เป็นเพราะ

เงียบเกินไปจึงยิ่งทำให้รู้สึกตึงเครียด

ฝีเท้าของอี๋หนิงจึงยิ่งแผ่วเบาลง นางนึกถึงเมื่อ

ชาติที่แล้ว มีคุณหนูในตระกูลหนึ่งชอบพอกับบ่าว

ไพร่ในเรือนจนลักลอบได้เสียกัน ทั้งยังถูกบ่าวผู้

นั้นแพร่งพรายออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงคำครหา

บรรดาหญิงสาวของตระกูลนั้นจึงแต่งไปแดนไกล

หรือไม่ก็ถูกรั้งตัวไว้อยู่นาน ไม่มีผู้ใดมาขอหมั้น

หมาย สุดท้ายคุณหนูคนนั้นก็ทนแบกรับไม่ไหวจึง

ปลิดชีพตนเอง คนตระกูลนั้นโกรธแค้นบ่าวผู้นี้

อย่างมาก โบยจนตายแล้วยังไม่ยอมให้เอาไปฝัง…

เมื่อนางนึกถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งตื่นตระหนก

ประตูของห้องโถงกลางถูกปิดอย่างแน่นหนา ไม่มี

เสียงเล็ดลอดออกมาแม้เพียงนิด ระเบียงทางเดิน

ด้านนอกมีหลัวอี๋ซิ่วและหลัวอี๋เหลียนคอยเฝั้า

ระวังอยู่สองคน กระทั่งบ่าวหญิงชรากลุ่มใหญ่ยัง

ถูกไล่ออกมา

“อี๋หนิง เจ้ารีบมานี่เร็ว!” เมื่อหลัวอี๋ซิ่วเงยหน้า

เห็นอี๋หนิงก็รีบมาจูงมือนางมานั่งกับตน อี๋หนิง

สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ฝั่ามือของอีกฝั่าย คล้าย

กำลังมีเหงื่อซึม

หลัวอี๋ซิ่วกล่าวด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “เมื่อครู่พี่

อี๋อวี้ถูกท่านย่าเรียกเข้าไปพบ ข้าไม่เคยเห็นสีหน้า

ท่านย่ายํ่าแย่เช่นนี้มาก่อน ในห้องมีเพียงท่านแม่

กับพี่หญิงสี่ แม้แต่ข้าที่คิดจะเข้าไป…สวีมามาก็ยัง

เชิญข้าให้ออกมา!”

เรื่องนี้สำคัญมาก แน่นอนว่าคนยิ่งรู้น้อยก็จะยิ่งดี

อี๋หนิงฟังถึงตรงนี้กลับรู้สึกโล่งใจ แม้แต่หลัวอี๋ซิ่วก็

ยังไม่รู้ เห็นได้ชัดว่าคนยังรู้เรื่องไม่มากนางหันไป

มองหลัวอี๋เหลียน ก็พบว่าแม้ใบหน้าอีกฝั่ายจะ

สงบนิ่ง ทว่ามือกลับกำผ้าเช็ดหน้าแน่น

“ตอนที่พี่หญิงสี่ถูกท่านย่าเรียกไป…นางกำลังปัก

ผ้าอยู่กับพี่หญิงสี่ดังนั้นจึงมาด้วยกัน” หลัวอี๋ซิ่

วกดเสียงเบา

หลัวอี๋เหลียนมองอี๋หนิงก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวไม่

ค่อยสบายนัก นางยิ้มนุ่มนวล เอ่ยถามเสียงเบา

“เหตุใดน้องสาวเจ็ดก็มาด้วย เวลานี้มิใช่ว่า

น้องสาวเจ็ดควรจะนอนกลางวันอยู่หรอกหรือ

หรือว่าน้องสาวเจ็ดได้ยินสิ่งใดมา”

