Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 86

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 86
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

จนถึงพลบคํ่า ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยถึงได้ทราบว่าถิง

เกอร์ปั่วย

แขกยังไม่ทันจากไป นางก็รีบพาคนรุดมาที่นี่ นั่ง

ลงข้างเตียงแล้วกุมมือของถิงเกอร์ไว้ ทั้งปวดใจ

ทั้งกล่าวโทษตนเอง เคราะห์ดีที่ไข้ของถิงเกอร์

ลดลงแล้ว ท่านหมอเข้ามาตรวจก็พบว่าไม่มีอะไร

น่าเป็นกังวล จากนั้นบ่าวหญิงชราก็อุ้มเขากลับไป

ปั้อนยา

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยยังรั้งอยู่ นางกล่าวกับเว่ยหลิง “…

หลายปีก่อนแม่กล่าวว่าจะพาถิงเกอร์ไปเลี้ยงที่

เรือนของแม่ เจ้าก็บอกว่ากลัวจะรบกวนการดูแล

สุขภาพของแม่ เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นหนึ่งถึงสองครั้ง

ยังพอทำเนา…แต่หากเกิดขึ้นอีกครั้งเล่า จะดีได้

อย่างไร! มิสู้พรุ่งนี้เก็บข้าวของของถิงเกอร์แล้วให้

เขาย้ายไปอยู่ที่เรือนของแม่ ห้องอุ่นฝังบูรพาของ

แม่ยังว่างอยู่ เหมาะให้ถิงเกอร์อยู่ได้พอดี”

เว่ยหลิงยืนอยู่เบื้องหน้านาง กล่าวว่า “ท่านแม่

ท่านไม่ต้องร้อนรนข้าหารือกับอี๋หนิงแล้ว…จะ

ให้ถิงเกอร์ย้ายมาอยู่กับอี๋หนิง ต่อไปก็ให้อี๋หนิง

ดูแลเขา”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยตกตะลึงเล็กน้อย

อี๋หนิงเพิ่งมาอยู่ที่จวนอิงกั๋วกงได้เพียงครึ่งเดือน ที่

สำคัญอายุของนางก็ยังน้อย

“อี๋หนิงตกลงแล้ว” เว่ยหลิงไม่ใส่ใจว่าฮูหยินผู้เฒ่า

จะคิดอย่างไร เขาเอ่ยต่อ “อย่างไรก็ย่อมดีกว่าให้

พวกบ่าวหญิงชราดูแลเขา”

ถิงเกอร์เป็นเจ้านาย ต่อให้บรรดาบ่าวหญิงชราจะ

ควบคุมดูแลเขาอย่างไรก็ไม่กล้าเข้มงวดเกินไปนัก

ทว่าอี๋หนิงไม่เหมือนกัน หากน้องชายไม่เชื่อฟัง

นางสามารถสั่งสอนเขาได้ หากน้องชายปั่วย นาง

ก็สามารถดูแลเขาได้ เรื่องเหล่านี้บรรดาสาวใช้ทำ

ไม่ได้

เว่ยหลิงนึกถึงภาพตอนที่ตนเพิ่งเข้ามา เขาเห็น

ท่าทางที่ถิงเกอร์นอนอยู่ในอ้อมกอดของอี๋หนิง

แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยเห็นเจ้าเด็กคนนี้พึ่งพิงผู้ใด

เช่นนี้มาก่อน เขาใคร่ครวญแล้วก็เห็นว่าอาจเป็น

เพราะอี๋หนิงเป็นพี่สาวของถิงเกอร์

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกระแอมกระไอเสียงหนึ่ง ฟังนํ้า

เสียงนี้ของบุตรชายราวกับเกรงว่านางจะคัดค้าน

อย่างไรอย่างนั้น หากเป็นเรื่องที่มีเหตุผล นางจะ

คัดค้านได้อย่างไร

นางกวักมือเรียกอี๋หนิงมาข้างกาย เอ่ยถามด้วย

เสียงนุ่มละมุน “อี๋หนิงเจ้ายินดีจะดูแลน้องชาย

จริงหรือ ไม่กลัวว่าเขาจะซุกซนสร้างความ

เดือดร้อนหรืออย่างไร”

อี๋หนิงตอบ “เด็กน้อยจะซุกซนบ้างก็ไม่เป็นไรเจ้า

ค่ะ ยามที่ข้ายังเล็กก็ซุกซน ชอบสร้างความ

วุ่นวาย ต่อมาได้รับการดูแลสั่งสอนจากอดีตท่าน

ย่าเพราะนางรักเอ็นดูข้า ข้าจึงค่อย ๆ รู้ความ

ขึ้นมาเจ้าค่ะ”

นี่เป็นครั้งแรกที่ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยได้ยินอี๋หนิงเอ่ย

ถึงฮูหยินผู้เฒ่าหลัวนางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ย่าเคย

ได้ยินชื่อเสียงอดีตท่านย่าของเจ้ามาก่อน นางมา

จากตระกูลสวี่ในเมืองเปั่าติ้ง ครั้นนางยังเด็กก็

พอจะมีชื่อเสียงบ้างแล้วนางสั่งสอนเจ้าได้ดี หาก

สามารถพบนางด้วยตนเอง ย่าก็อยากจะขอบคุณ

นางเช่นกัน”

