Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 69

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 69
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ถึงยามพลบคํ่า หลินไห่หรูก็มาเยี่ยมอี๋หนิงด้วย

ตนเอง เมื่อหลัวอี๋ซิ่วทราบข่าวก็เดินทางมาจาก

บ้านหลักพร้อมขนมหวานกล่องหนึ่ง นางฉีกยิ้ม

กว้าง “อี๋หนิงของพวกเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

อี๋หนิงประคองเอวลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งบนตั่งไม้

จิบนํ้าแกงอุ่นร้อนไปคำหนึ่ง ยามนี้อาการของนาง

ดีขึ้นมากแล้ว ทว่าอย่างไรเรื่องพรรค์นี้ก็ทำให้นาง

รู้สึกประหม่าเล็กน้อย สาวใช้ทั้งห้องจับจ้องมอง

นางด้วยสายตาแฝงแววหยอกเย้า กระทั่งมีเสียง

กระซิบกระซาบวางแผนว่าควรบำรุงนางอย่างไร

ดีหรือจะต้มไข่นํ้าตาลแดงสักสองสามฟองให้นาง

กินดี

ปกติเด็กสาวที่มีระดูครั้งแรกมักจะไม่มีอาการ

ปวดท้อง แต่เป็นเพราะอี๋หนิงโดนไอเย็นทำร้าย

ร่างกายตั้งแต่เด็ก พื้นฐานของร่างกายไม่ค่อยดี

นักถึงได้เกิดอาการเช่นนี้

บรรยากาศภายในเรือนผ่อนคลาย กระทั่งยังเจือ

ด้วยความยินดี

หลินไห่หรูกำชับให้สาวใช้ระมัดระวังเรื่องอาหาร

การกินในชีวิตประจำวันของนางให้ดี ก่อนจะจับ

มือของอี๋หนิงไปพิจารณา

หลินไห่หรูบังเกิดความรู้สึกตื้นตันอย่างหนึ่ง เป็น

ความตื้นตันที่ได้เห็นบุตรสาวเติบโตเข้าสู่วัยแรก

แย้ม นางจะต้องบ่มเพาะทะนุถนอมอี๋หนิงให้ดี

เลี้ยงดูให้เติบโตเป็นสตรีสูงศักดิ์ แม้ไม่อาจเทียบ

กับเหล่าสตรีราชนิกุล แต่เมื่อก้าวออกไปก็ต้องไม่

มีผู้ใดกล้าดูแคลน ต่อไปหากผู้ใดอยากแต่งงาน

กับอี๋หนิง ก็ต้องพึงประเมินตนเสียก่อนว่าคู่ควร

กับอี๋หนิงหรือไม่

อี๋หนิงกำลังนึกถึงเรื่องราวในชาติภพก่อน ยามนั้น

นางไม่รู้อะไรทั้งสิ้นทั้งยังไม่มีผู้ใดบอกนางว่าเกิด

สิ่งใดขึ้น นางจึงตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูกเป็น

สาวใช้ใหญ่ในจวนที่เข้ามากระซิบด้วยใบหน้า

แดงกํ่า ต่อมาเมื่อแม่เลี้ยงทราบข่าวก็เพียงให้สาว

ใช้ข้างกายนางมาบอกกล่าวนางเท่านั้น ‘เจ้าไป

อธิบายกับคุณหนูให้ชัดเจน ต่อไปเรื่องอาหารการ

กินก็ระวังสักหน่อย’

อย่างไรนางก็ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ เพียงเลี้ยงดู

ภายใต้สายตา ไม่ให้ขาดอาหารการกินและ

อาภรณ์นุ่งห่มก็ถือว่าเมตตามากแล้ว แม่เลี้ยงที่

เหมือนกับหลินไห่หรูหาได้ยากยิ่ง

อี๋หนิงคล้ายตกอยู่ในภวังค์ จากนั้นสวีมามาก็ส่ง

หลินไห่หรูกลับไปปั้องกันไม่ให้นางต้องเหนื่อยล้า

มากเกินไป

ความเคลื่อนไหวทางฝังนี้ของหลัวอี๋หนิง ไม่นานก็

รู้ไปถึงหูของเฉียวอี๋เหนียง

นางกำลังทำรองเท้าให้เซวียนเกอร์ พลางกล่าว

ด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ“นางเองก็อายุสิบสามปีเต็ม

แล้ว” นางเงยหน้าขึ้นถาม “เหลียนเจี่ยเอ๋อร์เล่า”

