Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 29

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 29
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

อี๋หนิงยิ้มขมขื่นในใจ อันที่จริงหากจะกล่าวไปถือ

ว่านางสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร้

ข้อผิดพลาด แม้นางจะคิดไม่รอบคอบเท่าฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวแต่ถ้าจะถามหาความรับผิดชอบจากนาง

นางก็แค่พลอยฟั้าพลอยฝนได้รับความเดือดร้อน

ไปด้วยเท่านั้น

นํ้าเสียงไร้เดียงสาของอี๋หนิงดังขึ้น “ข้าคิดว่าหาก

บอกท่านย่า พี่หญิงสี่ก็จะต้องกล่าวโทษข้า”

อันที่จริงเมื่อครู่ก็เห็นแล้ว ทั้งที่อี๋หนิงไม่ใช่คน

แพร่งพรายออกไป แต่หลัวอี๋อวี้ยังโกรธแค้นนาง

ถึงเพียงนี้ หากนางพูดออกไป หลัวอี๋อวี้จะไม่จับ

นางกินทั้งเป็นเลยหรือ ส่วนเฉินซื่อก็คงจะแสดงสี

หน้าไม่ดีใส่นาง

เมื่อฟังถึงตรงนี้ หลัวอี๋อวี้ก็มองอี๋หนิงที่กำลัง

คุกเข่า

อี๋หนิงยังคงพูดต่อ “นอกจากนี้สุขภาพของท่าน

ย่าก็ไม่ดี ข้าไม่อยากทำให้ท่านย่าต้องกังวลใจ…”

นํ้าเสียงอันอ่อนเยาว์ของอี๋หนิงดังออกมาทีละคำ

ๆ รอบทิศเงียบสงัดลงอีกครั้ง ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

หลับตาแน่น กระบอกตาคล้ายร้อนผ่าว กำสร้อย

ประคำในมือแน่น

ผ่านไปครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวจึงเอ่ย “ดังนั้น

เจ้าจึงบอกพี่หญิงสี่ของเจ้าเพราะอยากจะหยุดยั้ง

นางใช่หรือไม่”

อี๋หนิงผงกศีรษะ พูดคล้ายลังเล “วันนั้น…ข้ากลัว

ว่าผู้อื่นจะได้ยินจึงตั้งใจเรียกพี่หญิงสี่ไปด้านข้าง

เพื่อบอกนาง ข้ากล่าวกับพี่หญิงสี่ว่าจะไม่แพร่ง

พรายออกไป ขอให้นางอย่าได้ทำอีก ยามนั้นพี่

หญิงสี่ยังรับปากกับข้า…”

เฉินซื่อฟังคำของอี๋หนิง ในใจก็นึกหวาดกลัวนัก

หลัวอี๋หนิงไม่ได้ทำสิ่งใดผิด นางทำเพื่อหลัวอี๋อวี้

ที่สำคัญคือนางเด็กถึงเพียงนี้ แต่กลับจัดการ

เรื่องราวอย่างมีหลักการ เมื่อครู่ขณะนางเพิ่งก้าว

เข้าประตูมา หลัวอี๋อวี้ก็สาดคำครหาใส่หน้านาง

ตนเอง ณ เวลานั้นยังเข้าใจว่าเป็นหลัวอี๋หนิงที่

แพร่งพรายเรื่องออกไป

แท้จริงอี๋หนิงบริสุทธิ์และไม่ได้รับความเป็นธรรม

ถึงเพียงนี้

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวทอดถอนใจ นางรู้ว่าเด็กคนนี้

จิตใจดีจึงไม่ได้มองเด็กน้อยผิดไป นางไม่ได้ให้

ความรักความเอ็นดูผิดคน ทว่าเพราะความรัก

เอ็นดูนี้ วันนี้นางจึงต้องลงโทษอี๋หนิง

แม้เรื่องนี้ดูแล้วจะเป็นเพราะข้อความที่หลัวอี๋อวี้

เขียนให้เฉิงหลาง ทว่าหากสืบสาวให้ลึก นั่นมิใช่

เพราะความไม่พอใจของหลัวอี๋อวี้ที่เห็นนางเอ็นดู

อี๋หนิงเพียงคนเดียวหรอกหรือ ความไม่พอใจนี้

หรือผู้อื่นจะไม่รู้สึกเช่นกันวันนี้นางจึงต้องทำบาง

สิ่งให้คนเหล่านี้ดู!

