Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 46

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 46
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เด็กวัยเจ็ดขวบคนหนึ่ง หลังจากท่านย่าเสียชีวิต

อย่างกะทันหันก็ได้รับมรดกมหาศาล เป็นเรื่องน่า

เหลือเชื่อนัก

อี๋หนิงตะลึงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะได้สติ

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวลำบากตรากตรำมาทั้งชีวิต

นอกจากต้องช่วยจัดการกิจการร้านค้าให้

บุตรชายทั้งสองแล้ว ตัวนางเองก็มีทรัพย์สมบัติไม่

น้อย ยังไม่ต้องกล่าวถึงเมืองอื่น แค่ในเมืองเปั่าติ้ง

ก็มีผืนนาอยู่ห้าแห่งแล้ว ทุกปีให้ผลผลิตเป็นข้าว

ฟั่างและข้าวสาลีไม่น้อย นอกจากนี้ในอำเภอชิงย่

วนยังมีร้านค้าข้าวสารและร้านเครื่องหอมอีก

เมืองละร้าน เมืองติ้งโจวที่อยู่ห่างออกไปก็มีโรง

รับจำนำแห่งหนึ่ง หลายปีที่ผ่านมานางสะสม

ทรัพย์สมบัติไว้ในคลังส่วนตัวจำนวนไม่น้อย ยาม

ที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวนั่งตรวจดูสมุดบัญชีเหล่านั้นอี๋ห

นิงเองก็เคยเห็นผ่านตาเช่นกัน

ฮูหยินผู้เฒ่ามอบให้นางทั้งหมดเลยหรือ

คนในบ้านหลักและบ้านรองพากันจากไปอย่างไม่

สบอารมณ์นัก เฉินซื่อพาหลัวอี๋อวี้และหลัวอี๋ซิ่วอ

อกไปจากห้องโถงหลัก หลัวอี๋ซิ่วหันหลังมามอง

อี๋หนิงครั้งหนึ่ง ท่าทางลังเลไม่กล้าเอ่ยปาก ทว่า

สุดท้ายก็ปล่อยมือมารดาวิ่งไปตรงหน้าอี๋หนิงแล้ว

กล่าวกับนาง “อี๋หนิง เจ้าอย่าได้เสียใจไป…”

หลัวอี๋อวี้หันกลับมามองน้องสาว นํ้าเสียงเย็นชา

“อี๋ซิ่ว เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่ตรงนั้น รีบตามมาเร็ว

เข้า”

อี๋หนิงยืนอยู่ข้างกายหลินไห่หรู มองหลัวอี๋ซิ่ว

พร้อมกับเฉินซื่อและหลัวอี๋อวี้ค่อย ๆ เยื้องกราย

จากไปไกล เกรงว่าจากนี้ไป หลัวอี๋ซิ่วคงสนิทสนม

กับนางเช่นแต่ก่อนไม่ได้แล้ว…อี๋หนิงทอดถอนใจ

ยกมือขึ้นลูบศีรษะตนเองเบา ๆ

หลัวเซิ่นหย่วนเดินเข้ามา

“อี๋หนิง ไปเถิด ข้าจะไปเก็บสัมภาระเป็นเพื่อน

เจ้า” เขาเดินนำอยู่ข้างหน้า ประหนึ่งปั้อม

ปราการสูงตระหง่านที่คอยปกปั้องนางจากลมฝน

อี๋หนิงยิ้มบาง

มนุษย์มีทั้งทุกข์สุข พบปะและลาจาก จันทรา

เคลื่อนคล้อยจากเดือนแรมสู่เดือนแจ้ง จากกลม

เด่นสู่จันทร์เสี้ยว เรื่องเหล่านี้นางพบเห็นมามาก

เหลือเกิน

วันนี้หากไม่ใช่เพราะมีพี่ชายสามช่วยวางแผน

จัดการคำสั่งเสียของท่านย่าไว้เรียบร้อย มีหรือที่

เฉินซื่อจะยอมรามือง่าย ๆ

นางก้าวตามเขาไป ก่อนจะเอื้อมมือออกไปจับมือ

ของหลัวเซิ่นหย่วนเขาชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็

พลิกฝั่ามือกลับมาจับมือนาง พานางก้าวเดินไป

ด้านหน้า

หลินไห่หรูมองแผ่นหลังของหนึ่งคนตัวใหญ่กับ

หนึ่งคนตัวเล็ก รำพึงเบา ๆ “ความสัมพันธ์ของ

พวกเขาสองพี่น้องยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นแล้ว”

