Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 68

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 68
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ครรภ์ของหลินไห่หรูก็

เริ่มใหญ่โตขึ้นทุกวัน

ทุกคนในจวนคอยเฝั้าระวังไม่ให้นางเดินโดยไม่

จำเป็น หลัวเฉิงจางก็รอบคอบอย่างยิ่ง สั่งกำชับ

ให้รุ่ยเซียงคอยระมัดระวังการใช้ชีวิตประจำวัน

ของหลินไห่หรูให้ดี ยิ่งใกล้วันกำหนดคลอดมาก

เท่าไรก็ยิ่งห้ามชะล่าใจหลินไห่หรูอุดอู้อยู่แต่ใน

ห้อง นับวันก็ยิ่งเกียจคร้านขึ้นเรื่อย ๆ

วันนี้อี๋หนิงไปคารวะนางที่เรือน ได้ยินรุ่ยเซียงก

ล่าวว่านางยังนอนอยู่จึงกล่าวว่า “ไม่ต้องปลุก ให้

ท่านแม่นอนพักอีกสักหน่อย”

สตรีตั้งครรภ์มักรักการนอน แม้นางจะไม่เคย

ตั้งครรภ์มาก่อน ทว่าก็เข้าใจถึงความยากลำบาก

นี้ดี

อี๋หนิงเก็บหมึกพู่กันไปยังหอสดับลมด้านหน้า

นางยังต้องไปเรียนกับอาจารย์ผู้เฒ่าซ่ง อาจารย์ผู้

เฒ่าซ่งเป็นอาจารย์ที่สาธยายบทเรียนได้ยืดยาว

ไม่รู้จบ ระดับความสามารถในการสั่งสอนสูงส่ง

เดิมเขารับสอนอี๋หนิงเพราะเห็นแก่หลัวเซิ่นหย่วน

ทว่าเมื่อสอนไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าศิษย์น้อยผู้นี้

น่าสนใจ แม้จะสมองทื่อโดยกำเนิดไปบ้าง ทว่ามี

บางครั้งเมื่อสนทนาขึ้นมากลับมีเหตุมีผลยิ่ง ที่

สำคัญยังไม่เคร่งครัดในประเพณีครํ่าครึเฉกเช่น

บุตรสาวตระกูลอื่นทั่วไป สามารถมองเห็นถึงแกน

ปัญหา ชี้ให้เห็นว่านางยังสามารถเพาะบ่มได้

อาจารย์ผู้เฒ่าซ่งรู้สึกว่านางน่าสนใจ ยามบรรยาย

ยังจงใจโต้วาทีกับนางวันนี้หัวข้อที่ทั้งสองคนจะ

เสวนาคือ ‘พึงชนะความโกรธแค้นด้วยคุณธรรม

เป็นอย่างไร’

ตั้งแต่เรื่องฉินมู่กง[1] ช่วยเหลือแคว้นจิ้นถึงสาม

ครา ทว่าไม่ได้รับผลตอบแทนที่ดีจนถึงเหลียนผ่อ

แบกหนามรับโทษ[2] มุมมองของแม่นางน้อย

ชัดเจน คือต้องคำนึงถึงอุปนิสัยของคนและ

สถานการณ์ อย่ามัวแต่สับสนว่าเป็นเรื่อง

คุณธรรมหรือความโกรธแค้น

อาจารย์ผู้เฒ่าซ่งหัวเราะเสียงดัง ลูบเคราพลาง

เอ่ย “หากคุณหนูเจ็ดเป็นบุรุษต้องติดตามพี่ชาย

สามของเจ้าไปร่วมสอบระดับแคว้นได้อย่าง

แน่นอน”

อี๋หนิงวางชาที่เย็นชืดในมือลง ยิ้มกล่าวว่า

“อาจารย์ผู้เฒ่ากำลังลวงข้าเป็นแน่ รังเกียจที่

นักเรียนเยี่ยงข้ามีความคิดอ่านคดเคี้ยวใช่หรือไม่

เจ้าคะ”

