Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 52

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 52
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เรื่องแยกบ้าน เฉียวอี๋เหนียงเพิ่งได้ทราบจากบ่าว

หญิงชราในวันรุ่งขึ้น

หลัวอี๋เหลียนส่งน้องชายให้หมัวมัวดูแล ปั้อนนํ้า

ให้เขาดื่ม นางกล่าวด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบานุ่มนวล

“…ครานี้ฮูหยินได้เปรียบครั้งใหญ่ ทรัพย์สมบัติ

ทั้งหมดของท่านย่าตกอยู่ที่อี๋หนิง”

ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลัวอี๋เหลียนเพิ่งรู้ว่าฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้อี๋หนิงมีจำนวนมาก

ไม่น้อยเลยเชียว

หลังจากนางรู้ สายตาที่มองอี๋หนิงก็ประหนึ่งเห็น

พระพุทธรูปทองคำองค์เล็ก ๆ

เรื่องนี้ทั้งเฉียวอี๋เหนียงและหลินไห่หรูต่างได้รับ

ผลประโยชน์ ดังนั้นนางจึงไม่มีความคิดเห็นใด

นางเอนกายบนเบาะเอน พูดด้วยนํ้าเสียงเรื่อย

เฉื่อย“เมื่อพี่หญิงใหญ่ของเจ้ากลับมา ข้าก็รู้ว่า

ต้องมีวันนี้ ไม่เช่นนั้นนางจะรีบร้อนกลับมาด้วย

เหตุใด…” สาวใช้ใช้ค้อนหยกทุบขาให้เฉียวอี๋

เหนียง เฉียวอี๋เหนียงปรือตาลงครึ่งหนึ่ง หลังจาก

หลัวอี๋ฮุ่ยกลับมา นางก็ไม่เคยได้นอนอย่างสงบสุข

อีกเลย การตื่นเช้าทำให้นางปวดศีรษะ

หลัวอี๋เหลียนลุกขึ้น นวดขมับให้เฉียวอี๋เหนียง

เอ่ยถามอย่างลังเล“ท่านแม่ ฮูหยินจะเก็บสมุด

บัญชีไว้ในมือหรือไม่…”

เฉียวอี๋เหนียงโบกมืออย่างไร้เรี่ยวแรง พูดกับ

บุตรสาว “นางเป็นฮูหยินถูกต้องตามธรรมเนียม

ข้าเป็นเพียงอนุ อย่างไรก็ไม่อาจก้าวข้ามนาง ยิ่ง

ไปกว่านั้น การได้ดูแลสมุดบัญชีสำคัญอย่างไร ฮู

หยินมีตระกูลมารดาคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

ท่านพ่อของเจ้าย่อมยินดีมอบสิ่งเหล่านั้นให้นาง

ดูแลแต่พวกเรามีเพียงท่านพ่อของเจ้า”

