Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 51

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 51
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เสียงทำพิธีกรรม ของนักพรตหยุดลงในช่วง

พลบคํ่า ผู้ที่มาแสดงความอาลัยเริ่มบางตา

อีกไม่นานท่านย่าก็จะถูกฝังแล้ว

อี๋หนิงมองดวงอาทิตย์ซึ่งคล้อยตํ่า ขับให้ขุนเขาดู

อ้างว้าง มองแสงตะวันชิงพลบที่ตกกระทบบน

แผ่นกระเบื้องตรงชายคา เป็นอัสดงอันเหน็บ

หนาวมีเพียงแสงไฟจากห้องโถงหลักที่ยังคงสว่าง

ไสว

“เหมยเหมย เจ้ากำลังดูอะไรอยู่” หลัวอี๋ฮุ่ยถาม

นาง

อี๋หนิงเพียงส่ายศีรษะไม่พูดอะไร ในที่สุดบ่าว

หญิงชราในห้องโถงหลักก็เปิดประตู หลัวอี๋ฮุ่ยจูง

มือนางเดินตามหลินไห่หรูเข้าไป

เฉินซื่อนั่งอยู่ในห้องโถงกลาง มีนายท่านใหญ่หลัว

นั่งอยู่ข้างกาย บุรุษในเรือนล้วนอยู่พร้อมหน้า

มองหลัวอี๋ฮุ่ยที่จูงอี๋หนิงเข้ามา สีหน้าเฉินซื่อดูไม่

ค่อยดีนัก ยิ้มพลางเอ่ย “ฮุ่ยเจี่ยเอ๋อร์ อี๋หนิงยัง

เด็กนัก ให้หมัวมัวพาออกไปเล่นด้านนอกเถิด”

“เจี่ยเอ๋อร์น่ารักฟังความ ไม่มีทางรบกวนท่านปั้า

สะใภ้” หลัวอี๋ฮุ่ยยิ้มตอบนางประโยคหนึ่ง

หลัวเซิ่นหย่วนนั่งอยู่ทางด้านขวามือของหลัวอี๋ฮุ่ย

กล่าวด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “อี๋หนิง มาหาพี่ชาย

สามตรงนี้”