“ต่างก็เป็นเด็กกำพร้ามารดา” รุ่ยเซียงที่อยู่

ด้านข้างตอบรับคำ ก่อนจะเอ่ยต่อ “คุณชายสาม

เติบใหญ่ถึงเพียงนี้ ทว่ากลับมีเพียงฮูหยินรองคน

ก่อนกับคุณหนูเจ็ดเท่านั้นที่ดีต่อเขา ท่านมอบลูก

ท้อแก่เรา เราตอบแทนท่านด้วยลูกหลี่[1] เขาจึง

ทำดีกับคุณหนูเจ็ด ท่านดูฝีมือของคุณชายสามใน

วันนี้…ภายหน้าท่านย่อมต้องดีกับคุณชายสามให้

มากจึงจะสมควรนะเจ้าคะ!”

หลินไห่หรูลอบคิดว่าก็คงต้องเป็นเช่นนั้น นางสั่ง

สาวใช้ด้านหลังให้ไปช่วยอี๋หนิงเก็บสัมภาระ

วันรุ่งขึ้น อี๋หนิงเก็บสัมภาระได้เจ็ดแปดหีบ ก่อน

จะถูกลำเลียงไปยังเรือนของหลินไห่หรูทีละหีบ

อี๋หนิงยืนอยู่ในห้อง กวาดตามองที่นี่เป็นครั้ง

สุดท้าย ที่นี่เปลี่ยนเป็นว่างเปล่าโหวงเหวง มีเพียง

ม่านสีไม้จันทน์ที่ยังห้อยระย้าลงมา ตะวันคล้อย

ตํ่ายิ่งขับให้ขุนเขาดูอ้างว้างกว้างใหญ่ ลำแสงสี

ทองจาง ๆ ลอดผ่านเข้ามาในห้องละอองฝุั่นฟุั้ง

ปลิวกลางอากาศ สรรพสิ่งยังคงเดิม ทว่ามนุษย์

กลับผันแปร

สุดท้ายนางก็อุ้มอ่างเคลือบที่ใช้เลี้ยงเต่าขึ้นมา

กล่าวกับหลัวเซิ่นหย่วน“พี่ชายสาม ไปกันเถอะ”

หลัวเซิ่นหย่วนมองเจ้าเต่าที่นอนหงายอยู่ในอ่าง

เคลือบ อุ้งเท้าทั้งสี่ตะเกียกตะกายอยู่กลาง

อากาศ แต่อี๋หนิงที่อุ้มอ่างเคลือบกลับไม่สังเกต

เลยสักนิด เขายิ้มน้อย ๆ จูงมืออี๋หนิงก้าวเท้าออก

จากห้องโถง มือจับจูงเจ้าตัวเล็กในใจก็ลอบ

ครุ่นคิด

นี่คือน้องสาวของเขา เขาต้องรักและปกปั้องนาง

คุ้มครองนางไว้ใต้ปีกให้นางสงบสุขอยู่ในปั้อม

ปราการของเขา

แม้จากนี้ไปจะไร้ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว แต่ผู้ใดก็ไม่อาจ

รังแกนางได้แม้เพียงน้อยนิด

อี๋หนิงไม่รู้ว่าหลัวเซิ่นหย่วนกำลังคิดอะไรอยู่ ทว่า

สีหน้าเขาสงบนิ่งถึงเพียงนั้น ไม่ว่าเรื่องใดก็ยาก

จะโค่นล้มเขาได้

แม้จะยังอยู่ในช่วงจัดพิธีศพของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

