Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 81

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 81
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ภายในจวนติ้งเปั่ยโหว ติ้งเปั่ยโหวฟูั่ผิงเห็นเว่ย

หลิงนั่งเกี้ยวมาเยือนแต่เช้าก็รีบปรี่ออกไปต้อนรับ

ขับสู้

ฟูั่ผิงเห็นสีหน้าของเว่ยหลิงเคร่งเครียดก็เข้าใจว่า

อีกฝั่ายมาหารือธุระสำคัญ เขาจึงรั้งไว้ก่อน

จัดการไล่คนรอบข้างออกไป เรียกทหารคู่ใจมา

คอยเฝั้าตรงประตู ทั้งยังเอาชาต้าหงเผา[1] ที่

นายท่านผู้เฒ่าของบ้านตนเองเก็บสะสมไว้ไม่ยอม

ดื่มออกมาชงให้ท่านอิงกั๋วกงกาหนึ่ง เมื่อจัดการ

ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยปากถาม “เจ้ามา

ด้วยเหตุใด ตอนนี้สามารถพูดได้แล้ว”

เว่ยหลิงปรายตามองเขาคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย

อย่างเนิบช้า “ประเด็นสำคัญที่มาก็เพื่อขอคำ

ชี้แนะจากเจ้า ว่าบุตรสาวควรเลี้ยงดูอย่างไรจึงจะ

เหมาะสม”

เมื่อฟูั่ผิงได้ยินก็แทบสำลักนํ้าชา เขาถูกเว่ยหลิง

ทำให้ตกใจจริง ๆ“เหตุใดเมื่อครู่เจ้าจึงไม่พูด…นี่มี

สิ่งใดน่าถามกัน!”

เว่ยหลิงกล่าว “ตอนที่ข้าเข้ามาก็เตรียมจะพูด

แล้ว แต่เจ้ากลับขัดข้าไว้ ไม่ยอมให้พูด”

ฟูั่ผิงแค่นเสียงหึออกมาเสียงหนึ่ง “ช่างเถิด

ๆ เห็นแก่เจ้าที่กำลังหัวหมุน ข้าจะไม่ถือสาหา

ความ” เขาใช้ผ้าที่เตรียมไว้ซับปาก วางท่าขึงขัง

“มิใช่ว่าจวนของพวกเจ้ามีคุณหนูอุปถัมภ์อยู่คน

หนึ่งหรือ…นามว่าจ้าวหมิงจูใช่หรือไม่ ข้าจำได้ว่า

นางถูกอุ้มไปเลี้ยงที่จวนเจ้าตั้งแต่เล็ก ทั้งยังเลี้ยง

ในฐานะคุณหนูที่แท้จริง”

เว่ยหลิงยิ้มเย็น “คนที่อุ้มกลับมาให้ช่วยขจัด

ความเบื่อหน่ายของฮูหยินผู้เฒ่าจะคู่ควรเอามา

เทียบกับอี๋หนิงหรือ!” เขาลูบแหวนที่นิ้วโปั้ง

“รอฮูหยินผู้เฒ่าเตรียมธุระงานแต่ง ส่งนาง

ออกไป ข้าก็เพียงเตรียมสินเดิมให้นางสักชุดนี่ก็

ถือว่าข้าเมตตารักษาคุณธรรมอย่างที่สุดแล้ว

ตั้งแต่อี๋หนิงถูกพาตัวกลับมาข้าก็ไม่อยากให้นาง

อยู่ในจวนแล้ว หลีกเลี่ยงไม่ให้อี๋หนิงไม่สบอารมณ์

ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าเลี้ยงดูนางมานานหลายปี ความ

ผูกพันย่อมลึกซึ้ง ข้าจึงไม่ได้แตะต้องนาง ครานี้ก็

ต้องดูว่านางจะสำนึกตัวได้หรือไม่”