อี๋หนิงเดินไปที่ข้างกายเขาอย่างเชื่อฟัง พี่หญิง

ใหญ่ไม่ได้ห้ามปรามเพียงยกถ้วยชาขึ้นดื่ม อี๋หนิง

ไม่รู้ว่าช่วงบ่ายทั้งสองคนพูดคุยอะไรกัน แต่คง

เกี่ยวข้องกับเรื่องแยกบ้านแน่นอน นางเงยหน้า

มองเฉินซื่อ

เฉินซื่อกลั้นลมหายใจไปชั่วขณะ

นางไม่เห็นด้วยกับการแยกบ้าน หลายปีมานี้นาง

เป็นคนดูแลเรื่องต่าง ๆชีวิตของทุกคนก็มิใช่ว่าสุข

สบายดีหรอกหรือ แม้จะกล่าวว่าค่าใช้จ่ายของ

บ้านหลักอาจจะสูงไปบ้าง ทว่าก็เป็นเรื่อง

สมเหตุสมผล หากมองในระยะยาวบ้านรองยังมี

หลัวอี๋ฮุ่ยที่เป็นฮูหยินของติ้งเปั่ยโหวซื่อจื่อและ

ตระกูลฝังมารดาตระกูลกู้แห่งเจินติ้ง แม้หลายปี

มานี้ตระกูลกู้จะเก็บตัว ทว่าท่านผู้เฒ่ากู้ยังถือเป็น

ราชครูของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ตราบใดที่เขายังมี

ชีวิตอยู่ ตระกูลกู้ย่อมไม่มีวันตกตํ่า

บ้านหลักคล้ายเจริญรุ่งเรือง ทว่าหากไร้ที่พึ่งพิง

การดับสูญก็เป็นเรื่องที่บังเกิดได้ในชั่วพริบตา

เฉินซื่อกล่าวกับนายท่านใหญ่หลัวแล้ว อันที่จริง

ในใจนายท่านใหญ่หลัวก็คิดคำนวณไว้นานแล้ว

จึงยอมรับความคิดเห็นของเฉินซื่อเงียบ ๆ นาง

เชิญหลัวเฉิงจางมาเพื่อหารือเรื่องต่าง ๆ ในจวน

หลังจากนี้ ผู้ใดจะคาดคิดว่ากล่าวได้ไม่กี่ประโยค

พวกมนุษย์ปัญญาเลิศแห่งบ้านรองจะเรียงหน้า

เข้ามาทีละคน หลัวเซิ่นหย่วนเข้ามาก่อน จากนั้น

ก็เป็นหลัวอี๋ฮุ่ยที่พาอี๋หนิงเข้ามา

นายท่านใหญ่หลัวกล่าวกับเฉินซื่อไว้ก่อนหน้านี้

แล้ว ว่าน้องรองผู้นี้ไม่เคยตกระกำลำบาก แต่ไหน

แต่ไรชีวิตราบรื่น หากเริ่มลงมือกับเขาย่อมเป็น

เรื่องง่าย

แต่หากต้องลงมือกับหลัวอี๋ฮุ่ยหรือหลัวเซิ่นหย่วน

ก็ถือเป็นเรื่องยากแล้ว

ทว่าในเมื่อทุกคนมากันพร้อมเพรียงก็ไม่มีเหตุผล

จะไล่ออกไป เฉินซื่อให้บ่าวหญิงชรายกสมุดบัญชี

เข้ามา จิบชาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำคอแล้วเอ่ย

ปาก“บ้านนี้ไม่อาจไร้ผู้นำได้แม้เพียงวันเดียว

ก่อนหน้านี้ยามฮูหยินผู้เฒ่ายังมีชีวิตอยู่ เรื่องต่าง

ๆ มีข้าคอยดูแล ข้ายอมรับว่าแม้จะดูแลได้ไม่ดี

นัก แต่ก็ไม่เคยทำสิ่งใดผิดพลาด บัดนี้ฮูหยินผู้

เฒ่าจากไปแล้ว แต่พวกเราก็ไร้เหตุผลที่จะต้อง

แยกบ้านในทันทีทันใด”

นางกล่าวกับหลัวเฉิงจาง “หากน้องรองไม่

รังเกียจ ข้าก็จะรับผิดชอบดูแลต่อไป พี่ชายใหญ่

ของท่านก็มีความคิดเห็นตามนี้ ยามฮูหยินผู้เฒ่า

ยังอยู่ได้มอบงานบางเรื่องให้หลัวเซิ่นหย่วนดูแล

เขายังเยาว์วัยไม่ประสีประสาเรื่องภายนอก เกรง

ว่าจะจัดการเรื่องเบ็ดเตล็ดภายในบ้านได้ไม่ดีนัก

อีกทั้งจะกลับกลายเป็นการฉุดรั้งการเรียนของ

เขา มิสู้มอบเรื่องเหล่านี้ให้ข้าดูแลความเป็นอยู่

ของบ้านรองย่อมไม่มีวันขาดตกบกพร่อง”

อี๋หนิงได้ยินก็รู้สึกว่าน่าขันนัก ยามนายท่านผู้เฒ่า

หลัวยังมีชีวิตได้ออกกฎว่าพี่น้องต้องแบ่งทรัพย์

สมบัติของบรรพบุรุษกันอย่างเท่าเทียม แต่ยามที่

เฉินซื่อเป็นผู้ดูแล ข้าวของในจวนส่วนใหญ่กลับ

ถูกแบ่งไปให้บ้านหลักการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ของสองพี่น้อง หลัวหวยหย่วน หลัวซานหย่วนยิ่ง

กล่าวได้ว่าฟุั่มเฟือย ท่านย่าลืมตาข้างหลับตาข้าง

ในที่สุดก็ไม่อาจทน จึงอนุญาตให้หลัวเซิ่นหย่วน

เปลี่ยนผู้ดูแลของปั้าสะใภ้ บัดนี้นับวันโรงนํ้าชาก็

ยิ่งเฟืองฟู จะพูดว่าดูแลไม่ดีได้อย่างไร

หลัวเฉิงจางมองนายท่านใหญ่หลัว

หลายปีมานี้สองพี่น้องห่างเหินกันไม่น้อย แม้จะ

เป็นพี่น้องร่วมอุทรแต่ก็ไม่ใกล้ชิดสนิทสนม

เจตนาของพี่สะใภ้ก็คือเจตนารมณ์ของเขา

หากบุตรสาวคนโตไม่ได้มาหารือกับเขาก่อนก็คง

ไม่เป็นไร ถ้าต้องยอมอ่อนข้อให้บ้านหลัก มิใช่ว่า

เขาไม่รู้เรื่องเหล่านั้นของบ้านหลัก เพียงแต่เขา

เหมือนกับฮูหยินผู้เฒ่า คิดว่าความปรองดอง

ภายในบ้านเป็นเรื่องสำคัญดังนั้นจึงไม่กล่าวอะไร

“พี่สะใภ้ เรื่องนี้…” หลัวเฉิงจางเอ่ยเนิบช้า “ข้า

ไม่สามารถตัดสินใจได้ท่านหารือกับฮุ่ยเจี่ยเอ๋อร์

เถิด”