สาวใช้ตอบ “คุณหนูหกเขียนอักษรอยู่ในห้องเจ้า

ค่ะ ไม่อนุญาตให้พวกเราเข้าไปรบกวน”

ในเวลานี้เองก็มีบ่าวหญิงชราคนหนึ่งเดินเข้ามา

แหวกผ้าม่านออกแล้วขานเรียก “อี๋เหนียง หลิว

อันเจียมาขอพบเจ้าค่ะ”

หลิวอันเจียคือหญิงชราดูแลร้านค้าให้เฉียวอี๋

เหนียงคนนั้น เมื่อนางได้ยินก็ขมวดคิ้ว นึกถึงเรื่อง

ที่หลิวอันเจียวิงวอนแทนสวี่ซื่อ เมื่อนางเห็นคน

เหล่านี้ก็ให้รู้สึกรำคาญ “ไม่พบ สั่งให้นาง

กลับไป!”

ด้านนอกประตูเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่นานก็มีคนเดิน

เข้ามาอีกครั้ง“อี๋เหนียง หลิวอันเจียกล่าวว่า

จะต้องพบท่านให้ได้! พูดว่ามีเรื่องสำคัญ…ท่าน

ต้องให้พบเจ้าค่ะ!”

เฉียวอี๋เหนียงวางไขควงเจาะรูที่ใช้ทำรองเท้าลง

บนโต๊ะเล็ก พูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ให้นางเข้ามา!”

นางจะต้องจัดการสั่งสอนบ่าวไพร่เหล่านี้สัก

หน่อยแล้ว

หลิวอันเจียมาพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง นาง

แหวกผ้าม่าน ก้าวเท้าเข้ามา ก่อนจะคุกเข่าลงบน

พื้น เสียงกำไลทองแดงกระทบกันดังกรุ๋งกริ๋ง“อี๋

เหนียง บ่าวมาคารวะท่านแล้วเจ้าค่ะ”

สีหน้าเฉียวอี๋เหนียงเย็นชา ไม่เอ่ยวาจา

หลิวอันเจียเริ่มประหม่า ทว่ายังคงเอ่ยต่อ “อี๋

เหนียง สวี่ซื่อ…บ่าวไม่ได้สั่งให้คนโบยเขาจน

พิการ ยามนั้นบ่าวพาเขากลับไป ภรรยาที่นอน

ปั่วยอยู่บนเตียงของเขาก็โผร่างมาขัดขวางไว้ ไม่

ยอมให้โบยเขา ครํ่าครวญน่าเวทนายิ่งนัก บ่าวจึง

กล่าวว่า ‘นี่เป็นคำสั่งของอี๋เหนียง ไม่โบยไม่ได้’

ร่างกายของหญิงสาวผู้นั้นอ่อนแอจริง ๆ พูดสิ่งใด

ไม่ออกอยู่ค่อนวัน เพื่อช่วยสวี่ซื่อ นางจึงคุกเข่า

อ้อนวอนบ่าว…”

เฉียวอี๋เหนียงฟังถึงตรงนี้ก็เริ่มสิ้นความอดทน

เอ่ยเสียงราบเรียบ“หลิวอันเจีย เจ้าทำงาน

สะเพร่าได้อย่างสบายใจนัก”