ฟูั่ผิงตระหนักถึงท่าทีที่เว่ยหลิงมีต่อบุตรสาว

อุปถัมภ์ได้ในบัดดลอีกฝั่ายไม่ได้วางนางอยู่ใน

สายตาเลยสักนิด

ไม่รู้ว่าในแวดวงชนชั้นสูงในเมืองหลวงจะมีสักกี่

คนที่มองได้กระจ่างและไม่รู้ว่าจ้าวหมิงจูผู้นั้นจะ

กระจ่างชัดหรือไม่

“การเลี้ยงดูบุตรสาวมีสิ่งใดน่าชี้แนะกัน” ฟูั่ผิงไม่

ค่อยเข้าใจนัก“บุตรสาวทั้งสามคนของข้าล้วนเป็น

ฮูหยินคอยดูแล ทุกฤดูข้าเพียงส่งอาภรณ์

เครื่องประดับให้พวกนาง เรียกพวกนางมาถามไถ่

เสวนาเป็นครั้งคราวก็พอแล้ว” ทุกคนต่างเลี้ยง

บุตรสาวเช่นนี้ บุรุษจัดการเรื่องนอกบ้าน สตรี

ดูแลเรื่องในบ้าน ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน

“หากเจ้ารู้สึกว่าเลี้ยงได้ไม่ดีก็แต่งฮูหยินสักคนมา

ช่วยเจ้าก็สิ้นเรื่อง”ฟูั่ผิงกล่าวพลางยิ้มน้อย ๆ

“เจ้าติดตามผู้บัญชาการลู่ไปทำสงครามที่เหมิงกู่

กว่าสี่ปี บัดนี้สมควรจะแต่งงานแล้ว”

เว่ยหลิงยังไม่คิดจะแต่งงานในยามนี้ หนึ่งเพราะ

ยุ่งยาก สองเพราะกลัวว่าคนที่แต่งเข้ามาจะมาก

แผนการจิตใจแยบยล ปฏิบัติต่ออี๋หนิงไม่ดี

เขาส่ายศีรษะ “ยังไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องนี้” เว่ย

หลิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดอย่างชั่งใจเล็กน้อย

“บัดนี้บุตรสาวของข้าอายุสิบสามย่างสิบสี่แล้ว

คราก่อนยามกินข้าว ข้าคีบอาหารให้นาง แต่ดู

เหมือนนางจะไม่ค่อยชอบใจนักเด็กผู้หญิงไม่

เหมือนเด็กผู้ชาย ถิงเกอร์นั้นข้าตีได้ แต่กับ

เด็กผู้หญิง ข้าไม่กล้าแตะต้องแม้เพียงปลายนิ้ว

ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจึงจะเกิดความใกล้ชิดสนิท

สนมขึ้นบ้าง”

ตั้งแต่กลับมาจวบจนบัดนี้ อี๋หนิงยังไม่เคยเรียก

ขานเขาว่าท่านพ่อสักคำ

ฟูั่ผิงขมวดคิ้วมุ่น หยิบยืมคำที่ปกติฮูหยินมักกล่าว

บ่อยครั้งขึ้นมา“ทุกวันถามไถ่นางเรื่องการเรียน

บ้างก็พอ บางทีอาจหาเวลาว่างกินข้าวกับนาง

อย่างไรก็ต้องเลี้ยงอย่างทะนุถนอม! บุตรสาวทั้ง

สามคนของจวนข้า ทุกปีต้องใช้เงินหลายร้อย

ตำลึงซื้อเครื่องประทินโฉมให้พวกนาง สิ่งที่พวก

นางชมชอบ ฮูหยินของข้าไม่เคยตระหนี่ สิ่งอื่นข้า

ไม่ค่อยกระจ่างนัก ทว่าหากเจ้าประพฤติดีหน่อย

ย่อมไม่มีปัญหา”

เว่ยหลิงฟังด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น ก่อนจะหยิบสมุด