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวหมายมั่นตั้งใจ นางสงบอารมณ์

แล้วพูดกับอี๋หนิง“เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าผิด

อย่างไร”

อี๋หนิงมองฮูหยินผู้เฒ่าหลัวที่ขอบตาแดงเรื่อ

ยังคงมึนงง “ข้า…ข้าไม่ทราบจริง ๆ เจ้าค่ะ!”

หลินไห่หรูทนฟังต่อไปไม่ได้ นางมองร่างเล็กที่

คุกเข่าอย่างโดดเดี่ยวอยู่บนพื้น ส่วนเฉินซื่อกำลัง

โอบกอดหลัวอี๋อวี้อยู่ด้านข้าง นางจึงคุกเข่าลง“ฮู

หยินผู้เฒ่า พวกเราต่างพูดคุยกันด้วยเหตุผล อี๋ห

นิงผิดตรงจุดใด ท่านถึงต้องให้นางยอมรับผิดให้

ได้! ข้าไม่เชื่อ อี๋หนิงตรึกตรองแทนอี๋อวี้ตั้งมาก

นางยังผิดอีกหรือ”

หลัวอี๋ซิ่วเพิ่งเข้ามา แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

ทว่าสิ่งที่อี๋หนิงพูดเมื่อครู่นับว่ามีเหตุผล นางจึง

ผงกศีรษะเป็นพัลวัน “ถูกต้อง อี๋หนิงผิดที่ใดหรือ

เจ้าคะ”

“นางผิดที่รู้เรื่องแต่ไม่พูด คิดไปเองว่าตนสามารถ

แก้ไขปัญหาได้เพื่อจะไม่ทำลายภาพลักษณ์ของ

อี๋อวี้ อย่างไรก็ยืนกรานจะพูดคุยกับอี๋อวี้เป็นการ

ส่วนตัวให้ได้ ทำให้อี๋อวี้ปรักปรำนางจนเกิดเรื่อง

ขึ้นมากมาย!” ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมองใบหน้าของ

อี๋หนิงที่ยังคงสับสนมึนงง นางฝืนอดกลั้นนํ้าตา

แล้วกล่าวด้วยนํ้าเสียงแน่วแน่ “ลงโทษให้อี๋หนิง

ไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนสองชั่วยามให้คนส่งนาง

ไปประเดี๋ยวนี้!”

เมื่อฟังถึงตรงนี้ เฉินซื่อจะยังไม่เข้าใจได้อย่างไรว่า

แม้ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวจะสั่งลงโทษอี๋หนิง แต่ความ

จริงกลับมุ่งเปั้าไปที่คำพูดเหล่านั้นของหลัวอี๋อวี้

ความโกรธนี้ลงที่หลัวอี๋หนิงเสียที่ใด เห็นได้ชัดว่า

เป็นหลัวอี๋อวี้ต่างหาก!

ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังระบายความโมโห! อยากจะ

ลงโทษอี๋หนิงให้จงได้ต่อไปไม่รู้ว่าบ้านหลักจะต้อง

ติดค้างบุญคุณอี๋หนิงสักเท่าไร

เฉินซื่อตกใจจนรีบอ้อนวอน “ฮูหยินผู้เฒ่า เรื่องนี้

จะโทษผู้ใดก็ได้แต่ห้ามโทษอี๋หนิง! นางไม่ควร

ได้รับโทษ ข้ารู้สึกซาบซึ้งยังแทบไม่ทัน!ทั้งหมดนี้

เป็นความผิดของอี๋อวี้ ท่านลงโทษอี๋อวี้ก็พอแล้ว

เจ้าค่ะ!”