แววตาของเฉียวอี๋เหนียงแปรเปลี่ยนโดยพลัน

หลายปีมานี้นางเรียนรู้อุปนิสัยของหลัวเฉิงจาง

อย่างถ่องแท้แล้ว

เขารักเอ็นดูนาง ทั้งยังยินดีให้โฉมงามคนนี้อยู่ข้าง

กาย ทว่าทุกสิ่งมีขอบเขต หลัวเฉิงจางไม่ใช่คนที่

รักเอ็นดูอนุจนยอมทำลายภรรยา เขารู้ว่าภรรยา

เอกมีความสำคัญ ไม่เช่นนั้นคงไม่ยอมหลินซื่อมา

นานกว่าห้าปีหลัวเฉิงจางโปรดปรานสตรีเช่นนาง

ที่ดูนุ่มนวลน่าสงสารดุจเถาวัลย์ที่เลื้อยเกี่ยวเขา

จนเติบใหญ่ ตราบใดที่นางไม่ลํ้าเส้น เขาก็จะรัก

เอ็นดูนางตลอดไป

การแต่งตั้งอนุเป็นภรรยาเอกมีเพียงตระกูลพ่อค้า

ที่ไร้การศึกษาเท่านั้นที่จะทำ ตระกูลหลัวไม่มีทาง

ยอมให้เกิดเรื่องพรรค์นี้ เฉียวอี๋เหนียงเองก็ไม่เคย

มีความคิดนี้ เดิมทีตอนที่หลินไห่หรูแต่งเข้ามา

นางก็เคยกังวลยามนั้นเซวียนเกอร์ยังไม่เกิด นาง

จับจ้องท้องของหลินไห่หรูเขม็ง ไม่กล้าวางใจ

เมื่อหลินไห่หรูเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน นางก็ยิ่ง

กังวล จนกระทั่งสองปีต่อมานางมีเซวียนเกอร์

ทว่าหลินไห่หรูกลับไร้การเคลื่อนไหวใด ๆเฉียวอี๋

เหนียงถึงได้วางใจ

หลัวอี๋เหลียนเองก็ไม่อยากให้เฉียวอี๋เหนียงเข้าไป

ช่วงชิงอะไร ทว่าสิ่งดีทุกอย่างล้วนตกอยู่ที่หลัว

อี๋หนิง ต่อให้นางวิงวอนอย่างน่าสงสารเพียงใดก็

ไม่มีทางได้รับสิ่งเหล่านั้น หลัวอี๋เหลียนมอง

กระถางปะการังที่วางอยู่บนโต๊ะสูง สีแดงวิจิตรยิ่ง

บุตรจากอนุเช่นพวกนางแตกต่างจากบุตรสาย

ตรง ไม่เคยมีสิ่งใดส่งตรงมาถึงมือนาง มีแต่ต้องไป

ช่วงชิงมาด้วยตนเอง

ราตรีนี้หลัวเฉิงจางมาพักผ่อนที่เรือนของเฉียวอี๋

เหนียง

เฉียวอี๋เหนียงไล่สาวใช้ออกไป บิดผ้าปรนนิบัติ

หลัวเฉิงจางล้างหน้าด้วยตนเอง

ช่วงกลางวันหลัวเฉิงจางหารือกับหลินไห่หรู

แม้ว่าจะมีหลัวอี๋ฮุ่ยกับอี๋หนิงคอยช่วยคลาย

บรรยากาศอยู่ด้านข้าง เขาก็ยังต้องอดกลั้นไฟ

โทสะที่สุมเต็มท้อง เขาชื่นชอบความอ่อนโยน

วาจาอ่อนหวานของเฉียวอี๋เหนียงรอจนอยู่บน

เตียง เฉียวอี๋เหนียงก็แนบกายเข้ามาข้างตัวเขา

“อนุได้ยินว่าอี๋หนิงได้รับทรัพย์สมบัติจากฮูหยินผู้

เฒ่า ในภายหน้าสามารถเอาไปเป็นสินเดิมได้ อนุ

ดีใจแทนนางยิ่งนัก เหมยเจี่ยเอ๋อร์ถือกำเนิดจาก

สายตรงฮูหยินผู้เฒ่าจึงโปรดปรานนางมาก น่า

สงสารก็แค่เหมยเจี่ยเอ๋อร์ ปกติก็ปรนนิบัติฮูหยิน

ผู้เฒ่าอย่างเคารพ เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าจากไป นางยัง

เสียใจอยู่นาน…”

หลัวเฉิงจางโอบเอวเฉียวอี๋เหนียงพลางปลอบ

ประโลม “มอบให้เหมยเจี่ยเอ๋อร์ก็เท่ากับมอบให้

บ้านรอง เจ้าวางใจเถิด ข้าเฝั้าดูเหลียนเจี่ยเอ๋อร์

เติบใหญ่ อุปนิสัยของเด็กคนนี้อ่อนโยน ภายหน้า

เมื่อแต่งออกไป ข้าย่อมไม่มีทางปฏิบัติต่อนาง

อย่างเลวร้าย…”