จะให้เขาเป็นคนจัดการเฉินซื่อได้อย่างไร พี่ใหญ่

ยังนั่งไม่ปริปากอยู่อีกด้าน

สีหน้าของเฉินซื่อแข็งค้าง ไม่ผิดจากที่คาดไว้ พอ

หลัวอี๋ฮุ่ยกลับมาคนของบ้านรองก็ราวกับพบแกน

กระดูก แต่ละคนต่างวางท่าขึงขัง นางมองไปที่

หลัวอี๋ฮุ่ยอีกครั้ง คลี่ยิ้มก่อนจะเอ่ย “เจี่ยเอ๋อร์เป็น

สตรีที่แต่งงานออกไปแล้ว ทว่าด้วยฐานะของเจี่ย

เอ๋อร์ หากจะจัดการดูแลเรื่องในตระกูลหลัวก็ใช่

ว่าจะเป็นไปไม่ได้…”

ความหมายประโยคนี้ของเฉินซื่อคือไม่อยากให้

หลัวอี๋ฮุ่ยเข้ามายุ่ง

เมื่อหลัวอี๋ฮุ่ยฟังถึงตรงนี้ก็ลุกขึ้น ยิ้มบาง “ปั้า

สะใภ้กล่าวได้ถูกต้อง แม้ข้าจะแต่งออกไปแล้ว

แต่สถานะบุตรีสายตรงคนโตยังอยู่ น้องชาย

น้องสาวยังเยาว์วัย เซิ่นหย่วนกำลังยุ่งกับการเล่า

เรียน หากข้าไม่ดูแลแล้วผู้ใดจะดูแลเล่า”

ประโยคตอกกลับนี้ทำให้เฉินซื่อต้องสำลัก หลัวอี๋

ฮุ่ยพูดต่อ “ข้าย่อมไม่เห็นด้วย” นางคารวะให้

เฉินซื่อ เงยหน้าขึ้น “ข้ากับท่านพ่อขบคิดอยู่

หลายวัน ในเมื่อปั้าสะใภ้มีข้อคิดเห็น ข้าเองก็มี

ความเห็นหนึ่งเช่นกัน มิสู้พวกเราแยกบ้านจะ

เหมาะสมกว่า”

เฉินซื่อคาดเดาถึงเจตนาของหลัวอี๋ฮุ่ยได้ล่วงหน้า

แต่เมื่อได้ยินก็ยังรู้สึกไม่พอใจ “คำกล่าวนี้ของฮุ่ย

เจี่ยเอ๋อร์ดูไร้ไมตรีไปหน่อยกระมังฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่ง

จากไป พวกเราสองบ้านควรรักใคร่ปรองดอง

หากแยกบ้านจะมิเท่ากับอกตัญูต่อหญิงชรา

หรอกหรือ หากนางที่อยู่ในปรโลกล่วงรู้เกรงว่าคง

สะเทือนใจเป็นแน่!”

หลัวอี๋ฮุ่ยจะทนถูกนางกล่าวหาด้วยคำว่าอกตัญู

ได้อย่างไร นางมองเฉินซื่อ กล่าวว่า “เพราะ

คำพูดของปั้าสะใภ้ ก่อนท่านย่าจะสิ้นใจจึงไม่ได้

พบหน้าอี๋หนิง หลังท่านย่าจากไป ท่านก็รีบไล่

หลานสาวสุดที่รักของนางให้ไปอาศัยอยู่ในเรือน

ร้าง ข้าไม่แน่ใจว่าคำว่าอกตัญูนี้ควรจะไปตกอยู่

ที่ผู้ใดกันแน่! ท่านย่าควรต้องเสียใจเพราะผู้ใด”

เฉินซื่อบิดผ้าเช็ดหน้าแน่น หลัวอี๋ฮุ่ยรักเอ็นดูหลัว

อี๋หนิงน้องสาวคนนี้ของนางมากที่สุด ยามนี้เมื่อ

กลับมา ทุกประโยคที่ไล่บีบคั้น มิใช่มีเจตนาพูด

เพื่อน้องสาวของนางหรืออย่างไร!