ไม่เสียทีที่หลัวอี๋เหลียนเป็นบุตรสาวของเฉียวอี๋

เหนียง ปฏิกิริยาตอบสนองช่างว่องไวนัก

อี๋หนิงยิ้ม “พี่หญิงหกคิดมากไปแล้ว ข้าแค่ถูกสาว

ใช้ในเรือนรบกวนจนตื่นเท่านั้น”

อี๋หนิงเพิ่งจะนั่งลงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจาก

นอกเรือน นางเห็นผู้ที่เดินเข้ามาสวมอาภรณ์สี

แดงเข้ม เป็นหลินไห่หรูที่พาเหล่าบ่าวหญิงชรา

เข้ามานางกวักมือเรียกอี๋หนิงให้เข้าไปหาก่อนเอ่ย

ถาม “…แม่เพิ่งถูกเรียกมา เจ้ารู้หรือไม่ว่าด้านใน

เกิดเรื่องใดขึ้น”

อี๋หนิงก็ไม่รู้เช่นกัน

หลินไห่หรูรู้สึกกังวลเล็กน้อย เมื่อนึกถึงสีหน้ายํ่า

แย่ของบ่าวหญิงชราที่เข้ามารายงานก็ขมวดคิ้ว

มุ่น

เสียงประตูของห้องโถงกลางเปิดออกดังเอี๊ยดอ๊าด

สวีมามาก้าวออกมายอบตัวลงแล้วเอ่ย “ฮูหยินผู้

เฒ่าเชิญฮูหยินกับคุณหนูเจ็ดเข้าไปเจ้าค่ะ”

อี๋หนิงลอบขมวดคิ้วมุ่น แปลกยิ่งนัก เรียกหลินไห่

หรูเข้าไปยังถือว่ามีเหตุผล ทว่าจะเรียกนางเข้าไป

เพื่ออันใด

หลินไห่หรูจูงมือเล็กและจัดไรผมให้อี๋หนิงก่อนจะ

ก้าวเข้าไปในห้องโถงกลาง

หลัวอี๋อวี้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นในห้องโถงกลาง

ร้องไห้จนดวงตาทั้งคู่แดงกํ่า สะอื้นไห้ด้วยความ

คับข้องใจ นางเงยหน้ามองอี๋หนิงด้วยสายตา

เยียบเย็นระคนด้วยความเคียดแค้นที่ไม่อาจ

ปกปิดได้

อี๋หนิงลอบทอดถอนใจ เป็นดั่งที่นางคาดไว้ หลัว

อี๋อวี้สงสัยว่าคนที่เปิดเผยความลับคือนาง

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ สีหน้าเคร่งขรึม

เฉินซื่อไม่กล้าแม้แต่จะนั่งลง ได้แต่ยืนอยู่ข้างกาย

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

“หลัวอี๋หนิง เจ้าบอกว่าจะไม่พูดออกไปไม่ใช่

หรือ!” ร่างกายของหลัวอี๋อวี้สั่นเทา นํ้าเสียงแหบ

พร่า ทั้งยังแหลมสูง “เจ้ารับปากข้าแล้ว! แต่กลับ

แพร่งพรายให้ผู้อื่นรับรู้ เจ้ามีความสุขแล้วใช่

หรือไม่! เจ้ามักเห็นข้าขัดหูขัดตาเสมอ ข้าไม่คิด

เลยว่าแม้เจ้าจะอายุยังน้อย ทว่าจิตใจกลับชั่วร้าย

ถึงเพียงนี้! พอผู้อื่นล่วงรู้ ชื่อเสียงของข้าก็จะย่อย

ยับพังพินาศ เจ้าสมปรารถนาแล้วใช่หรือไม่”