อาจารย์ผู้เฒ่าซ่งตอบอย่างไม่เห็นด้วย “ท่องสี่

ตำราห้าคัมภีร์ได้จนแม่นยำก็สามารถผ่านการ

สอบระดับแคว้นได้แล้วรึ หากเป็นเช่นนั้นทุกปีคง

มีจิ้นซื่อถือกำเนิดออกมาเป็นกระบุง แม้อายุเจ้า

จะยังน้อย ทว่ากลับมีจิตใจกว้างขวางกว่า

บุตรสาวชาวบ้านสามัญทั่วไป” อาจารย์ผู้เฒ่าซ่ง

ผงกศีรษะ “เมื่อเจ้าออกไปสามารถประกาศว่า

เป็นศิษย์ของข้าได้ ไม่ทำให้ข้าต้องเสียหน้าแล้ว!”

อี๋หนิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางกล่าวลา

อาจารย์ผู้เฒ่าซ่ง เมื่อเดินไปถึงข้างสระบัวเห็น

ดอกบัวที่เหี่ยวเฉาเต็มสระก็พลันคิดขึ้นได้ว่าอีกสี่

เดือนกว่าก็จะถึงการสอบคัดเลือกช่วงฤดูวสันต์

แล้ว…

ยามที่กิ่งหลิวห้อยพลิ้วไหวเต็มทั่วทุกถนนในเมือง

หลวง ไม่รู้ว่านางจะสามารถเห็นภาพที่หลัวเซิ่น

หย่วนมีชื่อเสียงดังกึกก้องไปทั่วใต้หล้าได้หรือไม่

นางอยู่ที่เปั่าติ้ง ไม่อาจชมเขาขี่ม้าเดินขบวนไป

ตามถนน

อี๋หนิงกุมนิ้วมือที่เย็นเล็กน้อย คิดถึงชายหนุ่ม

เงียบขรึมผู้นั้นที่แหวกผ้าม่าน ก้าวเท้ายาว ๆ

ออกมาจากห้องโถงกลาง

ทุกคนต่างจับจ้องไปที่รองเสนาบดีหนุ่ม มีกลุ่มคน

มากมายรายล้อมอยู่ด้านหลังเขา ยามนั้นนางไม่

รู้จักเขา เขาเองก็ไม่รู้ว่าบนโลกใบนี้มีหลัวอี๋หนิง

คนนี้อยู่ ทั้งสองคนไม่เคยแม้แต่จะพานพบกัน

ทว่าบัดนี้นางกลับสามารถมองเขาก้าวเดินไปยัง

ตำแหน่งนั้นทีละก้าว ๆอยู่ใต้คนเพียงคนเดียว อยู่

เหนือคนนับหมื่น โชคชะตาช่างเป็นสิ่งที่น่าพิศวง

นัก

เมื่อกลับถึงห้อง อี๋หนิงก็หยิบถุงเท้าเนื้อหนา

สำหรับสวมในช่วงฤดูเหมันต์ที่ทำให้หลัวเซิ่นหย่

วนออกมา ก่อนจะให้สาวใช้เอาไปมอบให้เขา เขา

จะได้สวมหลังจากไปถึงเมืองหลวง ทว่าเมื่อ

ครุ่นคิดแล้วนางก็ตะโกนเรียกให้สาวใช้กลับมา

หลัวอี๋ซิ่วกำลังถูกเฉินซื่อจับตามองให้เรียนเย็บปัก

ถักร้อยเรียนจนรู้สึกหมดอาลัยตายอยากในชีวิต

จึงไร้เวลามาสนใจนาง เช่นนั้นมิสู้นางเอาไปมอบ

ให้เขาด้วยตนเอง

ทว่าเมื่อถึงเรือนของหลัวเซิ่นหย่วน นางกลับไม่

พบเขา สาวใช้ที่ปรนนิบัติเขากล่าวว่าเขาไปเรือน

ของหลัวเฉิงจาง สาวใช้รินนํ้าชาให้อี๋หนิงยิ้มพลาง