หลัวซานหย่วนเห็นเฉินซื่อไม่ปริปากก็ลุกขึ้นโดย

พลัน

“คำกล่าวนี้ของพี่หญิงใหญ่ประหนึ่งเห็น

เหตุการณ์ด้วยตนเอง”หลัวซานหย่วนเป็น

บุตรชายของเฉินซื่อ ย่อมต้องช่วยพูดแทนเฉินซื่อ

“วันนั้นที่ท่านแม่ให้น้องสาวเจ็ดกลับไปเพราะ

ห่วงสุขภาพของนาง ทันทีที่นางก้าวออกจาก

ประตู ท่านย่าก็สิ้นใจ เรื่องนี้ท่านจำเป็นต้อง

กล่าวโทษท่านแม่ให้ได้หรืออย่างไร”

มุมปากของหลัวซานหย่วนแฝงรอยยิ้มหยัน

“เรื่องนี้ย่อมต้องพูดถึงเหตุผลด้วย แต่ไหนแต่ไร

น้องสาวเจ็ดมีนิสัยดื้อรั้น วันนั้นนางเอาแต่ยืน

กรานไม่ยอมกลับ หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ให้นาง

กลับไป นางจะยอมจากไปหรือหรือนางจะต้อง

ก่อความวุ่นวายให้ได้ ทรมานตัวเองจนล้มปั่วยให้

ได้เล่า”

หลินไห่หรูได้ยินประโยคนี้ของเขาก็นึกถึงภาพ

เหตุการณ์ที่อี๋หนิงร้องไห้สะอึกสะอื้นเจียนขาดใจ

นางโมโหจนตัวสั่นเทา! เรื่องนี้นางยังไม่เคยคิด

บัญชีกับเฉินซื่อเลย มาบัดนี้กลับถูกหลัวซานหย่

วนกลับดำให้เป็นขาวแล้ว หลินไห่หรูหัวเราะ

ทันที “ตามคำกล่าวของคุณชายรอง การที่

พี่สะใภ้ให้อี๋หนิงย้ายไปอยู่ที่เรือนลู่หมิงก็เพื่อตัว

นางเองเช่นนั้นรึ เรือนลู่หมิงไร้คนอยู่อาศัยมา

นาน ตัวเรือนร้างทรุดโทรม แต่กลับให้อี๋หนิงที่

เป็นเพียงเด็กคนหนึ่งไปอยู่ที่นั่น พี่สะใภ้มี

แผนการใดอยู่กันแน่!”

หลัวหวยหย่วนรู้ว่าน้องชายกำลังเพลี่ยงพลํ้าก็ดึง

เขาให้นั่งลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกล่าว “เขาเป็น

คนตรงไปตรงมา พูดจาไม่รู้จักยั้งปาก ทำให้อา

สะใภ้รองต้องโมโหแล้ว ข้าขออภัยอาสะใภ้รอง

แทนเขาด้วย เพียงแต่เรื่องการแยกบ้านนี้ไม่

จำเป็น ท่านเองก็อย่าได้กล่าวโทษท่านแม่ ท่าน

แม่ดูแลตระกูลหลัวมานาน แม้จะไร้ผลงานแต่ก็มี

คุณความดี…”

หลัวหวยหย่วนสมกับเป็นคนมีความสามารถ

พูดจาดูมีสติปัญญากว่าหลัวซานหย่วน

หลายเท่าตัว

อี๋หนิงฟังถึงตรงนี้ก็ก้าวเท้าออกมาก้าวหนึ่ง ถาม

เสียงเบา “พี่ชายใหญ่ปกติอี๋หนิงดีต่อท่าน

หรือไม่”

หลัวหวยหย่วนมองอี๋หนิงที่ยืนอยู่ข้างกาย

หลัวเซิ่นหย่วน กำลังเงยหน้ามองเขา ชั่วขณะ

หนึ่งเขาไม่เข้าใจความหมายของนาง จึงตอบด้วย

นํ้าเสียงอ่อนโยน “อี๋หนิงปฏิบัติต่อพี่ชายอย่าง

สนิทสนมยิ่ง”

“ในเมื่ออี๋หนิงปฏิบัติต่อพี่ชายใหญ่อย่างสนิทสนม

มาโดยตลอด เหตุใดพี่ชายใหญ่จึงปฏิบัติต่ออี๋หนิง

เยี่ยงนี้ พี่ชายใหญ่กล่าวว่าพี่ชายรองเป็นคน

ตรงไปตรงมา หมายความว่าสิ่งที่พี่ชายรองกล่าว

ออกมาล้วนเป็นความจริงวันที่ท่านย่าจากไปล้วน

เป็นเพราะความผิดของอี๋หนิงทั้งสิ้น ไม่อาจ

กล่าวโทษผู้อื่นได้เช่นนั้นหรือ” อี๋หนิงมองหลัว

หวยหย่วนที่วางท่าเป็นบุรุษถ่อมตนก็รู้สึกหนาว

เหน็บในใจแทนเสี่ยวอี๋หนิง แววตาของนางสงบ

นิ่งทว่าสุกสกาว“พี่ชายใหญ่หมายความเช่นนี้ใช่

หรือไม่”