เฉียวอี๋เหนียงไม่ได้รับคำสัญญาที่เป็นรูปธรรมแต่

อย่างใด ทว่านี่ถือเป็นท่าทีของหลัวเฉิงจางแล้ว

เขาให้ความสำคัญกับบุตรีสายตรง แต่ก็ยังรัก

เอ็นดูเหลียนเจี่ยเอ๋อร์ซึ่งเป็นบุตรของอนุ เฉียวอี๋

เหนียงซบลงบนไหล่ของหลัวเฉิงจาง มืออ่อนนุ่ม

โอบกอดเขา ดูอ่อนละมุนดุจสายธาร

ม่านกระโจมถูกปลดลง แสงไฟในห้องยังคงสว่าง

ไสว

หลินไห่หรูกับเฉินซื่อทะเลาะฉีกหน้ากันครั้งหนึ่ง

หลายวันมานี้ เมื่อทั้งสองคนต้องเผชิญหน้ากันจึง

ต่างคนต่างหน้าดำหน้าแดง

เฉินซื่อถูกหลินไห่หรูทำให้อับอายก็ถือตน ไม่

สนใจไยดีหลินไห่หรูอีกทว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลิน

ไห่หรูทะเลาะวิวาท อารมณ์นางไม่ได้อ่อนไหวถึง

ขั้นนั้น ไม่นานนางก็ไม่ใส่ใจเรื่องนี้อีก มีเพียงเฉิน

ซื่อที่ยังคงทุกข์ทรมาน

หลัวอี๋ซิ่วมาหาอี๋หนิง เมื่อกลับไปก็ถูกเฉินซื่อมอง

ด้วยสายตาเย็นชา

นายท่านใหญ่หลัวเห็นเช่นนั้น ในที่สุดก็อดตำหนิ

นางไม่ได้ “เจ้าก็รู้ว่าหลินซื่อมีภูมิหลังอย่างไร จะ

ไปถือสาอะไรกับนาง! เจ้าเป็นพี่สะใภ้ของนางแต่

กลับไม่ใจกว้างเท่านาง หากเรื่องนี้แพร่งพราย

ออกไป ผู้คนจะพูดว่านางหรือเจ้าที่ทำตัวไม่

เหมาะสมกันแน่”

เมื่อเฉินซื่อได้ยินก็โกรธ นึกถึงตอนที่นายท่าน

ใหญ่หลัวจากไปกลางคันก็พูดพร้อมกับขอบตา

แดงกํ่า “ไม่ใช่เพราะข้าคิดคำนวณแทนพวกท่าน

หรือ!หากบ้านนี้มีข้าที่ต้องกินข้าวเพียงคนเดียว

ข้าจะต้องต่อสู้แก่งแย่งสิ่งเหล่านั้นกับหลินไห่หรู

ทำไม ปล่อยให้ตายไปก็สิ้นเรื่องแล้ว! แต่พวกท่าน

แต่ละคนกลับเอาแต่เข้าข้างคนอื่น ข้าจะโมโหก็

ยังไม่ได้อีกหรือ”

