Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 64

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 64
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

จ้าวหมิงจูเป็นหลานสาวของอิงกั๋วกง แม้จะกล่าว

ว่าเป็นหลานสาวแต่อันที่จริงเป็นเพราะฮูหยินผู้

เฒ่าเข้าใกล้วัยชราแล้วแต่ยังไร้ที่พึ่งพิงทางใจยาม

นั้นเว่ยหลิงซึ่งเป็นอิงกั๋วกงซื่อจื่อก็ไร้ทายาท ด้วย

เกรงว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะเบื่อ ถึงได้อุ้มนางกลับมาให้

ฮูหยินผู้เฒ่าเลี้ยงดู

จ้าวหมิงจูมีชาติกำเนิดธรรมดาสามัญ ทว่าฮูหยิน

ผู้เฒ่ากลับเลี้ยงดูนางเฉกคุณหนูใหญ่สายตรงของ

ตระกูล ดุจนกบินเกาะบนกิ่งไม้กลายร่าง

เปลี่ยนเป็นหงส์ ด้วยเหตุนี้จ้าวหมิงจูจึงมีชื่อเสียง

เลื่องลือในหมู่สตรีของตระกูลขุนนางในเมือง

หลวง ทว่ายามที่จ้าวหมิงจูเติบใหญ่ อี๋หนิงก็สิ้นใจ

แล้ว การที่นางจดจำจ้าวหมิงจูได้เป็นเพราะจ้าวห

มิงจูเคยรำพึงรำพันอยู่หน้าปั้ายวิญญาณของนาง

ว่า ‘นางช่างมีชะตาชีวิตขื่นขมนัก หากยังไม่สิ้นใจ

บัดนี้คงได้เป็นฮูหยินของท่านโหว เป็นฮูหยินของ

ท่านผู้บัญชาการแล้ว’

ยามที่นางกล่าวประโยคนี้ ใบหน้ากลับระคนไป

ด้วยรอยยิ้ม นํ้าเสียงแฝงนัยลึกซึ้ง

อี๋หนิงครุ่นคิดมาตลอดว่ารอยยิ้มนั้นของจ้าวหมิง

จูหมายถึงอะไร นางกับจ้าวหมิงจูไร้ความเคียด

แค้นใดต่อกัน กระทั่งไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนใน

ชาติที่แล้ว ทว่าจ้าวหมิงจูคล้ายไม่ชอบนาง ถึงขั้น

รู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์

เคราะห์ดีที่ยามนั้นนางตายแล้ว

จ้าวหมิงจูคงทำอะไรกับคนที่ตายไปแล้วไม่ได้

เมื่อคำนวณดูแล้ว ยามนี้อิงกั๋วกงคนก่อนคงสิ้นใจ

แล้ว ทำให้อิงกั๋วกงเว่ยหลิงซื่อจื่อขึ้นรับตำแหน่ง

แทน สถานะของจ้าวหมิงจูในเมืองหลวงจึงยิ่ง

สูงส่งขึ้นด้วยเหตุนี้

คนที่ไร้วาสนาพานพบในชาติที่แล้ว ชาตินี้กลับ

จับพลัดจับผลูได้รู้จัก

อี๋หนิงยิ้มพลางยอบตัว “คารวะคุณหนูหมิงจู”

จ้าวหมิงจูไม่ชอบให้ผู้อื่นแสดงความสนิทสนมกับ

นางจนเกินไป อี๋หนิงยังจำได้

จ้าวหมิงจูมองนาง นํ้าเสียงราบเรียบ “เจ้าดูไม่

คล้ายคลึงกับพี่ฮุ่ยเลยข้ายังหลงนึกว่าน้องสาว

ของพี่ฮุ่ยจะสูงกว่านี้”

หลัวอี๋ฮุ่ยคลี่ยิ้ม “อี๋หนิงเพิ่งจะมีอายุครบสิบเอ็ด

ขวบ ต่อไปคงสูงขึ้นอีกเล็กน้อย ท่านเดินทางไกล

คงรู้สึกเหนื่อยแล้ว ข้าจะพาท่านไปพักผ่อนก่อน”