เล่มเล็กออกมาจากอกเสื้ออย่างเนิบช้า หยิบพู่กัน

ออกมาแตะนํ้าชา “เจ้าว่ามาอีกสักรอบ ข้าจะจด

ไว้สักหน่อย”

นี่คือท่านแม่ทัพที่เคยสร้างความอกสั่นขวัญแขวน

ให้กองทัพศัตรู ท่านอิงกั๋วกงเว่ยหลิงจริงหรือ ฟูั่

ผิงนึกอยากดึงหน้าเขามาดูอย่างละเอียด ปั้องกัน

ไม่ให้ตนจำคนผิดไป

เว่ยหลิงเห็นว่าเขาไม่พูดสักทีก็เลิกคิ้ว “เจ้าว่ามา”

ฟูั่ผิงถึงได้กระแอมกระไอเสียงหนึ่ง ร่ายถ้อยคำ

เมื่อครู่ออกมาเป็นคำรบที่สอง ทั้งยังปันเสริมเติม

แต่งเข้าไปอีกมากมาย

กระทั่งเว่ยหลิงพึงพอใจและยอมปล่อยอีกฝั่ายก็

เป็นยามบ่ายแล้วฟูั่ผิงส่งเขาที่หน้าประตูใหญ่ของ

จวน เมื่อมีบุตรสาวเพิ่มมาหนึ่งคน ท่านอิงกั๋วกง

คล้ายจะมีความเป็นมนุษย์เพิ่มขึ้นไม่น้อย

เขาลอบถอนหายใจ แล้วเดินกลับไปที่ห้องของ

ตน

อี๋หนิงไปรอเว่ยหลิงที่เรือนของเขา อยากจะ

หารือกับเขาเรื่องของซงจือกับชิงชวี่

เว่ยหลิงเป็นคนฝึกยุทธ์ ห้องหนังสือของเขาจึงมี

หนังสือไม่มาก หลายเล่มยังไม่เคยถูกเปิดอ่าน

สาวใช้ใหญ่สองคนที่ปรนนิบัติเว่ยหลิงชงชาให้

นางทั้งยังถามว่าอยากจะหาหนังสืออ่านเล่น

หรือไม่ อี๋หนิงส่ายศีรษะแล้วเอ่ยว่าไม่อยาก นาง

เดินไปตรงหน้าโต๊ะหนังสือของเว่ยหลิง จากนั้นก็

พบว่าบนโต๊ะมีสิ่งของวางเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด

อี๋หนิงค่อย ๆ ช่วยเขาจัดเรียงจนเรียบร้อย วาง

พู่กันไว้บนที่วางพู่กันกระดาษที่ไม่ใช้ก็ม้วนเก็บลง

ไปในโถเคลือบ

สาวใช้ใหญ่คนหนึ่งเหมือนอยากจะพูดบางอย่าง

ทว่าสาวใช้ใหญ่อีกคนกลับตาไวมือไว รั้งแขนของ

นางไว้พลางส่งสัญญาณให้นางไม่ต้องพูด

ครั้นอี๋หนิงจัดเรียงจนใกล้เสร็จก็พบจดหมายฉบับ

หนึ่งบนโต๊ะ

ในจดหมายมีอักษรเพียงแปดตัว ‘จิงเหมิน

ผิดปกติ อย่าได้เคลื่อนไหวส่งเดช’ ลงนามอักษร

เพียงตัวเดียว

อี๋หนิงมองด้วยร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อย

ลายมือนี้นางคุ้นเคยจนฝังลึกเข้ากระดูก เขาเคย

ช่วยคัดลอกบทสวดให้ฮูหยินผู้เฒ่าแทนนาง

ตัวอักษรนั้นคือลายมือนี้ นางเคยวาดไผ่ดำบน

ภาพเขียน บทกลอนที่เขาร่ายตามลงไปก็เป็น

ลายมือนี้ แม้แต่เทียบของขวัญที่มอบให้นางก็เป็น

ตัวอักษรนี้ยามนั้นนางยังหลงนึกว่าเพราะเขาใส่

