Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 42

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 42
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ภายในห้อง เฉินซื่อมองใบหน้าเปือนยิ้มน้อย ๆ

ของหลินไห่หรู ในใจรู้สึกไม่พอใจนัก

คำกล่าวนี้ หากบอกว่าไม่มีผู้ใดสอนหลินไห่หรู

นางไม่มีทางเชื่อ อาศัยเพียงหลินไห่หรูจะสามารถ

กล่าวถ้อยคำเหล่านี้ออกมาได้หรือ

เดิมเรื่องในจวนมีนางเป็นคนตัดสินใจ บ้านหลัก

ต่างหากจึงจะเป็นรากฐานของตระกูลหลัว นาย

ท่านหลัว บุตรชายทั้งสองของนาง คนเหล่านั้น

ล้วนเป็นคนที่คอยประคับประคองตระกูลหลัว

หากค่าใช้จ่ายในการกินการใช้จะสูงกว่าบ้านรอง

ก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรแล้วหรือไร! บัดนี้แค่มี

หลัวเซิ่นหย่วนเพิ่มเข้ามาก็คิดจะพลิกผืนฟั้าแล้ว

หรือ

การโบยสาวใช้ที่ส่งออกมาจากเรือนของนางจะไม่

เท่ากับเป็นการตบหน้านางหรือ แล้วต่อไปผู้ใดจะ

กล้าทุ่มเททำงานให้นาง

ทว่าทุกคำที่หลินไห่หรูกล่าวล้วนสมเหตุสมผล

นางไร้เหตุผลจะปฏิเสธ

เฉินซื่อกัดฟัน “เช่นนั้นน้องสะใภ้ว่าอย่างไรก็

จัดการตามนั้นเถิด”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมองเฉินซื่อ แท้จริงแล้วนางก็

รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ตั้งแต่หลัวเซิ่นหย่วนของบ้านรองได้รับการ

คัดเลือกเป็นเจี่ยหยวนเฉินซื่อก็ราวกับสูญเสีย

สมดุล ท่าทีที่แสดงต่อบ้านรองเฉียบขาดขึ้น

กว่าเดิมอันที่จริงทั้งสองคนล้วนเป็นสะใภ้ที่นาง

เลือกเอง นิสัยของเฉินซื่อแข็งกร้าวแต่อย่างไรก็

ไม่มีจิตใจเลวร้าย จัดการเรื่องต่าง ๆ ในบ้านได้

อย่างเรียบร้อยตนก็ชมชอบอีกฝั่าย ทว่าบัดนี้สาว

ใช้ที่เฉินซื่อส่งให้หลัวเซิ่นหย่วนกลับทำเรื่อง

ทำนองนี้ขึ้น…

“สะใภ้ใหญ่” ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวรู้สึกเหนื่อย

เล็กน้อย นางยกมือขึ้น“เจ้าไม่พอใจหรือ”

เฉินซื่อถูกฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถามอย่างกะทันหันก็

ก้มศีรษะลง “สะใภ้ไม่ได้ไม่พอใจเจ้าค่ะ ทุกสิ่ง

ล้วนฟังท่านกับน้องสะใภ้”

“สั่งสอนสาวใช้ไม่ดีถือเป็นความผิดของเจ้า” ฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวเอ่ยด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ

เฉินซื่อเป็นคนฉลาด จะไม่รู้หรือว่าส่งคนอย่างไร

ไป บางทีอาจมีความคิดนี้นานแล้ว เพียงแต่นาง

คาดไม่ถึงว่าหลัวเซิ่นหย่วนจะไร้ความรู้สึกถึงขั้น

ไม่รู้จักถนอมหยกงามสักนิด

เฉินซื่อลุกขึ้นรับคำ “สะใภ้จะกลับไปสั่งสอนคน

ใต้อาณัติให้เข้มงวดยิ่งขึ้นเจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมองไปยังฮว่าลวี่ที่คุกเข่าอยู่ใน

ห้องโถง ยังคงก้มศีรษะเนื้อตัวสั่นเทา ไม่พูดอะไร

สักคำ นางจึงเอ่ย “ลากนางออกไปโบยสักชุด

ตามที่ไห่หรูกล่าว เป็นตัวอย่างให้สาวใช้คนอื่น

รู้จักระมัดระวังมีสติ”

หลินไห่หรูสั่งให้บ่าวหญิงชราคุมตัวฮว่าลวี่ออกไป

จากห้องโถงทันที

เฉินซื่อจะเข้าไปประคองฮูหยินผู้เฒ่าหลัว ทว่า

กลับถูกปัดมือออกฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเอ่ยด้วยนํ้า