หลิวอันเจียสะดุ้งกับนํ้าเสียงของเฉียวอี๋เหนียง ไม่

กล้าเล่นลิ้นอีก นางลุกขึ้นยืน รีบก้าวไปหยุดข้าง

กายเฉียวอี๋เหนียง กระซิบเสียงตํ่า “อี๋เหนียงท่าน

ยังไม่ทราบ ดังนั้นโปรดฟังคำของบ่าวอย่าง

ละเอียดสักนิด มิใช่สตรีผู้นั้นเคยปรนนิบัติอดีตฮู

หยินรองหรอกหรือเจ้าคะ ถึงจะไม่ใช่สาวใช้ข้าง

กายแต่ก็เป็นสาวใช้ขั้นรอง…นางเล่าให้บ่าวฟังถึง

เรื่องในอดีตเรื่องหนึ่ง ท่านต้องคาดไม่ถึงแน่ ๆ

เจ้าค่ะ! นางกล่าวว่าหากบอกความลับนี้กับท่าน

ท่านจะต้องไว้ชีวิตสวี่ซื่อสักครั้ง…เรื่องนี้เกี่ยวข้อง

กับอดีตฮูหยินรองของพวกเราเจ้าค่ะ!”

เฉียวอี๋เหนียงพิงตัวลงบนเบาะนุ่ม หยิบไขควง

เจาะรูขึ้นอีกครั้ง “นางพูดว่ามีความลับ เจ้าก็เชื่อ

แล้ว”

คิ้วของหลิวอันเจียขยับไหวเล็กน้อย สั่งให้สาวใช้

ที่ปรนนิบัติอยู่ถอยออกไป นางนั่งลงข้างกายเฉียว

อี๋เหนียง ก่อนจะช่วยนวดขาให้จึงถูกเฉียวอี๋

เหนียงตีมือครั้งหนึ่ง นางยิ้มอย่างไม่แยแส “ท่าน

อย่าได้กล่าวไปข้าฟังแล้วก็มีส่วนที่น่าเชื่อถืออยู่

หลายส่วน! ท่านลองเดาสิเจ้าคะ ว่านางกล่าวว่า

อย่างไร…” เสียงของหลิวอันเจียหยุดชะงักไปครู่

หนึ่ง “นางกล่าวว่าคุณหนูเจ็ดของพวกเรา…มิใช่

ลูกแท้ ๆ ของนายท่านเจ้าค่ะ!”

เฉียวอี๋เหนียงที่ถือรองเท้าของเซวียนเกอร์ไว้ใน

มือ ในที่สุดก็ยืดตัวนั่งหลังตรง “นางว่าอะไรนะ

หลัวอี๋หนิงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของนายท่าน”

หลิวอันเจียถึงได้พูดต่อ “อี๋เหนียง ท่านลอง

ไตร่ตรองดู เดิมเรื่องพรรค์นี้บนโลกก็คลุมเครือ

คุณหนูเจ็ดเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ แต่กลับไม่มีส่วนใด

ละม้ายคล้ายคลึงกับนายท่านสักนิด ปีนั้นฮูหยินร

องท่านนั้นก็ตายอย่างมีเงื่อนงำมิใช่หรือเจ้าคะ

ผู้อื่นต่างกล่าวว่าเพราะท่านเป็นสาเหตุ แต่ข้า

กลับไม่คิดเช่นนั้น ยังมีบรรดาสาวใช้บ่าวหญิงชรา

ที่ปรนนิบัตินางเหล่านั้นเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดกล้าอยู่

ที่ตระกูลหลัวสักคน…”

เฉียวอี๋เหนียงครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยถาม “นางมี

หลักฐานหรือไม่”

หลิวอันเจียกล่าว “นางไม่กล้าพูดอะไรมาก ต้อง

ให้ท่านยอมปล่อยสวี่ซื่อไปเสียก่อน บ่าวถึงได้มา

ถามความคิดเห็นของท่านในยามนี้อย่างไรเล่าเจ้า

คะ!”

เฉียวอี๋เหนียงยิ่งขบคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าเชื่อถือ

อยู่ไม่น้อย เรื่องเหล่านี้นางเองก็คิดมาแรมปี มิใช่

ว่าไม่เคยสงสัย นางยืดกายขึ้น “เจ้ารีบพาหมอไป

บ้านนาง ค่ารักษาทั้งหมดข้าจะจ่ายเอง อะไรดื่ม

แล้วดีกินแล้วอร่อยก็มอบให้พวกเขา ส่วนเรื่อง

ของสวี่ซื่อก็ไม่ต้องไปสืบสาวเอาความอีก เพียงสิ่ง

ที่นางกล่าวเป็นความจริง ข้าจะตกรางวัลให้นาง

ยังแทบไม่ทัน!”