อี๋หนิงได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกล่าวถึงฮูหยินผู้เฒ่า

หลัว ใจก็กระตุกเล็กน้อย กระซิบเสียงตํ่า “ตอน

ที่ข้าสิบขวบ ท่านย่าก็จากโลกนี้ไปแล้ว”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยตะลึงงัน ไม่รู้ว่าตอนที่อี๋หนิงยัง

เด็กมาก คนที่เลี้ยงดูนางก็จากไปแล้ว ฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยกำลังจะกล่าวอะไรกับนางอีก ทว่าอี๋หนิง

หมุนกายกลับไปสั่งให้สาวใช้เข้ามาเปลี่ยนชาร้อน

ให้ใหม่แล้ว

ผ่านไปสักพัก จ้าวหมิงจูก็ทราบข่าว นางเร่งรุดมา

จากห้องภูผา เดิมนางเห็นเฉิงหลางก็ยังอยาก

สนทนากับเขาสักสองสามประโยค คาดไม่ถึงว่า

เมื่อไล่ตามไปกลับไม่พบตัวคนแล้ว นางจึงไปเล่น

กับคุณหนูตระกูลติ้งหยางปั๋อแทน รอจนนางรู้

ข่าวเรื่องถิงเกอร์ล้มปั่วยก็เป็นเวลาคํ่ามากแล้ว

นางรีบไปคารวะเว่ยหลิงกับฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย

เว่ยหลิงเพียงรับคำเบา ๆ เสียงหนึ่ง ทว่าฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยกลับตำหนินาง “เจ้ายังมีอุปนิสัยเป็นเด็ก

อยู่อีกรึ โตเป็นหญิงสาวเช่นนี้แล้ว อย่างไรก็ควรรู้

ความเสียบ้าง! ต้องให้คนตามหาไปทั่ว”

วันนี้จ้าวหมิงจูได้ยินคำกล่าวจากคนพวกนั้น เดิม

ทีก็น้อยเนื้อตํ่าใจอยู่แล้ว ยามนี้ยังถูกฮูหยินผู้เฒ่า

เว่ยตำหนิอีก หยาดนํ้าตาจึงเอ่อรื้นดวงตาฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยเห็นนางน่าสงสารก็ถอนใจยาว

ทั้งที่คนผู้นี้ควรจะทำตัวเป็นพี่สาว อยู่ในบ้านรู้จัก

ทำตัวเป็นผู้ใหญ่รู้ความ แต่กลับถูกนางเลี้ยงดูจน

อ่อนแอเปราะบาง ทนแบกรับอารมณ์ไม่ได้แม้

เพียงน้อยนิด

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยยื่นมือออกไป จ้าวหมิงจูก็รีบยื่น

มือไปประคองนางขึ้นฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกล่าว “ต่อ

ไปถิงเกอร์จะย้ายมาอยู่กับอี๋หนิง หากเจ้าคิดถึง

น้องชายก็มาเยี่ยมเขาที่เรือนของอี๋หนิง”

พอจ้าวหมิงจูได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกล่าวเช่นนี้ก็รู้

ว่านางไม่ตำหนิตนแล้ว

นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าต้องมาเยี่ยมน้องชาย

แน่นอนเจ้าค่ะ เขาอยู่ที่นี่จะได้ไม่รู้สึกเบื่อเพราะ

ไม่มีผู้ใดเล่นกับเขา!”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยจะกลับแล้ว จ้าวหมิงจูเดิน