เฉินซื่อฟังถึงตรงนี้ก็มองไปยังหลัวอี๋หนิง ร่างเล็ก

ๆ ยืนอยู่ข้างกายหลินไห่หรู

คำกล่าวของหลัวอี๋อวี้เห็นได้ชัดว่าไม่น่าฟังนัก

และเรื่องนี้ก็เป็นความผิดของหลัวอี๋อวี้จริง ทว่า

อี๋หนิงรู้ได้อย่างไร…หากอี๋หนิงแพร่งพรายเรื่องสู่

ภายนอกจนทำให้ผู้อื่นล่วงรู้จริง เฉินซื่อย่อมไม่มี

ทางปล่อยอี๋หนิงไปโดยง่าย แม้นางอยากจะตีหลัว

อี๋อวี้ให้ตาย ณ ที่แห่งนี้ ทว่าอย่างไรอีกฝั่ายก็เป็น

บุตรสาวของนาง ในสถานการณ์เช่นนี้ นางต้อง

ปกปั้องบุตรสาวของตน

เพียงแต่คำกล่าวนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็ได้ยิน ดังนั้น

ย่อมยากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้หญิงชราโกรธเกลียด

หลัวอี๋อวี้มากขึ้น

สีหน้าเฉินซื่อดำคลํ้า ตำหนิบุตรสาวเสียงตํ่า

“หลัวอี๋อวี้ ยามนี้ควรเป็นเวลาที่เจ้ายอมรับผิด!

เหตุใดจึงไปกล่าวโทษผู้อื่น อี๋หนิงยังเด็ก นางจะรู้

อะไรเจ้าอย่าได้เลอะเลือน!”

“อี๋หนิงก็รู้” หลัวอี๋อวี้เอ่ยอย่างดื้อดึง “ไม่ใช่นาง

จะมีผู้ใดอีก! คงไม่ใช่สาวใช้ของข้าพูดออกไป

หรอกกระมัง”

“พี่อี๋อวี้ ยามที่เรื่องราวยังไม่ได้ข้อสรุป อย่าได้

กล่าวเลื่อนลอย” อี๋หนิงพูดเสียงเบา

นางเตือนหลัวอี๋อวี้ แม้ทุกสิ่งที่นางทำจะเป็นการ

คิดเพื่อตนเอง แต่นั่นมิใช่เพราะอยากช่วยเหลือ

หลัวอี๋อวี้หรอกหรือ ที่แท้อีกฝั่ายก็ไม่รับนํ้าใจนาง

สักนิด ทันทีที่รู้ว่าเรื่องราวถูกแพร่งพรายออกไปก็

แว้งกัดนางทันที หากเป็นเช่นนี้มิสู้โยนความหวัง

ดีของนางไปให้สุนัขกินเสียยังดีกว่า

บัดนี้หากหลัวอี๋อวี้ยิ่งลนลานก็จะยิ่งเสียหาย นาง

ไม่ได้ทำสิ่งใดผิดย่อมไม่กลัวว่าร่างตรงเงาจะคด

ใบหน้าหลัวอี๋อวี้อาบไปด้วยนํ้าตา หัวเราะเย้ย

หยัน “ยังไม่ยอมรับอีกหรือ! หากไม่ใช่เจ้าที่บอก

สาวใช้สองคนนั้นแล้วยังจะมีผู้ใดอีก!”

หลินไห่หรูจะทนฟังหลัวอี๋อวี้พูดจาเช่นนี้ได้

อย่างไร นางรีบก้าวขึ้นไปหนึ่งก้าว บังตัวอี๋หนิงไว้

“ข้ากับอี๋หนิงเพิ่งเข้ามา เกิดสิ่งใดขึ้นก็ยังไม่ทันรู้

ได้แน่ชัด แต่กลับถูกคุณหนูสี่สาดวาจาใส่หน้าคำ

โต หากไม่รู้คงเข้าใจว่าอี๋หนิงของพวกเราทำสิ่งใด

ผิด ทั้งที่คนที่คุกเข่าเป็นเจ้าแท้ ๆ หลัวอี๋อวี้ เหตุ

ใดทุกคำจึงเอาแต่กล่าวโทษอี๋หนิง!”