เอ่ย “คุณหนูเจ็ดโปรดรอสักครู่เถิดเจ้าค่ะ

คุณชายสามไปนานกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว เห็นทีคง

ใกล้จะกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

อี๋หนิงกุมถ้วยชาที่มีไอร้อนอวลกรุ่น จิบไปอึกหนึ่ง

ถึงรู้สึกสบายขึ้นบัดนี้อากาศหนาวเย็น นางเริ่ม

รู้สึกหนาวขึ้นมาเล็กน้อย พอนั่งเอนอยู่บนเก้าอี้ไม้

ชั่วครู่ก็เกิดอยากไปพลิกอ่านหนังสือของเขา อี๋ห

นิงย่องไปที่ด้านหน้าชั้นวางในห้องหนังสือ แต่

ไหนแต่ไรมาหลัวเซิ่นหย่วนไม่อนุญาตให้คนอื่น

เข้ามาในห้องหนังสือ ทว่าสำหรับนางแล้วย่อมไม่

เป็นไร อี๋หนิงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาเปิด

พลิกโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะพบว่าเป็นหนังสือ

รวบรวมบทกวีเล่มหนึ่ง คล้ายว่าเขาจะมีนิสัยชอบ

เขียนคำอธิบายเชิงอรรถยามอ่านหนังสือ ตรงมุม

ด้านข้างของหนังสือรวบรวมบทกวีมีตัวอักษรเล็ก

ๆ แน่นชิดเป็นระเบียบ บทกวีบทหนึ่งมีคำอธิบาย

เชิงอรรถเขียนไว้ว่า ‘อ่านจบแล้วน่าสนใจ เป็น

ผลงานชั้นเยี่ยม เอาไปให้อี๋หนิงท่องอยู่สามครั้ง

ทว่าล้มเหลวหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก’

เมื่ออี๋หนิงเห็น หัวคิ้วก็ขมวดมุ่น นางพลิกเปิดไป

อีกหลายบท ทว่าไม่เห็นเขาเขียนถึงตนแล้ว

นี่เป็นบทกวีที่เขาโปรดปรานหรือ อี๋หนิงลงมือ

คัดลอก ตัดสินใจว่ายามกลับไปจะตั้งใจท่องให้ดี

นางยังไม่ทันได้วางหนังสือกลับไปก็ได้ยินเสียง

สาวใช้ตรงประตูขานเรียก “คุณชายสาม”

หลัวเซิ่นหย่วนก้าวเข้ามาด้านในด้วยฝีเท้ามั่นคง

เมื่อเห็นอี๋หนิงกำลังพลิกอ่านหนังสือของเขาก็ไม่

เอ่ยสิ่งใด อี๋หนิงวางหนังสือกลับไปที่เดิม ก่อนจะ

คลี่ยิ้ม “พี่ชายสาม ท่านพ่อกล่าวอะไรกับท่าน

หรือ ถึงได้ไปนานกว่าจะกลับมากล่าวเรื่องการ

สอบคัดเลือกในช่วงฤดูวสันต์ของท่านใช่หรือไม่”

หลัวเซิ่นหย่วนนั่งลงจิบชา ปรายตาขึ้นมองนาง

ก่อนจะยิ้มพลางเอ่ย“เจ้ามาหาข้าทำไมหรือ”

เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องที่หลัวเฉิงจางต้องการพบเขา