หลัวเฉิงจางฟังทุกคำของอี๋หนิงที่เต็มไปด้วย

เหตุผลก็ทนไม่ได้ “ท่านแม่ครานี้เห็นได้ชัดว่าอี๋ห

นิงไร้ความผิด เหตุใดต้องลงโทษนาง…”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวหลับตาลง จากนั้นก็พลันเอ่ย

“สวีมามา ยังไม่รีบพานางไปหรือ!”

สวีมามาทอดถอนใจ เข้าไปพยุงอี๋หนิงไปยังศาล

บรรพชน

อี๋หนิงหันหน้ากลับไป เห็นได้ชัดว่าใบหน้าของฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวเต็มไปด้วยความโศกเศร้า นาง

พลันรู้สึกแสบร้อนที่ปลายจมูก ไม่อาจอดกลั้นนํ้า

ตาไม่ให้รินไหล

ร่างเล็กหายลับไปจากประตูห้องโถงกลาง

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าหลัวไม่เห็นร่างนางแล้ว นํ้าตา

ของผู้เฒ่าก็ร่วงรินสะอื้นไห้อย่างไร้สุ้มเสียง

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวระงับอารมณ์อยู่ชั่วครู่ ก่อนจะ

เอ่ย “จากนี้ไปหลัวอี๋อวี้ไม่อาจไปไหนมาไหนตาม

อำเภอใจได้อีก ข้างกายต้องมีคนคอยเฝั้าดู ทุกวัน

ต้องเรียนรู้เรื่องการเย็บปักถักร้อยสองชั่วยาม

ส่วนเวลาอื่นให้ติดตามหมัวมัวเพื่อเรียนรู้

กฎระเบียบ”

หลัวอี๋อวี้ร้องไห้จนไร้เสียง ดวงตาทั้งคู่ปูดบวมดุจ

ผลท้อ นางมองอี๋หนิงที่จากไปจนไม่เห็นเงา

จากนั้นก็ลุกขึ้นรับคำ

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกวาดตามองผู้คนที่ยืนอยู่ในห้อง

โถง เอ่ยเสียงเยียบเย็น “อี๋หนิงไม่มีมารดา ข้า

เอ็นดูนางมากหน่อย พวกเจ้าก็มีความคิดเห็น

ต่อไปข้ากวดขันกับนางมากหน่อย พวกเจ้าคง

พอใจแล้ว!”

ไม่รอให้คนเหล่านี้พูดสิ่งใด ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็ลุก

ขึ้น ให้สวีมามาประคองออกไป

ราวกับเพิ่งเผชิญเหตุการณ์หายนะ นางดูแก่ชรา

อ่อนล้าไปทันตา

ทุกคนรีบอ้อนวอนแทนอี๋หนิง กล่าวว่านางไร้

ความผิดจริง ๆ อย่าได้ลงโทษนาง ทว่าฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวจากไปไกลเสียแล้ว

หลินไห่หรูทำใจกล้า เมื่อออกจากห้องโถงหลักก็

ยืนกรานจะเดินไปยังศาลบรรพชน รุ่ยเซียงสาวใช้

ข้างกายรีบตามไปดึงนางไว้ “ฮูหยิน ฮูหยินท่าน

ไปไม่ได้นะเจ้าคะ!”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวคล้ายจะลงโทษอี๋หนิง ทว่า

