พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 41
อี๋หนิงกระแอมกระไอหลายครั้ง เป็นผู้ใดที่แพร่ง
พรายออกไป
แต่อย่างไรนางก็ตัดสินใจแล้วว่าจะแสร้งทำเป็นโง่
งม จึงฉีกยิ้มตาหยีแล้วเอ่ย “ทุกวันข้าติดตามท่าน
แม่ไปชมการแสดง ทุกคนต่างอยากจะให้บุตรสาว
หลานสาวใน หลานสาวนอกของพวกเขาแต่งงาน
กับท่าน เอาแต่ถามไถ่ท่านแม่ว่าท่านได้หมั้น
หมายแล้วหรือยัง พี่ชายสาม ท่านมีสตรีในดวงใจ
แล้วหรือยัง หากมีแล้ว ท่านแม่จะได้ไม่ต้องกังวล
อีก”
หลัวเซิ่นหย่วนชำเลืองมองนางด้วยสายตาเรียบ
เฉย “ข้าไม่เคยคิด”
ไม่เคยคิด ท่านสิบห้าสิบหกแล้ว กำลังอยู่ในช่วง
วัยหนุ่มแรกรุ่นไม่เคยคิดจริง ๆ หรือ
“คราหน้าอย่าได้ริอ่านจะจับคู่อะไรอีก” หลัวเซิ่น
หย่วนลูบศีรษะนาง“ข้าไม่ได้มีความคิดเช่นนั้น
หากผู้อื่นได้ยินจะเข้าใจผิด เข้าใจหรือไม่”
อี๋หนิงผงกศีรษะ
หลัวเซิ่นหย่วนพานางไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าหลัว
ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังดื่มยาที่มีรสขมฝาด
“กลับมาแล้วหรือ ทงโจวเป็นอย่างไรบ้าง” ฮูหยิน
ผู้เฒ่าหลัวถามเขา
หลัวเซิ่นหย่วนตอบ “ก็ดีขอรับ ทว่ามีโรงนํ้าชา
ร้านหนึ่งที่ดูแลจัดการได้ไม่ดีเท่าไร ข้าจึงเปลี่ยน
ผู้ดูแลไปแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวช้อนตาขึ้นมอง “เป็นโรงนํ้าชาที่
ตรอกหย่งอันหรือ”
“ขอรับ” สีหน้าของหลัวเซิ่นหย่วนไร้การ
เปลี่ยนแปลง
“คนของปั้าสะใภ้เจ้าดูแลโรงนํ้าชามานานหลายปี
ดูเหมือนจะขาดทุนต่อเนื่องทุกปี ข้าไม่เคยเข้าไป
จัดการ” ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวชะงักไปครู่หนึ่งก่อน
ทอดถอนใจแล้วกล่าวด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “ใน
เมื่อเจ้าอยากจะจัดการเช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด”
หลัวเซิ่นหย่วนเปลี่ยนผู้ดูแลของปั้าสะใภ้…
อี๋หนิงตะลึงไปเล็กน้อย หลายปีมานี้ แม้จะกล่าว
ว่าทรัพย์สมบัติของจวนตระกูลหลัวเป็นของ
ส่วนกลาง ก่อนที่นายท่านผู้เฒ่าเสียชีวิตก็เคย
กล่าวไว้ว่าของในตระกูลหลัวล้วนเป็นสมบัติของ
บรรพบุรุษ ต่อไปจะแบ่งให้แต่ละครอบครัวอย่าง
เท่าเทียม
ทว่าบ้านหลักมีท่านลุงใหญ่รับราชการอยู่ในเมือง
หลวง ที่สำคัญค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของหลัว
หวยหย่วนและหลัวซานหย่วนต่างไม่ธรรมดา