เป็นความจริงที่หลัวเฉิงจางต้องการพบเขาเพราะ

เรื่องการสอบคัดเลือกในช่วงฤดูวสันต์ หรือหาก

จะกล่าวให้ตรงประเด็นมากกว่านี้ก็คือเรื่องของใต้

เท้าซุน ใต้เท้าซุนชื่นชมในตัวของหลัวเซิ่นหย่วน

มาก หมายมั่นให้บุตรสาวคนเล็กสุดของตนหมั้น

หมายกับเขา กระทั่งเขียนจดหมายบอกกล่าว

หลัวเฉิงจางแล้ว ว่าหากหลัวเซิ่นหย่วนได้รับการ

คัดเลือกเป็นจิ้นซื่อก็จะให้ทั้งสองตระกูลเกี่ยวดอง

กัน เร่งจัดงานหมั้นหมายในเร็ววัน

ตระกูลซุนไม่ใช่วงศ์สกุลที่ตระกูลเกาในเปั่าติ้งจะ

หาญเทียบ ใต้เท้าซุนเป็นอาจารย์ของท่านพ่อ ทั้ง

ยังเป็นผู้ที่คอยสนับสนุนท่านพ่อมาตั้งแต่ต้นตัว

คุณหนูซุนเองก็เป็นคุณหนูสายตรง แม้จะมีอายุ

น้อยสุด แต่ก็ได้รับการอบรมให้รู้จักสำรวม

อ่อนโยน เป็นสตรีมากความสามารถที่มีชื่อเสียง

ในเมืองหลวง เพิ่งจะผ่านวัยปักปินก็มีคนมาสู่ขอ

จนธรณีประตูแทบหัก ทว่ากลับไม่มีผู้ใดเข้าตาใต้

เท้าซุนสักคน

จะด้วยไมตรีหรือเหตุผล หลัวเซิ่นหย่วนก็ควรตก

ปากรับคำ

อันที่จริงหลัวเฉิงจางรู้สึกดีใจแทนบุตรชายคนโตผู้

นี้ อาจารย์ของเขาเป็นคนอย่างไร เขาย่อมทราบ

ดี คุณหนูซุนยังเป็นสตรีมีความสามารถ ตระกูล

ซุนมีประวัติความเป็นมาช้านาน งานวิวาห์นี้

เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

ขณะที่หลัวเซิ่นหย่วนอยู่ที่เมืองหลวง เขาเคยพบ

คุณหนูซุนสองสามครั้ง จำได้เพียงว่านางมี

อุปนิสัยอ่อนโยน ส่วนเรื่องอื่นเป็นเพียงภาพเลือน

รางไร้ความทรงจำอื่นใด

เขาไม่สนใจเรื่องรักใคร่ระหว่างชายหญิงพรรค์นี้

และยิ่งไร้ความสนใจในตัวคุณหนูซุน ในอดีตที่เขา

ไม่ยอมรับการหมั้นหมายเพราะเขารู้ว่าการรับ

การหมั้นหมายในภายหลังจะช่วยให้เขาได้รับ

ความช่วยเหลือในราชสำนักมากขึ้น

เขามีจิตใจแยบยลมากแผนการ กระทั่งเรื่องงาน

มงคลสมรสของตนก็ต้องคำนวณอย่างถี่ถ้วน

อี๋หนิงมอบถุงเท้าให้เขา ก่อนจะนั่งลงข้างกายเขา

“ข้าเพิ่มผ้ากำมะหยี่ไว้ด้านในอีกชั้นหนึ่ง ใส่แล้ว

จะทำให้อบอุ่นมาก”