แท้จริงแล้วเป็นการไตร่ตรองเพื่อนาง คุกเข่าก็

คุกเข่า เพียงสองชั่วยามเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล

ดีที่สุดท้ายหลินไห่หรูก็ถูกสาวใช้เกลี้ยกล่อมให้

กลับไปได้สำเร็จประจวบเหมาะกับหลัวเฉิงจางมี

สิ่งที่อยากถามไถ่นางเกี่ยวกับเรื่องในวันนี้พอดีทั้ง

สองคนจึงกลับไปด้วยกัน

หลัวอี๋อวี้ถูกเฉินซื่อพาตัวกลับไปไตร่ตรองทบทวน

ตนเอง ตลอดทางไม่เอื้อนเอ่ยสักคำ

หลัวอี๋เหลียนกับเฉียวอี๋เหนียงเดินกลับไปด้วยกัน

เป็นสองคนสุดท้ายเฉียวอี๋เหนียงพลันหันกลับมา

มองห้องโถงกลางครั้งหนึ่งแล้วถอนใจยาว

“สุขภาพร่างกายของฮูหยินผู้เฒ่า…นับวันก็ยิ่งดูไม่

ค่อยดีแล้ว”

หลัวอี๋เหลียนมองใบหน้าด้านข้างอันอ่อนโยนของ

มารดา รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เฉียวอี๋เหนียงไม่กล่าวสิ่งใดต่อ เดินไปข้างกาย

บุตรสาวแล้วเอ่ยถาม“วันนี้เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่

เหตุใดจึงเป็นเหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้”

อันที่จริงหลัวอี๋เหลียนสามารถคาดเดาเรื่องราวได้

เจ็ดแปดส่วน นางค่อนข้างเข้าใจในตัวหลัวอี๋อวี้

และพอจะรู้เรื่องระหว่างหลัวอี๋อวี้กับเฉิงหลางแต่

สิ่งที่นางคาดไม่ถึงคือหลัวอี๋หนิงก็ถูกลากเข้ามา

เกี่ยวข้องด้วย นางกล่าวว่า“น่าจะเป็นเพราะเรื่อง

ของพี่หญิงสี่กับคุณชายรองเฉิง…ถูกท่านย่าทราบ

เข้าอี๋หนิงรู้เรื่องแต่ไม่ยอมบอกจึงถูกท่านย่าสั่ง

ลงโทษคุกเข่า แต่ข้ากลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งไม่

ถูกต้อง…”

เฉียวอี๋เหนียงลูบผมของบุตรสาว เอ่ยด้วยนํ้าเสียง

ราบเรียบ “ฮูหยินผู้เฒ่าเชือดไก่ให้ลิงดู ต้องการ

สื่อว่า แม้จะอยากปรักปรำหลัวอี๋หนิงก็ต้องเบา

มือสักหน่อย อี๋หนิงได้รับโทษจริง ทว่าเจ้าลองดู

คนที่อยู่ในเหตุการณ์สิมีผู้ใดบ้างที่ไม่รีบเข้าไป

ขอรับโทษนี้แทนอี๋หนิง” นางหัวเราะเสียงหนึ่ง“พี่

หญิงสี่ของเจ้าช่างโง่เขลานัก ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจคิด

เผื่อนาง จัดหาคู่หมั้นหมายให้นางเสียดิบดี เหตุ

ใดต้องเป็นตระกูลหลิว นั่นเป็นเพราะว่าต้องเป็น

ตระกูลเช่นนี้ นางถึงจะสามารถควบคุมได้ ต่อให้

พี่หญิงสี่ของเจ้ามีวาสนาดี คุณชายรองเฉิงผู้นั้น

พึงใจในรูปโฉมของนางจนแต่งนางไป แต่ภายใน

ไม่กี่วันนางก็จะต้องถูกผู้อื่นกลืนกินทั้งเป็น”