เสียงราบเรียบ “เจิ้งมามา ประคองข้ากลับไป”

เฉินซื่อเก็บมือกลับอย่างกระอักกระอ่วน สีหน้า

ยากคาดเดา มองฮูหยินผู้เฒ่าหลัวที่เดินจากไป

ไกล

อี๋หนิงที่ลอบฟังอยู่กระโดดลงจากราวกั้น นาง

มั่นใจอย่างยิ่งว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ใช่หลินไห่หรูคิด

ออกมาเอง! ครานี้สาวใช้ข้างกายพี่ชายสามถูก

จัดการแล้ว คนของบ้านหลักก็ต้องระมัดระวัง

ตื่นตัว เท่ากับเป็นการยิงธนูครั้งเดียวได้นกสองตัว

“ชื่นชมดอกไม้เสร็จแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”

อี๋หนิงพูดกับเสวี่ยจือเสวี่ยจือทำได้เพียงยิ้มพลาง

สะกิดหน้าผากนางเบา ๆ “หากฮูหยินผู้เฒ่าทราบ

ต้องบ่นท่านแน่นอน!”

อี๋หนิงเพียงไม่วางใจในตัวหลินไห่หรูเท่านั้น กลัว

ว่านางจะถูกปั้าสะใภ้บีบจนแน่นิ่งขยับไม่ได้ แต่

เมื่อมีพี่ชายสามอยู่ก็เห็นได้ชัดว่านางไม่ต้องกังวล

แล้ว คำพูดเมื่อสักครู่ต้องเป็นความคิดของพี่ชาย

สามแน่นอน

นางกับเสวี่ยจือเดินไปตามทางเดินเล็ก ด้วยเกรง

ว่าจะถูกท่านย่าจับได้พวกนางจึงรีบกลับไปก่อนที่

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวจะกลับไปถึง

เจิ้งมามาประคองมือของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว เดินไป

ตามระเบียงทางเดิน

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเงยหน้ามองดวงจันทร์เหนือ

ศีรษะ ก่อนจะบอกให้เจิ้งมามาหยุดฝีเท้า

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพลันเอ่ยถาม “ตอนที่เจ้าจากไป

เจ้าถือโทษโกรธข้าหรือไม่” นางชะงักไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะเอ่ยต่อ “การตายของหมิงหลาน เจ้ากับ

ข้าล้วนตระหนักดีแก่ใจว่าเป็นเพราะอาการปั่วย

ทางใจ และอาการปั่วยทางใจนั้นก็เกิดจากเฉียวอี๋

เหนียงเท่านั้น…”

เจิ้งมามาเอ่ย “บ่าวไม่เคยถือโทษโกรธฮูหยินผู้

เฒ่า แม้บ่าวจะเกลียดชังเฉียวอี๋เหนียง แต่ก็ไม่ได้

เกลียดนางจนถึงขั้นอยากให้นางตาย อย่างไร

นางในยามนั้นก็เป็นมารดาของคุณหนูหกแล้ว

บัดนี้เรื่องได้ผ่านมานานหลายปีบ่าวเองก็ลืมไป

นานแล้ว”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวทำได้เพียงยิ้มขื่น ทอดถอนใจ

พลางเอ่ย “หลายวันมานี้เจ้าก็เห็นแล้ว ทั้งหมด

ล้วนเป็นเพราะข้าไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว นิสัย

ของเฉินซื่อแข็งกร้าว ในตระกูลเละเทะวุ่นวาย

หากเจ้าสามารถอยู่ต่อเพื่ออี๋หนิง…”

“ฮูหยินผู้เฒ่า!” เจิ้งมามาขัดคำของนาง “หาก

ท่านจะถามประโยคเหล่านั้นเหมือนที่เคยถามใน

ปีนั้น คำตอบของบ่าวยังไม่เปลี่ยน”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถอนหายใจยาว ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่ง

ใดอีก

เจิ้งมามาประคองฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกลับไป เมื่อฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวกลับไปถึงก็เห็นอี๋หนิงนอนหลับ