ขบวนสาวใช้บ่าวหญิงชราที่ติดตามจ้าวหมิงจูมามี

จำนวนสิบกว่าคนพวกนางหาบหีบกล่องผ่าน

ประตูฉุยฮวาเหมินดุจสายธาร เสวี่ยจือเดินมา

หยุดข้างกายอี๋หนิง กล่าวอย่างตกตะลึงเล็กน้อย

“บ่าวไปถามหรงสุ่ยแล้ว คุณหนูหมิงจูจะมา

พำนักเพียงสี่ถึงห้าวันเท่านั้น ขบวนนี่ออกจะ

อลังการเกินไปหน่อยหรือไม่…”

หรงสุ่ยคือสาวใช้ใหญ่ของหลัวอี๋ฮุ่ย

อี๋หนิงกระซิบเสียงเบา “นี่ควรจะถือว่านางเอาติด

ตัวมาน้อยแล้ว”

ชนชั้นศักดินา โอ่อ่าเลิศหรู นี่มิใช่วิถีการดำเนิน

ชีวิตของตระกูลที่มีประวัติความเป็นมาตํ่ากว่า

ร้อยปีเช่นพวกนางจะบังอาจวางตนทัดเทียมได้

หลังจากนั้นไม่นาน หลัวอี๋ฮุ่ยก็พายวี่เกอร์มาถึง

เรือนของหลินไห่หรู

หลินไห่หรูแบกท้องโต กำลังยืนสั่งการบ่าวหญิง

ชราจัดโต๊ะอาหารเลือดลมของนางดีเยี่ยม ใบหน้า

มีนํ้ามีนวลแดงระเรื่อ ดูคล้ายจะอ้วนขึ้นเล็กน้อย

เมื่ออี๋หนิงเห็นพี่หญิงใหญ่มาถึงก็ลุกขึ้นจากตั่งไม้

ยวี่เกอร์ซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของหลัวอี๋ฮุ่ยเกิดมา

พร้อมดวงตาโตพราวระยิบระยับคู่หนึ่ง เขาดึง

ชายเสื้อของมารดา พินิจอี๋หนิงด้วยความฉงน

ก่อนจะถามหลัวอี๋ฮุ่ย “ท่านแม่ ท่านนี้คือท่านน้า

หรือขอรับ…”

อี๋หนิงเดินไปตรงหน้าเขา สะกิดปลายจมูกเขาเบา

ๆ

ยวี่เกอร์ถูกสะกิดไปครั้งหนึ่ง ยังไม่ทันได้

ตอบสนองใด ๆ เพียงจับจ้องนางนิ่ง

อี๋หนิงหยอกเย้าเขา “ยวี่เกอร์รู้จักข้าด้วยหรือ”

ยวี่เกอร์กะพริบตาอีกครั้ง กล่าวด้วยนํ้าเสียงแผ่ว

เบา “ท่านน้าดูละม้ายคล้ายคลึงกับท่านแม่”

อี๋หนิงเห็นว่าเขาน่ารักน่าชังยิ่งนักจึงยื่นมือออกไป

อุ้มเขา ยวี่เกอร์อ้าแขนเล็ก ๆ โผเข้าสู่อ้อมกอด

ของนาง อาจเป็นเพราะอี๋หนิงกับหลัวอี๋ฮุ่ยมี

ใบหน้าคล้ายคลึงกันสามส่วน เมื่อเขาอยู่กับอี๋ห

นิงไม่นานจึงเริ่มสนิทสนมคุ้นเคย หัวเราะเอิ๊กอ๊า

กอย่างมีความสุข เล่นกำไลเงินบนข้อมือนาง

อย่างสนุกสนาน

เมื่อหลินไห่หรูจัดการทุกสิ่งเสร็จเรียบร้อย หลัวอี๋

ฮุ่ยก็ให้ยวี่เกอร์เรียกขานนาง หลินไห่หรูเห็นยวี่

เกอร์ขาวจิ้มลิ้มก็รู้สึกชมชอบเป็นพิเศษนางเองก็

อยากอุ้มยวี่เกอร์

ทว่าหลัวอี๋ฮุ่ยกลับห้ามปรามนางไว้ “ตอนนี้ท่าน

ยังอุ้มไม่ได้” หลินไห่หรูกำลังตั้งครรภ์อยู่

หลินไห่หรูหัวเราะเก้อ ๆ “เปราะบางถึงขั้นนั้น

เสียเมื่อไร ตอนพี่สะใภ้รองของแม่ตั้งครรภ์ นาง

ยังตามผู้ดูแลในจวนไปเก็บบัญชีอยู่เลย”แม้ปาก

จะกล่าวเช่นนี้ ทว่ากลับนั่งลง เอ่ยถามหลัวอี๋ฮุ่ย

“แม่ได้ยินว่าครั้งนี้หลานสาวของอิงกั๋วกงก็ตาม

เจ้ามาด้วยหรือ”