หลัวอี๋เหลียนเดินตามหลังมารดา พิจารณาเรื่อง

ในวันนี้อย่างถี่ถ้วนเมื่อได้ยินคำของมารดาก็ผงก

ศีรษะเบา ๆ

พลบคํ่าเกิดฝนตกหนัก

หลัวเซิ่นหย่วนกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องหนังสือ

สาวใช้ของอี๋หนิงก็ส่งนํ้าแกงตุ๋นนกพิราบถ้วยหนึ่ง

มาให้เขา

นอกประตูมีเสียงฝนตกโปรยปราย หลัวเซิ่นหย่

วนมองอยู่ครู่หนึ่ง เขาเปิดฝาออก ไอร้อนพวยพุ่ง

ออกมา บนนํ้าแกงขาวขุ่นมีต้นหอมลอยอยู่สอง

สามชิ้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่นํ้าแกงขาหมูจริง ๆ

เมื่อหลัวเซิ่นหย่วนนึกถึงคำพูดของอี๋หนิงก็ยิ้ม

ออกมาอย่างอดไม่ได้ เขากล่าวกับสาวใช้นางนั้น

“กลับไปขอบคุณคุณหนูเจ็ดแทนข้าด้วย”

ทว่าสาวใช้นางนั้นกลับยอบตัวลง เอ่ยกับเขาด้วย

ขอบตาแดงเรื่อ“เรียนคุณชายสาม คุณหนูถูกสั่ง

ให้คุกเข่าอยู่ที่ศาลบรรพชน บ่าวไม่อาจกล่าว

ขอบคุณแทนท่านได้เจ้าค่ะ”

หลัวเซิ่นหย่วนขมวดคิ้วมุ่น “นางถูกสั่งให้คุกเข่า

หรือ”

สาวใช้ถูกเสวี่ยจือสั่งให้มาส่งนํ้าแกงด้วยความไม่

เต็มใจ แม้จะไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของเรื่องราว แต่

ชัดเจนว่าคุณหนูเจ็ดไม่ได้ทำสิ่งใดผิด พวกนาง

เหล่าสาวใช้และบ่าวหญิงชราที่ปรนนิบัติคุณหนู

เจ็ดต่างรักเอ็นดูคุณหนู ตั้งแต่คุณหนูถือกำเนิดก็

ได้รับการเลี้ยงดูทะนุถนอมอย่างดี เคยได้รับ

ความอยุติธรรมเช่นนี้เสียเมื่อไร นางถือว่ายังดี

แต่พวกซงจือ ชุ่ยจือ ต่างเสียใจจนกินข้าวไม่ลง

พวกนางบางคนยังโกรธเคืองฮูหยินผู้เฒ่า ทั้งที่

ยามปกติรักเอ็นดูคุณหนูเจ็ดถึงเพียงนี้ เหตุใดครา

นี้จึงต้องลงโทษนางให้ได้

หลัวเซิ่นหย่วนมองฝนตกหนักที่ด้านนอก เอ่ย

เสียงเบา “ศาลบรรพชนมีจุดที่หลังคารั่วอยู่”