ตามหลังออกจากเรือนของอี๋หนิง นางเพิ่งจะก้าว

ถึงประตูก็เห็นอี๋หนิงปรายตามองมาอย่างเย็นชา

คราหนึ่ง

จ้าวหมิงจูไม่ชอบอี๋หนิง หากมีคนมาช่วงชิงทุกสิ่ง

ทุกอย่างไปจากตนอย่างกะทันหัน ตนย่อมไม่มีวัน

ชอบคนผู้นั้น นางเองก็รู้ว่าอี๋หนิงไม่ชอบนางทว่า

นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นอีกฝั่ายแสดงสีหน้าเย็น

ชาเช่นนี้ต่อนาง

นางนึกถึงถ้อยคำที่ได้ยินเมื่อตอนกลางวันในโถง

บุปผา มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็กำแน่นเล็กน้อย

ต่อให้อี๋หนิงกลับมาแล้วจะอย่างไร…นางมีความ

รักความเอ็นดูจากฮูหยินผู้เฒ่าเว่ย หรือกระทั่งมี

สถานะคู่หมั้นของเฉิงหลาง เรื่องการปรนนิบัติใน

จวน มีสิ่งใดบ้างที่นางได้รับน้อยไปกว่าอี๋หนิง

ตั้งแต่เล็กนางก็ถือว่าตนเป็นคุณหนูที่แท้จริงแห่ง

จวนอิงกั๋วกง ทั้งยังได้รับการปรนนิบัติถึงขั้นนี้

นางเคยชินเสียแล้ว

เว่ยหลิงเห็นบุตรสาวของตนเงียบขรึมไม่พูดจาก็

คิดถึงเรื่องที่นางยุ่งวุ่นวายมาทั้งวัน มื้อคํ่าก็ยัง

ไม่ได้กิน เขาจึงเรียกคนให้ยกสำรับเข้ามา

อี๋หนิงเพิ่งรู้สึกตัวว่าหิว ยามนี้นางหิวจนไร้ความ

อยากอาหาร กินข้าวได้ไม่กี่คำก็กินไม่ลง เว่ยหลิง

เห็นนางกินไปไม่กี่คำก็หยิบถ้วยของนางขึ้น“เจ้า

กินข้าวอย่างกับแมวดม! กินได้ไม่กี่คำก็ไม่กินแล้ว

เป็นเช่นนี้ไม่ได้ กินอีกสักหน่อยเถิด”

อี๋หนิงเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรง ทำได้เพียงฝืนดื่มนํ้า

แกงที่เว่ยหลิงตักมาให้จากนั้นก็ไม่กินแล้ว

เว่ยหลิงมองร่างเพรียวบางของนางก็ถอนหายใจ

เขาเริ่มกังวลถึงปริมาณการกินอาหารของ

บุตรสาวแล้ว

เขารู้ว่าเหล่าสตรีในเมืองหลวงนิยมรูปลักษณ์เอว

บางร่างน้อย แต่จะให้อี๋หนิงเป็นเช่นนั้นไม่ได้ มี

เนื้อมีหนังหน่อยจึงจะดี หากนางมาอยู่ที่จวน

อิงกั๋วกงแต่กลับถูกเขาเลี้ยงดูจนผ่ายผอมลง เขา

ควรจะทำอย่างไร

เว่ยหลิงตัดสินใจจะไปสั่งกำชับคนในห้องครัวให้

พวกเขาเปลี่ยนอาหารให้หลากหลายในทุก ๆ วัน

รอจนอิงกั๋วกงกลับไปแล้ว อี๋หนิงถึงให้เจินจูไป

เก็บกวาดเรือนปีกฝังประจิมเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัย

ของถิงเกอร์ นางพิงตัวข้างกรอบหน้าต่าง มอง

หิมะด้านนอกที่ตกหนักไม่หยุด จากนั้นก็พลัน

คิดถึงหลินไห่หรูกับพี่ชายสามขึ้นมาเล็กน้อย

บัดนี้หลินไห่หรูน่าจะใกล้คลอดลูกแล้ว ไม่รู้จะ

เป็นชายหรือหญิง…พี่ชายสามกล่าวว่าเขาใกล้จะ

มาร่วมสอบระดับแคว้นที่เมืองหลวงแล้วไม่รู้ว่า

เขาจะมาถึงยามใด

หิมะดุจขนห่านโปรยปรายติดต่อกันยาวนาน

กระทั่งวันต่อมาก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

หิมะในเมืองตกสะสมกันจนสูงแทบจะมิดเข่าเมื่อ

เหยียบยํ่าลงไปต่อให้เป็นสถานที่กลางเมืองผู้คน

พลุกพล่าน เสียงผู้คนเซ็งแซ่อื้ออึง ก็ไม่ได้ทำให้

หิมะมีปริมาณน้อยลงสักเท่าใด เมื่อรถม้าวิ่งผ่าน

ยังทิ้งรอยร่องลึกเอาไว้

รถม้าสีฟั้าคันหนึ่งหยุดลงหน้าประตูจวนของใต้

เท้าซุน บัณฑิตแห่งสำนักฮั่นหลิน หิมะยังตก

โปรยปรายไม่หยุด ทหารรับใช้สวมเสื้อนวมปุย

ฝั้ายเปิดประตูให้รถม้าวิ่งเข้าไปในจวน

พอใต้เท้าซุนได้รับจดหมายก็รออยู่ในห้องรับรอง

ตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อเห็นชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมกันลม

สีฟั้า ร่างผอมสูงเงียบขรึมเดินเข้ามา เขาก็คลี่ยิ้ม

เดินออกไปต้อนรับ ชายหนุ่มจะคารวะเขา แต่ใต้

เท้าซุนกลับรีบประคองเขาให้ลุกขึ้น “…ครานี้เจ้า

มายังเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมการสอบ ต่อไปก็ต้อง

นับถือท่านเก๋อเหล่าเป็นอาจารย์แล้ว พิธีการ

พรรค์นี้ย่อมไม่จำเป็นอีก!”

ชายหนุ่มร่างผ่ายผอมเพียงยิ้มบาง ๆ กล่าวว่า

“ใต้เท้ายกย่องเกินไปแล้วเซิ่นหย่วนยังไร้ชื่อเสียง

เรียงนาม ไม่อาจหยิ่งทะนงตน”

ใต้เท้าซุนจึงยอมรับการคารวะนี้จากหลัวเซิ่นหย่

วน หลังจากนั่งลงพร้อมเขาก็เอ่ยถาม “ข้านึกว่า

เจ้าจะมาหลังปีใหม่ คาดไม่ถึงว่าจะมาเร็วเช่นนี้

ช่างประจวบเหมาะนัก ราชสำนักมีการ

เคลื่อนไหวไม่หยุด ฝั่ายท่านติ้งกั๋วกงที่สนับสนุน

องค์ชายใหญ่กดข่มพวกเรายิ่งนัก เคราะห์ดีที่ยังมี

หลิวเก๋อเหล่าอาจารย์ขององค์ชายใหญ่คอย

คลี่คลายสถานการณ์ แม้เขาจะเป็นอาจารย์ของ

องค์ชายใหญ่ แต่ก็ถือเป็นคนดีคนหนึ่ง”