หลัวอี๋ฮุ่ยมองบุตรชายซึ่งกำลังเล่นกับอี๋หนิงอย่าง

สนุกสนาน คล้ายกับอี๋หนิงจะเชื่อมโยงกับเด็กเล็ก

ได้อย่างน่าอัศจรรย์ อาจเป็นเพราะดวงตากลม

มนของนางจึงทำให้นางดูน่ารักไร้เดียงสา ขับให้

นางดูเป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์

“นางเป็นดุจสมบัติลํ้าค่าของฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย ถูก

เลี้ยงดูฟูมฟักอยู่ในจวนมาโดยตลอด” หลัวอี๋ฮุ่ยก

ระซิบเสียงเบา ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยคือมารดาของ

อิงกั๋วกงเว่ยหลิง “ครั้งนี้ที่นางออกมาเพราะมี

เรื่องเคืองขุ่นใจกับฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย อุปนิสัยของ

เด็กคนนี้หยิ่งทะนงยิ่งกว่าอี๋หนิง ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย

ไร้หลานชายหลานสาว นางจึงถูกเลี้ยงดูมาอย่าง

ทะนุถนอมตามใจ ยามท่านจัดเตรียมสิ่งของให้

นางต้องระวังให้มากเป็นพิเศษ อีกสักครู่ข้าจะให้

หรงสุ่ยไปร่ายเรียงรายละเอียดให้ท่านฟัง”

หลินไห่หรูขมวดคิ้วมุ่น “เช่นนั้นเหตุใดจึงติดตาม

เจ้ามาเล่า” คุณหนูที่เอาแต่ใจเช่นนี้เป็นดุจเผือก

ร้อนในมือ หากปรนนิบัติได้ดีก็ไร้คนซาบซึ้งแต่

หากปรนนิบัติไม่ดีย่อมก่อให้เกิดความเดือดร้อน

“ก็แค่เด็กผู้หญิงที่เง้างอนผู้ใหญ่เท่านั้น” หลัวอี๋ฮุ่

ยยิ้ม

หลัวอี๋ฮุ่ยถามถึงเฉียวอี๋เหนียง

แม้เฉียวอี๋เหนียงจะพยายามอย่างไรก็ไม่เป็นที่

โปรดปรานเช่นกาลก่อน ต่อมาหลินไห่หรูยัง

คัดเลือกสาวใช้หน้าตาดีสองคนไปปรนนิบัติ

หลัวเฉิงจางหลัวเฉิงจางจึงยิ่งไปพบนางน้อยลง

ตอนนี้เฉียวอี๋เหนียงมาคารวะหลินไห่หรูที่เรือน

ทุกวันเพราะกัวอี๋เหนียงจะอุ้มเซวียนเกอร์มาที่นี่

ทุกวันนางจะต้องมาเยี่ยมเซวียนเกอร์ แค่เห็น

ลำคอของเซวียนเกอร์ถูกยุงกัดเป็นรอยแดง

เล็กน้อยนางยังอดดวงตาแดงกํ่าไม่ได้

หลัวอี๋ฮุ่ยกุมมือของหลินไห่หรู กล่าวกับนาง

“ท่านแม่ หลักการอื่นใดข้าจะไม่พูดถึง มีเพียงข้อ

เดียว ในฐานะมารดาต้องแข็งแกร่งเยี่ยงเหล็กกล้า

เพื่อลูกที่อยู่ในท้องของท่าน ต่อไปท่านต้องจับตา

มองนางให้มั่น” เสียงของนางพลันหยุดชะงัก

“อย่าให้นางได้มีโอกาสพลิกฟืนกลับมาอีก”

อี๋หนิงฟังพวกนางสนทนาอยู่เงียบ ๆ ด้านข้าง ส่ง

กำไลเงินในมือให้ยวี่เกอร์ ทว่าเมื่อเขาได้รับกลับ

ส่งคืนให้อี๋หนิง พูดด้วยนํ้าเสียงไร้เดียงสา“ท่าน

น้า ยกสูง ๆ”