ค่าใช้จ่ายสูงอย่างยิ่ง บัญชีบางอย่างก็มีคนของปั้า
สะใภ้ดูแลจึงถูกส่งไปให้ปั้าสะใภ้โดยตรง ไม่ได้
ผ่านการตรวจสอบของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวและ
หลัวเฉิงจาง ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวคิดว่าความรักใคร่
ปรองดองในตระกูลเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จึงไม่เคย
สืบสาวเอาความกับปั้าสะใภ้
หลัวเฉิงจางไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น ส่วนหลินไห่หรู
เองก็มีสินเดิมที่เอาติดตัวมามากมาย บางครั้งที่
เงินทองของบ้านรองไม่พอใช้ นางยังหยิบเงินของ
ตนเองส่วนหนึ่งออกมาสมทบด้วย
แต่หลัวเซิ่นหย่วนไม่ชอบปล่อยปละละเลยไม่
จัดการ
ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวไม่อยากให้ครอบครัวไร้ความ
สมานฉันท์ ทว่าไม่อยากยุ่งกับหลัวเซิ่นหย่วนยิ่ง
กว่า เขามากำหนดกฎเกณฑ์ในบ้านใหม่ก็ดี จะได้
เป็นการปั้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายในภายหลัง
ไม่นานเฉินซื่อก็รู้เรื่อง นางกำลังเตรียมงาน
แต่งงานให้กับหลัว-หวยหย่วน ในเมื่อหลัวหวยหย่
วนผ่านการคัดเลือกแล้วก็สมควรแต่งงานได้แล้ว
เรื่องมงคลสองเรื่องผนวกเข้าด้วยกัน นี่ถึงเรียกว่า
มงคลคู่ที่มาพร้อมกันเฉินซื่อเตรียมจะจัดงานให้
อลังการใหญ่โต
ผู้ดูแลมีท่าทีลำบากใจเล็กน้อย “…ฮูหยิน การจัด
งานเลี้ยงที่ใช้รังนกมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เกรงว่า
ในจวนจะไม่มีเงินสำรองมากถึงเพียงนั้นขอรับ”
“เงินในจวนไม่มากพอก็ไม่เป็นไร” เฉินซื่อวาง
ถ้วยชาลง “ข้าสมทบเข้าไปอีกหน่อยก็ได้แล้ว”
ผู้ดูแลได้ยินดังนั้นจึงตอบตกลง เขาเพิ่งจะถอย
ออกไป สาวใช้ก็เข้ามารายงานเรื่องผู้ดูแลถูก
เปลี่ยน
สีหน้าเฉินซื่อยํ่าแย่ทันที นางเพิ่งจะเตรียมงานให้
ลูกชาย หลัวเซิ่นหย่วนก็ลงมือกับนางเช่นนี้แล้ว!
นางเอ่ยด้วยนํ้าเสียงเยียบเย็น “…เป็นเพียงจวี่เห
รินยังเอาขนไก่ไปทำเป็นลูกธนู[1] หากมีปัญญาก็
ไปสอบให้ได้จิ้นซื่อเสียสิ!”
สาวใช้ถามเสียงเบา “ฮูหยินใหญ่ เช่นนั้นจะทำ
อย่างไรดีเจ้าคะ หรือท่านควรวางท่าแข็งกร้าวสัก
หน่อยเพื่อปั้องกันไม่ให้บ้านรองเห็นว่าพวกเรา
รังแกง่าย”
เฉินซื่อหัวเราะเสียงเย็น “ข้าจะพูดอะไรได้
เบื้องหลังเขายังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยสนับสนุน คน