ทั้งที่เห็นได้ชัดว่ายามนี้องค์รัชทายาทจึงจะเป็นผู้

สืบราชสันตติวงศ์โดยแท้จริง แต่ฮ่องเต้กลับโปรด

ปรานซูกุ้ยเฟยมารดาขององค์ชายใหญ่ยิ่งนักไร้ซึ่ง

ความรักอาทรต่อองค์รัชทายาทแห่งตำหนักบูรพา

แม้เพียงเศษเสี้ยวหลายครั้งที่พยายามปลดองค์รัช

ทายาทและแต่งตั้งองค์ชายใหญ่ แต่ทุกครั้งกลับ

ถูกเหล่าขุนนางคัดค้าน กล่าวว่าลำดับการสืบราช

สันตติวงศ์ไม่ถูกต้องด้วยเหตุนี้จึงมีขุนนางถูกปลด

สามสิบกว่าคนแล้ว ซุนเจี้ยเคยเป็นอาจารย์ของ

องค์รัชทายาท แน่นอนว่าเขาย่อมสนับสนุนองค์

รัชทายาท

หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว “ข้าได้ยินมาว่าท่านกับเขามี

ความคิดเห็นทางการเมืองไม่ลงรอยกัน เมื่อครั้งที่

ท่านทำการจารึกผิดพลาดยังถูกเขาสั่งลงโทษให้

คัดหนังสือ”

“แม้เขากับข้าจะไม่ถูกกัน แต่เขาก็ไม่เคยทำให้ข้า

ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากด้วยเหตุนี้” ใต้

เท้าซุนยิ้ม “ยามนั้นข้าอายุน้อยยังไม่รู้ความยัง

เคยโต้วาทีกับเขาด้วย”

เมื่อใต้เท้าซุนกล่าวจบก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เขา

เปลี่ยนเรื่อง เอ่ยขึ้นว่า “ไม่กล่าวเรื่องเหล่านี้แล้ว

ข้าควรต้อนรับขับสู้เจ้าก่อนจึงจะถูก!” จากนั้น

เขาก็เรียกบ่าวรับใช้ให้ไปเตรียมสำรับกลางวัน

หลัวเซิ่นหย่วนนั่งดื่มชาอยู่ในห้องรับรอง เพิ่งจะ

วางถ้วยชาลงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา

เขาเงยหน้าขึ้นก็พบร่างอรชรร่างหนึ่งยืนอยู่ตรง

ประตู สตรีงามสะคราญผู้นี้สวมเสื้อกันหนาวสีฟั้า

กระโปรงสีขาวดุจหิมะ บนมวยผมประดุจเมฆา

ปักปินหยกสีเขียว ด้านหลังติดตามมาด้วยสาวใช้

สองสามคน เมื่อนางเห็นหลัวเซิ่นหย่วน ใบหน้าก็

พลันแดงระเรื่อ นํ้าเสียงยินดีอย่างที่ไม่อาจปกปิด

นางยอบกายคารวะเขา “พี่เซิ่นหย่วน เหตุใดท่าน

จึงกลับมาแล้ว!” อาจเป็นเพราะตระหนักได้ว่าตน

ดูร้อนรนเกินไป นางจึงรีบกล่าวขยายความด้วย

นํ้าเสียงนุ่มละมุน “ข้าไม่ได้ตั้งใจมาพบท่าน…ข้า

มาพบท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“ข้ารู้” หลัวเซิ่นหย่วนเพียงยิ้มบาง ๆ ไม่ได้