นานแล้ว นางยืนมองใบหน้าของอี๋หนิงที่กำลัง

นอนหลับอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะให้สวีมามาประคอง

ไปพัก

คํ่าวันนั้นฮว่าลวี่ถูกโบยยกหนึ่งจนลุกไม่ขึ้น ฟั้ายัง

ไม่ทันสว่าง นางก็ถูกส่งออกไปนอกตระกูลหลัว

หลัวเซิ่นหย่วนไม่ได้เอ่ยถามสักคำ

เรื่องนี้ค่อย ๆ เงียบลงราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมา

ก่อน เพียงแต่บ่าวไพร่ทุกคนในเรือนของหลัวเซิ่น

หย่วนต่างระมัดระวังตัว แม่นางฮว่าถังที่ยังอยู่ผู้

นั้น แม้แต่ประตูห้องหนังสือ นางก็ยังไม่กล้าเยื้อง

กรายเข้าไป

เมื่ออี๋หนิงรู้ชะตากรรมของฮว่าลวี่ก็ไม่ได้พูดอะไร

เดิมหลัวเซิ่นหย่วนก็มีนิสัยเย็นชาไร้ความรู้สึก

นางคิดว่าครานี้ปั้าสะใภ้คงตระหนักอย่างถ่องแท้

และไม่ส่งคนไปที่เรือนของพี่ชายสามง่าย ๆ อีก

เรื่องนี้ผ่านไปไม่ถึงสองวันก็ถึงวันครบรอบวันตาย

ของกู้หมิงหลาน

หลินไห่หรูเป็นผู้นำอี๋หนิงเข้ามาปักธูปที่ปั้ายบูชา

ของมารดาแท้ ๆก้มคำนับสามครั้ง หลัวอี๋เหลียน

และเซวียนเกอร์ก็เข้ามาคำนับเช่นเดียวกันเจิ้งมา

มาเองก็มากราบไหว้ปั้ายบูชาแล้วไปพบฮูหยินผู้

เฒ่าหลัว บัดนี้เรื่องที่นางต้องทำก็ทำสำเร็จลุล่วง

แล้ว สมควรจะจากไปแล้ว แต่ชิงชวี่ที่มาพร้อมกับ

นางนั้น สามารถให้อยู่ที่นี่เพื่อดูแลอี๋หนิงได้

ชิงชวี่เป็นคนที่นางเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ แม้อายุยัง

น้อย ทว่าจิตใจงดงามทั้งยังมีความรู้เบื้องต้นทาง

การแพทย์

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเห็นเจิ้งมามายืนกราน

ต้องการจะจากไปก็ไม่เอ่ยคำใด ทั้งยังไม่อยากให้

ชิงชวี่อยู่ต่อด้วย สาวใช้ในจวนมีมากมาย ที่สำคัญ

ยังได้รับการอบรมมาอย่างดี เรียกง่ายใช้คล่อง

กว่าชิงชวี่

พอชิงชวี่ได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าหลัวบอกว่าไม่อยากให้

นางอยู่ต่อ ก็เอ่ยด้วยใบหน้าแดงกํ่า “ช่าง

ประจวบเหมาะนัก ข้าเองก็ไม่อยากอยู่!”

เจิ้งมามาลอบทอดถอนใจ ไม่ยืนกรานอีก

อี๋หนิงที่อยู่ด้านข้างมองเจิ้งมามาเงียบ ๆ อีกฝั่าย

เก็บสัมภาระใส่กล่องไม้เรียบร้อย เตรียมตัวจาก

ไปแล้วจริง ๆ

อันที่จริงเจิ้งมามาดีต่อนางมาก มักให้ชิงชวี่ส่งข้าว

ของมาให้นาง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็ก

ๆ หรือขนมชิ้นน้อย ๆ ทุกครั้งที่เห็นนาง สายตา

ของเจิ้งมามาก็ดูซับซ้อนนัก ขอบตาแดงเรื่อ แวว

ตาพร่างพราว ทุกครั้งอี๋หนิงจะเบนหน้าหนีทำ

เหมือนไม่เห็น

แม้จะรู้ว่าเจิ้งมามาต้องรู้สึกผิดหวัง ทว่านางไม่

เคยแสดงความใกล้ชิดต่อเจิ้งมามามาก่อน

ส่วนสาวใช้ที่มีนามว่าชิงชวี่ อาจเป็นเพราะตั้งใจ

ใกล้ชิดกับนาง จึงมาเดินเล่นที่เรือนของนางบ่อย

ๆ กระทั่งชี้ไปที่เต่าซึ่งนางเลี้ยงไว้แล้วกล่าวว่า

“ท่านเลี้ยงสิ่งนี้ไว้ทำไม ในลำธารมีมากมาย ไม่มี

ผู้ใดกินเสียหน่อย เนื้อไม่อร่อยเลยสักนิด!”