หลัวเซิ่นหย่วนปรายตามองดวงตาเมล็ดซิ่งกระ

จ่างใสมีเสน่ห์คู่นั้นของนาง ใบหน้าเล็กเพียงฝั่ามือ

ดูผอมเรียวขึ้นเล็กน้อย ขับให้พริ้มเพราเย้ายวน

ยามที่นางยิ้ม ดวงตาจะเปล่งประกายเล็กน้อย ยิ่ง

โตก็ยิ่งงามสะคราญ หลัวเซิ่นหย่วนรับถุงเท้าจาก

มือนาง ปลายนิ้วของทั้งสองคนสัมผัสกันเล็กน้อย

ก่อนจะแยกจาก

อี๋หนิงสัมผัสได้ถึงความหยาบกร้านเล็ก ๆ บน

ปลายนิ้วมือเขา อุณหภูมิอุ่นร้อนกว่านางเล็กน้อย

ทว่าไม่นานมือก็ถูกดึงกลับไปอย่างรวดเร็ว

หลัวเซิ่นหย่วนมองถุงเท้าที่นางทำให้ก็ยิ้ม ฝีเย็บ

ใช้ได้ ด้วยกลัวว่าจะไม่อุ่นพอถึงได้เย็บบุสองชั้น

ทว่าร่างกายเขาธาตุร้อน ถุงเท้าที่สวมใส่ในช่วง

ฤดูหนาวเพียงหนากว่าที่สวมในช่วงฤดูร้อน

เล็กน้อยก็ถือว่าเพียงพอแล้วเขาไม่มีทางกล้าสวม

ถุงเท้าคู่นี้ แต่นํ้าใจของเด็กน้อย เขาจะหักหาญได้

อย่างไร

“ทำได้ไม่เลว” หลัวเซิ่นหย่วนกระแอมกระไอ

ก่อนเอ่ย “สำหรับรางวัลข้าเพิ่งเขียนแบบอักษร

ให้เจ้าเสร็จ เจ้าเอากลับไปฝึกคัดเสีย”

นี่เป็นรางวัลประเภทใดกัน…อี๋หนิงมองเขาด้วย

ความหดหู่เล็กน้อย

หลัวเซิ่นหย่วนแสร้งทำเป็นไม่เห็นสีหน้าน่าสงสาร

ของนาง เรียกสาวใช้เข้ามาจัดโต๊ะอาหาร ในเมื่อ

อี๋หนิงอยู่ที่นี่ เช่นนั้นก็ต้องเตรียมอาหารโปรดของ

นาง

“วันก่อนข้าเอาภาพแกะสลักหลายภาพมาจาก

เซียงเหอ เจ้าอยากดูหรือไม่” หลัวเซิ่นหย่วนยิ้ม

พลางเอ่ยถาม เขาย่อมรักเอ็นดูนาง เพียงแต่เจ้า

เด็กน้อยคนนี้ไม่รู้ตัวก็เท่านั้น เมื่อรู้ว่าเจ้าเด็กน้อย

ชอบภาพแกะสลักหลัวเซิ่นหย่วนก็เก็บรวบรวม

มาให้นางเป็นจำนวนมากจนคลังเก็บสมบัติของ

นางแทบจะไม่มีที่วางอยู่แล้ว นางเป็นเด็กสาว

ทว่าไม่ชอบพวกบทกวีโคลงกลอนภาพวาด

กลับไปชอบภาพแกะสลัก การเก็บสะสมก็ไม่ใช่

เรื่องง่าย

อันที่จริงอี๋หนิงไม่ได้มีความชอบอื่นใดเป็นพิเศษ

แต่ภาพแกะสลักเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างนั้น

โดยเฉพาะกับงานภาพแกะสลักหยก นางมีเก็บ

สะสมอยู่หลายชิ้น ความชอบพิสดารนี้มีเพียง

หลัวเซิ่นหย่วนเท่านั้นที่ล่วงรู้

เมื่อได้ยินว่ามีภาพแกะสลักใหม่ นางย่อมอยาก

เห็นจึงลุกขึ้น “ข้าอยากไปแน่นอน…” ทว่ากล่าว

ได้เพียงครึ่งประโยคก็พลันรู้สึกเวียนศีรษะตาพร่า

มัว ภาพตรงหน้าวูบดำเป็นระลอก ชั่วขณะหนึ่ง

อี๋หนิงคล้ายกับยืนไม่มั่นคง เอื้อมมือออกไปจับ

แขนของหลัวเซิ่นหย่วนไว้

หัวคิ้วของหลัวเซิ่นหย่วนขมวดมุ่นทันที รีบเข้าไป

ประคองนาง “อี๋หนิงเป็นอะไรไป”

สีหน้าของอี๋หนิงซีดขาว บริเวณท้องน้อยมีระลอก

ความเจ็บปวดโหมซัดเข้ามา ความรู้สึกนี้ช่าง

คุ้นเคย เสียดายที่เวลานี้นางวิงเวียนยืนไม่มั่นคง

จึงทำได้เพียงฝืนกล่าว “พี่ชายสาม พาข้ากลับไป

…”

เป็นเด็กน้อยมานาน กระทั่งเรื่องนี้ยังลืมเลือน…

อี๋หนิงไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว บัดนี้นางสูงเสมอไหล่เขา

เรือนร่างเพรียวบางอรชร ทว่าเขาเป็นพี่ชายสาม

ของนาง หากอุ้มนางคงไม่เป็นอะไร ยิ่งไปกว่านั้น

สาวใช้จะอุ้มนางได้อย่างมั่นคงหรือ!