ใจนางเป็นพิเศษ กระทั่งเทียบเชิญเขาก็ยังลงมือ

เขียนด้วยตนเอง

สิ่งต่าง ๆ และเรื่องที่เต็มเปียมไปด้วยความ

น่าสนใจเหล่านั้น บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงอักษร

แปดตัวในจดหมาย ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ มีเพียง

ความเย็นชาตึงเครียด

“อี๋หนิง เจ้ามาหาพ่อรึ” เว่ยหลิงกลับมาจากด้าน

นอกแล้ว

อี๋หนิงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาวางทับจดหมาย พรู

ลมหายใจออกมาเล็กน้อย

ลู่เจียเสวีย…เขามักจะสร้างความปันปั่วนให้หัวใจ

ของนางได้อย่างน่าครั่นคร้าม เพียงเห็นตัวอักษร

ของเขา นางยังเป็นเช่นนี้ คงไม่ต้องกล่าวถึงการ

พบเขาตัวเป็น ๆ เวลาผ่านมานานหลายปีแล้ว

ชาติภพที่แล้วคนที่หลัวอี๋หนิงไม่อาจลืมเลือนได้

มากที่สุดก็คือลู่เจียเสวีย ทั้งที่นางหลงนึกว่าเขา

ชอบตน ทว่าสุดท้ายทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงแผนการ

อันเลือดเย็นของเขา

หลัวอี๋หนิงรู้สึกเสมอว่าตนเป็นคนใจกว้างมาก

ทว่าลู่เจียเสวียยังคงทำให้นางรู้สึกผิดหวัง เกรงว่า

ต่อให้ผ่านไปอีกสิบปีก็ยังไม่อาจเปลี่ยนแปลง

นางเงยหน้าขึ้น ตื่นจากภวังค์ แล้วกล่าวกับเว่ย

หลิงที่เพิ่งก้าวเข้ามา“ข้าช่วยท่านจัดโต๊ะหนังสือ”

เว่ยหลิงเพียงปรายตามองโต๊ะหนังสือปราดหนึ่ง

ก่อนจะชื่นชมด้วยรอยยิ้ม “เป็นระเบียบขึ้นมาก

โชคดีที่มีเจ้าช่วยจัดการให้!” ฟูั่ผิงกล่าวแล้วว่า

บุตรสาวต้องการการทะนุถนอม ขอเพียงนางมี

ความสุข ต่อให้นางอยากตลบพลิกห้องหนังสือ

อย่างไรก็ได้ทั้งสิ้น

สาวใช้ทั้งสองคนมองหน้ากัน การที่พวกนางไม่

ห้ามเมื่อครู่ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง จากนั้นพวกนางก็

ถอยออกไปเงียบ ๆ

อี๋หนิงให้เว่ยหลิงนั่งบนเก้าอี้ แล้วนางก็นั่งลง

ด้านข้าง “ที่ข้ามาเพราะอยากพูดคุยกับท่านเรื่อง

ซงจือกับชิงชวี่…”

เมื่อเว่ยหลิงฟังถึงตรงนี้ หัวคิ้วก็ขมวดมุ่นเล็กน้อย

“พวกนางเป็นสาวใช้ที่เจ้าพามาจากตระกูลหลัว

จะไม่ให้พ่อคิดปั้องกันคนตระกูลหลัวไม่ได้พ่อไม่

อาจปล่อยให้พวกนางปรนนิบัติอยู่ข้างกายเจ้า

แต่ในเมื่อเป็นคนที่เจ้าพาออกมา พ่อก็จะแบ่งงาน

ในเรือนของเจ้าให้พวกนางดูแล แต่จะปล่อยไว้ให้

อยู่ข้างกายเจ้าไม่ได้”