อี๋หนิงมองปินทองที่ประดับอัญมณีบนศีรษะของ

หลินไห่หรูซึ่งโยกไหวไปมา

นางรู้ว่าหลินไห่หรูอยากจะปกปั้องตน แต่นาง

เพียงกลัวว่าแม่เลี้ยงคนนี้จะพูดจาไม่รู้จักหนักเบา

จนทำให้เกิดความบาดหมางกับเฉินซื่อ

เมื่อเฉินซื่อได้ยินที่หลินไห่หรูกล่าว สีหน้าก็

เปลี่ยนเป็นยํ่าแย่ในทันที

เดิมท่านปูั่ของเฉินซื่อเป็นราชบัณฑิตจากสำนัก

ฮั่นหลิน ตอนที่แต่งเข้าตระกูลหลัว นางยังเข้าใจ

ว่ากำลังแต่งให้กับตระกูลที่มีฐานะตํ่าต้อยกว่า

เคราะห์ดีที่ต่อมาเส้นทางขุนนางของนายท่าน

หลัวเจริญรุ่งเรือง จึงถือเป็นการปลอบประโลมไป

ได้บ้าง

ทว่าการที่ต้องมาเป็นพี่สะใภ้ของหลินซื่อซึ่งถือ

กำเนิดจากตระกูลพ่อค้า ใจนางก็ไม่พอใจเป็น

อย่างมาก ปกตินางไม่ได้ไปมาหาสู่กับหลินซื่อแต่

ไหนแต่ไรเฉินซื่อมักคิดว่าตนเป็นหญิงสาวที่รู้

หนังสือ ‘ปัญญาชนผู้มีความรู้กว้างขวาง ไปมาหา

สู่ประสบแต่ความรื่นรมย์’[1] เมื่อเห็นหลินไห่หรู

ก้าวออกมาปกปั้องอี๋หนิง อีกทั้งวาจายังไร้ซึ่ง

ความเกรงใจต่อหลัวอี๋อวี้ นางก็อดหัวเราะเย้ย

หยันไม่ได้

“คำกล่าวของน้องสะใภ้รองนี้ เจ้ายังไม่เข้าใจ

เรื่องราวก็ลุกขึ้นมากล่าวว่าอี๋อวี้กระทำความผิด

ข้าไม่เคยรู้ว่ามีผู้อาวุโสเช่นนี้ด้วย ถึงกับกล้าเอ่ย

วาจารุนแรงกับเด็กที่อายุน้อยกว่า”

เฉินซื่อไม่เคยเห็นหลินไห่หรูอยู่ในสายตา แล้ว

หลินไห่หรูจะนับถือเฉินซื่อได้อย่างไร!

หลินไห่หรูคิดเสมอว่า จะเป็นไปได้อย่างไรที่เพียง

ท่องโคลงกลอนพรรณนาสักสองสามประโยคก็จะ

มีข้าวกิน หากปราศจากเงินทองของลํ้าค่านางจะ

ดูซิว่าเฉินซื่อจะเย่อหยิ่งได้สักเพียงใด! เห็นเงิน

ทองดุจมูลสัตว์ เช่นนั้นหากไร้ซึ่งมูลสัตว์นี้ ผู้ใดจะ

ดำรงชีวิตต่อไปได้ เฉินซื่อจะสามารถทำตัวสูงส่ง

ได้สักเท่าใด

หลินไห่หรูไม่ยอมแพ้ โต้คารมกลับ “หากนาง

ไม่ได้ทำความผิดจะถูกสั่งให้คุกเข่าหรือ ถึงข้าจะ

ยังไม่ได้ยินอะไร ทว่าข้าจะไม่มีตามองเลยหรือ

อย่างไร!”

เฉินซื่อไม่ยอม เตรียมอ้าปากจะกล่าวต่อ

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเห็นว่าตนยังไม่ได้พูด

เรื่องราวเป็นการเป็นงานสองคนนี้ก็ทะเลาะกัน

แล้ว นางตบมือลงบนโต๊ะไม้จินซือหนานแล้วเอ่ย

เสียงเย็น “หุบปากเสีย ฝีปากสำคัญหรือธุระ

สำคัญ แยกแยะให้ชัดเจนได้หรือไม่!”