เปิดเผยเจตนาของนาง

นางวิ่งมาอย่างรีบร้อน บังเอิญกับที่ใต้เท้าซุน

ออกไปพอดี เขาไม่ต้องคาดเดาก็รู้ถึงเจตนาของ

ซุนฉงวัน ปีนั้นที่เขาพำนักอยู่ในจวนของใต้เท้า

ซุน เขายังเคยได้รับคำสั่งจากใต้เท้าซุนให้ช่วย

สอนหนังสือให้กับซุนฉงวัน ที่โถงบุปผาของ

คุณหนูซุนมีการกั้นม่านผืนหนึ่ง ทั้งสองคนต่างไม่

เห็นฝั่ายตรงข้ามซุนฉงวันอายุน้อยกว่าเขา

ประมาณหนึ่งปี ในยามนั้นนางก็บังเกิดความคิด

ในทางอื่นกับเขาแล้ว

หลัวเซิ่นหย่วนสามารถมองทะลุจิตใจคน แม้เขา

จะรู้แต่ก็ไม่เคยเปิดโปงเพียงทำเป็นไม่มีสิ่งใด

เกิดขึ้น บรรยายหนังสือให้นางฟังต่อไป

เมื่อซุนฉงวันได้ยินคำพูดของเขาก็ยิ่งประหม่า

เมื่อเห็นว่าคนผู้นี้ยังคงเหมือนภาพในความทรงจำ

ของนาง คิ้วดวงตากระจ่าง หล่อเหลา สุขุม นางก็

ก้มศีรษะลง กล่าวสิ่งใดไม่ออกสักคำ นางนึกถึง

ถ้อยคำที่ท่านพ่อพูดกับนาง ‘…หากเจ้าชอบเซิ่น

หย่วนย่อมดียิ่ง ข้าเองก็ชื่นชมเขา หากจะกลัวก็

กลัวว่าวันหนึ่งเขาสอบผ่านแล้ว คนที่อยากจะ

หมั้นหมายกับเขาคงมีนับไม่ถ้วนยามนั้นเขา

อาจจะมองไม่เห็นเจ้ากับข้าในสายตาแล้ว

เคราะห์ดีที่เฉิงจางตอบจดหมายของข้าแล้ว

กล่าวว่าวันที่เซิ่นหย่วนสอบผ่านจะให้เขาหมั้น

หมายกับหญิงสาวที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลของ

เรา’

ในเวลานั้นซุนฉงวันยังมีท่าทีเก้อเขิน เมื่อใต้เท้า

ซุนเห็นก็หัวเราะเสียงดัง ซุนฉงวันเม้มริมฝีปากคลี่

ยิ้ม แน่นอนว่านางชอบเขา ยามที่เขามาสอน

หนังสือให้นาง เขาเพียงพกสมุดมาเล่มหนึ่ง รูป

งามน่ามองถึงเพียงนั้นทั้งยังนิ่งขรึมสงวนวาจา

คนที่มีอายุใกล้เคียงกับเขา ไม่มีผู้ใดดูสุขุมยิ่งไป

กว่าเขา ยามที่เขาปรายตามองนางน้อย ๆ แววตา

ลุ่มลึกคู่นั้นทำให้หัวใจของนางเต้นรัว หน้าแดง

เรื่อในบัดดล

บัดนี้เมื่อนางได้พบเขาอีกครั้ง ความรู้สึกก็ยิ่งต่าง

ไปจากเดิม จากกันแรมปี นางรู้สึกว่าเขาดูสุขุมขึ้น

เล็กน้อย กระทั่งร่างกายเขาก็สูงใหญ่ขึ้นนางลอบ

คาดหวังให้จากนี้ไปสามารถพบเขาได้บ่อยครั้ง

เวลานี้เองใต้เท้าซุนก็เดินกลับมาจากด้านนอก

พอดี เมื่อเห็นบุตรสาวยืนอยู่ตรงประตู

กิริยามารยาทกุลสตรีในยามปกติแปรเปลี่ยนเป็น

ท่าทีของสาวน้อย เขาก็ลอบยิ้ม หันไปกล่าวกับ

หลัวเซิ่นหย่วน “เซิ่นหย่วนหลายวันก่อนฉงวัน

ร่ายโคลงคำคู่ที่เยี่ยมยอดออกมา แต่ข้ากลับหา

ประโยคต่อไม่ได้ ในเมื่อวันนี้เจ้ามา มิสู้ให้นางร่าย

ให้เจ้าฟัง ดูซิว่าเจ้าจะสามารถต่อประโยคได้

หรือไม่”

หลัวเซิ่นหย่วนก้มศีรษะลงพลางยิ้ม แล้วลุกขึ้น

กล่าวด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “เช่นนั้นข้าจะลองดู

ขอรับ”

ซุนฉงวันมองเขาที่สูงใหญ่กว่านางหลายส่วน เอา

มือไพล่หลังยืนตรงมองนางอย่างตั้งใจ นางก็กล่าว

“หลายวันก่อนข้าไปที่หอเจียงโหลวจึงเกิดแรง

บันดาลใจ เชิญพี่เซิ่นหย่วนสดับตรับฟัง” นาง

สงบสติ ก้าวไปด้านหน้าสองสามก้าว ก่อนจะเอ่ย

เสียงแผ่วเบา “หอแยงยลนที เมียงมองผืนธารา

ใต้หอแยงยลนทีเมียงมองผืนธารา หอนทีชั่วกาล

นาน ธาราไหลผ่านกาลเวลา”

ความสามารถของคุณหนูซุนเป็นที่เลื่องลือขจร

ขจาย แม้ในคำพูดของใต้เท้าซุนจะมีแววหยอกล้อ

หลายส่วน แต่นางก็ถือว่ามีความสามารถอยู่จริง

หลัวเซิ่นหย่วนฟังแล้วก็ตรึกตรองชั่วครู่ ก่อนจะ

เกิดความคิดขึ้นมา“เช่นนั้นข้าน้อยต้องขอแสดง

ความอับอายสักครั้ง” กล่าวจบก็นิ่งไปครู่หนึ่ง

แล้วเอ่ย “สระสะท้อนจันทร์ เงาจันทราสะท้อน

ในสระสะท้อนจันทร์เงาจันทราสะท้อน สระ

จันทราหมื่นปี เงาจันทร์สะท้อนหมื่นปี”

สายตาที่ซุนฉงวันมองเขายิ่งอ่อนละมุนประหนึ่ง

หยาดนํ้า สมกับเป็นเจี่ยหยวนวัยเยาว์ที่มีชื่อเสียง

ลือเลื่อง!