อี๋หนิงแสร้งปันหน้าขึง บีบจมูกเล็กของเขาเบา ๆ

ยวี่เกอร์มองนางด้วยความฉงนสงสัย

เมื่อได้ยินข่าวการมาเยือนของหลานสาวอิงกั๋วกง

เฉินซื่อก็พาหลัวอี๋อวี้กับหลัวอี๋ซิ่วมายังบ้านรอง

หลัวเฉิงจางหัวเราะอย่างมีความสุข อุ้มหลานชาย

ของตนไปเล่นที่ห้องหนังสือ ตลบพลิกเด็กน้อยใน

อ้อมแขนไปมาด้วยความชอบใจอย่างยิ่ง เมื่อกิน

มื้อเที่ยงเสร็จ พวกนางก็ไปจัดโต๊ะกินอาหารว่าง

ในศาลานอกห้องหลัก

กล่าวกันว่าท่านปูั่ของเฉินซื่อ เดิมเป็นราชบัณฑิต

จากสำนักฮั่นหลินในที่สุดจ้าวหมิงจูจึงยอมเสวนา

กับเฉินซื่อ “บัณฑิตในสำนักฮั่นหลินล้วนเป็นผู้มี

ความรู้ หลายวันก่อนท่านยายเชิญบัณฑิตจาก

สำนักฮั่นหลินมาสอนหนังสือให้ข้า ข้ายังฟังรู้และ

เข้าใจ!”

สองพี่น้องหลัวอี๋อวี้และหลัวอี๋ซิ่วนั่งมองนางอยู่

ด้านข้างด้วยสีหน้าหดหู่

ต่างก็เป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนาง ในเมืองเปั่า

ติ้ง ตระกูลหลัวถือเป็นตระกูลใหญ่ เครือญาติของ

พวกเขาล้วนเป็นตระกูลบัณฑิต ตั้งแต่เล็กพวก

นางก็ถูกพะเน้าพะนอตามใจ อุปนิสัยจึงเอาแต่ใจ

ไปบ้าง เดิมคนที่หยิ่งทะนงที่สุดคืออี๋หนิง ทว่า

บัดนี้นางเปลี่ยนไปประหนึ่งเป็นตุ๊กตาโชคดีในวัน

ปีใหม่ ตราบใดที่ไม่ล่วงเกินนาง นางก็ไม่มีทาง

แสดงอารมณ์โมโหร้าย ทั้งสามคนต่างเป็นคุณหนู

สายตรง ฐานะสูงศักดิ์ ทว่าบัดนี้เมื่อเอามา

เปรียบเทียบกับจ้าวหมิงจูพวกนางก็ราวกับถูกจับ

ลอกคราบกลับไปเป็นสาวบ้านนอกโดยพลัน

อาภรณ์บนร่างจ้าวหมิงจูเป็นผ้าไหมเค่อซือ แต่ถูก

ทอแทรกด้วยขนนกยูง ไข่มุกบนสร้อยทองนั่นยิ่ง

ดูลํ้าค่า หยกขนาดเท่าเล็บมือที่ประดับอยู่ข้างหู

ประเมินมูลค่าไม่ได้ ในเชิงรูปโฉมอาจถือว่าอยู่ใน

ระดับเดียวกับหลัวอี๋ซิ่วทว่าเมื่อแต่งกายขึ้นมา

ความงามกลับเทียบเคียงได้กับหลัวอี๋เหลียน

ยามที่จ้าวหมิงจูเจรจา นางนั่งสำรวมตัวตรง

ใบหน้าเชิดขึ้น ยามจับถ้วยชา ปลายนิ้วก้อยจะ

กระดกออกมาเล็กน้อย

สาวใช้ยกถาดใส่แปั้งนึ่งรากบัวที่ทำจากนมวัวเข้า

มา หลัวอี๋ซิ่วดันไปเบื้องหน้าจ้าวหมิงจู กล่าวกับ

นาง “ขนมชนิดนี้บ้านข้าทำไม่เหมือนบ้านอื่น

พวกเราใช้นมวัวในการทำ เกรงว่าคุณหนูหมิงจูคง

จะไม่เคยชิมที่ทำจากนมวัวมาก่อน ท่านรีบลอง

ชิมดูเถิด”

รอยยิ้มของจ้าวหมิงจูพลันจางลง จิบชาเบา ๆ ไม่

รับคำ

อี๋หนิงลอบก่นด่าถึงความปากไวของหลัวอี๋ซิ่ว จะ

เชิญผู้อื่นกินก็เชิญไยต้องกล่าวให้มากความ!