หลัวหวยหย่วนอ้าปากแล้วหุบ ผ่านไปชั่วครู่ถึงได้

กล่าว “น้องสาวเจ็ดเข้าใจผิดแล้ว แต่ไหนแต่ไรมา

พี่ชายใหญ่รักเอ็นดูเจ้ามาโดยตลอด จะกล่าวถึง

เจ้าเยี่ยงนี้ได้อย่างไร เพียงแต่การแยกบ้านในยาม

นี้บ่งชี้ถึงความไม่กตัญูจริง ๆ พี่ชายใหญ่ถึงได้

เอ่ยปากสักสองประโยค”

ในยามนี้เองหลัวเซิ่นหย่วนก็ลุกขึ้น ก้าวออกไป

ข้างหน้าหนึ่งก้าว โอบไหล่ของสาวน้อย ก่อนจะ

รั้งให้นางถอยมายืนด้านหลังตน

“พี่ชายใหญ่กล่าวได้ถูกต้อง การแยกบ้านในยาม

นี้แสดงให้เห็นถึงความไม่กตัญูจริง ๆ” หลัวเซิ่น

หย่วนกล่าวด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “ทว่าพวกเรา

ยังพูดไม่จบ ที่แยกบ้านไม่ใช่หมายถึงการแยก

บ้านจริง ๆ แต่เป็นการแบ่งกิจการ ที่นา

ทรัพย์สิน และบ้านเรือนต่าง ๆ ส่วนการประกอบ

พิธีเซ่นไหว้ท่านย่า พวกเรายังคงกระทำร่วมกัน นี่

ถือเป็นการดำรงไว้ซึ่งความกตัญูแล้ว

นอกจากนี้การแบ่งแยกให้ชัดเจนก็เพื่อหลีกเลี่ยง

ไม่ให้เกิดข้อพิพาทในภายหลัง วิธีนี้เป็นการสร้าง

ความสมานฉันท์ภายในครอบครัว ไม่มีจุดใดบ่งชี้

ว่าไม่เข้าหลักกตัญู จากมุมมองของคนภายนอก

ตระกูลหลัวยังคงเป็นตระกูลหลัว ต่อให้มีข่าวลือ

เล็ดลอดออกไป ก็จะมีแต่คำกล่าวว่าพี่ปฏิบัติกับ

น้องดุจสหาย น้องเคารพนับถือพี่ ท่านลุงมีความ

คิดเห็นเป็นอย่างไรขอรับ”

หลัวเซิ่นหย่วนหันไปถามนายท่านใหญ่หลัวที่

เงียบขรึมมาโดยตลอด

นายท่านใหญ่หลัวฟังแล้วก็เข้าใจความหมายของ

หลัวเซิ่นหย่วน

เขากำลังกังวล เดิมสถานะของเขาในราชสำนักก็

นับว่ากำลังยํ่าแย่ หากมีเรื่องความไม่สงบสุขใน

ครอบครัวแพร่สะพัดออกไปจนทำให้ฝั่ายตรวจ

การหาเรื่องยื่นฟั้องเขาได้ เกรงว่าสิ่งที่รออยู่คงมี

แต่เรื่องยุ่งยาก ฝั่ายตรวจการเหล่านั้นไม่แยกแยะ

ถูกผิด สักแต่จะหาเรื่องร่างฎีกาถวายฮ่องเต้รํ่าไป

ต่อให้ขุนนางผู้นั้นมีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใด พวก

เขาก็ไม่เกรงกลัว

เขามองหลัวเซิ่นหย่วน เอ่ยด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ

“เอาเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าเห็นว่าหลัวเซิ่นหย่

วนพูดได้มีเหตุผล สามารถแยกบ้านได้”

เฉินซื่อได้ยินสามีกล่าวเช่นนี้ก็ร้อนรน “ท่านพี่ จะ

ทำเช่นนี้ได้อย่างไร…”