เพราะหลัวอี๋หนิง นางถึงถูกข่มเสียยิ่งกว่าอะไร

ทั้งยังเป็นเหตุให้นางต้องสูญเสียเซวียนเกอร์ หาก

นี่เป็นเรื่องจริง…อารมณ์ของเฉียวอี๋เหนียงพลัน

พลุ่งพล่าน หลัวอี๋หนิงยังจะถือว่าเป็นคุณหนูที่ถือ

กำเนิดจากสายตรงของตระกูลหลัวต่อไปได้

อย่างไร ไม่แน่ว่ากู้หมิงหลานอาจลักลอบได้เสีย

กับพวกบ่าวไพร่ในจวน เป็นเพียงสายเลือดของ

ชนชั้นตํ่า ไม่ควรคู่ที่จะต้องหวาดเกรงใด ๆ สีหน้า

ของเฉียวอี๋เหนียงฉายประกายตื่นตัว หันไปเอ่ย

กับหลิวอันเจีย “พรุ่งนี้ไปพานางมาพบข้าด้วย

ตนเอง! จำไว้ให้มั่น!”

หลิวอันเจียผงกศีรษะเป็นพัลวัน เมื่อนึกถึงสตรี

นางนั้นก็รู้สึกเวทนายามนั้นสตรีนางนั้นกล่าว

ตะกุกตะกัก ‘ฮูหยินดีต่อข้านัก แต่…ข้ากลับทำให้

นางต้องตายตาไม่หลับ ต้องโทษลิ้นเน่า ๆ ของข้า

ต่อไปคงต้องตกนรกอเวจี…แต่เขาทำเพื่อข้า

อย่างไรข้าก็ทำให้เขาต้องพลอยลำบากไปด้วย

ไม่ได้…’

นางสะอื้นไห้จนแทบเป็นลมล้มพับลงไปตรงนั้น

หลิวอันเจียลอบถอนใจอยู่สักพัก ก่อนจะถอย

ออกไป เฉียวอี๋เหนียงขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เรียกสาว