หลัวอี๋ซิ่วมองพ่อแม่ทะเลาะกัน ทั้งยังเพราะนาง

เป็นต้นเหตุ นางก็รีบกลืนบัวลอยแปั้งหมักที่กัด

อยู่ในปาก ก่อนจะเดินเข้าไปห้ามปราม

นายท่านใหญ่หลัวรู้มาโดยตลอดว่าเฉินซื่อเป็นคน

แข็งกร้าว นางถูกกดดันจนร้องไห้เช่นนี้ เห็นทีว่า

หลายวันมานี้คงต้องเผชิญกับความเจ็บชํ้านํ้าใจ

มาไม่น้อย จึงเข้าไปปลอบประโลมนางอย่างจน

ปัญญา ตวัดพู่กันครั้งหนึ่งไม่อาจเขียนตัวอักษร

หลัวได้สองตัว บ้านแยกแล้วก็ให้แยกไป ต่อไปก็

อย่าได้หันปลายเข็มให้ฝั่ายตรงข้ามอีก

เฉินซื่อที่ได้รับความเจ็บชํ้ามา มีหรือจะยอมหยุด

นางยื่นข้อเสนอให้อนุวัยสิบเจ็ดของนายท่านใหญ่

คนนั้นมาปรนนิบัติรับใช้กิจวัตรประจำวันของตน

กล่าวว่าตั้งใจจะสอนกฎระเบียบให้ นายท่านใหญ่

หลัวรับปาก เฉินซื่อจึงพอกลํ้ากลืนโทสะนี้ ไม่ถือ

สาหาความอีก

อาจเป็นเพราะได้ทรมานอนุน้อยอยู่หลายวัน ใน

ที่สุดความโกรธแค้นก็บรรเทาลง เมื่อเฉินซื่อได้

พบหลินไห่หรูอีกครั้งจึงสามารถสงบจิตใจได้แล้ว

การร่วมดูแลจัดการเรื่องพิธีศพของฮูหยินผู้เฒ่า

หลัวของทั้งสองบ้านจึงรวดเร็วยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ท่านย่าก็ต้องถูกฝังแล้ว

ขบวนแห่ศพเดินทางไปส่งถึงในหุบเขา พิธีไว้

อาลัยถูกจัดเป็นเวลาสามวัน ผู้ดูแลผืนนา ร้านค้า

ต่าง ๆ ในเมืองเปั่าติ้งกลับมาที่ตระกูลหลัวอี๋หนิง

มองปั้ายวิญญาณของท่านย่าถูกยกเข้าไปในศาล

บรรพบุรุษ

คราก่อนนางถูกสั่งให้มานั่งคุกเข่าที่นี่ เห็นปั้าย

คุณธรรมของบรรพบุรุษที่ถูกสืบทอดมาช้านาน

ยังคงแขวนอยู่ นางมองปั้ายวิญญาณของฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวที่ทั้งดูแปลกตาและคุ้นเคยเงียบ ๆ คนผู้

หนึ่งเคยมีชีวิตข้างกายนางบัดนี้กลับแปร

เปลี่ยนเป็นตัวอักษรเย็นเยียบบนปั้ายวิญญาณ

เสียแล้ว

เมื่ออี๋หนิงนึกถึงตรงนี้ก็รู้สึกเศร้าสลด

ยามล่วงเข้าสู่ฤดูเหมันต์ ดวงอาทิตย์ก็คลายความ

ร้อนแรง แสงอัสดงสุดท้ายทอดลงบนพื้นของศาล

บรรพบุรุษ หลินไห่หรูเดินมาจูงมือของอี๋หนิง

เรียกขานนาง “เหมยเจี่ยเอ๋อร์” คำหนึ่ง แล้ว

กล่าวว่า “ต่อไปห้องโถงหลักก็จะไม่มีคนอาศัย

แล้ว ปั้าสะใภ้เจ้าอยากย้ายเข้าไป แต่ท่านลุงของ

เจ้าไม่ยินยอม…”หลินไห่หรูพูดพลางพานางเดิน

ออกจากศาลบรรพบุรุษ ห้องโถงหลักที่นางเคย

พำนักกับท่านย่า เกรงว่าต่อไปคงไม่ค่อยได้มา

เยือนแล้ว

ในที่สุดอี๋หนิงก็ได้เห็นฟูั่เจิ้งชิงติ้งเปั่ยโหวซื่อจื่อ

พี่เขยใหญ่ของนาง

ร่างเขาสูงตระหง่าน หน้าตาหล่อเหลาคมคาย

รอยยิ้มดูเป็นมิตร เหตุเพราะฐานะเขาสูงส่ง ยาม

เพิ่งมาถึงก็ถูกเชิญไปสนทนากับนายท่านใหญ่

หลัวกับหลัวหวยหย่วน เขาดีต่อหลัวอี๋ฮุ่ยมาก

อาจเป็นเพราะรักบ้านผู้ใดก็ต้องรักถึงอีกาที่เกาะ

บนหลังคาบ้านนั้นด้วย เขาจึงดีต่ออี๋หนิงอย่างน่า

ประหลาดระหว่างที่กินข้าวด้วยกันก็มักจะเลื่อน

ของโปรดอี๋หนิงมาไว้ตรงหน้านางตลอดทั้งยังซื้อ

พวกนํ้าตาลที่เด็ก ๆ ชอบกินให้นางด้วย

เขาพูดกับหลัวอี๋ฮุ่ย “ข้าเห็นเหมยเจี่ยเอ๋อร์แล้ว

รู้สึกคุ้นตา แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ใด บางที

ชาติที่แล้วนางอาจเป็นน้องสาวของข้า ดังนั้นเมื่อ

ข้าแต่งเจ้ามาเป็นภรรยา เหมยเจี่ยเอ๋อร์ถึงได้มา

เป็นน้องสาวของข้า…”