ทว่าบรรดาสาวใช้และบ่าวหญิงชราในเรือนของ

หลินไห่หรูต่างพากันตื่นเต้นดีใจ หลินไห่หรูแต่ง

เข้าตระกูลหลัวมาห้าปีแล้วยังไร้ทายาท ถึงจะรับ

หลัวเซิ่นหย่วนมาเป็นบุตรสายตรง ทว่าอย่างไร

เขาก็โตแล้วจึงพำนักอยู่ที่เรือนนอก นี่เป็นครั้ง

แรกที่เรือนนี้จะมีเด็กอยู่ร่วมอาศัย

บ่าวหญิงชราที่ติดตามหลินไห่หรูมาตั้งแต่ตอน

แต่งเข้าจวนเอาพวกตุ๊กตาผ้ารูปเสือ ของเล่น

จำพวกจักรราศีมาประดับไว้ในห้องใหม่ของอี๋ห

นิงอี๋หนิงถามพวกนางว่าเหตุใดจึงมีของเหล่านี้

บ่าวหญิงชราตอบด้วยรอยยิ้ม“พวกบ่าวคาดหวัง

อยู่เสมอว่าฮูหยินจะมีทายาท จึงได้จัดเตรียมไว้

ล่วงหน้าเจ้าค่ะ”

อี๋หนิงเห็นท่าทางมีความสุขของพวกนางก็ไม่อาจ

ปริปากว่าอะไร นางผ่านวัยโปรดปรานตุ๊กตาผ้า

มานานแล้ว บ่าวหญิงชรารู้ว่าในจวนกำลังอยู่

ในช่วงจัดพิธีศพ จึงไม่ได้ประดับตกแต่งจนเกิน

เลย ทว่าเหล่าสาวใช้กลับเอาเตียงไม้จินซือหนาน

ในกรุสมบัติของหลินไห่หรูมาให้นางใช้

พออี๋หนิงเห็นเตียงไม้จินซือหนานทั้งหลังก็

กระเด้งตัวขึ้น “ให้ข้าใช้รึ”

บ่าวหญิงชรายิ้มพลางผงกศีรษะ “ท่านวางใจเถิด

เจ้าค่ะ นี่เป็นของที่ฮูหยินตระเตรียมไว้นานแล้ว

ประเดี๋ยวยังมีข้าวของที่ต้องถูกขนเข้ามาอีกเจ้า

ค่ะ”

หลินไห่หรูยุ่งวุ่นวายอยู่ด้านนอก อี๋หนิงอยากบอก

ปฏิเสธ ทว่าหาตัวคนไม่พบ นางเฝั้ามองบรรดา

สาวใช้ขนฉากบังลมหยกฝังทองคำ กระถาง

ทิวทัศน์หยกย่อส่วน[2] ทั้งกระถาง ชั้นวาง

ประดับไม้จันทน์แดงเข้ามาด้วยความรู้สึกอึดอัด

แม้หมอนอิงบนตั่งไม้จะเป็นผ้าไหมสีฟั้า แต่ก็ยังมี

การถักทอแทรกด้วยเส้นไหมเงิน

เสวี่ยจือหอบห่อสัมภาระ ไม่รู้จะช่วยอะไร

บรรดาสาวใช้และบ่าวหญิงชราของหลินไห่หรู

กระตือรือร้นเป็นล้นพ้นจนไม่ต้องการความ

ช่วยเหลือจากนาง นางมองแล้วก็รู้สึกว่าไม่

เหมาะสม “…จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้!เจี่ย

เอ๋อร์ ท่านต้องไปเอ่ยปากกับฮูหยินรองนะเจ้า

คะ”

อี๋หนิงเองก็ปวดหัว สั่งให้สาวใช้วางของลง ส่วน

นางรีบออกไปด้านนอกเพื่อตามหาหลินไห่หรู

หลินไห่หรูเห็นนางมาหาก็วางของในมือ สั่งให้

บ่าวหญิงชรารออยู่อีกด้านเอ่ยถามนาง “อี๋หนิง

เจ้าชอบห้องใหม่หรือไม่”