อี๋หนิงรู้ดีว่าไม่อาจเกลี้ยกล่อมเว่ยหลิงได้ง่าย ๆ

นางกล่าวต่อ “ข้าพาพวกนางออกมาย่อมเป็น

เพราะข้าสามารถเชื่อใจพวกนางได้” นางมองเว่ย

หลิงแล้วยิ้ม “เช่นนั้นท่านเชื่อข้าหรือไม่”

ชั่วขณะนั้นเว่ยหลิงไม่อาจโต้ตอบ เรื่องอื่นหาก

สามารถทำให้นางดีใจจะทำอย่างไรก็ย่อมได้ ทว่า

เรื่องสาวใช้ เขาไม่อาจโอนอ่อนให้ได้

ทันใดนั้นนางก็จับมือของเขาไว้พลางเขย่าไปมา

“หากท่านเชื่อใจข้าก็ควรปล่อยให้ข้าตัดสินใจเอง

ท่านว่าจริงหรือไม่”

เว่ยหลิงมองมือของตนที่ถูกบุตรสาวจับไว้ ยากนัก

ที่นางจะแสดงความใกล้ชิดกับเขาก่อน หากนาง

สามารถออดอ้อนเขาต่อไปได้เรื่อย ๆ ย่อมเป็น

เรื่องดี บุตรสาวบ้านอื่นมักออดอ้อนบิดา แต่ด้วย

อุปนิสัยของอี๋หนิงคงยากนัก นางทำเรื่องพรรค์นี้

ออกมาไม่ได้…เว่ยหลิงพลันรู้สึกเสียใจเล็กน้อย

นางพูดถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะไม่ตกลงได้อย่างไร เว่ย

หลิงกล่าวพลางทอดถอนใจ “ช่างเถิด สาวใช้ใน

เรือนเจ้าก็แล้วแต่เจ้าจะจัดการเถอะ” แต่เขายัง

สำทับว่า “ทว่าจะต้องวางเจินจูไว้ข้างกายเจ้า”

อี๋หนิงย่อมให้ความสำคัญกับเจินจู เจินจูรู้เรื่องใน

จวนอิงกั๋วกงอย่างแจ่มแจ้ง แม้จะยังไม่ยึดถืออี๋ห

นิงเป็นเจ้านายโดยแท้จริง แต่อย่างน้อยก็ทำได้

ดีกว่าไต้เม่า

เวลานี้ท้องฟั้าค่อย ๆ มืดลง สาวใช้ถือเชิงเทียน

เข้ามา ทันใดนั้นภายในห้องก็สว่างไสวด้วยแสงสี

เหลืองนวลอบอุ่น

เว่ยหลิงถามอี๋หนิงว่าหิวแล้วหรือยัง เขาจะเรียก

สาวใช้เข้ามาเตรียมสำรับเย็น

อี๋หนิงตอบตามตรงว่าหิวแล้ว เว่ยหลิงจึงยื่นมือ

ออกไปลูบศีรษะนาง“เหมยเหมยรอประเดี๋ยว พ่อ

ตอบจดหมายแล้วจะไปกินข้าวกับเจ้า”