ทั้งสองคนจึงไม่พูดสิ่งใดอีก แม้ในใจจะยังขุ่นเคือง

แต่ก็ไม่กล้าทะเลาะกันอีก

เฉินซื่อรู้ดีว่าอย่างไรผู้ผิดก็คือหลัวอี๋อวี้ หากยังยก

ตนข่มท่านก็จะยิ่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าขุ่นเคือง

เช่นนั้นก็มีแต่เสีย ส่วนหลินไห่หรูก็ตระหนักดีว่า

หากถึงขั้นที่บรรดาสาวใช้ถูกกันออกไป ทั้งยังบีบ

คั้นให้หลัวอี๋อวี้ผู้ทะนงตนมาตลอดต้องจำนนถึง

ขั้นนี้ เกรงว่าสิ่งที่หลัวอี๋อวี้ทำต้องผิดมหันต์จริง ๆ

ดังนั้นเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าหลัวให้ทั้งสองคนนั่งลง

หลินไห่หรูจึงลอบประหลาดใจ

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกวาดตามองทั้งสองคน ก่อนจะ

พรูลมหายใจยาวจ้องมองหลัวอี๋อวี้พลางเอ่ยถาม

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนได้กระทำความผิดร้ายแรง

เพียงใด”

หลัวอี๋อวี้พูดไม่ค่อยออก เอ่ยเสียงเบา “ท่านย่า

ข้า…”

ตั้งแต่อี๋หนิงเข้ามา หลัวอี๋อวี้ก็กล่าวโทษอี๋หนิงราว

กับไม่รู้ว่าตนได้ก่อความผิดมหันต์ เดิมฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวก็โกรธเคืองมากอยู่แล้ว บัดนี้ยังเห็นนาง

อํ้า ๆ อึ้ง ๆ ก็ยิ่งเดือดดาลมากกว่าเดิม ตวาดเสียง

เฉียบขาด “เจ้ามีหน้ากระทำ แต่ไม่มีหน้าพูด

อย่างนั้นหรือ!”

สีหน้าเฉินซื่อนิ่งไม่ไหวติง ทว่าในใจกลับตื่น

ตระหนกนัก

ถึงอย่างไรหลัวอี๋อวี้ก็เป็นหญิงสาว ฮูหยินผู้เฒ่า

หลัวถึงขั้นใช้คำพูดเช่นนี้กับนาง เห็นทีคงโกรธจัด

แล้ว

ทว่าหลินไห่หรูกลับประหลาดใจยิ่งกว่า หลัวอี๋อวี้

ทำสิ่งใดผิดกันแน่ถึงได้ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวโกรธ

ถึงเพียงนี้!

หลัวอี๋อวี้ตกใจจนรํ่าไห้ไม่ขาดสาย พูดพลางสะอึก

สะอื้นอย่างไม่ยอมจำนน “ท่านย่า เป็นข้าที่ผิด

ทว่า…ทว่าท่านไม่ผิดหรือ! ตั้งแต่เล็กจนโตข้าอยู่

ในเปั่าติ้ง ผู้ใดบ้างที่ไม่กล่าวว่าข้าเป็นเลิศ เหตุใด

ท่านต้องให้ข้าแต่งงานกับหลิวจิ้งให้จงได้! เขาจะ

เทียบกับคุณชายรองเฉิงได้อย่างไร คู่ควรกับข้าที่

ใด! ข้ากับคุณชายรองเฉิงมีใจต่อกัน เหตุใดท่าน

ถึงไม่ยอมสนับสนุนพวกเรา!”

——————–

[1] ปัญญาชนผู้มีความรู้กว้างขวาง ไปมาหาสู่

ประสบแต่ความรื่นรมย์ หมายถึง ผู้ที่มีปัญญาจะ

คบหาแต่กับผู้ที่มีปัญญาด้วยกันเท่านั้น

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 27"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
17/06/2026
book_detail_large
ยอดหญิงแห่งหมู่บ้านถงซาน
23/04/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.