ในโรงนํ้าชาล้วนเป็นบ่าวที่มาพร้อมกับสินเดิมของ
ข้าจะยอมเชื่อฟังเขาอย่างนั้นหรือ ปล่อยให้เขา
จัดการไป ข้าจะรอดูว่าเขาจะจัดการได้ถึงขั้น
ไหน” เฉินซื่อปัดมือผ่านโต๊ะไม้จินซือหนาน สูด
ลมหายใจเข้าลึก “ไปเรียกผู้ดูแลมาให้ข้า ให้เขา
มาหารือเรื่องงานแต่งใหม่อีกครั้ง”
ไม่ว่าอย่างไร งานแต่งของหลัวหวยหย่วนก็ไม่อาจ
ล่าช้าได้
สาวใช้รับคำแล้วจากไป
หลังหลัวเซิ่นหย่วนกลับมาถึงเรือนเฟิงเซี่ย
ถัง สาวใช้สองคนในห้องก็รีบปรี่ออกมาต้อนรับ
ยิ้มพลางเรียกขานเขาว่าคุณชายสาม ก่อนจะช่วย
เขาถอดผ้าคลุมกันลม
หลัวเซิ่นหย่วนกางแขนรอให้พวกนางช่วย
ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ไปที่ห้องหนังสือ ให้
บ่าวเอาสมุดบัญชีของบ้านรองมาดู ปกติหลินไห่
หรูเป็นคนดูแลสิ่งเหล่านี้ เขายิ่งดูหัวคิ้วก็ยิ่งขมวด
มุ่น เพราะบัญชีสับสนเละเทะไปหมด
สาวใช้ยกนํ้าชาเข้ามาวางไว้ข้างกายเขา ยืนนิ่ง ๆ
มองเขาอ่านจนเสร็จไม่ได้ถอยออกไป แสงเทียน
ถูกนางบดบัง หลัวเซิ่นหย่วนจึงเงยหน้าขึ้นมอง
สาวใช้ผู้นั้น เป็นคนที่มีนามว่าฮว่าลวี่
เมื่อเห็นคุณชายสามกำลังมองตน ฮว่าลวี่ก็อด
หน้าแดงหัวใจเต้นรัวไม่ได้ แต่ก่อนก็ช่างเถิด แม้
หลัวเซิ่นหย่วนจะเป็นคุณชาย แต่ก็เป็นเพียง
บุตรชายคนโตของอนุ ทว่าบัดนี้เขาเป็นเจี่ยหยวน
แล้ว รูปโฉมก็งดงามหล่อเหลา มีคุณหนูที่ยังไม่
ออกเรือนในเมืองเปั่าติ้งคนใดบ้างที่ไม่อยาก
แต่งงานกับเขา
แน่นอนว่าด้วยฐานะของนาง หากอยากแต่งงาน
กับหลัวเซิ่นหย่วนก็ถือเป็นความคิดเพ้อฝัน ทว่า
หากได้เป็นสาวใช้ห้องข้าง ให้กำเนิดบุตรชายได้
เลื่อนขั้นเป็นอี๋เหนียง นางยังต้องกลัวว่าจะไม่มี
ชีวิตที่ดีอีกหรือ ถึงยามนั้นก็ถือว่ามีชีวิตเจริญ
รุ่งโรจน์แล้ว
ฮว่าลวี่พบว่าคุณชายสามกำลังมองพินิจตนก็ก้ม
ศีรษะลงอย่างอดไม่ได้หลัวเซิ่นหย่วนมองนางนิ่ง
วันนี้นางสวมเสื้อผ้าบางเบาสีถั่วเขียว สวม
กระโปรงจับจีบแปดกลีบสีขาว ผิวพรรณดุจนวล
หยก คงจะตั้งใจแต่งกายมาเป็นพิเศษ
คล้ายฮว่าลวี่จะสัมผัสได้ถึงความชื่นชมในแววตา
ของเขา หัวใจนางเต้นรัวเร็วดุจตีกลอง รู้สึก
เหมือนทั้งร่างกำลังล่องลอยมึนงง นางควรจะ
กล่าวอะไรสักนิด ยามนั้นก็มองไปเห็นปั้ายหยกที่
ห้อยอยู่ตรงเอวของหลัวเซิ่นหย่วน นั่นคือหยก
ขาวมันแพะชั้นเลิศที่แกะสลักเป็นรูปปีเซียะ
“คุณชายสาม ปั้ายหยกชิ้นนี้แกะสลักได้อย่าง