อี๋หนิงมีท่าทางอับจน กล่าวกับนาง “ท่านแม่

ท่านย่าเพิ่งจากไป ข้ายังสวมชุดไว้ทุกข์ ไม่อาจอยู่

ในสถานที่หรูหรา…”

หลินไห่หรูถึงได้ตบขมับตนเอง สิ่งของเหล่านั้น

นางตระเตรียมไว้นานแล้ว หลายวันมานี้วุ่นวาย

กับงานศพจนเลอะเลือน ทำให้ลืมเรื่องสำคัญนี้

นางกล่าวอย่างเศร้าสลด “จริงสิ เช่นนั้นแม่ช่วย

เจ้าเก็บพวกนั้นไว้ก่อนดีกว่า รอให้ผ่านช่วงไว้

ทุกข์แล้วค่อยเอาออกมาใช้”

เครื่องเรือนที่เพิ่งถูกย้ายเข้าไปถูกขนออกมาอีก

ครั้ง เสวี่ยจือเลือกชิ้นที่เรียบง่ายเอากลับมาให้อี๋ห

นิงใช้ แต่พวกตุ๊กตาผ้ารูปเสือกับจักรราศี บรรดา

สาวใช้ของหลินไห่หรูต่างยืนกรานจะแขวนไว้บน

ม่านของกระโจม อี๋หนิงวางอ่างเคลือบสำหรับ

เลี้ยงเต่าไว้บนชั้นประดับ มองห้องใหม่เอี่ยม ใน

ใจคิดว่าในที่สุดนางก็ย้ายบ้านแล้ว

เรือนของหลินไห่หรูกว้างใหญ่มาก เรือนปีกฝังนี้

เป็นพื้นที่ของอี๋หนิงทั้งหมด ห่างจากห้องชั้นใน

ของหลินไห่หรูเพียงเส้นทางเดินเล็ก ๆ อี๋หนิงมา

ที่นี่น้อยครั้งนัก นางออกไปดูนอกประตู แม้พื้นที่

จะเล็กกว่าที่เคยอาศัยในอดีตเล็กน้อย ทว่า

ดอกไม้พืชพรรณในสวนนี้กลับวิจิตรงดงามยิ่งกว่า

มีการปลูกดอกไห่ถัง สร้างภูเขาจำลอง ด้านล่าง

ของภูเขาจำลองยังมีสระนํ้าเล็ก ๆ

นางสามารถเลี้ยงเต่าในสระนํ้านี้ได้…

อี๋หนิงตัดสินใจเลี้ยงดูเต่าคู่นั้นตลอดไป นางหยิบ

ของออกมาจากเรือนของท่านย่าไม่มาก เอามา

เพื่อเป็นที่ระลึกเท่านั้น

นางให้เสวี่ยจือยกอ่างเคลือบออกมา ก่อนจะ

ปล่อยเต่าลงไปในสระนํ้าด้วยตนเอง เมื่อเจ้าเต่า

สองตัวนั้นได้สัมผัสโลกอันกว้างใหญ่ก็ใช้เท้าเล็ก

ๆว่ายวนอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็ขึ้นไปหยุดพักบน

ภูเขาจำลอง

อี๋หนิงลุกขึ้น ส่งอ่างเคลือบให้เสวี่ยจือ เมื่อเงย

หน้าก็เห็นพี่ชายสามของนางกำลังเดินเข้าไปใน

เรือน ด้านหลังมีบ่าวรับใช้ติดตามอยู่หลายคน

“มาทำห้องหนังสือให้เจ้า” หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว

กับนาง สั่งให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านหลังเข้าไปที่ห้อง

ด้านข้าง เขาอยากสร้างห้องหนังสือให้นาง

อี๋หนิงมึนงงเล็กน้อย “พี่ชายสาม ข้าจะเอาห้อง

หนังสือไปทำอะไร”