อี๋หนิงฝึกคัดอักษรพลางก็ฝึกความอดทนไปด้วย

พอชิงชวี่เห็นนางคัดอักษรก็หัวเราะ “มีแต่พวก

คุณหนูตระกูลขุนนางเช่นพวกท่านที่เรียนคัด

ตัวอักษร คัดไปเพื่ออะไร กินแทนข้าวได้หรือ”

อี๋หนิงเริ่มหมดความอดทน ทว่านางถูกเพาะบ่ม

ให้มีนิสัยอ่อนโยน จะไม่แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด

หากไม่ถูกบีบคั้นจนถึงที่สุด นางจึงเพียงสั่งสาวใช้

หน้าประตู “คราหน้าหากเห็นชิงชวี่ก็อย่าปล่อย

ให้นางเข้ามาอีก”

ผลคือหลังจากนางกลับมาจากเรือนของหลินไห่

หรูก็เห็นชิงชวี่กำลังนั่งยอง ๆ รอนางอยู่หน้า

ประตู ไม่รู้ว่ารอมานานเพียงใด เมื่อเห็นนาง

กลับมาก็เดินมาจับมือนาง แล้ววางผลไม้สีแดง

เล็ก ๆ กำมือหนึ่งลงบนฝั่ามือของนาง

“นี่คือผลซานกั่ว รสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ข้า

เห็นว่าในบ้านท่านปลูกไว้มากมาย แต่กลับไม่มี

ผู้ใดเด็ดลงมากิน จึงเด็ดมาให้ท่านลองชิม” ชิงชวี่

เอ่ย “ข้ารอท่านตั้งนานแล้ว แต่สาวใช้ของท่านไม่

ยอมให้ข้าเข้าไป”

อี๋หนิงกำผลไม้สีแดงนั้น แทบจะอดกลั้นไว้ไม่อยู่

นี่คือผลของต้นไม้ที่ปลูกไว้สำหรับสร้างภูมิทัศน์ มี

ผู้ใดเก็บผลของต้นไม้ที่ใช้สร้างภูมิทัศน์มากินบ้าง

เล่า! ที่ปลูกไว้ก็เพราะเห็นว่าสวยงามเท่านั้น

นางเอาผลไม้คืนให้ชิงชวี่ “สิ่งนี้ข้าไม่กิน เจ้าเอา

คืนไป”

เมื่อชิงชวี่เห็นว่านางไม่กินก็ถามด้วยความแปลก

ใจ “เหตุใดเล่า ท่านรังเกียจหรือ ผลซานกั่วนี้

สามารถใช้แทนอาหารในช่วงภาวะแร้นแค้นได้!ไม่

รู้ว่าช่วยชีวิตผู้คนไปตั้งมากมายเท่าไรแล้ว”

อี๋หนิงรู้ว่านางมีเจตนาดี ทว่าตอนนี้ไม่ใช่ช่วง

ภาวะแร้นแค้น ส่วนนางก็เป็นคุณหนูสายตรงของ

ตระกูลหลัว ไม่ต้องอาศัยเจ้าสิ่งนี้มาประทังความ

หิว

นางยังคงสั่งสาวใช้ไม่ให้ปล่อยชิงชวี่เข้ามา

ไม่ว่าชิงชวี่จะมากี่ครั้งก็พบเพียงความผิดหวัง

นานไปนางจึงมาน้อยลง

อี๋หนิงคิดว่าอย่างไรนางก็เป็นสาวใช้ของเจิ้งมามา

จึงไม่ได้หักหน้าทุกวันยังเรียกสาวใช้ส่งขนมไปให้

อีกฝั่าย

ดังนั้นเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าหลัวปฏิเสธคำแนะนำของ

เจิ้งมามา นางจึงไม่ได้รู้สึกอะไร ชิงชวี่ผู้นี้รับมือ

ยากยิ่งนัก

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวให้อี๋หนิงพาเจิ้งมามาไปเดินเล่น

ในจวนเพื่อเป็นการระลึกความหลังก่อนจากไป

ไม่แน่ว่าในภายหน้าอาจไม่ได้พบกันอีกแล้ว

อี๋หนิงรับคำ พาเจิ้งมามาไปเดินเล่นรอบ ๆ จวน

สุดท้ายทุกคนก็เดินไปถึงเรือนเก่าของกู้หมิง

หลาน

เรือนเก่าของกู้หมิงหลานไม่มีคนอยู่อาศัย ทว่าฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวมักจะส่งคนไปทำความสะอาดเป็น