วิจิตรบรรจงนัก หาได้ยากยิ่ง ไม่ทราบว่าบ่าวจะมี
โอกาสได้ชมหรือไม่เจ้าคะ” ฮว่าลวี่เอ่ยเสียงแผ่ว
เบา
“เจ้าอยากดูหรือ” หลัวเซิ่นหย่วนถามด้วยนํ้า
เสียงราบเรียบ
ฮว่าลวี่ไม่ทันรู้ตัว คุณชายสามก็ยื่นมือออกมาดึง
นางเข้าสู่อ้อมกอดฮว่าลวี่อุทานตกใจ นั่งอยู่บน
ตักของหลัวเซิ่นหย่วน นางอดยกแขนขึ้นโอบ
ลำคอเขาไว้ไม่ได้ เมื่อสัมผัสได้ถึงแขนอันทรงพลัง
ของคุณชายสามที่โอบรัดเอวนางไว้ หัวใจของฮ
ว่าลวี่ก็เต้นระรัวจนไม่อาจพรรณนา
“เจ้าอยากให้เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่” หลัวเซิ่นหย่วน
กระซิบข้างหูนาง“บัดนี้เห็นชัดแล้วหรือยัง”
ทั้งร่างของฮว่าลวี่อ่อนยวบ ซบลงบนแผงอกของ
หลัวเซิ่นหย่วนนํ้าเสียงของนางนุ่มนวลน่า
หลงใหล “คุณชายสาม…บ่าว…บ่าวเพียงแค่…”
นางยังไม่ทันได้พูดให้จบก็ได้ยินนํ้าเสียงอ่อนโยน
ของหลัวเซิ่นหย่วนดังขึ้น “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการ
ยั่วยวนข้ามีจุดจบอย่างไร”
ใบหน้าของฮว่าลวี่เปลี่ยนเป็นซีดขาวเล็กน้อย
ทันที เหตุใดประโยคนี้จึงฟังไม่ค่อยถูกต้องนัก…
“เป็นบ่าวแต่ยั่วยวนเจ้านาย เจ้าจะต้องถูกโบยจน
ตาย หากโบยแล้วยังมีชีวิตอยู่ก็จะถูกส่งไปขาย
ข้างนอก” หลัวเซิ่นหย่วนกล่าวข้างหูนางด้วยนํ้า
เสียงราบเรียบ เจือความไม่แยแสอย่างยิ่ง “เดิมมี
สาวใช้คนหนึ่งปรนนิบัติข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่านาง
ตายได้อย่างไร มา ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังทีละคำ นาง
เองก็ไม่เชื่อฟัง ต่อมาถูกสุนัขดุร้ายกัดจนสิ้นใจ
ตาย ก่อนตายนางยังอ้อนวอนข้าให้ปล่อยนางไป
…”
ใบหน้าของฮว่าลวี่ซีดเผือด ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึง
ความหนาวสะท้านบนร่างกาย ที่แท้นางเหงื่อ
ออกไปทั่วร่าง!
นางคล้ายกับกบที่ถูกอสรพิษจับจ้อง อยากหนีแต่
กลับขยับตัวไม่ได้กระทั่งหลัวเซิ่นหย่วนกล่าว
ประโยคสุดท้ายจบ นางจึงดีดตัวขึ้นทันที ถอย
ห่างจากอ้อมกอดของเขา สุดท้ายก็คุกเข่าอยู่บน
พื้นตัวสั่นเทา “คุณชายสามคุณชายสามโปรดไว้
ชีวิตด้วย! บ่าวมิได้มีเจตนา ต่อไปบ่าวจะ
ปรนนิบัติท่านอย่างดี ไม่กล้าคิดเป็นอื่นแล้วเจ้า
ค่ะ”
หลัวเซิ่นหย่วนลุกขึ้นยืน ค่อย ๆ เยื้องย่างมาเบื้อง
หน้านางแล้วมองนางจากด้านบน
โอกาสมาถึงมือเขา เขาไม่มีวันปล่อยไปง่าย ๆ
แน่นอน
หลัวเซิ่นหย่วนเรียกบ่าวหญิงชราเข้ามา เอ่ยด้วย