หลัวเซิ่นหย่วนเอ่ยเสียงราบเรียบ “เจ้าต้องอ่าน

หนังสือเขียนอักษรหากข้ามีเวลาจะมาสอนเจ้า

ด้วยตนเอง หากข้าไม่มีเวลา เจ้าก็ต้องหมั่นอ่าน

หนังสือด้วยตนเอง”

บรรดาบ่าวรับใช้ยุ่งวุ่นวายกันขึ้นมา ขนย้าย

หนังสือและชั้นวางเข้าไปด้านใน ยังมีพิณโบราณ

ตัวหนึ่งวางไว้ที่ข้างหน้าต่าง

ชาติก่อนอี๋หนิงไม่เคยเรียนพิณ ท่านย่าของนาง

มักรู้สึกว่าดนตรีเป็นของคนชั้นตํ่า มีเพียงสตรีใน

หอคณิกาเท่านั้นที่เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ ดังนั้นจึงไม่ให้

นางไปข้องเกี่ยว อี๋หนิงลองดีดสองสามครั้ง เมื่อ

ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มก็รู้ว่านี่ไม่ใช่พิณธรรมดา เมื่อ

มองไปที่ปลายพิณก็พบอักษรแกะสลักไว้สองตัว

ว่าเต้าเหยี่ยน ต่อให้นางไร้ความรู้ แต่ก็รู้ว่านี่คือ

พิณที่สร้างโดยปรมาจารย์เต้าเหยี่ยนผู้มีชื่อเสียง

โด่งดังในเวลาต่อมา

เขาไปเอามาจากที่ใด

พิณของปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงโจษจัน นี่ไม่ใช่ของ

ที่พบเห็นแล้วจะร้องขอได้

อี๋หนิงหันไปมองหลัวเซิ่นหย่วน “พี่ชายสาม ข้า

ต้องเรียนสิ่งนี้ด้วยหรือ”

หลัวเซิ่นหย่วนตอบ “สิ่งนี้ให้เจ้าไว้เล่น”

อี๋หนิงเห็นสายตาของเขาดูไร้สิ่งใดเป็นพิเศษก็อด

ไม่ได้ เอ่ยปากว่า“พิณตัวนี้น่าจะมีมูลค่าไม่น้อย

…”

มีมูลค่าหรือ หลัวเซิ่นหย่วนครุ่นคิด ตอนที่เต้าเห

ยี่ยนมอบให้แค่กล่าวว่าตนว่างจึงทำขึ้น ให้เขาไว้

เล่นเท่านั้น เขาไม่ชื่นชอบสิ่งเหล่านี้จึงทิ้งไว้ใน

ห้องไม่สนใจ เมื่อคิดว่าอี๋หนิงอาจจะชอบจึงได้ยก

มาพร้อมกัน

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามีมูลค่า” หลัวเซิ่นหย่วนมอง