ยามที่หลัวเซิ่นหย่วนออกมาจากจวนของใต้เท้า

ซุน ท้องฟั้าก็มืดแล้ว

เขาขึ้นรถม้า องครักษ์ที่ติดตามเขารีบส่งจดหมาย

ฉบับหนึ่งให้“…คุณชายสาม มาจากจวนอิงกั๋วกง

ขอรับ”

ความอ่อนโยนและรอยยิ้มบนใบหน้าหลัวเซิ่นหย่

วนจางหาย เขารับคำเสียงหนึ่งเป็นสัญญาณให้

คนขับรถม้าออกตัวได้ ก่อนจะเปิดจดหมายออก

อ่านจนจบด้วยสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แล้วพับ

เก็บช้า ๆ

องครักษ์ถือเชิงเทียนเข้ามา หลัวเซิ่นหย่วนเผา

จดหมายทิ้ง เอ่ยถาม“จดหมายทั้งหมดที่ส่งไปยัง

จวนอิงกั๋วกงไม่ได้ถูกส่งเข้าไปใช่หรือไม่”

“ท่านอิงกั๋วกงไม่อนุญาตให้ส่งจดหมายจาก

ตระกูลหลัวเข้าไปขอรับ”องครักษ์กล่าวด้วยสี

หน้าลำบากใจ “พวกข้าน้อยก็จนปัญญา ขอเพียง

เป็นสิ่งของที่จะส่งให้คุณหนูล้วนต้องถูก

ตรวจสอบจากท่านอิงกั๋วกงก่อน จวนอิงกั๋วกง

ไม่ใช่จวนทั่วไป ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปแทรกแซง

ได้เลยขอรับ”

“ช่างเถิด” หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว “ไม่ต้องส่ง

จดหมายเข้าไปแล้ว”อย่างไรอี๋หนิงก็ไม่ได้รับ เขา

รู้ว่านางอยู่ด้านในอย่างสุขสบายดีก็เพียงพอแล้ว

“ท่านไม่ไปเยี่ยมคุณหนูเจ็ดหรือขอรับ…”

องครักษ์ถามอย่างลังเล“ข้าน้อยเข้าใจว่าที่ท่าน

มาเร็วเยี่ยงนี้เพื่อจะไปพบคุณหนูเจ็ดเสียอีก”

หลัวเซิ่นหย่วนหลับตาพักผ่อน เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็

ตอบ “ยามนี้ยังไม่ได้”

อี๋หนิงเป็นคนที่เขาเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ตั้งแต่

เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ จนเป็นสาวน้อย ความรู้สึกที่

เขามีต่อนางค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นอื่น หากถาม

ว่าเขาอยากพบนางหรือไม่ เขาย่อมอยากพบ ทั้ง

ยังเกรงว่านางอยู่ในจวนอิงกั๋วกงจะถูกผู้อื่นรังแก

และยังกลัวว่าคนในจวนอิงกั๋วกงจะดีกับนาง

เกินไปจนทำให้นางลืมเลือนตน ลืมพี่ชายสามที่

เคยอยู่กับนางตั้งแต่วัยเยาว์…ทว่าบัดนี้ยังไม่ถึง

เวลา

เมื่อถึงจวนที่พักในเมืองหลวงก็มีพวกบ่าวไพร่

ดูแลเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว หลัวเซิ่นหย่วนเพิ่ง

จะเดินเข้าไปในห้องโถงกลางก็มีคนเข้ามา

รายงาน“…ฮูหยินรองส่งจดหมายมาขอรับ ให้

ท่านช่วยส่งของไปให้คุณหนูเจ็ด นางให้คนส่งมา

ให้แล้วขอรับ”