หลัวอี๋ฮุ่ยถลึงตามองเขา วางท่าขุ่นเคือง “เช่นนั้น

มิใช่เพราะท่านต้องการตามหาน้องสาวถึงได้มา

แต่งกับข้าหรอกรึ”

ในห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ฟูั่เจิ้งชิงกุมมือ

หลัวอี๋ฮุ่ยเพื่อปลอบประโลมนาง อี๋หนิงมองพลาง

ยิ้มตาหยีอยู่ด้านข้าง ในชาติที่แล้วนางเคยได้ยิน

ชื่อเสียงของฟูั่เจิ้งชิงผู้นี้ เป็นบุคคลที่มีความเป็น

มิตรอย่างหาได้ยากยิ่งในแวดวงชนชั้นสูง

หลัวเฉิงจางเชิญฟูั่เจิ้งชิงไปพบอีกครั้ง หลังจากฟูั่

เจิ้งชิงจากไป สวีมามาก็พูดกับหลัวอี๋ฮุ่ย “บ่าว

เห็นนายท่านซื่อจื่อดีต่อคุณหนูยิ่งนัก เพราะดีต่อ

ท่านถึงได้พลอยดีต่อเจี่ยเอ๋อร์ไปด้วย ยามนี้ใน

จวนยังไม่มีคนห้องข้างใช่หรือไม่เจ้าคะ”

หลัวอี๋ฮุ่ยดื่มยาบำรุงครรภ์ ก่อนจะเอ่ย “เขานิสัย

ดียิ่ง ดังนั้นจึงดีต่อข้า ในเรือนมีสาวใช้ห้องข้าง

คอยปรนนิบัติอยู่สองคน ทว่าทุกครั้งหลังรับการ

ปรนนิบัติเสร็จ เขาก็จะอยู่ดูพวกนางดื่มยา” หลัว

อี๋ฮุ่ยหลุบตามองท้องกลมของตนเอง หัวเราะที

หนึ่งก่อนเอ่ย “หากครรภ์เป็นชาย เช่นนั้นก็ไม่มี

อะไรเกี่ยวข้องกับพวกนางแล้ว แต่หากเป็นหญิง

เกรงว่าคงต้องให้พวกนางหยุดยา”

สวีมามาตระหนักดี คนตระกูลใหญ่ยศถาสูงศักดิ์

สวมอาภรณ์หรูหราเหล่านี้ล้วนมีข้อกำหนดที่

เคร่งครัดในเรื่องผู้สืบทอด

ตระกูลอ๋องสูงศักดิ์ ใช่ว่าผู้ใดก็จะแต่งเข้าไปได้

ง่าย ๆ ได้แต่หวังว่าครรภ์นี้ของคุณหนูจะเป็น

ผู้ชาย เช่นนั้นสถานะของนางในติ้งเปั่ยโหวก็จะยิ่ง

มั่นคง เคราะห์ดีที่คนที่แต่งเข้าไปเป็นคุณหนูใหญ่

หากเปลี่ยนเป็นคุณหนูเล็ก ๆ สักคนในตระกูล

หลัวก็เกรงว่าคงจะรับมือไม่ไหว

หลัวอี๋ฮุ่ยยังพูดต่อด้วยนํ้าเสียงเนิบช้า “สวีมามา

ไม่ต้องกังวลไป ยามนี้ข้าสบายดี คนในจวนติ้งเปั่ย

โหวมีความคิดอ่านเรียบง่าย ข้ารับมือได้”

อี๋หนิงมองใบหน้าสงบเสงี่ยมของพี่หญิงใหญ่จาก

ด้านข้าง เอ่ยปากขึ้นว่า “พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องกังวล

ท่านดีเช่นนี้ ผู้ใดบ้างจะไม่ชอบท่าน ไม่ว่าอย่างไร

ข้าก็ชอบท่าน”