นํ้าเสียงสงบนิ่ง“สวีหมัวมัว สาวใช้นางนี้ประพฤติ
ตนไม่เหมาะสม ไม่อาจปล่อยไว้ข้างกายข้าได้เจ้า
ไปตามท่านแม่มา ให้นางมาจัดการ”
บ่าวหญิงชราชำเลืองมองฮว่าลวี่ นางตื่นตระหนก
ดูน่าเวทนายิ่งนักไหล่ลู่ลงเล็กน้อย บ่าวหญิงชรา
เข้าใจทันทีว่าเรื่องนี้ร้ายแรงเพียงใด รีบรับคำแล้ว
ไปที่เรือนของหลินไห่หรู
เมื่อหลินไห่หรูได้ยินก็ตกใจ
นางรีบพาบ่าวหญิงชราไปที่เรือนของหลัวเซิ่นหย่
วน จับฮว่าลวี่ไว้แล้วพาไปอยู่ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่า
หลัว
ปกติคุณชายที่มีอายุเท่าหลัวเซิ่นหย่วนควรจะมี
สาวใช้ห้องข้างแล้ว ทว่าล้วนต้องเป็นคนที่ผ่าน
การคัดสรรมาเป็นอย่างดีจากนายหญิง เพื่อให้
มั่นใจว่าจะไม่พาคุณชายไปสู่ความเสื่อมเสีย การ
ยั่วยวนเป็นสิ่งต้องห้าม ปกติสาวใช้ที่ทำเช่นนั้น
จะต้องถูกขายออกไป ร้ายแรงคืออาจถูกโบยจน
ตาย! สาวใช้ที่ปรนนิบัติอยู่ข้างกายคุณชาย มีผู้
ใดบ้างที่ไม่คิดอยากเป็นสาวใช้ห้องข้าง ทว่าเรื่อง
เหล่านี้ล้วนมีกฎเกณฑ์ เพียงต้องตั้งใจปรนนิบัติ
ให้ดี เมื่อได้รับความเห็นชอบจากนายหญิงย่อมมี
โอกาสก้าวหน้า ส่วนพวกที่ทำตัวอวดฉลาดก็
เหลือเพียงหนทางแห่งความตายเท่านั้น
ขณะที่อี๋หนิง ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว และเจิ้งมามา
กำลังกินอาหารคํ่าหลินไห่หรูก็พาฮว่าลวี่เข้ามา
เพียงอี๋หนิงชำเลืองมองก็จำได้ทันทีว่านี่คือสาวใช้
ที่ปรนนิบัติพี่ชายสาม
สีหน้าหลินไห่หรูไม่ดีนัก นางขยับมาข้างหูฮูหยินผู้
เฒ่าหลัวแล้วสาธยายเรื่องราวทั้งหมดออกมา
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าหลัวได้ยิน นํ้าเสียงก็เคร่งขรึม
ทันที “พวกไร้กฎระเบียบ พาตัวนางออกไปยัง
ห้องโถงกลาง! ประเดี๋ยวข้าจะตามไป” ฮูหยินผู้
เฒ่าหลัวหันไปเอ่ยกับสวีมามา “ไปเชิญเฉินซื่อ
มา”
อี๋หนิงถือช้อนเล็กกินโจ๊กอย่างเชื่อฟัง ฮูหยินผู้เฒ่า
หลัวมองนางครั้งหนึ่ง เมื่อคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง
สกปรกจึงกำชับเสวี่ยจือให้ดูนางกินอาหารคํ่าให้
เรียบร้อย เมื่อกินเสร็จก็ให้ปรนนิบัตินางเข้านอน
อี๋หนิงตระหนักทันทีว่านี่คือเรื่องอะไร
นางอยากไปดู ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพาแค่เจิ้งมา
มาไปที่ห้องโถงกลางเท่านั้น
อี๋หนิงกินอีกสองคำก็ไม่กินต่อแล้ว ลงจากเก้าอี้
แล้วบอกเสวี่ยจือว่าจะไปชมดอกไม้ในลาน