เดิมศาลบรรพชนก็มืดและเย็น เมื่อถึงยามราตรีก็

จะยิ่งเหน็บหนาวขึ้นไปอีก กอปรกับฝนตกหนัก

นางที่ยังเยาว์ต้องคุกเข่าอยู่ในศาลบรรพชนอันมืด

และหนาวเหน็บเพียงผู้เดียว รอบข้างเต็มไปด้วย

ปั้ายบูชาของบรรพบุรุษย่อมต้องรู้สึกตื่นตระหนก

ไร้ที่พึ่ง

ปกติฮูหยินผู้เฒ่าเอ็นดูทะนุถนอมนางเสียยิ่งกว่า

อันใด เกิดอะไรขึ้นถึงต้องลงโทษนาง

สาวใช้เงยหน้าอย่างงุนงง เดิมอยากถามหลัวเซิ่น

หย่วนว่ารู้ได้อย่างไรว่าหลังคาของศาลบรรพชนมี

จุดรั่ว แต่ก็นึกได้ว่าครั้งที่แล้วที่คุณชายสามพา

คุณหนูเจ็ดออกไปเล่นจนถูกลงโทษให้คุกเข่าอยู่

ในศาลบรรพชนกว่าครึ่งเดือนในศาลบรรพชน

เป็นอย่างไร เขาควรจะรู้ดีที่สุด

หลัวเซิ่นหย่วนตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่ง เขานึกถึง

รอยยิ้มสดใสของอี๋หนิงยามถามว่าอยากดื่มนํ้า

แกงขาหมูหรือไม่ ทั้งยังนึกถึงคราที่แล้วที่นางไข้

ขึ้นสูงแล้วจับแขนเสื้อเขาไว้ด้วยอาการ

สะลึมสะลือ อย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยมือ คล้ายกับ

พึ่งพิงเขายิ่งนัก ในใจก็ราวกับถูกอะไรข่วน

“ในศาลบรรพชนมีคนคอยปรนนิบัตินางหรือไม่”

เขาถามต่อ

สาวใช้ส่ายศีรษะ “ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่าต้อง

คุกเข่าสองชั่วยาม เพราะเป็นศาลบรรพชน พวก

บ่าวเกรงว่าจะไม่เหมาะสมจึงทำได้เพียงคอยดูแล

อยู่ด้านนอก ฮูหยินใหญ่ร้อนใจมาก หลังจากส่ง

คุณหนูสี่กลับไปก็มาคุกเข่าขอความเมตตาจากฮู

หยินผู้เฒ่า ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่ยอมกล่าวสิ่งใด…”

สาวใช้ยังพูดไม่ทันจบ หลัวเซิ่นหย่วนก็หยิบร่มคัน

หนึ่ง เดินออกจากห้องหนังสือเข้าสู่ม่านพิรุณยาม

ราตรีไปแล้ว

ร่มนํ้ามันชิงถ่งคันนั้นกางออก ไม่นานคนก็เดิน

จากไปไกล บนโต๊ะยังมีนํ้าแกงตุ๋นที่อวลไปด้วย

ควันขาว เห็นทีคงไม่มีผู้ใดดื่มแล้ว

อี๋หนิงตระหนักชัดว่าเหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าหลัวต้อง

ลงโทษนาง เมื่อนึกถึงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความ

โศกเศร้าของท่านย่ายามนางจากมาก็รู้สึกเสียใจ

หลังจากกลับไปครานี้ แม้ปั้าสะใภ้และหลัวอี๋อวี้

จะไม่พอใจนางอย่างไรก็ไม่มีทางกล่าวถ้อยคำไม่ดี

ต่อนางแล้ว

อี๋หนิงมองปั้ายวิญญาณบรรพบุรุษของตระกูล

หลัว บนนั้นแขวนปั้าย‘คุณธรรมของบรรพบุรุษที่

สืบทอดมาช้านาน’

ยามราตรีศาลบรรพชนจะหนาวเย็นนัก ช่วง

กลางวันแสงอาทิตย์แรงจัดอี๋หนิงจึงสวมเสื้อไหม

หังโจวเพียงชั้นเดียว กลางคืนวันนี้ฝนตกจึงทำให้

อากาศยิ่งหนาวเหน็บ นางมองธูปเทียนที่มอด

ไหม้ ในใจก็คิดคำนวณ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนาน

เท่าไรแล้ว…

นางคุกเข่าบนพื้นที่เย็นเฉียบ เข่าเริ่มเหน็บชา

เจ็บปวดราวกับถูกทิ่มแทง

โต้เถียงมีเรื่องอยู่นาน มื้อคํ่าก็ยังไม่ได้กิน

ไม่รู้ท่านย่าจะเป็นอย่างไรบ้าง นางยังปั่วยอยู่ แต่

วันนี้กลับโมโหถึงเพียงนั้น…

อี๋หนิงเบี่ยงเบนความคิดของตน ทว่าร่างกายกลับ

คล้ายมีความนึกคิดของตนเอง สั่นเทาไม่หยุด

รอบทิศเงียบสงัดไร้เสียงใด ในศาลบรรพชนคล้าย

มีกลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้จันทน์ อี๋หนิงรู้สึก

เหมือนสติของตนพร่าเลือนไปเล็กน้อย

“อี๋หนิง”