อี๋หนิงอธิบาย “เกรงว่าหากเป็นขนมทั่วไป แม่

นางหมิงจูคงไม่ชอบพวกเราจึงได้ตั้งใจตระเตรียม

ไว้เป็นพิเศษ”

สีหน้าของจ้าวหมิงจูถึงได้ดีขึ้นเล็กน้อย “ขนมใน

เมืองหลวง อย่าพูดถึงแค่ที่ทำจากนมวัวเลย ยาม

นี้แม้แต่นมแพะก็มี” นางหยิบขึ้นมาชิมชิ้นเล็ก ๆ

จากนั้นก็ไม่ได้กินต่อ นางจับมือของหลัวอี๋ฮุ่ย “พี่

ฮุ่ย ท่านกล่าวว่าวัดต้าฉือของเมืองเปั่าติ้งงามนัก

เมื่อไรจะพาข้าไปเยี่ยมชมเสียที”

นางไม่อยากเสวนากับหญิงสาวเหล่านี้แล้ว แต่ละ

คนราวกับคนยากไร้ที่ไม่เคยย่างกรายเข้าเมือง

หลวง

หลัวอี๋ฮุ่ยไม่อาจล่วงเกินจ้าวหมิงจูจึงพูดด้วย

รอยยิ้ม “หากท่านตกลงพรุ่งนี้ย่อมไปได้”

นับจากนั้นจ้าวหมิงจูก็ไม่สนใจไยดีพวกนางสาม

คนอีก

อี๋หนิงครุ่นคิดในใจ ครั้งนี้ถือว่าหลัวอี๋ซิ่วล่วงเกิน

จ้าวหมิงจูเข้าให้แล้วเมื่อนางกลับไปใคร่ครวญก็

สั่งให้คนส่งเม็ดบัวนุ่มที่เพิ่งแกะเปลือกเสร็จไปให้

จ้าวหมิงจู

สาวใช้ที่ปรนนิบัติจ้าวหมิงจูยกถาดเข้ามาให้นางดู

“คุณหนู เม็ดบัวนี้สดใหม่ยิ่งนัก คุณหนูเจ็ด

ตระกูลหลัวให้คนส่งมาให้เจ้าค่ะ”

จ้าวหมิงจูปรายตามองคราหนึ่ง “เป็นเมืองเล็ก ๆ

จึงหยิบยกออกมาได้เพียงของเล็กน้อยพวกนี้”

นางลองชิมไปเม็ดหนึ่ง สัมผัสดี รสชาติหอมอวล

นางจึงหยิบกินไปอีกนิด “คุณหนูเจ็ดมิใช่น้องสาว

ของพี่ฮุ่ยหรือ นางน่าจะเป็นบุตรีสายตรงของ

ตระกูลหลัว เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่านางไม่มีสิ่งใด

แตกต่างไปจากคุณหนูคนอื่น ๆ ของตระกูลหลัว

กำไลหยกที่สวมอยู่ที่ข้อมือก็เป็นรูปแบบธรรมดา

สามัญ”

สาวใช้ที่ปรนนิบัตินางยิ้มพลางเอ่ย “คุณหนูของ

บ่าว จะมีผู้ใดได้รับการเลี้ยงดูทะนุถนอมเช่นท่าน

บ้างเล่าเจ้าคะ ทุกวันประทินโฉมด้วยผงไข่มุกนํ้า

ค้างกุหลาบจากเขตแดนประจิม ล้วนเป็นเงิน

หลายร้อยตำลึง ในสายตาของท่านแล้ว ผู้อื่นย่อม

ดูสามัญ”