ใช้ให้หยิบเงินใส่ถุง เอาไปมอบให้หลิวอันเจีย

อิงกั๋วกงเว่ยหลิงเดินทางมาถึงเมืองเปั่าติ้งใน

เวลากลางดึกของวันถัดมา ผู้ที่มาต้อนรับเขา

เป็นท่านผู้ตรวจการประจำเมือง ขบวนทัพของ

เว่ยหลิงเอิกเกริกอลังการ รถม้าสูงใหญ่รายล้อม

ด้วยบ่าวบริวาร ด้านหลังยังติดตามมาด้วยพล

ทหารชั้นยอดห้าร้อยนาย น่าเกรงขามพรั่นพรึง

เมื่อท่านผู้ตรวจการประจำเมืองเห็นอาวุธครบ

ครันที่สะท้อนแสงเย็นยะเยือกในม่านราตรีก็แข้ง

ขาอ่อน รีบเชิญเขาเข้าไปด้านในหน่วยงานของ

ท่านผู้ตรวจการ

ท่าทีที่ท่านผู้ตรวจการประจำเมืองมีต่อเว่ยหลิงน

อบน้อมเหลือคณาอิงกั๋วกงนำพลทหารชั้นเยี่ยม

แห่งค่ายเทพสงครามมาที่เมืองเปั่าติ้งโดยไม่มีการ

แจ้งล่วงหน้า และยามนี้ก็ไม่มีภารกิจใดที่

เกี่ยวข้องกับทางราชสำนักไม่รู้ว่าดาวมฤตยูผู้นี้มา

ที่นี่ด้วยเหตุใด ทว่าเขาไม่กล้าถามให้มากความทำ

ได้เพียงต้อนรับปรนนิบัติอย่างดี

แม้เว่ยหลิงอยากจะไปพบบุตรสาวของตนโดยเร็ว

ที่สุด แต่ก็รู้ว่าถึงจะไปเยือนถึงหน้าประตู เขาก็ยัง

ไร้คำอธิบายที่ดี นี่อาจเป็นการทำลายชื่อเสียง

ของนางกับมารดาโดยใช่เหตุ หลังจากพำนักใน

หน่วยงานของท่านผู้ตรวจการประจำเมือง เขาก็

จิบชาอึกหนึ่ง สั่งให้คนไปสำรวจรอบเมืองเปั่าติ้ง

เตรียมหาโอกาสเหมาะสมไปเยือนที่จวน

นี่คือประโยชน์ของตำแหน่งและสถานะที่นำพา

มาให้มนุษย์ เขาเป็นอิงกั๋วกง เป็นผู้นำของค่าย

เทพสงคราม ส่วนหลัวเฉิงจางเป็นเพียงขุนนาง

ท้องถิ่นในเมืองเปั่าติ้ง หากเขาบอกกล่าวเรื่องราว

นี้ออกไป มอบผลประโยชน์ให้เล็กน้อย สำทับ

ด้วยคำข่มขู่อีกสักสองสามประโยค หลัวเฉิงจาง

ย่อมไม่มีทางไม่ปล่อยคน เขาจะปล่อยให้บุตรสาว

อาศัยอยู่ในสถานที่เช่นนี้ไม่ได้

เว่ยหลิงมองเปลวไฟ ถอนหายใจแช่มช้า สิบกว่า

ปีแล้วที่เขาไม่ได้พบกู้หมิงหลาน

เรื่องในปีนั้นเป็นเขาที่ผิด ยามนั้นเขายังเป็นเพียง

อิงกั๋วกงซื่อจื่อ เป็นรองผู้บัญชาการแห่งกองกำลัง

รักษาความสงบในเมืองหลวง เขาได้รับบาดเจ็บ

สาหัสขณะเข้าล้อมจับพวกโจรชั่ว องครักษ์ของ

เขาพาเขาหาที่หลบซ่อนไปทั่วในที่สุดก็หยุดพักใน

อารามแม่ชีหลังเขา ด้วยกลัวว่าพวกโจรถ่อยจะยัง

ค้นหาอยู่ใกล้ ๆ ทั้งสองคนจึงไม่กล้าโผล่หน้า

ออกมา ทว่าอาการบาดเจ็บของเขาไม่อาจรอช้า

องครักษ์ถึงได้ไปจับคนมาดูแลเขา ส่วนตนกลับไป

ส่งข่าวที่เมืองหลวง

เว่ยหลิงหรี่ตาลง ยามนั้นเขาสะลึมสะลือไม่ได้สติ

รอกระทั่งฟืนขึ้นมาก็พบกู้หมิงหลานที่องครักษ์ไป

จับตัวมาแล้ว

ยามนั้นเขาตื่นตกใจยิ่งนัก เดิมหลงนึกว่าองครักษ์

เพียงไปเชิญหญิงชราหรือชาวนามาดูแลเขา ทว่า

สตรีนางนี้กลับมีกลิ่นอายสูงศักดิ์ แม้นางจะดูอ่อน

ล้าเล็กน้อย ทว่าบุคลิกรูปโฉมกลับไม่มีจุดใดที่ทำ

ให้ผู้คนเกิดความไม่สบายใจ ที่สำคัญเพียงปราย

ตามองคราแรกก็รู้ว่านางไม่ได้เต็มใจมาช่วยเหลือ

เขาแน่นอน

เขาสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่บาดแผล ฝืนขอ

โทษแทนองครักษ์ของตน ‘แม่นาง…ท่านนี้ ขอ

อภัยยิ่งนัก ท่านกลับไปเถิด ทิ้งข้าไว้ตรงนี้เถิดไม่

เป็นไร…’

ผู้ใดจะรู้ว่ากู้หมิงหลานจะปรายตามองเขา

เล็กน้อยก่อนเอ่ย ‘ท่านบาดเจ็บเพราะจับโจร ไม่

เป็นไรหากต้องดูแลท่าน’