หลินไห่หรูเพิ่งจะให้กำเนิดคุณชายน้อยคนหนึ่ง

ทุกคนในตระกูลหลัวปีติยินดียิ่งนัก มีเพียงเฉียวอี๋

เหนียงที่เมื่อทราบข่าวการถือกำเนิดของบุตรชาย

สายตรงก็ยืนนิ่งใต้ชายคาระเบียงอยู่นาน สีหน้า

ซีดขาวดุจกระดาษ หลินไห่หรูให้เขาเขียน

จดหมายทั้งคืนส่งให้อี๋หนิง ทว่าหลัวเซิ่นหย่วน

ตระหนักดีว่าจดหมายฉบับนี้ สุดท้ายคงต้องตก

อยู่ในมือของเว่ยหลิง แต่เมื่อเห็นหลินไห่หรูมี

ความสุขถึงเพียงนั้น เขาก็ยังเขียนจดหมาย

ส่งออกไป

บัดนี้นางยังให้คนส่งของมาอีก นางคงจะคิดถึงอี๋ห

นิงอย่างยิ่ง

“รู้แล้ว” หลัวเซิ่นหย่วนเอ่ยนํ้าเสียงราบเรียบ

เขาอยู่ที่ห้องโถงกลาง กำลังเขียนจดหมายให้

หลัวเฉิงจางเงียบ ๆบรรยากาศภายในห้องเงียบ

กริบไร้ซึ่งสรรพเสียงใด ๆ

อี๋หนิงเฝั้ารออยู่นานก็ยังไม่ได้รับจดหมายจาก

ตระกูลหลัว นางไม่รู้กระทั่งว่าแม่เลี้ยงให้กำเนิด

บุตรชายหรือหญิง แม่และลูกปลอดภัยดีหรือไม่

เดือนสิบสองใกล้เข้ามาทุกขณะ ไม่นานก็จะปี

ใหม่แล้ว นางลองคำนวณหากคลอดตามกำหนด

บัดนี้เด็กน่าจะมีอายุได้สองเดือนแล้ว นางกระทั่ง

ไปที่ห้องสะสางงานเพื่อสืบถาม ทว่าไม่มีจดหมาย

ส่งมาถึงนางจริง ๆ

ถิงเกอร์ย้ายมาอยู่กับนาง ทำให้บรรยากาศ

ครึกครื้นขึ้นไม่น้อย

นับตั้งแต่นางกล่อมถิงเกอร์นอนในบ่ายวันหนึ่ง

ทุกวันยามต้องนอนกลางวัน เขาจะหอบผ้าห่มผืน

เล็ก ๆ เข้ามานอนที่ห้องของอี๋หนิง อี๋หนิงถูกเขา

รบกวนจนรำคาญจึงต้องตั้งเตียงหลังหนึ่งไว้ให้

เขาในห้องที่กั้นด้านข้างเมื่อถิงเกอร์ได้คืบก็จะเอา

ศอก ย้ายมาพำนักกับอี๋หนิงที่นี่เสียเลย อยู่ร่วม

กินร่วมอาศัยกับนาง ไม่กลับไปที่เรือนปีกฝัง

ประจิมของตนอีก

อี๋หนิงแสดงสัญญาณให้เขากลับไปนอนที่ห้องของ

ตน เขากลับกล่าวอย่างภาคภูมิมีเหตุมีผล ‘เดิม

ข้าก็พำนักอยู่ที่นี่! อย่างไรข้าก็จะนอนที่นี่’

เมื่อเด็กห้าขวบดื้อรั้นขึ้นมาก็น่ารำคาญเหลือทน

ยามอี๋หนิงสะบัดมือไม่อยากสนใจเขา ถิงเกอร์จะ

รีบวิ่งมาเบื้องหน้านาง มองนางตาปริบ ๆ หาก

นางกำลังคัดอักษร เขาก็จะฝนหมึกเสียงดังครืด

คราดอยู่ด้านข้าง หากนางกำลังเย็บปักถักร้อย

เขาก็จะเข้ามาก่อกวนจนเส้นด้ายพันยุ่งเหยิง เมื่อ

อี๋หนิงจับเขาไว้ หมายจะตีเขา เขาก็ใช้นัยน์ตาดุจ

กวางน้อยจ้องมองนาง ทั้งดูไร้เดียงสาทั้งดื้อรั้น

มีครั้งหนึ่งที่อี๋หนิงกำลังคัดอักษรอยู่ เขาทำแจกัน

สูงขนาดครึ่งตัวคนที่นางเพิ่งนำออกมาจากคลัง

สมบัติแตก เดิมอี๋หนิงเตรียมนำมาปักดอกล่า

เหมยครานั้นนางจึงบันดาลโทสะขึ้นมาจริง ๆ

นางจับตัวเขาไว้แล้วตีก้นหลายครั้งนี่เป็นครั้งแรก

ที่ถิงเกอร์ถูกอี๋หนิงตีก้น เขาร้องไห้สะอึกสะอื้น

นางถามเขาว่าทำแจกันล้มแตกได้อย่างไร ทว่า

เขากลับนิ่งเงียบอยู่นาน ไม่เอื้อนเอ่ยวาจา

อี๋หนิงจึงถามเขาเป็นคำรบที่สอง ‘เจ้าอยากให้ข้า

เล่นกับเจ้าใช่หรือไม่ถึงได้ทำแจกันแตก’ เพื่อให้

นางสนใจเขา

ผ่านไปครู่หนึ่ง ถิงเกอร์ถึงได้ผงกศีรษะ

อี๋หนิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เขายังเด็กอยู่

จริง ๆ!