นายท่านใหญ่หลัวโบกมือ “เจ้าเรียกหมัวมัวที่

ดูแลผืนนาร้านค้าให้เจ้าออกมา แบ่งทรัพย์สินใน

บ้านให้เรียบร้อย เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว และ

ไม่ต้องเชิญผู้ดูแลทะเบียนราษฎรเข้ามา เจ้าหารือ

กับฮุ่ยเจี่ยเอ๋อร์ก็พอ”เขาพูดจบก็เรียกหาบ่าวรับ

ใช้ข้างกาย ลุกขึ้นเดินออกจากห้องโถงหลัก

หลัวเฉิงจางเห็นพี่ใหญ่ตนจากไปก็กำชับหลัวอี๋ฮุ่

ยอยู่สองสามประโยคก่อนจะเดินตามไป

เฉินซื่อไม่สบอารมณ์ จะให้แบ่งอย่างเท่าเทียมได้

อย่างไร คนในบ้านหลักมีตั้งมากมาย จะกินดื่ม

กันอย่างไร! ต่อไปหวยหย่วนกับซานหย่วนยังต้อง

สอบเคอจวี่ เรื่องความเป็นอยู่ไม่อาจด้อย นาย

ท่านใหญ่หลัวไม่ได้เป็นคนดูแลบ้าน จะรู้ได้

อย่างไรว่าข้าวของแพงเพียงใด อาศัยเพียงเบี้ยขุน

นางอันน้อยนิดของเขา ทั้งบ้านคงทำได้เพียงดื่ม

ลมตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว[1] นางข่มกลั้น

อารมณ์พลุ่งพล่าน กล่าวด้วยนํ้าเสียงเยือกเย็น

“ในเมื่อนายท่านใหญ่เอ่ยปากแล้ว เช่นนั้นก็เอา

ทรัพย์สินในบ้านมาแบ่งกัน เพียงแต่มีจุดหนึ่งที่ข้า

ไม่อาจยินยอม อี๋หนิงได้รับสมบัติที่ฮูหยินผู้เฒ่าทิ้ง

ไว้ให้แล้วข้าซึ่งเป็นปั้าสะใภ้ของนางจะไม่สาว

ความยาวอีกว่าสมบัติเหล่านั้นมีมากน้อยเพียงใด

ทว่าสมบัติที่แบ่งกัน บ้านรองต้องได้รับน้อยกว่า

ส่วนหนึ่ง นี่ถือเป็นเรื่องสมควร”

หลินไห่หรูฟังถึงตรงนี้ก็ไม่อาจสะกดกลั้น ตบโต๊ะ

ลุกขึ้นยืนโดยพลัน“ให้มันได้อย่างนี้เถอะเฉินหลัน!

ปกติมิใช่หยิ่งผยองนักหรือ มาวันนี้กลับคิดเล็กคิด

น้อยขึ้นมา ข้าเห็นว่าเจ้าไม่ได้ต่างอันใดจากหญิง

อัตคัดแถวตลาดเท่าไร อี๋หนิงได้รับส่วนแบ่งนิด

หน่อยเจ้าก็อิจฉาตาร้อนเสียแล้ว ในนั้นไม่ได้มี

เพียงข้าวของที่ฮูหยินผู้เฒ่าทิ้งไว้ แต่ยังเป็นสมบัติ

ที่ท่านแม่ของนางทิ้งไว้ให้ เหตุใดถึงต้องรวมกับ

ทรัพย์สมบัติของตระกูลด้วย”

หากเป็นเพราะอี๋หนิง บ้านรองจึงได้รับส่วนแบ่ง

น้อยลง เรื่องนี้จะทำให้ผู้อื่นในบ้านรองมองอี๋หนิง

อย่างไร หลินไห่หรูไม่มีทางนั่งมองเฉย ๆ โดยไม่

สนใจ

เฉินซื่อไม่เคยถูกหลินไห่หรูเหยียดหยามต่อหน้า

ต่อตาเช่นนี้มาก่อนเดิมทีทั้งสองคนก็ก่อสงคราม

เย็นมานานแล้ว เมื่อได้ยินหลินไห่หรูดูหมิ่นตน

เฉินซื่อย่อมไม่อาจทน นางตบโต๊ะ “เจ้ากล้ากล่าว

วาจาเช่นนี้กับข้าหรือ!ตระกูลเฉินของข้าเป็น

ตระกูลบัณฑิต เจ้าจะเอาตระกูลหลินที่เป็น

ตระกูลพ่อค้าเห็นแก่เงินมาเทียบได้อย่างไร! ที่ข้า

ทำเพื่อเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้นไม่ใช่เพราะฮู

หยินผู้เฒ่าไร้ความยุติธรรมหรอกหรือ หากแพร่ง

พรายออกไปก็มีแต่จะทำให้เป็นที่ขบขันของ

ผู้อื่น!”