นาง

อี๋หนิงลอบคิด นางรู้ได้อย่างไรน่ะหรือ เป็นเพราะ

ลู่เจียเสวีย ต่อไปเต้าเหยี่ยนจะมีชื่อเสียงเลื่องลือ

ไปทั่วอาณาเขตเจ้อเจียงฝูเจี้ยน พิณของเขาเป็น

สิ่งที่สามารถพบเจอได้ แต่ไม่อาจร้องขอ พี่สะใภ้

ใหญ่มีใจอยากได้สักตัวมาโดยตลอด ทว่ากลับไร้

วาสนา

เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ยามนี้ยังห่างจากช่วงเวลา

ที่พวกโจรสลัดหวอโค่ว[3] ออกอาละวาดในฝู

เจี้ยนหลายปี เกรงว่าชื่อเสียงของเต้าเหยี่ยนจะยัง

ไม่เป็นที่โด่งดัง

หากจะกล่าวไป การเชิญเต้าเหยี่ยนลงจากเขาถือ

เป็นเรื่องดีในไม่กี่เรื่องที่ลู่เจียเสวียกระทำ โจร

สลัดหวอโค่วออกอาละวาด แต่เขากลับส่งพระรูป

หนึ่งไปยังฝูเจี้ยน ยามนั้นเหล่าขุนนางในราช

สำนักพากันคัดค้าน ทว่าเขายืนกรานจะใช้คนผู้นี้

ต่อมาเต้าเหยี่ยนสามารถปราบโจรสลัดหวอโค่ว

ได้สำเร็จจริง ๆประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

จากการออกอาละวาดของโจรสลัดหวอโค่วพากัน

สร้างปั้ายจารึกให้กับเต้าเหยี่ยนปั้ายหนึ่ง จากนั้น

ก็ดูเหมือนเต้าเหยี่ยนจะช่วยทำงานให้ลู่เจียเสวีย

มาโดยตลอด…

อี๋หนิงรับพิณโบราณตัวนี้ไว้ วางแผนว่าต่อให้นาง

ไม่เรียนก็สามารถตั้งแสดงไว้ในห้องนี้ได้

ของชิ้นนี้ถือเป็นวัตถุที่ช่วยเชิดหน้าชูตา

สำหรับการจะบอกกล่าวพี่ชายสามของนาง

อย่างไร อี๋หนิงทำได้เพียงตอบว่า “อย่างท่านจะ

มอบของราคาถูกให้ข้าหรือ”

หลัวเซิ่นหย่วนถูกเจ้าเด็กน้อยตอกกลับก็หัวเราะ

หลายวันมานี้อารมณ์ของอี๋หนิงไม่สู้ดีนัก ฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวจากไป นางดูไร้ที่พึ่ง น่าเวทนายามนี้ไม่

ง่ายเลยกว่าจะจุดประกายอารมณ์เบิกบานขึ้นมา

ได้ เขาจึงไม่อยากถือสานาง

เมื่อจัดห้องหนังสือให้อี๋หนิงเสร็จเรียบร้อย เขาก็

พาอี๋หนิงออกมาแล้วเดินไปยังเรือนของหลินไห่

หรู

ความมืดมิดเริ่มปกคลุมท้องนภา นักพรตยังคง

ดำเนินพิธีกรรมอยู่ในจวน ต้องทำพิธีปลดปล่อย

นํ้าและดิน[4] เป็นเวลาเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวันเต็ม มี

เสียงดำเนินพิธีกรรมดังขึ้นเป็นระยะ สองสาม

วันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อี๋หนิงรู้สึก

ประหนึ่งอยู่ในภวังค์ฝัน เหมือนท่านย่ายังมีชีวิต

ยังคงรอนางกินอาหารคํ่าอยู่ที่ห้องโถงหลัก ทว่า

เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว

สวีมามาพาบ่าวหญิงชรามารอนางอยู่ที่เรือนของ

หลินไห่หรู

ในมือสวีมามามีกล่องใบหนึ่ง นางให้อี๋หนิงนั่งลง

ตรงหน้าแล้วเปิดกล่องให้อี๋หนิงดู

“คุณหนูเจ็ด หนังสือหลายฉบับนี้คือโฉนดที่ดิน มี

ทั้งหมดสี่ชุดพวกนี้คือสัญญาซื้อขายตัวของคนใน

ผืนนา นี่คือโฉนดบ้านเรือน ทั้งหมดมีห้าแห่ง สาม

ในห้าแห่งเป็นร้านค้า ล้วนเป็นสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่า

จัดเตรียมไว้ก่อนจากไปเจ้าค่ะ” สวีมามาให้นางดู

ก่อนจะปิดกล่องแล้ววางไว้ในมือนาง

สวีมามายังหยิบกุญแจดอกหนึ่งยื่นให้

“นี่คือกุญแจคลังของฮูหยินผู้เฒ่า หากท่านมีเวลา

ก็ไปดูเถิดเจ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่าทิ้งสมบัติไว้ไม่น้อย”