จ้าวหมิงจูครุ่นคิดแล้วก็ว่าใช่ นางหันไปหัวเราะ

กับสาวใช้ “เดิมหลงนึกว่าจะเล่นกับน้องสาวของ

พี่ฮุ่ยได้ ทว่าบัดนี้เห็นทีจะไม่ใช่คนในลู่ทาง

เดียวกัน” จากมุมมองของนาง เส้นทางในภาย

หน้าของหลัวอี๋หนิงดูจำกัดนักดีที่สุดก็ได้แต่งงาน

กับจิ้นซื่อ หากจิ้นซื่อนั่นโชคดีก็อาจได้เลื่อนขั้น

เป็นขุนนางเล็ก ๆ ขั้นสี่ขั้นห้า หากโชคไม่ดีต้อง

แต่งงานกับจวี่เหริน ก็คงต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อ

รอตำแหน่งว่างจากขุนนางคนอื่น ๆ ต่อให้พบ

ตำแหน่งว่างก็เป็นได้เพียงขุนนางตำแหน่งเล็ก ๆ

เท่านั้น

ดังนั้นนางจึงหมดความสนใจในเรื่องนี้ จ้าวหมิ

งจูมอบกำไลทองสองวงให้อี๋หนิงเพื่อเป็นสิ่งตอบ

แทน สาวใช้ที่มาส่งข่าวพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณหนู

ของพวกเรากล่าวว่าเม็ดบัวรสชาติดี กำไลคู่นี้จึง

มอบให้คุณหนูไว้สวมเจ้าค่ะ”

ทันทีที่ชิงชวี่เห็น อารมณ์ก็พลุ่งพล่านทันควัน

“วาจาอะไรกัน คิดว่าเป็นการประทานของกำนัล

อย่างนั้นรึ ห้องของท่านขาดกำไลทองสองวงนี้

หรืออย่างไร! บ่าวว่าท่านไม่ควรแต่งกายเรียบง่าย

สามัญเกินไป ของเหล่านั้นที่ฮูหยินมอบให้ ท่านก็

สวมออกไปให้นางได้ยลเถิดเจ้าค่ะ!”

ชิงชวี่ติดตามอี๋หนิงมาหลายปี ยิ่งนานวันก็ยิ่งชื่น

ชอบอี๋หนิงเจ้านายของตนผู้นี้ มองภายนอกอายุ

ยังน้อย นุ่มนวลอ่อนโยน ทว่าภายในกลับมี

ความคิดความอ่าน นางจึงค่อย ๆ ยอมศิโรราบให้

อี๋หนิง ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามรังแกเมื่อเห็นเช่นนี้จึงรู้สึก

ไม่สบอารมณ์

อี๋หนิงพลิกกำไลทองคู่นั้นไปมา เป็นรูปแบบ

ดาษดื่นทั่วไป

นางโยนกำไลเข้าไปในกล่องเครื่องประดับ กล่าว

กับชิงชวี่ “เม็ดบัวแลกกับกำไล เรื่องดีเช่นนี้เหตุ

ใดจึงไม่ทำเล่า”