นางยืนอยู่นอกหน้าต่างของห้องโถงกลาง
ด้านข้างเป็นต้นตันกุ้ยที่กำลังออกดอกบาน
สะพรั่ง บัดนี้เป็นเวลาที่แสงจันทร์ส่องกระจ่าง
จันทร์เสี้ยวลอยค้างอยู่กลางผืนนภา แสงจันทร์
นวลส่องผ่านบานหน้าต่างสลักลาย เงาทอดลง
บนพื้น เสวี่ยจือคล้ายได้ยินเสียงพูดคุยเล็ดลอดมา
จากด้านใน ขณะกำลังจะเอ่ยสิ่งใด อี๋หนิงก็ทำ
สัญญาณมือให้เงียบก่อน
นางตั้งใจฟังเสียงที่ดังมาจากด้านใน
“…สาวใช้คนนี้เป็นพี่สะใภ้ส่งไปให้เซิ่นหย่วน เซิ่น
หย่วนเห็นแก่ไมตรีจึงรับเอาไว้ คาดไม่ถึงว่านาง
จะไม่รู้จักกฎระเบียบ” ครานี้หลินไห่หรูกล่าว
อย่างมีเหตุผล พูดแต่ละคำโดยไม่รีบไม่ร้อน
“สาวใช้ที่ไม่รู้จักเคารพกฎระเบียบต้องถูกขับไล่
ออกไปเพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ของจวนเสียหาย
หากต่อไปทุกคนเรียนรู้ที่จะยั่วยวนคุณชายแล้ว
จะทำเช่นไร”
ครานี้เฉินซื่อจำนนด้วยเหตุผล นิ่งอยู่นานกว่าจะ
เอื้อนเอ่ยออกมา“น้องสะใภ้กำลังกล่าวโทษข้าอยู่
หรือ”
หลินไห่หรูเอ่ยต่อ “เหตุใดพี่สะใภ้จึงฟังว่าเป็น
กล่าวโทษเล่า ข้าไม่ได้กำลังกล่าวความจริงอยู่
หรือ พี่สะใภ้อย่าได้คิดมากไป ข้าเพียงอยากจะ
พูดกับพี่สะใภ้ว่าต่อไปต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน เซิ่น
หย่วนของพวกเรายังรู้จักสำรวมหากเปลี่ยนเป็น
คนที่ไม่สำรวมก็ไม่แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น! พี่สะใภ้
ดูแลเรื่องในบ้าน เรื่องส่วนใหญ่ในจวนล้วนมีท่าน
เป็นผู้ดูแล จึงยิ่งต้องระมัดระวังเรื่องการเลือกใช้
คน”
อี๋หนิงเห็นด้วยอย่างยิ่ง อยากจะเอ่ยชื่นชมหลินไห่
หรู เดิมนางยังกังวลว่าหลินไห่หรูจะรับมือไม่ไหว
ยากนักที่แม่เลี้ยงจะมีช่วงเวลาที่มีสติเช่นนี้!
ในห้องเงียบลงอีกครั้ง ก่อนจะเป็นเฉินซื่อที่เริ่ม
พูดขึ้น
“ไม่อาจปล่อยบ่าวชั่วช้าเช่นนี้ให้อยู่ในจวน ใน
เมื่อมาจากเรือนของข้าข้าเองก็รู้สึกละอายนัก”
นํ้าเสียงของเฉินซื่อเย็นเยียบ “คืนนี้ก็ขายนาง
ออกไปเสีย”
หลินไห่หรูกลับขัดคำ “ช้าก่อน จะขายออกไป
เงียบ ๆ ไม่ได้ ต้องโบยนางสักชุด ให้สาวใช้ที่
ปรนนิบัติคุณชายในจวนได้ดูว่าเมื่อทำเรื่อง
เหลวไหลจะมีจุดจบเช่นไร ต่อไปจะได้ไม่กล้าทำ
อีก! พี่สะใภ้ ท่านว่าถูกต้องหรือไม่”
——————–
[1] เอาขนไก่ไปทำเป็นลูกธนู หมายถึง การปัน
เรื่องปลอมมาทำให้ดูเหมือนจริง วางท่ามีอำนาจ
ทั้งที่ไม่มี