สวีมามาพูดไปก็เสียใจไป นางสูดลมหายใจเข้าลึก

ๆ แล้วเอ่ยต่อ “บ่าวจัดการตรวจสอบหมดแล้ว

สมุดบันทึกรายการอยู่ที่คุณชายสามเจ้าค่ะ”

จากนั้นนางก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะยอบตัวลง “บ่าว

รับใช้ฮูหยินผู้เฒ่ามาทั้งชีวิต เดิมอยากจะติดตาม

ฮูหยินผู้เฒ่าไป แต่บ่าวไม่รู้ว่าคุณหนูเจ็ดยังขาด

คนปรนนิบัติอยู่หรือไม่…”

อี๋หนิงเข้าใจเจตนาของนางจึงรีบรั้งไว้ “ข้าย่อม

ขาดแน่นอน! สวีมามาท่านอยู่ต่อเถิด”

หากสวีมามายอมอยู่ต่อย่อมเป็นเรื่องประเสริฐ

ที่สุด นางคอยปรนนิบัติรับใช้ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว ไม่

รู้ว่าชีวิตนี้พบเห็นเรื่องราวมามากมายเท่าใด

ตระหนักซึ้งถึงหลักเหตุผลต่าง ๆ มากน้อย

เพียงใด หากไม่ใช่เพราะอี๋หนิงหลังฮูหยินผู้เฒ่า

จากไป สวีมามาคงลากลับบ้านเกิดเพื่อใช้ชีวิต

ช่วงบั้นปลายแล้ว แล้วอี๋หนิงจะปฏิเสธนางได้

อย่างไร

สวีมามาก็ทำใจปล่อยวางอี๋หนิงไม่ได้ ประจวบ

เหมาะที่ข้างกายอี๋หนิงไม่มีบ่าวหญิงชราคอย

ปรนนิบัติ มิสู้ให้นางคอยดูแล เพราะนางเองก็ไม่

ไว้ใจผู้อื่น

เมื่อหลินไห่หรูเห็นสวีมามายอมอยู่ต่อก็ดีใจ หาก

มีนางอยู่ บรรดาสาวใช้บ่าวหญิงชราข้างกายอี๋ห

นิงย่อมไม่มีทางทำผิด

นอกจากนี้ในตระกูลหลัวยังมีเฉินซื่อและสองแม่

ลูกเฉียวอี๋เหนียงไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ทำให้นาง

รู้สึกไม่สบายใจ

นางให้สาวใช้เก็บข้าวของ เตรียมจัดสำรับคํ่า หลัง

กินเสร็จยังต้องไปเฝั้าหน้าโลงต่อ

อี๋หนิงกำลังคิดถึงสมบัติเหล่านั้นที่ท่านย่าทิ้งไว้ให้

ในเมื่อท่านย่าทิ้งไว้ให้นาง นางก็ต้องจัดการให้ดี

เพียงแต่ไม่รู้ว่าควรมอบให้ผู้ใดจัดการจึงจะ

เหมาะสม ที่ผ่านมาล้วนเป็นท่านย่าจัดการด้วย

ตนเอง

นางมองคนที่กำลังกินข้าวข้างกายนางเงียบ

ๆ พี่ชายสามของนาง

——————–

[1] ท่านมอบลูกท้อแก่เรา เราตอบแทนท่านด้วย

ลูกหลี่ หมายถึง ตอบแทนนํ้าใจซึ่งกันและกัน

เหมือนสุภาษิตไทย หมูไปไก่มา

[2] คือกระถางบอนไซ

[3] โจรสลัดหวอโค่ว คือ ‘โจรสลัดญี่ปุั่น’

หรือ ‘โจรสลัดแคระ’ เป็นโจรสลัดที่บุกเข้าไปใน

แนวชายฝังของจีนและเกาหลีตั้งแต่ศตวรรษที่ 13

ถึงศตวรรษที่ 16

[4] พิธีปลดปล่อยนํ้าและดิน เป็นพิธีกรรมทาง

พุทธศาสนาที่ทำให้แก่ผู้ตาย

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 46"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
30/06/2022
7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
25/06/2026
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026
novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
30/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.