“เจ้าปวดบริเวณใด” หลัวเซิ่นหย่วนไร้ความลังเล

อุ้มอี๋หนิงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสาวเท้าก้าว

ออกจากประตู เมื่อเสวี่ยจือกับซงจือที่ยืนเฝั้าอยู่

ด้านนอกเห็นก็ตกตะลึง รีบวิ่งตามไป

อี๋หนิงซบอยู่ในอ้อมแขนของเขา สัมผัสถึงความ

ทรมานที่ไม่อาจพรรณนา แต่นางก็รู้สึกอุ่นใจ

ตั้งแต่เล็กจนโต ทุกครั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์

อันตราย พี่ชายสามก็จะอุ้มนางเช่นนี้ บริเวณ

ท้องน้อยของอี๋หนิงรู้สึกปวดขึ้นมาอีกครั้ง นางจับ

แขนเสื้อของเขาไว้แน่น กล่าวเสียงแผ่วเบา “ไม่

เป็นไร…พี่ชายสาม ไม่เป็นไร…”

หลัวเซิ่นหย่วนสาวเท้ายาวเข้าไปในห้องด้านข้าง

ของอี๋หนิงด้วยสีหน้าถมึงทึง เขาวางนางลงบนตั่ง

ไม้ อาการเวียนหัวของอี๋หนิงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ปวดท้องน้อยจนไร้เรี่ยวแรงเอื้อนเอ่ย หลัวเซิ่นหย่

วนหันหน้ากลับมา ตวัดสายตามองเหล่าสาวใช้

นํ้าเสียงเย็นเยียบ “คุณหนูไม่สบาย พวกเจ้าที่อยู่

ปรนนิบัติกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยงั้นหรือ”

สาวใช้ในห้องพากันคุกเข่าลง บรรยากาศภายใน

ห้องเงียบกริบ

สวีมามารีบให้คนไปตามชิงชวี่ เสวี่ยจือปรี่เข้าไป

จับมืออี๋หนิงเอาไว้“เจี่ยเอ๋อร์ปวดศีรษะหรือ เหตุ

ใดจู่ ๆ จึงเป็นได้ หรือว่าเมื่อคืนห่มผ้าน้อย

เกินไป” นางเฝั้ามองอี๋หนิงเติบใหญ่ อี๋หนิงปวด

หัวไม่สบาย นางย่อมร้อนรนอี๋หนิงปวดจนขดตัว

งอ นํ้าเสียงติด ๆ ขัด ๆ “ไม่ใช่…ปวดหัว…”

หลัวเซิ่นหย่วนได้ยินคำกล่าวของนางก็หันไปนั่ง

ลงข้างเตียงนางอุ้มตัวนางขึ้นมาอีกครั้ง “อี๋หนิง

เจ้าเป็นอะไรกันแน่”

เรื่องพรรค์นี้จะบอกกล่าวเขาอย่างไร อี๋หนิงโคลง

ศีรษะ หน้าผากมีเหงื่อชื้นผุดพราย มือจับ

หลัวเซิ่นหย่วนไว้ไม่ยอมคลาย

หลัวเซิ่นหย่วนมองอี๋หนิง ดวงหน้าเล็กนุ่มขาวดุจ

หิมะประหนึ่งหยกสลัก ดูราวกับสัตว์ตัวน้อย

อ่อนแอบอบบางน่าสงสาร นิ้วมือเรียวยาวจับมือ

ใหญ่ของเขาไว้ ดวงตาเปียกชื้นเล็กน้อย ทำให้

เมื่อเห็นก็บังเกิดความรู้สึกสั่นคลอนในใจที่ยากจะ

อธิบาย เหตุใดนางจึงมีสภาพน่าสงสารเช่นนี้นิ้ว

ขาวเรียวซึ่งจับเขาไว้ไร้เรี่ยวแรงใด ๆ ราวกับไม่ว่า

อะไรก็สามารถทำร้ายนางได้…แต่กลับระคนไป

ด้วยเสน่ห์ของวัยดรุณีหลายส่วน บีบคั้นจนเขาไม่

กล้าประสานสายตากับนางตรง ๆ

หลัวเซิ่นหย่วนคล้ายเข้าใจในบัดดล เขาถามเสียง

ตํ่า “เจ้าปวดท้องใช่หรือไม่”