ชิงชวี่โมโหจนพูดอะไรไม่ออก ผ่านไปครู่หนึ่งจึง

ย่างเท้าออกจากเรือนเดินเข้าไปในสวน

สวีมามาเปลี่ยนต่างหูของอี๋หนิงเป็นต่างหูห้อยเงิน

พูดด้วยรอยยิ้ม“ท่านหยอกล้อชิงชวี่ทำไมเจ้าคะ

นางก็แค่เป็นคนโผงผางไปหน่อยเท่านั้น”สวีมามา

รู้สึกว่าคุณหนูของตนยังเด็กนัก คราก่อนเพราะมี

คนกล่าววาจาพาดพิงหลินไห่หรูประโยคหนึ่ง

นางก็ชักสีหน้าถมึงทึง โต้เถียงกับคุณหนูตระกูล

ซ่งจนสุดท้ายก็ต้องจากลากันไม่ดี

อี๋หนิงไม่อยากถือสาหาความกับจ้าวหมิงจู ถึงนาง

อยากจะถือสาก็ถือสาไม่ไหว

วันต่อมา หลัวอี๋ฮุ่ยพาจ้าวหมิงจูไปจุดธูปขอพรที่

วัดต้าฉือ อี๋หนิงอยากจะขอยันต์แคล้วคลาด

ปลอดภัยให้หลินไห่หรูกับพี่ชายสามจึงเดินทางไป

พร้อมกัน

ขบวนรถม้าสามคันของคุณหนูตระกูลหลัว

เดินทางไปวัดต้าฉืออย่างเอิกเกริกยิ่งใหญ่

วัดต้าฉืออยู่ติดภูเขา ยิ่งใหญ่โอ่อ่า ทุกปีตระกูล

หลัวจะบริจาคเงินทำบุญให้กับวัดต้าฉือเป็น

จำนวนมาก ดังนั้นทันทีที่ถึงประตูวัดต้าฉือจึงมี

พระอาจารย์มายืนต้อนรับคนจากตระกูลหลัว

ก่อนจะเดินนำไปยังห้องโถงข้างมหาวิหาร คนอื่น

ๆ พากันไปไหว้พระ เมื่ออี๋หนิงเห็นว่าตนไม่

สามารถแทรกตัวเข้าไปได้จึงปลีกตัวออกมา เดิน

ตามเส้นทางเดินภายในวัดเพื่อไปยังที่ประดิษฐาน

ของพระโพธิสัตว์กวนอิม เข้าไปกราบไหว้บูชา

เดิมนางไม่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพเจ้า ทว่า

มนุษย์ก็แปลกพิลึกเช่นนี้เชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ก็คิด

ว่าการกราบไหว้ไว้ก่อนย่อมดีกว่าการไม่กราบ

ไหว้อยู่เล็กน้อย

อี๋หนิงคุกเข่าลงบนฟูกรอง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบ

พระพักตร์ที่เปียมไปด้วยเมตตาและอ่อนโยนของ

พระโพธิสัตว์กวนอิม

นางเดินออกจากที่ประดิษฐานของพระโพธิสัตว์

กวนอิม กลับไปตามทางแคบ ภายในวัดมีเสียง

ของจักจั่นในช่วงฤดูคิมหันต์อันอบอ้าว

แสงอาทิตย์ส่องผ่านร่มไม้ ตกกระทบลงบนพื้น

บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ ขับให้เสียงจักจั่น

ชัดขึ้นเล็กน้อย…พี่ชายสามไปหาท่านบัณฑิตโจวที่

อำเภอชิงย่วนเพื่อเตรียมสอบคัดเลือกในช่วงฤดู

วสันต์ปีหน้า ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะกลับมาหรือไม่

อี๋หนิงลอบครุ่นคิดในใจ

เมื่อครู่นางขอพรกับพระโพธิสัตว์ ประการแรก

ขอให้เด็กในครรภ์ของหลินไห่หรูปลอดภัย

ประการที่สอง ขอให้การสอบคัดเลือกในช่วงฤดู

วสันต์ของพี่ชายสามราบรื่น นางจำได้ว่าชาติที่

แล้วหลัวเซิ่นหย่วนสอบได้ลำดับที่สาม…ไม่รู้ว่าปี

หน้าจะเหมือนเดิมหรือไม่!

อี๋หนิงเดินไปตามทางเดิน แต่กลับพบว่าตนไม่ได้

กลับเส้นทางเดิมด้านหน้าเป็นลานกว้างแปลกตา

ตรงประตูทางเข้ามีทหารองครักษ์ยืนรักษาการณ์

จำนวนมาก องครักษ์เหล่านั้นล้วนพกพาอาวุธ สี

หน้าเย็นชาขึงขังระแวดระวัง

เมื่อเสวี่ยจือเห็นก็รีบดึงมือนางไว้ กระซิบเสียงเบา

“เจี่ยเอ๋อร์ เกรงว่าพวกเราจะผ่านไปไม่ได้…”