หลัวอี๋ฮุ่ยลูบผมของน้องสาว ยิ่งรู้สึกว่านางน่ารัก

บริสุทธิ์

ที่ฟูั่เจิ้งชิงมาครานี้ นอกจากเพื่อเคารพศพของฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวก็เพื่อพาหลัวอี๋ฮุ่ยกลับไป เพราะ

นางเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวกนัก

ก่อนที่หลัวอี๋ฮุ่ยจะจากไป นางหารือกับท่านพ่อ

อยู่นาน กล่าวกับเขาถึงชะตากรรมของผู้ที่ยกย่อง

อนุแต่ทำลายภรรยาเอก ให้เขาหมั่นไปหาหลินไห่

หรูที่เรือน นางยังไปพูดคุยกับหลินไห่หรูด้วย

ตนเอง “บุตรสาวมีความคิดหนึ่งแต่ไม่เคยพูดมา

ก่อน ท่านไม่ได้รับความโปรดปรานจากท่านพ่อก็

ไม่เป็นไรหากในเรือนมีคนที่จงรักภักดีต่อท่าน

การที่ท่านจะยกนางขึ้นเป็นอี๋เหนียงก็ใช่จะเป็น

เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ วิธีการจัดการอี๋เหนียงมี

มากมาย ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเอง”

หลินไห่หรูฟังแล้วก็รู้สึกละอายเล็กน้อย นางกวาด

ตามองคนในเรือนหลายรอบ มีสาวใช้ที่มี

คุณสมบัติครบถ้วนสองสามคน รูปโฉมไม่ด้อยไป

กว่าเฉียวอี๋เหนียง

นางเริ่มตรึกตรองอย่างจริงจังว่าควรฟังคำแนะนำ

ของบุตรสาวคนโตหรือไม่

ขณะที่หลัวอี๋ฮุ่ยจะจากไป นางอุ้มอี๋หนิงอยู่นานไม่

ยอมปล่อยมืออยากจะใส่น้องสาวไว้ในห่อ

สัมภาระแล้วพาไปด้วยกัน นางพูดกับอี๋หนิงเสียง

แผ่วเบา “หากเจ้ามีเรื่องสำคัญใดสามารถไปขอ

ความช่วยเหลือจากพี่ชายสามของเจ้าได้ หรือจะ

เขียนจดหมายหาข้าก็ได้ จำได้หรือยัง เหมย

เหมย”

หลินไห่หรูมองนางที่ยังอาลัยอาวรณ์ประหนึ่ง

กำลังฝากฝังลูกรักก็ดึงอี๋หนิงมาข้างกายตน “เจ้า

วางใจเถิด! ต่อให้ข้าฟันเฟือนก็ยังดูแลอี๋หนิงได้”

อี๋หนิงเกรงว่าหลัวอี๋ฮุ่ยจะมีสิ่งให้ต้องกังวลมาก

เกินไปจนอาจส่งผลกระทบต่อเด็ก จึงปลอบโยน

ว่า “ข้าจำได้แล้วเจ้าค่ะ”