ประจำ ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นหนาทึบ ดูร่มเย็นเงียบ

สงบ

นี่เป็นครั้งแรกที่อี๋หนิงมาที่นี่ นางมองเรือนที่ถูก

ทิ้งร้างเงียบ ๆลานกว้างปลูกดอกไม้ไว้มากมาย

ตรงระเบียงยังมีเก้าอี้โยกตัวหนึ่งบานหน้าต่างเปิด

ไว้ครึ่งหนึ่ง สามารถมองเห็นตะกร้าสานที่วางอยู่

บนโต๊ะเล็กในนั้นมีตุ๊กตาพยัคฆ์ตัวหนึ่งวางอยู่ ทั้ง

ยังมีกลองปั๋องแปั๋งอีกหลายอันล้วนเป็นของเก่า

ในเรือนไร้คนอาศัย นานปีขาดการบำรุงซ่อมแซม

ย่อมต้องทรุดโทรมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

เมื่อเจิ้งมามาเห็นแล้วก็สะท้อนใจนัก นางพูด

พร้อมกับขอบตาที่แดงระเรื่อ “ของเหล่านั้นเป็น

สิ่งที่ท่านเคยเล่นเมื่อครั้งยังเล็ก ท่านชอบเล่น

กลองปั๋องแปั๋ง เขย่าเป็นเสียงปั๋อง ๆ แปั๋ง ๆ

ตลอดเวลา”

นางเดินไปข้างตั่งไม้ เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง “ท่าน

รู้จักคลานตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งยังดื้อซน ปีนขึ้น

ไปบนตั่งไม้แล้วตกลงมา ร้องไห้เสียงดังจ้าฮู

หยินปลอบท่านแทบไม่ทัน…”

อี๋หนิงราวกับเห็นสตรีอ่อนโยนผู้หนึ่งกำลังอุ้มเด็ก

เล็กกล่อมปลอบประโลม จิตใจนางเลื่อนลอย

เล็กน้อย

เจิ้งมามาพูดกับอี๋หนิงด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน “เจี่ย

เอ๋อร์ บนโลกใบนี้มีคนมากมายคอยปกปั้องท่าน

ฮูหยินผู้เฒ่าจะปกปั้องท่าน พี่หญิงใหญ่ที่อยู่เมือง

หลวงแดนไกลก็รักเอ็นดูท่าน…ข้าก็จะปกปั้อง

ท่าน เจี่ยเอ๋อร์ ข้าต้องไปแล้ว”

ในใจอี๋หนิงพลันเกิดความเศร้าสลด มีคนมากมาย

ปกปั้องเสี่ยวอี๋หนิงทว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะสามารถ

ปกปั้องนางได้อีกนานเท่าไร พี่หญิงใหญ่เป็นสตรี

ที่ออกเรือนไปแล้ว ยิ่งไม่อาจดูแลนางได้ ส่วนเจิ้ง

มามาก็กำลังจะจากไป

อี๋หนิงผงกศีรษะ ถามด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “เจิ้ง

มามา ท่านอยากให้ข้าไปส่งที่ประตูหรือไม่”

เจิ้งมามายิ้มขื่นพลางส่ายหน้า นางให้ชิงชวี่หยิบ

สัมภาระขึ้น กล่าวลาอี๋หนิง จากนั้นก็มองร่างเล็ก

ๆ ของอี๋หนิงที่ลับหายไป ถึงได้เดินออกจากประตู

ฉุยฮวาเหมิน[1]

เดิมนางโล่งใจแล้ว ทว่ายามเพิ่งผ่านประตูฉุยฮวา

เหมินก็พบกับสวีมามาที่กำลังยืนรออยู่อีกด้านครู่

ใหญ่แล้ว

สวีมามายิ้มเล็กน้อย “เจิ้งมามาโปรดรั้งฝีเท้า ฮู

หยินผู้เฒ่าของพวกเราเชิญท่านไปพบ”

เจิ้งมามากำชายแขนเสื้อแน่น

เหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าหลัวจึงต้องการพบนาง หรือจะ

ไม่ยอมปล่อยนางไป

——————–

[1] ฉุยฮวาเหมิน มีลักษณะเป็นประตูทึบ แบ่ง

เรือนนอกเรือนในออกจากกัน

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 42"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
27/06/2026
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026
6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022
dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.