อี๋หนิงเองก็ถอยหลังก้าวหนึ่ง เพียงมองก็รู้ว่าคน

กลุ่มนี้ไม่ใช่คนธรรมดา

นางกำลังจะจากไป ทว่ากลับเห็นคนสองคนกำลัง

ยืนสนทนากันอยู่ในลานกว้าง หนึ่งในนั้นเป็น

นักบวช สวมกาสาวพัสตร์สีกรัก เครื่องหน้าทั้งห้า

คมชัด หว่างคิ้วฉายประกายเมตตาที่คล้ายละทิ้ง

ซึ่งโลกีย์ทั้งปวง อีกคนสวมโย่วเหริน[1] สีแดง

หม่น ปักลวดลายสีอ่อนที่ปลายแขนเสื้อ รูปร่าง

สูงใหญ่ตระหง่าน ทั้งยังหล่อเหลาเหลือล้น เป็น

ความสง่าผ่าเผยที่ระคนด้วยความเฉียบคม ริม

ฝีปากของเขาปรากฏรอยยิ้มบาง คล้ายกำลัง

กล่าวบางอย่างกับนักบวชผู้นั้น

อี๋หนิงเบิกตาโตอย่างตะลึงพรึงเพริด ก้าวถอยหลัง

ก้าวเล็ก ๆ

นางคิดว่าบางทีอาจตาพร่ามองผิดไป ทว่าคนผู้

นั้นหันมามองนางแววตาเย็นเยียบไร้คลื่นอารมณ์

แววตานี้…นางไม่อาจคุ้นเคยไปมากกว่านี้แล้ว!

นางเห็นลู่เจียเสวียใช้แววตานี้จ้องผู้อื่นมานับครั้ง

ไม่ถ้วน ประหนึ่งผู้อื่นเป็นเพียงมดแมลงในมือเขา

เขาจะหยอกล้ออย่างไรก็ได้

อี๋หนิงก้าวถอยหลังโดยพลัน รีบหมุนตัวออกวิ่ง

เสวี่ยจือไม่รู้ถึงสาเหตุการเคลื่อนไหวนี้ทำให้เหล่า

องครักษ์ตื่นตัว นางหันหน้ากลับไปมอง ก่อนจะ

กัดฟันวิ่งตามอี๋หนิงไป

เต้าเหยี่ยนมองเด็กสาวผู้งดงามดุจหยกสลัก

ละเอียดอ่อนวิ่งหนีรูปลักษณ์เช่นนั้นคงไม่ได้มีชาติ

กำเนิดสามัญ น่าจะเป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนาง

ใด เขาหันไปถามลู่เจียเสวีย “นางได้ยินอะไร

หรือไม่”

ดวงตาของลู่เจียเสวียหรี่ลงเล็กน้อย เอ่ยเสียง

ราบเรียบ “ไม่รู้” เขาเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามา

“…ไปสืบมาว่าวันนี้มีตระกูลใดมาจุดธูปไหว้พระที่

วัดต้าฉือบ้าง ในบ้านมีหญิงสาวอายุประมาณสิบ

สองสิบสามหรือไม่”

ผู้ใต้บังคับบัญชารับคำแล้วจากไป ลู่เจียเสวียพูด

ว่า “ข้าต้องไปแล้วเรื่องที่ข้ามอบหมายให้ท่าน

ห้ามแพร่งพรายออกไป…ท่านจำได้หรือไม่”

เต้าเหยี่ยนหลับตาลง ผงกศีรษะ

ลู่เจียเสวียนำเหล่าองครักษ์ออกไปจากวัดต้าฉือ

อี๋หนิงวิ่งหนีมาไกล ก่อนจะตระหนักได้ว่าไม่ควร

วิ่ง ไม่ว่าพวกเขากำลังสนทนาอะไรกัน การวิ่งหนี

ย่อมแสดงให้เห็นว่านางมีความละอายใจ ทว่า

ยามนั้นนางไม่ทันได้ตั้งตัว นางเพียงไม่อยากพบ

เจอลู่เจียเสวียอีก

อี๋หนิงสงบสติอารมณ์ รู้สึกว่าตนสมควรกลับไป

เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในที่สุดนางก็เดินกลับไปตาม

เส้นทางที่ถูกต้อง หลัวอี๋ฮุ่ยกำลังยืนรอนางอยู่ตรง

ประตูเพื่อจะไปกินอาหารเจด้วยกัน อี๋หนิงสูดลม

หายใจลึกยาว ตัดสินใจลืมเรื่องที่บังเอิญพบลู่เจีย

เสวีย

ในเมื่อแต่ไหนแต่ไรมา ต่อหน้าลู่เจียเสวีย นางก็

ไม่เคยชนะเขาได้เลยสักครั้ง

——————–

[1] โย่วเหริน คือเสื้อของชาวจีนฮั่นโบราณ

สาบเสื้อด้านซ้ายคลุมทับด้านขวา

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 64"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
31/10/2022
6188e53dm0GCjCeV
ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ (​จบบริบูรณ์​)
19/05/2024
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
novelpdf01ba7bf3a
เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง
10/09/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.