หลังจากนั้นฟูั่เจิ้งชิงถึงได้ประคองหลัวอี๋ฮุ่ยขึ้นรถ

ม้า รถม้าค่อย ๆเคลื่อนตัวจากไปไกล

หลังจากพี่หญิงใหญ่จากไปได้ไม่นาน เมืองเปั่าติ้ง

ก็มีหิมะตกหนัก เป็นหิมะแรกของฤดูเหมันต์ แต่

กลับตกรุนแรงอย่างยิ่ง ทันทีที่อี๋หนิงตื่นขึ้นมาใน

ตอนเช้าก็พบว่าทั้งเรือนแปรเปลี่ยนเป็นสีขาว

โพลน บ่าวหญิงชรากำลังกวาดหิมะบนพื้นหินสี

เขียว นํ้าในภูเขาจำลองจับตัวเป็นนํ้าแข็ง เต่าสอง

ตัวนั้นถูกแช่แข็งอยู่ด้านใน

นางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก สั่งให้สาวใช้

เอานํ้าอุ่นมา เต่าสองตัวนั้นอยู่ในนํ้าอุ่นสักพักก็

ฟืนคืน นางใช้มือหยอกล้อเล่นกับเต่าอยู่สักพัก

ก่อนที่บ่าวหญิงชราจะเอาเสื้อกันหนาวบุขอบด้วย

ขนสัตว์มาให้นางสวม เกิดเป็นก้อนกลม ๆ กลิ้ง

หลุน ๆ ไปยังเรือนของหลินไห่หรู

หลังจากท่านย่าจากไป อี๋หนิงก็ไม่ค่อยเจริญ

อาหารนัก ทว่าภายใต้การจับตามองของหลินไห่

หรูและพี่หญิงใหญ่ นางจึงห้ามกินน้อยลง ยามนี้

คางจึงเริ่มมีสองชั้น ร่างก็ยิ่งกลมดิก เมื่อสวมเสื้อ

กันหนาวตัวนี้ก็รู้สึกคับแน่นทว่าสวีมามากลับเอ่ย

กลั้วหัวเราะ “เหมยเจี่ยเอ๋อร์โตขึ้นแล้ว หากฮู

หยินผู้เฒ่าได้เห็นก็ไม่รู้ว่าจะดีใจเพียงใด!”

อี๋หนิงรู้สึกว่าตนสูงขึ้นเล็กน้อยเพราะเสื้อกัน

หนาวดูสั้นเต่อ ไม่นานมานี้นางเพิ่งอายุครบแปด

ขวบ บัดนี้เข้าใกล้เก้าขวบอยู่รอมร่อ แต่เพราะยัง

อยู่ในช่วงไว้ทุกข์ สวีมามาจึงให้ห้องครัวทำบะหมี่

อายุยืนใส่ไข่ให้นางเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดอย่าง

เรียบง่าย

หลินไห่หรูทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ส่งกล่องใบหนึ่งให้

นาง อี๋หนิงถือกลับมาดูก็พบว่าเป็นก้อนอัญมณี

ขนาดใหญ่เล็กที่ยังไม่ได้ผ่านการเจียระไนเต็ม

กล่องนางไม่รู้ควรจะพูดอย่างไร! มีเด็กคนใดบ้าง

ที่ได้รับกล่องอัญมณีเป็นของขวัญวันเกิด

นางรีบวิ่งไปขู่หลินไห่หรูให้เสียขวัญ “…หากผู้คน

รอบข้างล่วงรู้ เกรงว่าเรือนของข้าคงเป็นที่หมาย

ตาของพวกโจรแน่นอนแล้ว”

หลินไห่หรูถึงได้เก็บกล่องอัญมณีกลับไป

เปลี่ยนเป็นกุญแจอายุยืนงามวิจิตรอันหนึ่งแทน

นางประหลาดใจที่หลายวันมานี้ไม่ได้พบหน้า

พี่ชายสามเลย หลังจากเรื่องแยกบ้าน หลัวเซิ่น

หย่วนก็ไม่ค่อยมาที่นี่อีก

อี๋หนิงเพิ่งจะเดินพ้นจากทางเดินเล็กก็เห็นคนผู้

หนึ่งในชุดคลุมสีแดงพอดี ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อ

คลุมกันลม สาวเท้าผ่านระเบียงทางเดิน เหมือน

จะเป็นหลัวเซิ่นหย่วน ที่สำคัญดูเหมือนเขากำลัง

จะจากไป

นางก้าวไปข้างหน้าหลายก้าวเพื่อไล่ตามเขา

เพราะกลัวว่าเขาจะจากไปเสียก่อนถึงตะโกน

เรียก “พี่ชายสาม ท่านรอข้าก่อน!”

หลัวเซิ่นหย่วนชะงักฝีเท้า เมื่อหันกลับมาก็พบ

ก้อนอ้วนกลมสีสันงดงามลูกหนึ่งกำลังกลิ้งหลุน ๆ

มาทางเขา

นางมีธุระอะไร

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 52"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
27/06/2026
aileen0084
เดิมพันเสน่หา
04/03/2023
20228319-member-193×278
ทะลุมิติทั้งครอบครัว
29/07/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.