นางพาถิงเกอร์ไปเล่นตรงลานกว้าง ครั้นนางยัง

เด็ก นางเคยช่วยดูแลน้องชายน้องสาวที่เกิดจาก

แม่เลี้ยงในจวน เมื่อแต่งไปยังจวนหนิงหย่วนโหว

ก็เคยเลี้ยงดูเสี่ยวเฉิงหลาง ถือว่าเชี่ยวชาญอยู่มาก

ตรงลานกว้างมีกองหิมะทับถม ถิงเกอร์อยากจะ

ปันตุ๊กตาหิมะ อี๋หนิงกล่าวว่า ‘ตุ๊กตาหิมะมีอะไร

น่าสนุกกัน’ นางให้สาวใช้เอาหญ้าผูเหว่ยเข้ามา

ถักเป็นแมลงปอ ถิงเกอร์มองมือเรียวยาวของนาง

ตลบพลิกขึ้นลง จากนั้นแมลงปอตัวหนึ่งก็ค่อย ๆ

ปรากฏเป็นรูปเป็นร่าง เขาเบิกตากว้าง มองอย่าง

ตกตะลึง

ถิงเกอร์หวงแหนแมลงปอตัวนี้นัก เขาห้อยไว้ข้าง

ตะกร้าที่ถือเข้าเรียนไม่อนุญาตให้ผู้ใดแตะต้อง

มีวันหนึ่งจ้าวหมิงจูมาหาถิงเกอร์เพื่อเล่นกับเขา

นางเห็นเขามีท่าทีเกียจคร้านอยู่ข้างกายอี๋หนิง

อี๋หนิงให้เขาอ่านหนังสือ ทว่าสมาธิเขากลับแตก

ซ่าน หันไปมองกล้วยไม้ที่อยู่ด้านข้าง อี๋หนิงใช้ไม้

บรรทัดตีที่หลังมือของเขา ถิงเกอร์ห่อปากพลาง

ยื่นมือไปลูบบริเวณที่ถูกตี ทว่านํ้าเสียงกลับไร้ซึ่ง

แววขุ่นเคืองแม้เพียงเศษเสี้ยว “ท่านตีข้ามาสาม

ครั้งแล้วนะ…”

รอยยิ้มของจ้าวหมิงจูพลันฝืดเฝือนเล็กน้อย เดิม

นางหลงนึกว่าถิงเกอร์จะไม่ชอบหลัวอี๋หนิง นาง

เดินเข้าไปพลางกล่าว “ถิงเกอร์ ข้าเอาขนมมาให้

เจ้า”

ถิงเกอร์ขานเรียกว่าพี่หมิงจู ด้วยเกรงว่าจะถูกอี๋ห

นิงตำหนิ เขาจึงหันกลับไปอ่านหนังสือต่อ

จ้าวหมิงจูพำนักอยู่ในพื้นที่ฝังประจิม อี๋หนิงอยู่ใน

พื้นที่ฝังบูรพา ปกติไม่ค่อยไปมาหาสู่กันเท่าใดนัก

อี๋หนิงเพียงชี้นิ้วไปยังด้านข้าง “วางไว้ตรงนั้นเถิด

อีกครู่ข้าค่อยให้เขากิน”

จ้าวหมิงจูเอ่ย “นี่เป็นสิ่งที่ท่านยายให้ข้าเอามาให้

พวกเจ้า ยังมีของเจ้าด้วยชุดหนึ่ง”

อี๋หนิงเพียงยิ้มน้อย ๆ ไม่คิดอยากเสวนากับนาง

อีก ตั้งแต่ถิงเกอร์เกิดเรื่อง นางก็ไม่ค่อยชอบ

จ้าวหมิงจูสักเท่าใดแล้ว จ้าวหมิงจูนั่งอยู่ในเรือน

ของนางเพียงชั่วประเดี๋ยว ยังไม่ได้ดื่มกระทั่งชา

สักถ้วยก็กลับไปที่ฝังประจิมนางไปครํ่าครวญกับฮู

หยินผู้เฒ่าเว่ย “อี๋หนิงไม่ให้ความเคารพข้าสักนิด

สาวใช้ในเรือนของนางยังปฏิบัติต่อข้าอย่างเย็น

ชา…”

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยได้ยินก็หันไปมอง นางพลัน

นึกถึงยามที่บุตรชายโมโห ถ้อยคำเหล่านั้นที่เขา

เคยกล่าวกับนาง อันที่จริงมีเหตุผลอย่างยิ่งยวด

เดิมจ้าวหมิงจูก็เป็นเด็กที่ถูกอุปถัมภ์ในจวนอิงกั๋ว

กง มิใช่บุตรโดยสายเลือดของเว่ยหลิง การที่

จ้าวหมิงจูได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

หากอีกฝั่ายยังทำเช่นนี้ต่อไปอีกก็มีแต่จะทำให้

เว่ยหลิงไม่ชอบ

นางอยากเตือนจ้าวหมิงจู ไม่นานจากนั้นถึงกล่าว

เนิบช้า “นางเป็นบุตรสาวโดยสายเลือดของเว่ย

หลิง แต่เจ้าเป็นคนที่ถูกส่งมาอุปถัมภ์ที่เรือนของ

ข้า เหตุใดนางจึงต้องให้ความเคารพเจ้าด้วยเล่า”

อี๋หนิงต่างหากจึงจะเป็นคุณหนูที่แท้จริงของจวน

แห่งนี้ นางจะปฏิบัติอย่างไรต่อจ้าวหมิงจูก็

แล้วแต่นาง ผู้อื่นไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้

เว่ยหลิงเองก็ไม่มีทางยอมให้ผู้ใดไปควบคุมนาง

จ้าวหมิงจูตะลึงงัน นี่เป็นครั้งแรกที่ฮูหยินผู้เฒ่า

กล่าวถ้อยคำเช่นนี้กับนาง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 86"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

N1lN39
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
05/12/2025
hImag
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
20/06/2026
novelpdfdfw0
เซียนสาวผู้นี้ดูดวงแม่นเกินไปแล้ว
23/06/2026
NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.