หากเฉินซื่อไม่โต้เถียงกับหลินไห่หรูก็ยังดี แต่เมื่อ

โต้เถียงขึ้นมาต่อให้นางสิบคนก็ไม่อาจสู้หลินไห่

หรูได้ ความเชี่ยวชาญของทั้งสองคนแตกต่างกัน

ยามปกตินางมักสอนให้ลูก ๆ รู้จักเหตุผล ทว่า

หลินไห่หรูกลับก่นด่าเฉียวอี๋เหนียงในห้องเป็น

เรื่องธรรมดา

“อะไรคือไร้ความยุติธรรม พล่ามไปพล่ามมาก็

มิใช่เพื่อเงินหรอกหรือ!จะกล่าววาจาทรงเกียรติ

พรรค์นี้ไปไย ท่านมันก็แค่คนหน้าซื่อใจคด หาก

ท่านพูดมาตามตรงว่าขัดสนเงินทอง ข้าจะรีบ

กลับไปที่ตระกูลหลินเอาเงินมาให้ท่าน ท่านอยาก

ได้เท่าไร ข้าก็จะเอามาให้ตามที่ท่านต้องการ!”

จริตการพูดจาของหลินไห่หรูเย่อหยิ่งอย่างยิ่ง

“เหตุใดต้องเอาเด็กมาเป็นข้ออ้าง ข้าเห็นยังรู้สึก

อับอาย! หากฮูหยินผู้เฒ่ารับรู้ เกรงว่าคงต้อง

กลับมาหาท่านกลางดึกท่านยังกล้ากล่าวอ้างว่า

เป็นตระกูลบัณฑิตอีกหรือ มีตระกูลบัณฑิต

ตระกูลใดบ้างที่อบรมสั่งสอนคนเช่นท่าน

ออกมา!”

เฉินซื่อฟังคำของหลินไห่หรูก็เดือดดาลจนเนื้อตัว

สั่นเทา เมื่อบัณฑิตเจอพลทหาร แม้มีเหตุผล

มากมายกลับไม่อาจใช้ จะกลัวก็กลัวการด่ากราด

เช่นนี้ของหลินไห่หรู นางไม่เคยรู้ว่าการไว้หน้า

ผู้อื่นเป็นเช่นไร

หลัวอี๋ฮุ่ยนั่งอยู่ด้านข้าง รอให้หลินไห่หรูแสดง

ฝีมือจนจบ สำหรับทักษะนี้ แม่เลี้ยงนับว่าเป็น

ผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อเห็นว่าเฉินซื่อกล่าวคำใดไม่ออกอยู่นานค่อน

วัน หลัวอี๋ฮุ่ยถึงได้ยิ้มก่อนจะเอ่ยปาก “ปั้าสะใภ้

อย่าได้โมโหไป ท่านแม่ของข้าเป็นคน

ตรงไปตรงมาคำพูดคำจาไร้ซึ่งการยับยั้ง พวกเรา

ต่างเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ท่านอย่าได้

โมโหจนเสียสุขภาพ ข้าว่าท่านแม่เข้าใจปั้าสะใภ้

ผิดแล้ว แต่ไหนแต่ไรมาปั้าสะใภ้ก็เห็นเงินทองดุจ

มูลสัตว์ จะมาแย่งชิงสมบัติที่บ้านรองสมควรได้

เพราะเงินทองเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ท่านย่าทิ้งไว้ให้อี๋ห

นิงได้อย่างไร ปั้าสะใภ้ย่อมล้อเล่นเป็นแน่”

เฉินซื่อถูกครอบครัวนี้ตอกกลับจนอับจนคำพูด

นางเกือบจะระเบิดโทสะ อะไรที่ว่าเงินเล็กน้อย

สมบัติที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวทิ้งไว้ให้อี๋หนิงมีมูลค่า

เกือบหมื่นตำลึง! อะไรคือเงินทองดุจมูลสัตว์

เมื่อไรกันที่นางมองทรัพย์สมบัติเป็นดุจมูลสัตว์!

เพราะคำกล่าวนี้ของหลัวอี๋ฮุ่ย กระทั่งสองพี่น้อง

หลัวหวยหย่วนหลัวซานหย่วนยังหาจุดโต้เถียง

กลับไม่ได้

พูดได้มีเหตุมีผลเหลือเกิน เฉินซื่อสมควร

แบ่งสันปันส่วนอย่างเท่าเทียมจริง ๆ

อี๋หนิงที่อยู่ด้านข้างอยากจะปรบมือให้ พี่หญิง

ใหญ่ช่างมีความสามารถนัก หากนางเป็นเฉินซื่อ

คงโมโหจนจุกอกอับจนวาจา

ในยามนี้เองหลัวเซิ่นหย่วนก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง บ่าว

รับใช้ด้านข้างส่งกล่องใบหนึ่งให้เขา เขารับ

มาแล้วเดินไปเบื้องหน้าเฉินซื่อ “ข้ามีสมุดบัญชี

อยู่สองสามเล่ม มอบให้ปั้าสะใภ้ไว้ดูอ้างอิง

ขอรับ”