นํ้าเสียงของนางเนิบช้า ไร้ร่องรอยหวาดกลัว นาง

รู้จักคำนึงถึงภาพรวม

ยามนั้นกู้หมิงหลานกำลังรำคาญหลัวเฉิงจางจึงไม่

อยากกลับไปเห็นใบหน้านั้น ทั้งยังไม่อยาก

กลับไปยังอารามแม่ชีเพื่อเห็นพวกบ่าวไพร่มอง

นางด้วยสายตาเห็นใจ นางรู้สึกว่าตนกำลัง

สะอิดสะเอียนจนไม่สนใจเรื่องที่ถูกลักพาตัวมา

อีกทั้งอีกฝั่ายก็ได้รับบาดเจ็บเพราะจับกุมพวกโจร

ชั่ว เป็นการสร้างความผาสุกให้กับราษฎร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณโดยรอบนี้เป็นดงปั่าทึบ

กระทั่งนางเองยังหาทางกลับไปไม่ได้ หากทิ้งเขา

ไว้ที่นี่ก็เท่ากับปล่อยให้เขารอความตาย

กู้หมิงหลานตัดสินใจอยู่ดูแลเขา ก่อนที่องครักษ์ผู้

นั้นจะจากไปได้ทิ้งสิ่งของไว้มากมาย สามารถเอา

มาใช้ดูแลเขาได้พอดี

ห้าวันหลังจากนั้น อาการบาดเจ็บของเขาก็ดีขึ้น

ฝืนลุกขึ้นมาเดินเคลื่อนไหวได้บ้างแล้ว เขารู้สึก

ซาบซึ้งใจต่อกู้หมิงหลานยิ่งนัก ทั้งยังคล้ายแฝง

ด้วยความรู้สึกอื่น สิ่งที่องครักษ์ทิ้งไว้เหลือไม่มาก

แล้ว เขาไม่อยากรบกวนกู้หมิงหลานอีก จึงฝืน

แบกอาการบาดเจ็บออกไปล่าสัตว์ ต่อมาหลุมที่

เขาขุดไว้สามารถดักกวางได้ตัวหนึ่ง การดื่มเลือด

กวางช่วยทำให้อาการบาดเจ็บของเขาหายเร็วขึ้น

แต่เขากลับลืมไปว่าเลือดกวางมีฤทธิ์ร้อน รอจน

เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตนได้ทำความผิด

มหันต์ลงไปแล้ว เขาคุกเข่าเบื้องหน้ากู้หมิงหลาน

จับมือของนางไว้พลางกล่าว ‘ข้าคืออิงกั๋วกง

ซื่อจื่อเว่ยหลิง ยินดีจะแต่งเจ้ากลับไป รอเมื่อข้า

กลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว…’

กู้หมิงหลานโคลงศีรษะเบา ๆ เว่ยหลิงไม่รู้ว่านาง

กำลังคิดสิ่งใดอยู่นางนั่งอยู่บนเตียง แววตาที่มอง

ตนไม่เหมือนรังเกียจ แต่กลับเจือด้วยความอบอุ่น

‘ท่านไม่ต้องมาตามหาข้า’ กู้หมิงหลานเอ่ย ‘ข้า

แต่งงานเป็นภรรยาของผู้อื่นแล้ว ท่านดูไม่ออก

หรือไร’

ทั้งร่างของเว่ยหลิงสั่นสะท้าน บังเกิดความเก้อ

เขินที่ถูกนางเปิดโปงความจริงจนไม่รู้จะกล่าว

อะไร เขาย่อม…คาดเดาได้ ทว่าสตรีที่เยี่ยมยอด

เช่นนี้ เหตุใดจึงแต่งงานแล้วเล่า

มุมปากของเว่ยหลิงขยับเล็กน้อย เอ่ยเสียงตํ่า

‘ข้ารู้ แต่ยังคงอยากแต่งงานกับเจ้า ในเมื่อข้าทำ

ลงไปแล้วก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ข้าเห็นเจ้า

ไม่มีความสุขทุกวันก็รู้ว่าคนที่เจ้าแต่งงานด้วยต้อง

ปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดี เจ้าไปกับข้าเถิด’