เขาฉลาดปราดเปรื่องถึงเพียงนั้น ย่อมคาดเดาได้

แม่นยำ…อี๋หนิงรู้สึกว่านางไม่มีสิ่งใดต้องขัดเขิน

แต่เมื่อมองเขาอีกครั้งก็คล้ายกับเห็นสีหน้าของ

เขาแปลกพิกลไปเล็กน้อย ไม่เหมือนยามปกติ

ทว่าเพียงชั่วพริบตาก็หายวับไป นางผงกศีรษะ

เบา ๆ

หลัวเซิ่นหย่วนวางร่างอุ่นนุ่มลงบนเตียง ก่อนจะ

ลุกขึ้น เขาก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “พวกเจ้าอยู่

ดูแลคุณหนู ข้า…จะออกไปคอยด้านนอก”

รอจนเขาออกไปแล้ว หมัดที่กำแน่นจึงค่อย ๆ

คลายตัว

หลัวเซิ่นหย่วนยืนอยู่ใต้ชายคาระเบียงทางเดิน

หลับตาลง แม้ผู้อื่นไม่ล่วงรู้ แต่เขาไม่มีทางไม่รู้ว่า

ตนเองกำลังคิดอะไร เมื่อครู่ยามเขาต้องอุ้มนาง

ด้วยเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน เขาก็แทบไม่อาจข่ม

ความปรารถนาที่อุบัติในใจมาเนิ่นนานไว้ได้ เขา

ไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตานาง ด้วยเกรงว่าตนจะ

ระงับอารมณ์ไม่ไหว คิดลงมือวางแผนการกับนาง

ความรู้สึกนี้ไม่ควรเกิดขึ้น แม้อี๋หนิงจะไม่ใช่

น้องสาวโดยสายเลือดของเขา ทว่าผู้ใดจะล่วงรู้

อี๋หนิงเองก็จะรู้ได้อย่างไร อี๋หนิงคิดว่าเขาเป็น

เพียงพี่ชายสามของนางเท่านั้น

หลัวเซิ่นหย่วนลอบพรูลมหายใจเบา ๆ เมื่อลืมตา

ขึ้นอีกครั้งก็หวนคืนสู่หลัวเซิ่นหย่วนที่สงบนิ่งคน

เดิมคนนั้น เป็นเจี่ยหยวนแห่งอาณาเขตเหนือที่

ผู้คนต่างเคารพนับถือ เป็นพี่ชายสามของหลัวอี๋ห

นิง

——————–

[1] ฉินมู่กงเป็นกษัตริย์แห่งรัฐฉิน ในยุควสันต

สารท ครองราชบัลลังก์ระหว่าง 659 – 621ปี

ก่อนคริสตกาล ซึ่งฉินมู่กงได้รับการยกย่องให้เป็น

1 ใน 5 อ๋องผู้ยิ่งใหญ่ เนื่องจากในรัชสมัยของ

พระองค์สามารถขยายอาณาเขตของรัฐฉิน

ออกไปได้อย่างกว้างขวาง

[2] เหลียนผ่อแบกหนามรับโทษ มาจากเหลียน

ผ่อเปลือยกายท่อนบนแบกกิ่งหนามไปขอขมาลิ่น

เซียงหรูด้วยความสำนึกผิด ต่อมาจึงกลายเป็น

ตัวอย่างอันดีของผู้ที่กระทำความผิดแล้วรู้จักขอ

โทษ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 68"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
25/06/2026
6192208aBy6WoSao
เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]
30/11/2025
65c45e275HyR33Hh
ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน
03/04/2025
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.