เฉินซื่อรับสมุดบัญชีมา ทันทีที่เปิดออกดู ใบหน้า

ก็พลันเปลี่ยนสีสุดท้ายนางก็ปิดสมุดบัญชี กล่าว

ด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “หมัวมัว เอาสมุดบัญชี

ของตระกูลหลัวออกมา โฉนดผืนนาที่ดินก็เอา

ออกมาด้วย คืนนี้แบ่งสันปันส่วนให้เรียบร้อย

ต่อไปก็ไม่ต้องกล่าวถึงแล้ว”

สมุดบัญชีเล่มนั้นถูกนางกำแน่น คล้ายกับอย่างไร

ก็ไม่มีทางปล่อย

หลัวเซิ่นหย่วนพูดด้วยรอยยิ้ม “ปั้าสะใภ้เก็บของ

สิ่งนี้ไว้ให้ดี ท่านไม่ต้องวิตกกังวลไป ที่ข้ายังมีอีก

มาก รอเมื่อผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้ว พรุ่งนี้เช้าจะเอา

ที่เหลือทั้งหมดไปมอบให้ท่านขอรับ”

เฉินซื่อขบฟันแน่นไม่ปริปาก แม้แต่สิ่งนี้หลัวเซิ่น

หย่วนก็ยังเอาออกมาได้ นางไม่มีอะไรให้กล่าว

แล้ว

เปลวไฟจากเทียนสว่างไสวถึงกลางดึก ตรวจนับ

อยู่หลายชั่วยามสุดท้ายเฉินซื่อก็ก้าวออกจากห้อง

โถงหลักด้วยสีหน้าเขียวคลํ้าประหนึ่งถูกแล่เนื้อ

ออกมาชั้นหนึ่ง

หลินไห่หรูถือสมุดบัญชีพลางถอนใจ “ที่แท้

ตระกูลเราก็นับว่ารํ่ารวยไม่น้อย!”

หลัวอี๋ฮุ่ยหันหน้าไป รออี๋หนิงกับหลัวเซิ่นหย่วนที่

เดินตามอยู่ด้านหลังกระทั่งหลัวเซิ่นหย่วนเดิน

ขึ้นมาจึงเอ่ยถาม “สมุดบัญชีที่ปั้าสะใภ้ลอบทำไว้

เจ้าเอามาได้อย่างไร”

“ผู้ดูแลโรงนํ้าชาถูกข้าสับเปลี่ยนคน ผู้ดูแลคนอื่น

กลัวว่าข้าจะไปยุ่งกับพวกเขาจึงมอบสิ่งเหล่านี้

ออกมาให้ข้านานแล้ว” หลัวเซิ่นหย่วนตอบด้วย

นํ้าเสียงเรียบเฉย ไม่ต่างจากยามปกติ

นั่นมิเท่ากับว่าเขาลอบวางแผนไว้นานแล้วหรือ…

อี๋หนิงมองนิ้วเรียวยาวของพี่ชายสามของนาง

ทันใดนั้นก็ไม่รู้ว่าควรกล่าวอะไร

จิตใจของหลัวเซิ่นหย่วนแยบยลลึกซึ้ง ยากจะมี

ผู้ใดทัดเทียม

“เหมยเหมย ข้ากลับไปอาบนํ้าเข้านอนเป็นเพื่อน

เจ้าดีกว่า ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าเจ้าตื่นไม่ไหวแน่”

หลัวอี๋ฮุ่ยไม่พูดสิ่งใดก็เกลี้ยกล่อมให้อี๋หนิงจับจูง

มือของนาง ก่อนจะปรายตามองหลัวเซิ่นหย่วน

คราหนึ่ง แล้วจูงอี๋หนิงเดินไปยังเรือนปีกด้านข้าง

อี๋หนิงหันกลับไปโบกมือให้พี่ชายสาม ยังไม่ทันพูด

อะไรก็ถูกพี่หญิงใหญ่จูงเดินไปไกล นางเห็น

หลัวเซิ่นหย่วนยืนอยู่ตรงนั้น ร่างเปล่าเปลี่ยวใน

คืนรัตติกาล แสงไฟจากตะเกียงสาดส่องด้านข้าง

ของเขา แต่ไม่อาจเห็นสีหน้าของเขาได้ชัดเจน

หัวใจนางพลันสัมผัสได้ถึงความเศร้าสลดเล็กน้อย

กล่าวไม่ถูกว่าเป็นเพราะเหตุใด

——————–

[1] ดื่มลมตะวันตกเฉียงเหนือ หมายถึง อดตาย

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 51"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
30/09/2023
c97a835-novelpdf
ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70
19/07/2025
624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
06/08/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.