กู้หมิงหลานยิ่งหัวเราะขื่น มองเขาด้วยแววตา

สงบนิ่ง กระทั่งยังแฝงด้วยความโศกศัลย์ที่ไม่อาจ

เอื้อนเอ่ย จากนั้นนางก็พูดว่า ‘หากข้าเป็นผู้ที่

รู้จักยางอาย ยามนี้ควรแขวนคอตายไปแล้ว ทว่า

ข้าไม่ได้ทำ…ท่านเองก็ไม่ต้องคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ถือ

ว่าแล้วกันไปเถิด’

เว่ยหลิงไม่รู้ถึงความนึกคิดของนาง แต่เขาไม่

อยากปล่อยไปเช่นนี้กระทั่งตื่นมาในเช้าวันหนึ่ง

เว่ยหลิงก็พบว่ากู้หมิงหลานไม่อยู่แล้ว

เขาออกตามหาโดยรอบ ไม่รู้ว่านางอยู่บ้านใด รอ

จนองครักษ์กลับมาและไปตามหาที่อารามแม่ชี

ผู้ใดจะรู้ว่าทั้งอารามแม่ชีนั้นกลับเวิ้งว้างไร้ผู้คนไม่

หลงเหลือสิ่งใดแล้ว เว่ยหลิงเพียงรู้ว่านางชื่อหมิง

หลาน ทว่านามของสตรีก่อนแต่งงาน น้อยคนนัก

จะรู้จัก สุดท้ายเขาจึงตามหานางไม่พบ ทั้งยังไม่

กล้าสืบถามมากไปจนทำให้ผู้อื่นสงสัย เขาจึง

กลับไปยังเมืองหลวงทั้งอย่างนั้น

ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ เขาถวิลหากู้หมิง

หลานมาโดยตลอดหากนางมีชีวิตที่ดีก็ช่างเถิด

คิดเสียว่าทั้งสองคนไม่เคยประสบพบเจอกัน แต่

หากนางมีชีวิตที่ไม่ดีเล่า…ทั้งสองคนมีเพียงราตรี

นั้น ถ้าหมิงหลานตั้งครรภ์บุตรของเขาเล่า นางจะ

เก็บเด็กไว้หรือไม่ เว่ยหลิงขบคิดจนความคิดยุ่ง

เหยิงฟุั้งซ่านเตลิดไปไกล

บัดนี้เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว เขารู้แล้วว่าหมิง

หลานทิ้งบุตรไว้ให้เขาคนหนึ่งจริง ๆ

เป็นบุตรสาว อายุสิบสามปีแล้ว

เว่ยหลิงมองเปลวเทียน อดสงสัยไม่ได้ว่าบุตรสาว

ของเขาจะมีรูปโฉมอย่างไร นางจะมีอุปนิสัยเช่น

ไร สูงหรือไม่ ชอบหรือไม่ชอบอ่านบทกลอนยิ่ง

คิดเรื่องเหล่านี้ภายในใจของเว่ยหลิงก็ยิ่งเกิด

ความคาดหวัง หากนางได้พบกับบิดาแท้ ๆ แล้ว

จะเป็นอย่างไร เมื่อนางได้รู้ว่าตนเป็นคุณหนูแห่ง

จวนอิงกั๋วกงจะดีใจหรือไม่

ไม่รู้ว่านางจะยินดียอมรับเขาหรือไม่ หากนางไม่

ยอมรับ ควรทำอย่างไร…

ต่อให้มีสถานะและบารมีอำนาจของจวนอิงกั๋วกง

เว่ยหลิงยังบังเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาจาง ๆ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 69"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

c97a835-novelpdf
ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70
19/07/2025
65d4753b8ff1a8001d619f2d
ปลายจวักครองใจ
01/11/2024
62660ef8FEnVUUGD
สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋]
04/12/2022
book_detail_large
ยอดหญิงแห่งหมู่บ้านถงซาน
23/04/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.