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนเรียก

อี๋หนิงหันหน้าไปก็เห็นหลัวเซิ่นหย่วนยืนอยู่ตรง

ประตู บ่าเปียกชื้นเล็กน้อย เขาเก็บร่ม ก่อนจะ

ก้าวยาว ๆ เข้ามาแล้วสะบัดชายเสื้อ คุกเข่าลง

ข้างนาง

“พี่ชายสาม…ท่านมาได้อย่างไร…” อี๋หนิงได้ยิน

เสียงของตนซึ่งคล้ายจะอ่อนแรงลงเล็กน้อย

“เหลืออีกครึ่งชั่วยามก็ครบแล้ว” นํ้าเสียงของ

หลัวเซิ่นหย่วนราบเรียบแต่กลับทำให้นางรู้สึก

สงบ “เจ้าไม่ต้องกลัว”

ดวงหน้าเล็กของอี๋หนิงซีดขาว ไฝเม็ดเล็กที่หางคิ้ว

ยิ่งดูแดงระเรื่อ นางพยายามคลี่ยิ้ม “ข้า…ไม่

กลัว”

อี๋หนิงมองร่างสูงใหญ่ของเขา ในใจสงสัยว่าเขา

เองก็คุกเข่าที่ศาลบรรพชนเช่นนี้หรือ มองปั้าย

ของบรรพบุรุษคนเดียวเงียบ ๆ ในใจคิดสิ่งใดไม่มี

ผู้ใดล่วงรู้

เวลาค่อย ๆ ผ่านไป เมื่อครบสองชั่วยามแล้ว

บ่าวรับใช้ของหลัว-เซิ่นหย่วนก็วิ่งเข้ามาส่งสาร

“คุณชายสาม ครบแล้วขอรับ”

หลัวเซิ่นหย่วนหันศีรษะกลับมาก็เห็นอี๋หนิง

หลับตาลง ดูคล้ายสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว

เขาลุกขึ้น เดินไปข้างกายนาง “อี๋หนิง เจ้าเป็น

อะไรหรือไม่”

อี๋หนิงฝืนลืมตาขึ้น ลมหายใจแผ่วเบา “ข้า…ไม่

เป็นไร แค่เจ็บเข่า…”

นางยังพูดไม่จบก็ถูกหลัวเซิ่นหย่วนอุ้มขึ้น

หลัวเซิ่นหย่วนมองนางที่นอนอย่างไร้เรี่ยวแรงใน

อ้อมแขนตน เขาไม่กล่าวสิ่งใดก็อุ้มนางออกจาก

ศาลบรรพชน บรรดาสาวใช้ที่เฝั้าอยู่ตรงประตูพา

กันตกใจ หลัวเซิ่นหย่วนเอ่ยเสียงราบเรียบ “กาง

ร่มตามมา”

เขาก้าวไปด้านหน้า ฝีเท้าทั้งมั่นคงและรวดเร็ว

ดูเหมือนพี่ชายสามกำลังอุ้มนางไว้ อี๋หนิงได้กลิ่น

ของเขาและรู้สึกถึงไออุ่นที่คุ้นเคย

ทันใดนั้นนางก็รู้สึกผ่อนคลาย จับสาบเสื้อของ

หลัวเซิ่นหย่วนไว้ เพียงมีพี่ชายสามอยู่ นางก็ไม่

ต้องกังวลแล้ว นางวางใจ หลับตาลง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 29"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62660ef8FEnVUUGD
สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋]
04/12/2022
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
3c08b0
ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
11/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.