อี๋หนิงยิ้มพลางผงกศีรษะให้เขา บังเกิดความรู้สึก

คุ้นเคยที่เกิดขึ้นเฉพาะกับญาติสนิทขึ้นมาหลาย

ส่วน

เว่ยหลิงเดินไปตอบจดหมายที่โต๊ะหนังสือ อี๋หนิง

มองร่างสูงตระหง่านซึ่งถูกแสงเทียนโอบล้อมของ

เขา เมื่อส่องสะท้อนลงบนชั้นวางตกแต่งก็ยิ่งขับ

ให้เขาดูสูงใหญ่ขึ้นไปอีก อี๋หนิงรอจนง่วง การอยู่

ในห้องของเว่ยหลิงทำให้นางอุ่นใจยิ่งนัก นางเอน

ตัวลงบนพนักเก้าอี้ รอเขาเขียนจดหมายเงียบ ๆ

เว่ยหลิงตอบจดหมายเสร็จก็เรียกให้องครักษ์

ส่งออกไป เมื่อหันหน้าไปก็พบสาวน้อยนั่งพิง

เก้าอี้ นางขดร่างเป็นก้อนกลม บางทีอาจเป็น

เพราะรอจนง่วงแล้วจึงมีอาการสะลึมสะลือใกล้

เข้าสู่ห้วงนิทรา นางยังเยาว์วัยเปราะบางถึงเพียง

นี้ ดูไม่เข้ากับเก้าอี้ตัวใหญ่และการประดับตกแต่ง

ที่ดูขึงขังรอบข้างสักนิด ทันใดนั้นเขาก็บังเกิด

ความรู้สึกถึงความรับผิดชอบของผู้เป็นบิดาขึ้นมา

เด็กคนนี้ตัวเล็กบอบบางเพียงนี้ นางต้องการการ

ปกปั้องจากเขาจริง ๆ

เว่ยหลิงปลุกนางด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน อี๋หนิง

สะลึมสะลือ ปล่อยให้เขาจูงมือเดินออกจากห้อง

หนังสือ ด้านนอกเข้าสู่ยามราตรีแล้ว

รอจนตื่นเต็มที่ อี๋หนิงก็มานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว

หลังจากที่กินข้าวเสร็จ เว่ยหลิงก็ส่งนางกลับด้วย

ตนเอง ขณะที่กำลังจะจากไป เขาก็คิดอะไรขึ้นได้

จึงกล่าวกับนาง “ต่อไปเจ้าก็ช่วยสอดส่องดูแล

เรื่องการเรียนของน้องชายเจ้าเถิด เขาซุกซนยิ่ง

นัก มีเพียงพ่อที่ควบคุมเขาได้หากเขาไม่เชื่อฟัง

เจ้า เจ้าก็มาบอกพ่อ พ่อจะไปสั่งสอนเขาเอง”

เว่ยหลิงรู้สึกว่าบุตรชายจะตามใจจนเสียคนไม่ได้

ต้องตีบ้างจะได้เชื่อฟัง ตัวเขาเองอยู่ด้านนอกมา

นาน เจ้าเด็กคนนี้จึงถูกตามใจจนเสียคนแล้ว

บุตรชายของเขาใกล้ชิดสนิทสนมกับจ้าวหมิงจู

แต่ไม่ยอมใกล้ชิดกับพี่สาวแท้ ๆ จะปล่อยให้เป็น

เช่นนี้ต่อไปไม่ได้ กาลข้างหน้าเมื่อเขาชราลง เด็ก

คนนี้ต้องเป็นผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์อิงกั๋วกง หาก

ไม่ลงรอยกับอี๋หนิงจะทำอย่างไร

“เจ้าเองก็ไม่ต้องตื่นเช้านัก พรุ่งนี้พ่อจะให้เขามา

หาเจ้า” เว่ยหลิงกล่าว“ยามนี้เขามีเฉิงหลางคอย

อบรมสั่งสอน พรุ่งนี้เฉิงหลางจะมาสอนหนังสือให้

เขา เจ้าก็สามารถไปฟังได้”

อี๋หนิงส่งเว่ยหลิงกลับไปอย่างนอบน้อม นางรู้สึก

ปวดหัวเล็กน้อยเรื่องคราก่อนของนางกับเฉิง

หลาง…ไม่รู้ว่ายามได้พบกันในวันพรุ่งนี้จะเป็น

อย่างไร

——————–

[1] ชาต้าหงเผาเป็นชาที่มาจากเขาอู่อี๋ซาน จัดอยู่

ในประเภทชาอูหลง มีความหอมเป็นเอกลักษณ์

ของกลิ่นชาปิงไฟผสมกับกลิ่นดอกไม้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 81"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

e7-4d3a
สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
12/06/2026
ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
c84a700
เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย
12/06/2025
61388e9eqbVDIzSH
สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!
04/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.